เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ดานุกิแสนซื่อ

บทที่ 19 ดานุกิแสนซื่อ

บทที่ 19 ดานุกิแสนซื่อ


บทที่ 19 ดานุกิแสนซื่อ

ในฐานะดานุกิผู้รักสนุก ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่อิโอรอยจะหนีเอาตัวรอดไปเพียงลำพัง แล้วทิ้งให้ดานุกิตัวอื่นๆ ถูกผนึกอยู่ในรูปปั้นหิน

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะผู้นำเผ่าพันธุ์ดานุกิ เขาเปลี่ยนใจที่จะเสวยสุขอยู่เพียงผู้เดียวไม่ได้อยู่แล้ว

"เจ้าหมายถึงสิ่งนี้หรือ" เรียวกิ ชิกิ แกล้งลากเสียงยาวพลางลูบพุงของอิโอรอยต่อไป "อาคมสะกดเผ่าพันธุ์ดานุกิของเจ้านั้นพึ่งพาผ้ายันต์นั่นทั้งหมด ในฐานะที่เจ้าเป็นร่างหลัก เจ้าจึงรับผลของมันไปถึงเก้าในสิบส่วน เมื่อร่างหลักพังทลายลง อีกไม่นานพวกดานุกิตัวน้อยเหล่านั้นก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเอง"

อิโอรอยเอ่ย "โอ้ เป็นเช่นนั้นร็อกหรือ"

อิโอรอยแสดงท่าทีว่าแม้ตนจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอันมาก ดังนั้นตามความหมายของแม่นางน้อย ก็แปลว่าพวกพ้องของเขาจะหลุดจากผนึกในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วน่ะสิ

"ถ้าอย่างนั้น เจ้าช่วยหดตัวลงหน่อยได้ไหม คืนนี้ข้ายังต้องหาที่พักแรมอยู่"

ความหมายนัยๆ ก็คือรูปร่างเช่นนั้นของเขาจะทำให้ผู้อื่นตกใจเอาได้ แม้อิโอรอยจะซื่อบื้อไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลาจนฟังความหมายนั้นไม่ออก

อีกทั้งเขายิ่งเพิ่งรับปากแม่นางน้อยไปว่า หากพวกพ้องหลุดจากผนึกแล้วเขาจะยอมหดตัวลง

"ฮี่ฮี่! ถ้าอย่างนั้นก็จงดูให้ดีละกัน!"

อิโอรอยประกบมือเข้าด้วยกัน กระโดดขึ้นและม้วนตัวกลับหลังกลางอากาศ ทันทีที่เขากำลังจะร่อนลงพื้น ควันโขมงหนึ่งก็พลันพวยพุ่งขึ้นมา เขากลายร่างเป็นดานุกิขนาดเท่าตัวปกติทั่วไปแล้ว

ส่วนชามใบใหญ่ที่เขาเคยใช้ดื่มสุรา บัดนี้ถูกสวมไว้บนหัวราวกับหมวก และแน่นอนว่าผ้าพันคอสีน้ำเงินเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาก็ยังคงอยู่

"สำเร็จแล้ว! วิชาแปลงกายของข้าเป็นอย่างไรบ้าง" อิโอรอยเท้าสะเอวเลียนแบบท่าทางมนุษย์พลางทำหน้าตาภาคภูมิใจ

ทว่าเรียวกิ ชิกิ กลับรู้สึกว่าไม่ว่าอิโอรอยจะทำสีหน้าอย่างไร มันก็ดูซื่อบื้อไปเสียหมด เป็นพวกตลกขบขันโดยแท้

"โอ้โห ตัวเจ้าหดเล็กลงจริงๆ ด้วย!" เรียวกิ ชิกิ อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจแกมเอ็นดู อาจารย์คะ ข้าอยากเรียนวิชานี้บ้างจัง

"มันก็แน่อยู่แล้ว! วิชาแปลงกายของข้าน่ะเป็นหนึ่งไม่มีสองในอินาซึมะ ขนาดเจ้าจิ้งจอกเหม็นนั่นยังต้อง... เฮ้ๆๆ เจ้ากำลังจะทำอะไรน่ะ!"

เรียวกิ ชิกิ ยื่นมือออกไปคว้าตัวอิโอรอยมากอดไว้ทันที จากนั้นก็ยกเขาขึ้นสูงราวกับสิงโตน้อยซิมบ้า

"ตัวเจ้าเบาลงด้วยนะเนี่ย ช่างน่าอัศจรรย์ใจแท้ๆ"

"ข้าบอกแล้วไงว่าวิชาแปลงกายของข้า... ไม่ใช่สิ ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

อิโอรอยเริ่มดิ้นรนขัดขืนขณะที่พูด แต่สำหรับหญิงสาวผู้เคยปราบหมาแมวมานับไม่ถ้วนบนโลกมนุษย์แล้ว เขาคิดจริงๆ หรือว่าจะหลุดรอดไปได้

ถึงอย่างไรดานุกิก็มีนิสัยไม่ต่างจากแมวหรอก!

เรียวกิ ชิกิ ใช้นิ้วโป้งดีดเบาๆ ทีหนึ่ง อิโอรอยก็พลันหมดแรงอ่อนระทวยไปทั้งตัว

"ลอยขึ้นไปเลย!"

"อ๊ากกก! เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน!"

อิโอรอยล้มเลิกที่จะคิดหาเหตุผลอีกต่อไป

เมื่อราตรีมาเยือน ฮงดะกำลังยืนหาวอยู่หน้าสำนักคามิซาโตะ แม้ว่าในฐานะตัวแทนของสำนักยาชิโระเขาไม่ควรแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมา แต่เขาก็ไม่อาจต้านทานความง่วงงุนได้ไหว

ฤดูร้อนเช่นนี้มีแต่ยุงชุม และเนื่องจากตระกูลคามิซาโตะตั้งอยู่บนลาดเขา ฮงดะจึงรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยตุ่มยุงกัด

"เฮ้อ... เจ้ายุงบ้าพวกนี้ ทำไมถึงมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ในโลกกันนะ"

ทั้งง่วงทั้งคันจนฮงดะอยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองสักที ทำไมเขาต้องมารับเวรดึกแทนที่จะเลือกเวรกลางวันดีๆ ด้วยนะ มันคุ้มกับเงินเพียงเล็กน้อยนี้หรืออย่างไร!

ฮงดะบ่นพึมพำกับตัวเอง ทว่าทันใดนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลง มือจับไปที่ด้ามดาบข้างกาย

วันนี้ทัศนวิสัยค่อนข้างดี เมื่ออาศัยแสงจันทร์ฮงดะจึงมองเห็นร่างหนึ่งเดินออกมาจากป่าชินจูอยู่รำไร หากประเมินจากรูปร่างอันอ้อนแอ้นแล้วน่าจะเป็นสตรี และข้างกายของนางก็คือ...

เอ่อ... นั่นมันดานุกิใช่หรือไม่

นี่เป็นครั้งแรกที่ฮงดะได้เห็นการจับคู่ที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ดานุกิไม่ใช่สิ่งพบเห็นได้ยากในอินาซึมะ อาจกล่าวได้ว่ามีอยู่ทั่วไปทุกหนแห่งด้วยซ้ำ

ดานุกิไม่กลัวคน และบางครั้งยังชอบเล่นสนุกกับมนุษย์ด้วย แต่โดยธรรมชาติของพวกมันที่รักความสำราญและซุกซน ย่อมไม่มีวันเดินตามมนุษย์ต้อยๆ เช่นนี้แน่

และแน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังก็คือดาบคาตานะที่เหน็บอยู่ตรงเอวของหญิงสาวผู้นั้น

การมาเดินเตร่หน้าประตูบ้านผู้อื่นในยามวิกาลพร้อมกับพกอาวุธติดตัว ย่อมทำให้ทุกคนต้องระแวดระวังเป็นธรรมดา

เมื่อต้องแสงจันทร์ ฮงดะก็มองเห็นรูปร่างหน้าตาของหญิงสาว อืม นางงดงามมากทีเดียว ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหนูเลย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความระแวดระวังของเขาลดน้อยลงไป

ในฐานะผู้คุ้มกันของตระกูลคามิซาโตะ เขามีโอกาสได้เห็นคุณหนูของตนเองร่ายรำดาบอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเขาจึงรู้ซึ้งดีว่าไม่ควรตัดสินความแข็งแกร่งของบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือเพศเป็นอันขาด

ดังนั้นเมื่อทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันราวยี่สิบเมตร ฮงดะจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แม่นาง ที่นี่คือสำนักคามิซาโตะ โปรดแจ้งจุดประสงค์ของท่านด้วย"

"จุดหมายปลายทางของข้าคือศาลเจ้าใหญ่นารุคามิ แต่ข้าคำนวณเวลาเดินทางผิดพลาดไปเสียหน่อย จึงหวังว่าจะขอพักค้างแรมที่ตระกูลคามิซาโตะสักคืน"

"ข้าจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้ หวังว่าท่านจะช่วยเข้าไปแจ้งคนข้างในให้ที"

เรียวกิ ชิกิ สอดมือทั้งสองข้างไว้ในแขนเสื้ออันกว้างขวาง ไม่ได้จับอยู่ที่ดาบ การทำเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่านางไม่มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด

และก็เป็นไปตามคาด สีหน้าของฮงดะผ่อนคลายลงไปมากหลังจากได้เห็นเช่นนั้น ทว่าเพื่อความปลอดภัย เขายังคงเลือกที่จะแจ้งให้สหายด้านในลานบ้านทราบ โดยที่ตัวเขายังคงจับตาดูหญิงสาวต่อไป

"ข้าได้ส่งคนไปแจ้งแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าท่านจะสามารถพักค้างแรมได้หรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งผู้คุ้มกันตัวเล็กๆ อย่างข้าจะตกลงใจเองได้" ฮงดะกล่าวพลางโบกมือ

สำนักยาชิโระมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของราษฎรในอินาซึมะ โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะไม่ปฏิเสธคำขอจากชาวบ้านธรรมดาโดยตรง

แต่สำหรับผู้ที่มีอาวุธติดตัวและต้องการมาพักแรมที่ตระกูลคามิซาโตะ เรื่องเช่นนี้ยังคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

"แค่นั้นก็พอแล้ว ขอบใจท่านมาก"

เมื่อพูดจบ เรียวกิ ชิกิ ก็หยิบเงินห้าร้อยโมราออกมาจากถุงเงินที่พกติดตัวแล้วยื่นให้ฮงดะ ในเมื่อเขาช่วยเข้าไปรายงานให้ด้วยความหวังดี การมอบสิ่งตอบแทนให้ย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว

หากคิดจะเดินทางบนเส้นทางของทีวัตอันแปลกตาแต่ทว่าคุ้นเคยสายนี้ มารยาททางสังคมบางอย่างย่อมมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

คนเราย่อมไม่อาจทำตามแต่ในโลกเกมนิยายได้ทั้งหมด มนุษย์ย่อมมีจิตใจแปรเปลี่ยน และการสนทนาระหว่างผู้คนก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลือกไม่กี่ข้อเหล่านั้น

ฮงดะรับเงินโมรามาโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปร ทำไมเขาต้องมาเข้าเวรดึกด้วยเล่า ก็เพื่อเงินมิใช่หรือ ในเมื่อมีคนเอามาให้เปล่าๆ หากไม่รับไว้เขาก็คงเป็นคนโง่เต็มทน

ในขณะเดียวกัน ณ บริเวณลานบ้าน มาดาราเมะ เฮียคุเบอิ กำลังตกอยู่ในความครุ่นคิด หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตกลงใจที่จะไปแจ้งเรื่องนี้ให้คุณหนูทราบ

เขาเป็นเพียงผู้ติดตามของตระกูลคามิซาโตะ ไม่ใช่เจ้าบ้านหลังนี้ เรื่องการเข้าพักแรมย่อมต้องให้คุณหนูผู้เป็นนายเป็นผู้ตกลงใจจึงจะเหมาะสมที่สุด

เขาอาจจะเสนอความเห็นได้ว่าควรให้นางเข้าพักหรือขับไล่ไป แต่เขาไม่มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจด้วยตนเองเป็นอันขาด

เมื่อคิดได้ดังนั้น มาดาราเมะ เฮียคุเบอิ จึงเดินมาถึงหน้าห้องของคามิซาโตะ อายากะ หลังจากเคาะประตูแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณหนูอายากะ มีเรื่องด่วนที่ต้องให้ท่านตัดสินใจขอรับ"

ภายในห้อง คามิซาโตะ อายากะ ซึ่งกำลังเตรียมสิ่งของสำหรับงานเทศกาลอยู่ ได้วางพู่กันในมือลง จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนอย่างนุ่มนวลเพื่อเปิดประตูออก

"มีเรื่องอันใดหรือ ท่านมาดาราเมะ"

น้ำเสียงอันอ่อนหวานดังขึ้น นี่คือเจ้าหญิงกระเรียนขาว เพียงแค่ได้ยินนางเอ่ยปากก็นับเป็นความเพลิดเพลินใจแล้ว

"เรื่องราวเป็นเช่นนี้ขอรับ..." มาดาราเมะ เฮียคุเบอิ อธิบายเรื่องราวที่มีผู้ต้องการมาขอพักค้างแรมให้ฟังโดยสังเขป

จบบทที่ บทที่ 19 ดานุกิแสนซื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว