- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร
บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร
บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร
ยอมแพ้?!
กงเปิ่นหย่งเจิ้งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก คนด้านล่างเวทีเองก็งุนงงไม่แพ้กัน
แม้แต่เฉียวซงยังแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้จนเกือบจะร่วงลงมา ใครสอนให้เธอทำแบบนี้กัน?
แต่การทำแบบนี้ดูเหมือนจะฉลาดไม่เบา รู้อยู่แก่ใจว่าสู้ไม่ได้ แทนที่จะดันทุรังสู้ต่อไปจนสุดท้ายถูกคู่ต่อสู้ตีจนตายหรือพิการ สู้ยอมแพ้ไปเลยยังจะดีซะกว่า
ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมมีความหวัง เพียงแต่มันค่อนข้างจะไร้ยางอายไปหน่อย
การกระทำที่ไร้ยางอายขนาดนี้......
เฉียวซงหันไปมองฉินเกอโดยสัญชาตญาณ
แล้วเขาก็เดาถูกจริงๆ ด้วย มันคือความคิดของฉินเกอ!
ก่อนที่เสิ่นอวี่หลานจะขึ้นเวที ฉินเกอก็ให้อวี๋จิงหงกำชับเสิ่นอวี่หลานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ขอเพียงกงเปิ่นหย่งเจิ้งขึ้นเวที ให้ยอมแพ้ทันที ห้ามลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
หน้าด้านแล้วยังไงล่ะ ถูกตีจนน้ำลายยืด ใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้ แบบนั้นมันมีหน้ามีตามากนักหรือไง?
แม้จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ในใจของเฉียวซงก็ยังคงรู้สึกสับสนปนเป ลูกศิษย์ที่ฟูมฟักมานับสิบปี อบรมสั่งสอนให้มีแต่ความเที่ยงธรรม กลับถูกชักนำให้เสียคนภายในเวลาไม่ถึงวันเนี่ยนะ?
ความจริงตั้งแต่ตอนที่เสิ่นอวี่หลานลุกขึ้นมาให้การปรักปรำอู่หนานจือ เฉียวซงก็พบความผิดปกติแล้ว เขารู้ว่านั่นคือฝีมือของฉินเกอกับหยางซินเอ๋อร์
ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ในเมื่อฉินเกอมีหลักฐานอยู่ในมือ ทำไมถึงไม่รีบเอาออกมา แต่กลับเลือกที่จะสู้กับเขาสักตั้ง หรือว่าแค่เพื่อจะอัดเขาสักที?
ฉินเกอมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าตัวเองจะต้องชนะแน่ๆ?
ความคิดของชายหนุ่มคนนี้ช่างเดายากเดาเย็นเหลือเกิน
"คุณเสิ่น คุณกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม?"
กงเปิ่นหย่งเจิ้งโกรธจนลมหายใจเริ่มถี่รัว เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะหักแขนหักขาของเสิ่นอวี่หลานต่อหน้าเฉียวซง แล้วกรีดบนตัวเธอสักหลายสิบแผล
สุดท้ายก็ทำลายวรยุทธ์ของเธอ ปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่สู้ตายเสียยังดีกว่า เพื่อเป็นการระบายความแค้นให้กับยอดฝีมือตงหยางสามคนที่ออกไปสู้ก่อนหน้านี้!
ผลคือคำว่ายอมแพ้เพียงคำเดียวของเสิ่นอวี่หลานก็ทำลายแผนการทั้งหมดของเขาจนย่อยยับ เขารับไม่ได้!
"ใครมีอารมณ์สุนทรีย์มาล้อนายเล่นกัน ฉันสู้ไม่ไหวแล้ว ยอมแพ้"
เสิ่นอวี่หลานเก็บกระบี่แล้วหันหลังกลับ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา เธอกระโดดลงจากเวทีประลองอย่างคล่องแคล่ว
กงเปิ่นหย่งเจิ้งถึงกับของขึ้นในพริบตา "คนของเราตายและบาดเจ็บไปถึงสามคน เธอจะบอกว่าไม่สู้ก็คือไม่สู้เลยงั้นเหรอ?"
เขากระโดดลงจากเวทีประลองตามเสิ่นอวี่หลานไปติดๆ ตวัดดาบฟันไปที่หลังศีรษะของเธอ กระบวนดาบนั้นดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก
"เคร้ง—"
ดาบในมือของกงเปิ่นหย่งเจิ้งถูกใครบางคนใช้กระบี่ปัดออกไป ทั้งคนทั้งดาบถูกกระแทกจนลอยกระเด็นกลับไปบนเวทีประลอง
หลังจากตกลงพื้น เขาก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าวถึงจะทรงตัวได้ แขนถูกกระแทกจนชาดิก แทบจะจับดาบเอาไว้ไม่อยู่
"เธอยอมแพ้แล้วนายยังจะลงมืออีก แถมยังลอบกัดจากด้านหลัง จะหน้าด้านไปถึงไหน?!"
อวี๋จิงหงก็ขึ้นมาบนเวทีประลองเช่นกัน เธอยืนเผชิญหน้ากับกงเปิ่นหย่งเจิ้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เสิ่นอวี่หลานเพิ่งจะรู้สึกตัว เธอหันกลับไปมองคนทั้งสองบนเวที แล้วมองดูปฏิกิริยาของแต่ละคนด้านล่างเวที ก็พอจะเดาออกคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีเมื่อครู่
"ขอบใจนะ จิงหง"
เธอส่งสายตาขอบคุณไปให้อวี๋จิงหง จากนั้นก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ฉินเกอ "จิงหงเธอสู้ไหวจริงๆ เหรอคะ?"
"วางใจเถอะ เรื่องกล้วยๆ!" เดิมทีฉินเกอก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าอวี๋จิงหงกับกงเปิ่นหย่งเจิ้งใครเก่งกว่าใคร แต่เมื่อกี้ตอนที่อวี๋จิงหงลงมือช่วยคน ฝีมือก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว
ตอนนี้เขาไม่ได้กังวลว่าอวี๋จิงหงจะสู้ไม่ได้ แต่กลับกังวลว่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งจะเลียนแบบ แล้วขอยอมแพ้ไปดื้อๆ มากกว่า
"กล้าลอบกัดแบบนี้ พวกแกเห็นฉันตายไปแล้วหรือไง?"
เฉียวซงยืนขึ้นแล้ว สายตาคมกริบจ้องมองไปยังกงเปิ่นหย่งเจิ้งบนเวทีประลอง พยายามข่มความรู้สึกที่อยากจะลงมืออัดอีกฝ่ายเอาไว้
เมื่อกี้ถ้าไม่ใช่อวี๋จิงหงชิงลงมือไปก่อนล่ะก็ ตอนนี้กงเปิ่นหย่งเจิ้งคงกลายเป็นศพไปแล้ว!
ฉินเกอเองก็คิดไว้แล้วว่าเฉียวซงจะต้องลงมือ และคงฆ่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งทิ้งซะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ช่วยประหยัดเรื่องไปได้เยอะ
แต่เขาก็ยังปล่อยให้อวี๋จิงหงเป็นคนลงมืออยู่ดี ใครจะรู้ล่ะว่าตาเฒ่าเฉียวซงนั่นจะเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า ขืนตอบสนองช้าไปแค่จังหวะเดียว เสิ่นอวี่หลานก็คงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ
"หัวหน้าเฉียว เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเองเถอะค่ะ!" อวี๋จิงหงกระชับกระบี่ในมือแน่น ปลายกระบี่ชี้ไปที่กงเปิ่นหย่งเจิ้ง "ฉันจะสู้กับนายเอง เซ็นสัญญาซะสิ!"
"เธอเป็นใคร?" กงเปิ่นหย่งเจิ้งยังคงหวาดผวากับกระบี่เมื่อครู่นี้ เขาจำได้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงสาวตรงหน้า ลังเลอยู่ว่าจะเลียนแบบเสิ่นอวี่หลานด้วยการยอมแพ้ไปเลยดีไหม
"อวี๋จิงหง" อวี๋จิงหงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา แฝงไปด้วยความดูแคลน "ฉันเป็นคนฆ่าอู่หนานจือเอง"
เธอรู้ว่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งเป็นศิษย์พี่ของเฉียวเปิ่นขุย จึงจงใจหยุดชะงักไปครู่ใหญ่ "แล้วเฉียวเปิ่นขุยก็ถูกฉันฆ่าเหมือนกัน!"
"เธอพูดว่าอะไรนะ?" กงเปิ่นหย่งเจิ้งเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้น "ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง!"
"ได้ ฉันจะสู้กับเธอ!"
ด้านล่างเวทีประลอง สายตาของเฉาอู่ที่อยากจะฆ่าคนนั้นปิดบังเอาไว้ไม่อยู่เลย
การที่วันนี้เขามาที่หออิงอู่พร้อมกับคนตงหยางถือเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เขาดูเหมือนตัวตลกจอมกระโดดโลดเต้นไม่มีผิด!
บัญชีแค้นนี้ แน่นอนว่าจะต้องไปคิดบัญชีกับเฉียวซง
เมื่ออวี๋จิงหงและคู่ต่อสู้เซ็นสัญญาเสร็จก็ลงมือสู้กันทันที บนเวทีประลองเต็มไปด้วยประกายดาบและเงากระบี่ที่ปะทะกันอย่างดุเดือด
คนหนึ่งอยากจะฆ่าอีกฝ่ายเพื่อแก้แค้นให้ศิษย์น้องของตัวเอง ส่วนอีกคนก็แค่อยากจะฆ่าคนเฉยๆ
จุดประสงค์นั้นแทบไม่ต่างกันเลย ต่างก็อยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ดังนั้นพอเริ่มปะทะกันก็งัดกระบวนท่าสังหารอันดุดันออกมาทันที
เสิ่นอวี่หลานจ้องมองเงาร่างของคนบนเวทีตาไม่กะพริบ ในใจรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง
นี่คือความแข็งแกร่งของระดับตี้ขั้นสูงสุดงั้นเหรอ ตัวเธอเองยังห่างชั้นอยู่อีกมากนัก!
เมื่อก่อนความแข็งแกร่งของอวี๋จิงหงกับเธอยังสูสีกันอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้ทิ้งห่างกันขนาดนี้ล่ะ?
ช่วงเวลาที่อวี๋จิงหงพักอยู่ที่หออิงอู่ เธออยากจะถามมาตลอด แต่พอเห็นสภาพของอวี๋จิงหงแล้ว เธอก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม
เฉียวซงเองก็กำลังจ้องมองอวี๋จิงหงอยู่เช่นกัน เขาพอจะเดาออกคร่าวๆ แล้วว่าการที่วรยุทธ์ของอวี๋จิงหงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับฉินเกอ แต่มีวิธีการอย่างไรนั้น เขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ช่างเป็นชายหนุ่มที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ!
"นายคิดง่ายเกินไปแล้ว ดูเหมือนว่าอู่หนานสยงจะไม่มีแผนที่จะลงมือเลยนะ!"
หยางซินเอ๋อร์ละสายตาจากเวทีประลอง "กงเปิ่นหย่งเจิ้งเป็นคนหุนหันพลันแล่นจริงๆ แต่อู่หนานสยงน่ะเป็นจอมเก๋าในยุทธภพ เขานิ่งมาก!"
"งั้นก็ปล่อยให้เขานิ่งต่อไปเถอะ ฆ่าไปทีละคนก็แล้วกัน!" ฉินเกอรอให้อู่หนานสยงลงมือมาตลอด เพื่อที่เขาจะได้หาเรื่องลงมือตามไปด้วย
"เคร้ง—"
เสียงดังสนั่น ดาบในมือของกงเปิ่นหย่งเจิ้งหักออกเป็นสองท่อน
ในเวลาเดียวกัน ปลายกระบี่ของอวี๋จิงหงก็แทงทะลุลำคอของเขาไปแล้ว
แพ้อีกแล้ว แพ้รวดสี่กระดาน!
คนตงหยางท้าประลองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ผลปรากฏว่าหออิงอู่ส่งหญิงสาวสองคนออกไปสู้ ก็อัดพวกเขาจนมีสภาพเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว
อุตส่าห์เดินทางไกลจากตงหยางมาถึงหัวเซี่ย ก็เพื่อจะมาขายหน้าแค่นี้เองเหรอ?
ที่จริงอวี๋จิงหงสามารถเอาชนะได้ตั้งนานแล้ว เธอแค่ทำตามความต้องการของฉินเกอด้วยการจงใจหยอกกงเปิ่นหย่งเจิ้งเล่น เพื่อล่อให้อู่หนานสยงลงมือ
แต่พอเห็นกงเปิ่นหย่งเจิ้งตกอยู่ในอันตรายตั้งหลายครั้ง อู่หนานสยงก็ยังคงนิ่งเป็นหมาแก่ เธอเลยหมดความอดทนแล้ว
"นายเคยคิดบ้างไหม ว่าทำไมจู่ๆ คนตงหยางถึงอยากจะท้าประลองกับหออิงอู่ขึ้นมา?"
"หรือว่าแค่เพื่อจะระบายความโกรธและอยากจะแสดงแสนยานุภาพจริงๆ?"
ตั้งแต่ตอนที่กงเปิ่นหย่งเจิ้งเสนอการท้าประลอง หยางซินเอ๋อร์ก็กำลังคิดถึงปัญหานี้มาตลอด
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องแพ้ ต่อให้คนตงหยางมีความมั่นใจมากพอว่าจะชนะรวด แล้วมันจะมีข้อดีอะไรสำหรับพวกเขากันล่ะ?
การมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ แล้วก็สร้างความบาดหมาง มันไม่ใช่เรื่องดีเลยใช่ไหมล่ะ?