- หน้าแรก
- มุ่งตรงสู่มรณะ
- บทที่ 24 พลังธาตุสายฟ้าและยายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้ตื่นตระหนก
บทที่ 24 พลังธาตุสายฟ้าและยายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้ตื่นตระหนก
บทที่ 24 พลังธาตุสายฟ้าและยายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้ตื่นตระหนก
บทที่ 24 พลังธาตุสายฟ้าและยายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้ตื่นตระหนก
เรียวกิ ชิกิ กระดกน้ำดื่มรวดเดียวหมดแก้วด้วยความหงุดหงิดใจ กับเจ้าเด็กนั่นนางยังพอปล่อยผ่านไปได้และไม่ได้ถือสาอะไร แต่เหตุใดมิโกะเช่นเจ้าถึงต้องทำตัวแบบเดียวกันด้วยเล่า
"ข้าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกเสียหน่อย" เรียวกิ ชิกิ เอ่ยพลางก้าวเดินออกจากเรือนรับรอง ทิ้งให้คาเอเดฮารา คาซึฮะ นั่งอยู่ภายในห้องอันกว้างขวางเพียงลำพัง
เมื่อต้องเผชิญกับความเงียบสงันในเรือนรับรอง คาเอเดฮารา คาซึฮะ จึงหยิบดาบของตนมาวางไว้เบื้องหน้า ก่อนจะเข้าสู่สภาวะทำสมาธิ ยามนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไป ดังนั้นการนั่งสมาธิและเฝ้ารออย่างสงบเงียบจนกว่าพวกเขาจะจัดการธุระเสร็จสิ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
อีกด้านหนึ่ง เรียวกิ ชิกิ เดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดินจนมาถึงส่วนลึกที่สุดของศาลเจ้าจิ้งจอกนารุคามิ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์
ต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์ที่นางเห็นอยู่ตรงหน้านี้ แตกต่างจากที่เคยเห็นในเกมนัก แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตจนแทบจะบดบังทัศนียภาพบนท้องฟ้าไปเสียสิ้น
ตามกิ่งก้านเต็มไปด้วยดอกซากุระผลิบาน ดอกซากุระศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไม่มีวันร่วงโรย กลีบดอกของมันจะลอยละล่องไปตามสายลมพัดพาไปยังทุกซอกทุกมุมของเกาะนารุคามิตลอดทั้งปี
แน่นอนว่าสิ่งที่มีเอกลักษณ์พิสดารที่สุดก็คือลำต้นของมัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสุนัขจิ้งจอกที่กำลังชูคอขึ้นสูง
ใช่แล้ว มันคือสุนัขจิ้งจอก และลวดลายบนเปลือกไม้ก็สลักเสลาเป็นโครงหน้าของสุนัขจิ้งจอกได้อย่างประณีตบรรจง แต้มสีฟ้าสองจุดตรงนั้นดูราวกับเป็นดวงตาที่มีชีวิตจริงๆ
บนพื้นดินของศาลเจ้าจิ้งจอกนารุคามิ มีกลีบดอกไม้สีชมพูจับตัวหนาแน่นคล้ายสายหมอกกระจายอยู่ทั่ว ใช่ว่าเรียวกิ ชิกิ จะไม่เคยพยายามลองสัมผัสกับกลีบดอกซากุระสายฟ้าเหล่านั้น แต่นางไม่มีพลังธาตุสายฟ้า ทุกครั้งที่นางขยับกายเข้าใกล้ ดอกซากุระเหล่านี้ก็มักจะกระจัดกระจายหายไปเสมอ
"เฮ้อ..."
ภายใต้ต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์ เรียวกิ ชิกิ ยืนอยู่เบื้องหน้าร่างต้นอันหนาทึบ พลางพินิจพิจารณาลวดลายสีฟ้าบนนั้นอย่างละเอียด
จะอธิบายอย่างไรดี มันช่างแปลกประหลาดนัก ทั้งที่เป็นของแข็งแท้ๆ แต่กลับไหลเวียนอยู่บนลำต้นราวกับเป็นของเหลว
เรียวกิ ชิกิ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปสัมผัส ทันใดนั้น ความรู้สึกคล้ายถูกกระแสไฟฟ้าช็อตก็แล่นปราดจากปลายนิ้วและหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของนางในพริบตา
ทัศนียภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนและถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่ ศาลเจ้าจิ้งจอกนารุคามิก็เลือนหายไปจากสายตา ถูกแทนที่ด้วยห้วงมิติอันแปลกประหลาด
ต้นซากุระขนาดใหญ่ยักษ์เติบโตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ กลีบดอกไม้ทับถมกันจนกลายเป็นทะเลบุปผาสีชมพูอันกว้างใหญ่ และใจกลางทะเลบุปผานั้น มีสตรีนางหนึ่งยืนเด่นเป็นสง่า หน้าตาของนางเหมือนกับไรเดนโชกุนไม่ผิดเพี้ยน
"ไรเดนโชกุน!? ไม่ใช่สิ ไม่ถูกต้อง!"
แม้ว่าสตรีเบื้องหน้าจะมีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายไรเดน เอย์ ราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่นางกลับสวมชุดกิโมโนฟุริโซเดะสีขาวสะอาดตา และมีถุงน่องผ้าไหมสีขาวปกคลุมเรียวขาไว้
นางไม่ใช่ไรเดน เอย์ หากแต่เป็น...
"ไรเดน มาโกโตะ..."
"นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะรู้จักนามของข้าด้วย แม่นางน้อย" ไรเดน มาโกโตะ เอ่ยขึ้น
"!"
เรียวกิ ชิกิ สะดุ้งตกใจกับคำพูดที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และที่สำคัญที่สุด เหตุใดอีกฝ่ายถึงสามารถสนทนาได้เล่า
"ที่นี่คือโลกภายในของต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าข้าย่อมพูดได้" ไรเดน มาโกโตะ ดูเหมือนจะมีความสามารถในการอ่านใจ เพราะถึงแม้เรียวกิ ชิกิ จะยังไม่ได้อ้าปาก แต่นางก็ล่วงรู้ว่าหญิงสาวต้องการจะเอ่ยสิ่งใด
"ท่านล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ แล้วสิ่งนี้มันคือ..."
"ข้าเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่ ในรอบห้าร้อยปีมานี้ เจ้าเป็นคนแรกที่ก้าวล่วงเข้ามาในมิติแห่งนี้ ดังนั้นจึงมีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าอยากจะฝากฝังไว้กับเจ้า"
"น้องสาวของข้าได้ก้าวเข้าสู่หนทางที่ไม่มีวันหวนกลับ ไม่ช้าก็เร็ว นางจะต้องเผชิญกับจุดจบอันน่าโศกเศร้า ข้าจึงอยากจะขอร้องให้เจ้าช่วยดึงรั้งนางกลับมาที"
"เวลาของข้าเหลืออยู่ไม่มากแล้ว คิดเสียว่าเป็นหารช่วยทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของคนตายเป็นจริง จะได้หรือไม่"
ไรเดน มาโกโตะ ค่อยๆ ก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว ทว่ายังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ให้คำตอบ ร่างกายของนางทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นจุดแสงสีทองอร่าม และหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเด็กสาวไปในทันที
เหลือทิ้งไว้เพียงน้ำเสียงอันแผ่วเบาที่สะท้อนก้องอยู่ในมิติแห่งนี้:
"ข้าดูออกว่าเจ้าเป็นเด็กดี ดังนั้นพลังที่หลงเหลืออยู่นี้ ข้าขอมอบมันให้แก่เจ้า และสุดท้ายนี้ น้องสาวของข้า... ได้โปรด..."
"เดี๋ยวก่อน รอประเดี๋ยวสิ!"
เรียวกิ ชิกิ ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าสิ่งใดไว้ ทว่าในวินาทีถัดมา กลีบดอกซากุระนับไม่ถ้วนที่ร่ายรำอยู่รอบตัวก็เข้ามารุมล้อมนางไว้ เมื่อทัศนียภาพกลับคืนสู่สภาวะปกติ นางก็กลับมาประทับยืนอยู่ที่ศาลเจ้าจิ้งจอกนารุคามิแล้ว
มือของนางยังคงค้างอยู่ในตำแหน่งเดิม สัมผัสอยู่กับลำต้นของต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเรื่องราวเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่ง
แต่ทว่า กระแสไฟฟ้าสีทองอร่ามที่ไหลเวียนอยู่รอบกายของนาง เป็นสิ่งยืนยันว่าทุกอย่างคือความจริง
เรียวกิ ชิกิ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป สายฟ้าสีทองหมุนวนไปมาอยู่ระหว่างซอกนิ้วของนางราวกับงูตัวน้อยที่เชื่องเชื่อ นี่คือพลังที่ได้รับมอบมาจากไรเดน มาโกโตะ
เพียงแต่พลังนี้ยังอ่อนแรงอยู่บ้าง ตามความคาดคะเนของเรียวกิ ชิกิ มันมีอานุภาพใกล้เคียงกับพลังจากวิชั่นเท่านั้น
หากจะบอกว่าเป็นพลัง สู้บอกว่าไรเดน มาโกโตะ ได้มอบเมล็ดพันธุ์ไว้ให้นางจะถูกต้องกว่า นางจำเป็นต้องดูแลเมล็ดพันธุ์นี้ให้ดีเพื่อให้มันหยั่งรากฝังลึกและเจริญเติบโต จนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาในวันข้างหน้า
'ตอนนี้ข้าก็มีพลังธาตุกับเขาด้วยงั้นหรือ'
เรียวกิ ชิกิ รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ดูราวกับความฝัน นางเพียงแค่สัมผัสต้นซากุระศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับได้รับพลังจากเทพเจ้าเสียอย่างนั้น
"เป็นไปตามคาด การที่อิโอรอยสามารถพังทลายผนึกออกมาได้ เป็นเพราะเจ้าจริงๆ สินะ"
น้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของยาเอะ มิโกะ ดังขึ้นทำเอาเรียวกิ ชิกิ สะดุ้งโหยง นางรีบเก็บประกายสายฟ้าเหล่านั้นลงไปทันที ก่อนจะหันกลับไปมองจิ้งจอกผมสีชมพูตนนี้
"ไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นหรอก เมื่อครู่นี้ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วล่ะ~"
"การขับเคลื่อนพลังธาตุได้โดยไม่ต้องพึ่งพาวิชั่น... หากเอย์มาเห็นเข้า คงจะสั่งจับกุมเจ้าในทันทีเป็นแน่!"
ยาเอะ มิโกะ ใช้มือลูบคาง ดวงตาจิ้งจอกของนางเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกล ไม่รู้ว่านางกำลังวางแผนการกลั่นแกล้งสิ่งใดอยู่อีกหรือไม่
เมื่อเห็นว่านางมาเพียงลำพัง เรียวกิ ชิกิ จึงเอ่ยถาม "อิโอรอยล่ะ"
"นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใส่ใจเจ้าทานุกิซื่อบื้อตัวนั้นถึงเพียงนี้ ส่วนเขาน่ะหรือ ตอนนี้เขาก็ยังคงพูดคุยอยู่กับข้าตรงนี้อย่างไรเล่า~" ยาเอะ มิโกะ เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาจิ้งจอกของนางหยีลงทันที
เรียวกิ ชิกิ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกเช่นนี้ช่างน่าอึดอัดใจยิ่งนัก หากนางไม่ระมัดระวัง ความลับของนางคงถูกอีกฝ่ายคาดเดาจนหมดสิ้นเป็นแน่
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ข้ากับอิโอรอยมาที่นี่ก็เพื่อพิธีชำระล้างซากุระศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของเขา"
"เรื่องพิธีชำระล้างซากุระศักดิ์สิทธิ์น่ะไม่เท่าไรหรอก ขอแค่มีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนทำหรือข้าเป็นคนทำมันก็ไม่ต่างกัน สิ่งที่ข้าสนใจมากกว่าก็คือ เจ้าทำลายผนึกนั่นได้อย่างไรต่างหาก" ยาเอะ มิโกะ เอ่ยพลางโบกมือ
"ไม่มีวิชั่น ไม่มีวิชาองเมียวจิ และเจ้าก็เพิ่งจะได้รับวิธีควบคุมพลังธาตุสายฟ้ามาเมื่อครู่นี้เอง... ในฐานะมนุษย์ธรรมดา เจ้าอาศัยสิ่งใดในการทำลายผนึกที่คามูนะ ฮารุโนสุเกะ เป็นคนร่ายไว้กันแน่"
ยาเอะ มิโกะ เดินวนเวียนรอบตัวเด็กสาว นางเดินสำรวจอยู่รอบหนึ่งแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเป็นพิเศษ นอกจากความรู้สึกว่านางดูว่างเปล่าอยู่บ้าง
"หรือว่าจะพึ่งพาดาบผุๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งแร่หินโลหะศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นกันล่ะ"
"เลิกหยั่งเชิงข้าเสียที เจ้าอยากรู้นักใช่ไหมว่าข้าใช้วิธีใดในการทำลายผนึก ข้าจะบอกให้ก็ได้!"
หลังจากกล่าวจบ เรียวกิ ชิกิ ก็ชักดาบคุจิ คาเนซาดะ ออกมาอย่างฉับพลัน ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นเนตรมรณะที่ถักทอด้วยแสงสีแดงและสีน้ำเงิน จากนั้นนางก็ตวัดดาบคุจิ คาเนซาดะ ฟันฉับลงไป ตัดขาดคาถาอาคมที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ตัวนางจนขาดสะบั้นในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เมื่อได้เห็นดวงตาคู่ดันกล่าวของเด็กสาว เส้นขนทั่วร่างของยาเอะ มิโกะ ก็ลุกชันขึ้นมาทันที นางรีบก้าวถอยหลังไปหลายก้าวราวกับได้พบเห็นสิ่งลี้ลับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น คาถาอาคมที่นางเพิ่งใช้เพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ พังทลายลงโดยตรงอย่างไร้ชิ้นดี ไม่มีหนทางที่จะฟื้นฟูกลับคืนมาได้อีก ทำได้เพียงแค่ต้องร่ายขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเท่านั้น
"ดวงตาคู่นั้นของเจ้า... ดวงตาคู่นั้นมันคือตัวอะไรกันแน่!?"