เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ตระกูลคามิซาโตะ

บทที่ 20 ตระกูลคามิซาโตะ

บทที่ 20 ตระกูลคามิซาโตะ


บทที่ 20 ตระกูลคามิซาโตะ

"อย่างนั้นหรือ แม่นางน้อยท่านนั้นต้องการขอพักค้างแรมสินะ ถ้าเช่นนั้นก็ให้นางพักที่ห้องรับรองเถิด ตระกูลคามิซาโตะไม่ได้ใจแคบถึงขนาดจะต้อนรับผู้ที่มาขอพักอาศัยไม่ได้" คามิซาโตะ อายากะ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวลา ขอคุณหนูอายากะพักผ่อนให้เต็มที่เถิด"

มาดาราเมะ เฮียคุเบอิ โค้งคำนับแล้วเดินจากไป ทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูห้อง ชายร่างสูงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด

"โทมะ"

"ข้าอยู่นี่ครับคุณหนู" ชายหนุ่มผมทองขานรับ

"ไปดูแลแขกของเราที แล้วก็ช่วยเตรียมอาหารให้นางด้วยนะ"

แม้ปากจะบอกว่าให้ไปดูแล แต่นั่นก็แฝงไปด้วยการเฝ้าระวังอยู่กลายๆ ความเมตตากรุณานั้นไม่ได้แปลว่าความโง่เขลา เมื่อประเมินจากดาบที่นางพกติดตัวก็เห็นได้ชัดว่าผู้มาเยือนมีฝีมือในเชิงยุทธ และโทมะซึ่งเป็นผู้มีเนตรเทพย่อมสามารถสยบนางได้อย่างแน่นอน

ผู้มีเนตรเทพย่อมสามารถสยบมนุษย์ธรรมดาได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นความจริงที่รับรู้กันทั่วทั้งทวีปทีวัต ไม่ว่าผู้ครอบครองเนตรเทพจะอ่อนแอเพียงใด แต่ความสามารถในการควบคุมพลังแห่งธาตุก็คือเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน

โทมะเดินออกจากห้องและมาถึงลานบ้าน ในเวลานี้เรียวกิ ชิกิ ถูกนำตัวเข้ามาในบริเวณลานบ้านโดยมาดาราเมะ เฮียคุเบอิ แล้ว และโทมะก็สังเกตเห็นนางได้ในทันที

มันช่วยไม่ได้จริงๆ ท่ามกลางกลุ่มผู้คุ้มกันที่มีหน้าตาธรรมดาสามัญ หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามไม่แพ้คุณหนูของเขาย่อมโดดเด่นสะดุดตา หากไม่สังเกตเห็นสิถึงจะแปลก

"ยินดีที่ได้พบครับ ข้าชื่อโทมะ เป็นพ่อบ้านของตระกูลคามิซาโตะ อีกสักครู่ข้าจะนำท่านไปยังห้องพัก"

"ยินดีที่ได้พบเช่นกัน ข้าชื่อเรียวกิ ชิกิ ต้องขอบคุณตระกูลคามิซาโตะมากที่ช่วยรับรองข้าไว้ มิฉะนั้นคืนนี้ข้าคงไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องที่นอนอย่างไรดี"

เรียวกิ ชิกิ เอ่ยขอบคุณ นางไม่มีที่นอนจริงๆ หรือ ย่อมไม่ใช่แน่นอน เพราะด้วยจุดเคลื่อนย้ายมิตินั้น นางสามารถเคลื่อนย้ายกลับไปยังหมู่บ้านคอนดะเมื่อใดก็ได้

แต่ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ นางต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลคามิซาโตะ แม้ว่าการมาขอพักแรมจะสร้างความรบกวนให้พวกเขาอยู่บ้าง แต่มันก็ช่วยเปิดประเด็นสำหรับการติดต่อกับตระกูลคามิซาโตะในภายภาคหน้า

"ไม่เป็นไรเลยครับ คุณหนูเรียวกิ ท่านต้องการอาหารบ้างหรือไม่ ในห้องครัวยังคงมีขนมว่างเหลือู่อยู่อีกมาก"

"หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ข้าก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี"

มันค่อนข้างน่าอายที่จะยอมรับ แต่เรียวกิ ชิกิ ยังไม่ได้กินอาหารเย็นเลย นางกล้าพนันได้เลยว่าหากนางตอบปฏิเสธไป ท้องของนางจะต้องส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างแน่นอน

ตอนนี้มันยังไม่ร้องเพราะรักษามารยาทอยู่ แต่หากนางฝืนทนต่อไปแล้วมันส่งเสียงดังขึ้นมา นั่นคงจะน่าอับอายเกินไป

"ไม่รบกวนเลยครับ ขอเพียงมันถูกนำไปใช้ประโยชน์ก็พอแล้ว เพราะอย่างไรเสียหลังจากผ่านพ้นวันนี้ไป ขนมพวกนี้ก็ต้องถูกทิ้งอยู่ดี" โทมะโบกมือพลางพูดด้วยท่าทีสบายๆ

ภายใต้การนำทางของโทมะ เรียวกิ ชิกิ มาถึงห้องพักที่อยู่ริมสุดของชั้นสอง

บอกได้คำเดียวว่าตระกูลผู้มั่งคั่งนั้นสมคำร่ำลือจริงๆ ห้องนี้ดีกว่าห้องในบ้านของเทจิมะมากนัก

ยกตัวอย่างเช่นโต๊ะธรรมดาที่สุด ตระกูลคามิซาโตะก็ยังใช้ไม้ดอกฝันคุณภาพดี เรียวกิ ชิกิ ถึงกับได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกซากุระโชยมาจากมัน

ส่วนโต๊ะในบ้านของเทจิมะนั้น...

เรียวกิ ชิกิ คิดว่าการไม่จัดมันให้อยู่ในประเภทเศษไม้ก็นับว่าเมตตามากแล้ว

"อืม... ความรู้สึกเหมือนว่าความเปลี่ยนแปลงตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมานี้จะไม่ได้มากมายอะไรนัก ตระกูลคามิซาโตะก็ยังคงเหมือนเดิมเหมือนในยุคของข้าเลย" อิโอรอยเอ่ยขณะนั่งลงบนเสื่อทาทามิ

"ตระกูลคามิซาโตะดำรงตำแหน่งสำนักยาชิโระมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังนั้นย่อมไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักหรอก"

"แต่เมืองอินาซึมะนั้นต่างออกไป ที่นั่นคือศูนย์กลางของอินาซึมะ อย่าว่าแต่ห้าร้อยปีเลย เพียงแค่สิบปีก็เพียงพอที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแล้ว"

เรียวกิ ชิกิ ตั้งตารอที่จะได้เห็นว่าอิโอรอยจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อไปถึงเมืองอินาซึมะ ต้องจำไว้ว่าเมื่อยามที่ไรเดน เอย์ ออกมาจากแดนวิสุทธิ์แห่งใจแล้วเข้าไปในเมืองอินาซึมะ นางยังทำตัวราวกับคนบ้านนอกเข้ากรุงเลยทีเดียว

แล้วถ้าเป็นอิโอรอยเล่า ควรจะเรียกว่าอะไรดี เจ้าหนุ่มบ้านนอกงั้นหรือ

หลังจากนั้นไม่นาน โทมะก็นำขนมว่างมาส่ง ในระหว่างนี้เขาก็ได้ชวนคุยกับนาง โดยส่วนใหญ่แล้วต้องการสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม เรียวกิ ชิกิ ก็ยินดีที่จะตอบ เพราะอย่างไรเสียมันก็เป็นเพียงข้อมูลที่ไม่สลักสำคัญอะไร

เรื่องพรรค์อย่างเช่นนางร่ำเรียนมาจากสำนักใด หรือนางมีความแข็งแกร่งระดับไหน มันไม่ได้สำคญอะไรเลย การบอกออกไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

"คุณหนูครับ ข้ามีเรื่องบางอย่างที่ค้นพบเกี่ยวกับผู้ที่มาขอพักแรมในคืนนี้ครับ" โทมะเอ่ยหลังจากเดินเข้ามาในห้องหนังสือ

"ท่านยังจำนิตยสารที่ตีพิมพ์โดยร้านโอกุระเมื่อหนึ่งเดือนก่อนได้หรือไม่ นางแบบรับเชิญพิเศษที่กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองอินาซึมะก็คือบุคคลที่มาขอพักแรมนี่เองครับ"

"ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ข้าประหลาดใจก็คือนางแบบผู้นี้ยังเป็นนักดาบที่มีฝีมือสูงส่งอีกด้วย ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคมกริบที่แผ่ออกมาจากตัวนาง"

ในฐานะนักรบ ประสาทสัมผัสของโทมะต่อกลิ่นอายย่อมเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะ

แม้ว่าหญิงสาวจะซ่อนมันไว้ลึกมาก แต่เขาก็ยังคงสามารถตรวจพบมันได้อยู่ดี

"โอ้? ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ข้าไม่คิดว่าการมาเยือนของนางในครั้งนี้จะเป็นเพียงการมาขอพักแรมธรรมดาหรอกนะ โทมะ บางทีตระกูลคามิซาโตะอาจจะได้มิตรภาพจากยอดฝีมือเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งก็เป็นได้"

คามิซาโตะ อายากะ หัวเราะออกมาเบาๆ นางรู้ดีว่าบุตรชายคนโตของตระกูลคุโจนั้นหลงใหลในตัวนางมาก แต่นักดาบผู้แข็งแกร่งจะยอมลดตัวลงมาเป็นภรรยาของใครอย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ

คามิซาโตะ อายากะ ไม่คิดเช่นนั้น อย่างน้อยนางก็มั่นใจว่าเรียวกิ ชิกิ จะไม่มีวันยอม มิฉะนั้นนางคงไม่หลบเลี่ยงที่จะไม่ปรากฏตัวในเมืองอินาซึมะจนถึงตอนนี้หรอก

ดังนั้น การที่อีกฝ่ายไม่ต้องการพัวพันกับบุตรชายคนโตของตระกูลคุโจ จึงทำให้การมาพักแรมที่นี่ของนางเป็นเรื่องที่น่าไตร่ตรองยิ่งนัก

ตระกูลคุโจอันยิ่งใหญ่ย่อมไม่สร้างเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่เพียงเพราะสตรีนางเดียว และแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยอมตัดความสัมพันธ์กับตระกูลคามิซาโตะเพราะเรื่องของนาง

ตระกูลคามิซาโตะสามารถรับประกันได้ว่าตระกูลคุโจจะไม่ใช้อำนาจของตระกูลมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่เรียวกิ ชิกิ แต่การที่ตระกูลคามิซาโตะจะลงมือช่วยเหลือหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับว่าหญิงสาวผู้นี้ควรค่าแก่การผูกมิตรอย่างลึกซึ้งหรือไม่

คามิซาโตะ อายากะ เชื่อว่าตราบใดที่นางมีคุณธรรมและความประพฤติที่เที่ยงตรงพอ ต่อให้หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ นางก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อขัดขวางตระกูลคุโจอยู่ดี

แต่หากนางมีความประพฤติที่ชั่วร้าย อย่าว่าแต่ช่วยเหลือเลย การทำเป็นไม่รู้จักกันย่อมเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

"โทมะ คราวหน้าหากคุณหนูเรียวกิมาอีก โปรดแจ้งให้ข้าทราบด้วยนะ" คามิซาโตะ อายากะ กล่าว

"เอ๋? คุณหนูครับ ท่านมีเรื่องอันใดจะสนทนากับนางหรือครับ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปตามนางมาในเช้าวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ ใครจะไปรู้ว่านางจะมาอีกเมื่อใดกัน" โทมะถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

"ไม่ ต้องรอจนถึงคราวหน้าเถิด และพวกเราคงไม่ต้องรอนานนักหรอก เรื่องบางเรื่องย่อมต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้เอ่ยปากพูดเองจึงจะดูมีความจริงใจ มิใช่หรือ"

คามิซาโตะ อายากะ ยิ้มอย่างอ่อนโยน นางจะปล่อยให้ตนเองได้ประเมินคุณลักษณะของอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องรับรองที่อยู่อีกด้านหนึ่ง...

"เฮ้ อิโอรอย หยุดแย่งข้ากินได้แล้วจะได้ไหม คืนนี้ข้ายังไม่ได้กินอาหารเย็นเลยนะ!"

ขณะที่เรียวกิ ชิกิ พูดเช่นนั้น นางก็คว้าคอเสื้อด้านหลังของอิโอรอยขึ้นมา เมื่อเห็นดังนั้น อิโอรอยก็รีบกลืนขนมในปากลงคอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า

"เจ้าเพิ่งจะอดไปแค่คืนเดียวเอง ส่วนข้าไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งห้าร้อยปีเต็มๆ เลยนะ!"

"เอ้า ก็เจ้าไม่ได้กินมาตั้งห้าร้อยปีอยู่แล้วนี่ ดังนั้นวันนี้จะกินหรือไม่กินมันก็ไม่ต่างกันหรอกใช่ไหม อีกอย่างข้าเป็นมนุษย์ส่วนเจ้าเป็นภูตผี เจ้าสามารถอยู่ได้ตั้งห้าร้อยปีโดยไม่กินไม่ดื่มก็ไม่เป็นไร แต่หากข้าขาดมื้อนี้ไป ข้าต้องหิวตายแน่ๆ!"

เรียวกิ ชิกิ วางอิโอรอยลงข้างๆ และถือโอกาสแย่งขนมในมือของเขามาด้วย

"มันก็จริง... ไม่ใช่สิ ไม่ใช่! ที่บอกว่าวันนี้จะกินหรือไม่กินก็ไม่ต่างกันน่ะหมายความว่าอย่างไรกัน ภูตผีก็ต้องการกินของอร่อยเพื่อแก้กระหายอยากเหมือนกันนะ!"

จบบทที่ บทที่ 20 ตระกูลคามิซาโตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว