เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร

บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร

บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร


ยอมแพ้?!

กงเปิ่นหย่งเจิ้งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก คนด้านล่างเวทีเองก็งุนงงไม่แพ้กัน

แม้แต่เฉียวซงยังแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้จนเกือบจะร่วงลงมา ใครสอนให้เธอทำแบบนี้กัน?

แต่การทำแบบนี้ดูเหมือนจะฉลาดไม่เบา รู้อยู่แก่ใจว่าสู้ไม่ได้ แทนที่จะดันทุรังสู้ต่อไปจนสุดท้ายถูกคู่ต่อสู้ตีจนตายหรือพิการ สู้ยอมแพ้ไปเลยยังจะดีซะกว่า

ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมมีความหวัง เพียงแต่มันค่อนข้างจะไร้ยางอายไปหน่อย

การกระทำที่ไร้ยางอายขนาดนี้......

เฉียวซงหันไปมองฉินเกอโดยสัญชาตญาณ

แล้วเขาก็เดาถูกจริงๆ ด้วย มันคือความคิดของฉินเกอ!

ก่อนที่เสิ่นอวี่หลานจะขึ้นเวที ฉินเกอก็ให้อวี๋จิงหงกำชับเสิ่นอวี่หลานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ขอเพียงกงเปิ่นหย่งเจิ้งขึ้นเวที ให้ยอมแพ้ทันที ห้ามลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!

หน้าด้านแล้วยังไงล่ะ ถูกตีจนน้ำลายยืด ใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้ แบบนั้นมันมีหน้ามีตามากนักหรือไง?

แม้จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ในใจของเฉียวซงก็ยังคงรู้สึกสับสนปนเป ลูกศิษย์ที่ฟูมฟักมานับสิบปี อบรมสั่งสอนให้มีแต่ความเที่ยงธรรม กลับถูกชักนำให้เสียคนภายในเวลาไม่ถึงวันเนี่ยนะ?

ความจริงตั้งแต่ตอนที่เสิ่นอวี่หลานลุกขึ้นมาให้การปรักปรำอู่หนานจือ เฉียวซงก็พบความผิดปกติแล้ว เขารู้ว่านั่นคือฝีมือของฉินเกอกับหยางซินเอ๋อร์

ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ในเมื่อฉินเกอมีหลักฐานอยู่ในมือ ทำไมถึงไม่รีบเอาออกมา แต่กลับเลือกที่จะสู้กับเขาสักตั้ง หรือว่าแค่เพื่อจะอัดเขาสักที?

ฉินเกอมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าตัวเองจะต้องชนะแน่ๆ?

ความคิดของชายหนุ่มคนนี้ช่างเดายากเดาเย็นเหลือเกิน

"คุณเสิ่น คุณกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม?"

กงเปิ่นหย่งเจิ้งโกรธจนลมหายใจเริ่มถี่รัว เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะหักแขนหักขาของเสิ่นอวี่หลานต่อหน้าเฉียวซง แล้วกรีดบนตัวเธอสักหลายสิบแผล

สุดท้ายก็ทำลายวรยุทธ์ของเธอ ปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่สู้ตายเสียยังดีกว่า เพื่อเป็นการระบายความแค้นให้กับยอดฝีมือตงหยางสามคนที่ออกไปสู้ก่อนหน้านี้!

ผลคือคำว่ายอมแพ้เพียงคำเดียวของเสิ่นอวี่หลานก็ทำลายแผนการทั้งหมดของเขาจนย่อยยับ เขารับไม่ได้!

"ใครมีอารมณ์สุนทรีย์มาล้อนายเล่นกัน ฉันสู้ไม่ไหวแล้ว ยอมแพ้"

เสิ่นอวี่หลานเก็บกระบี่แล้วหันหลังกลับ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา เธอกระโดดลงจากเวทีประลองอย่างคล่องแคล่ว

กงเปิ่นหย่งเจิ้งถึงกับของขึ้นในพริบตา "คนของเราตายและบาดเจ็บไปถึงสามคน เธอจะบอกว่าไม่สู้ก็คือไม่สู้เลยงั้นเหรอ?"

เขากระโดดลงจากเวทีประลองตามเสิ่นอวี่หลานไปติดๆ ตวัดดาบฟันไปที่หลังศีรษะของเธอ กระบวนดาบนั้นดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก

"เคร้ง—"

ดาบในมือของกงเปิ่นหย่งเจิ้งถูกใครบางคนใช้กระบี่ปัดออกไป ทั้งคนทั้งดาบถูกกระแทกจนลอยกระเด็นกลับไปบนเวทีประลอง

หลังจากตกลงพื้น เขาก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าวถึงจะทรงตัวได้ แขนถูกกระแทกจนชาดิก แทบจะจับดาบเอาไว้ไม่อยู่

"เธอยอมแพ้แล้วนายยังจะลงมืออีก แถมยังลอบกัดจากด้านหลัง จะหน้าด้านไปถึงไหน?!"

อวี๋จิงหงก็ขึ้นมาบนเวทีประลองเช่นกัน เธอยืนเผชิญหน้ากับกงเปิ่นหย่งเจิ้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

เสิ่นอวี่หลานเพิ่งจะรู้สึกตัว เธอหันกลับไปมองคนทั้งสองบนเวที แล้วมองดูปฏิกิริยาของแต่ละคนด้านล่างเวที ก็พอจะเดาออกคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีเมื่อครู่

"ขอบใจนะ จิงหง"

เธอส่งสายตาขอบคุณไปให้อวี๋จิงหง จากนั้นก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ฉินเกอ "จิงหงเธอสู้ไหวจริงๆ เหรอคะ?"

"วางใจเถอะ เรื่องกล้วยๆ!" เดิมทีฉินเกอก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าอวี๋จิงหงกับกงเปิ่นหย่งเจิ้งใครเก่งกว่าใคร แต่เมื่อกี้ตอนที่อวี๋จิงหงลงมือช่วยคน ฝีมือก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว

ตอนนี้เขาไม่ได้กังวลว่าอวี๋จิงหงจะสู้ไม่ได้ แต่กลับกังวลว่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งจะเลียนแบบ แล้วขอยอมแพ้ไปดื้อๆ มากกว่า

"กล้าลอบกัดแบบนี้ พวกแกเห็นฉันตายไปแล้วหรือไง?"

เฉียวซงยืนขึ้นแล้ว สายตาคมกริบจ้องมองไปยังกงเปิ่นหย่งเจิ้งบนเวทีประลอง พยายามข่มความรู้สึกที่อยากจะลงมืออัดอีกฝ่ายเอาไว้

เมื่อกี้ถ้าไม่ใช่อวี๋จิงหงชิงลงมือไปก่อนล่ะก็ ตอนนี้กงเปิ่นหย่งเจิ้งคงกลายเป็นศพไปแล้ว!

ฉินเกอเองก็คิดไว้แล้วว่าเฉียวซงจะต้องลงมือ และคงฆ่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งทิ้งซะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ช่วยประหยัดเรื่องไปได้เยอะ

แต่เขาก็ยังปล่อยให้อวี๋จิงหงเป็นคนลงมืออยู่ดี ใครจะรู้ล่ะว่าตาเฒ่าเฉียวซงนั่นจะเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า ขืนตอบสนองช้าไปแค่จังหวะเดียว เสิ่นอวี่หลานก็คงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ

"หัวหน้าเฉียว เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเองเถอะค่ะ!" อวี๋จิงหงกระชับกระบี่ในมือแน่น ปลายกระบี่ชี้ไปที่กงเปิ่นหย่งเจิ้ง "ฉันจะสู้กับนายเอง เซ็นสัญญาซะสิ!"

"เธอเป็นใคร?" กงเปิ่นหย่งเจิ้งยังคงหวาดผวากับกระบี่เมื่อครู่นี้ เขาจำได้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงสาวตรงหน้า ลังเลอยู่ว่าจะเลียนแบบเสิ่นอวี่หลานด้วยการยอมแพ้ไปเลยดีไหม

"อวี๋จิงหง" อวี๋จิงหงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา แฝงไปด้วยความดูแคลน "ฉันเป็นคนฆ่าอู่หนานจือเอง"

เธอรู้ว่ากงเปิ่นหย่งเจิ้งเป็นศิษย์พี่ของเฉียวเปิ่นขุย จึงจงใจหยุดชะงักไปครู่ใหญ่ "แล้วเฉียวเปิ่นขุยก็ถูกฉันฆ่าเหมือนกัน!"

"เธอพูดว่าอะไรนะ?" กงเปิ่นหย่งเจิ้งเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้น "ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง!"

"ได้ ฉันจะสู้กับเธอ!"

ด้านล่างเวทีประลอง สายตาของเฉาอู่ที่อยากจะฆ่าคนนั้นปิดบังเอาไว้ไม่อยู่เลย

การที่วันนี้เขามาที่หออิงอู่พร้อมกับคนตงหยางถือเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เขาดูเหมือนตัวตลกจอมกระโดดโลดเต้นไม่มีผิด!

บัญชีแค้นนี้ แน่นอนว่าจะต้องไปคิดบัญชีกับเฉียวซง

เมื่ออวี๋จิงหงและคู่ต่อสู้เซ็นสัญญาเสร็จก็ลงมือสู้กันทันที บนเวทีประลองเต็มไปด้วยประกายดาบและเงากระบี่ที่ปะทะกันอย่างดุเดือด

คนหนึ่งอยากจะฆ่าอีกฝ่ายเพื่อแก้แค้นให้ศิษย์น้องของตัวเอง ส่วนอีกคนก็แค่อยากจะฆ่าคนเฉยๆ

จุดประสงค์นั้นแทบไม่ต่างกันเลย ต่างก็อยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ดังนั้นพอเริ่มปะทะกันก็งัดกระบวนท่าสังหารอันดุดันออกมาทันที

เสิ่นอวี่หลานจ้องมองเงาร่างของคนบนเวทีตาไม่กะพริบ ในใจรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง

นี่คือความแข็งแกร่งของระดับตี้ขั้นสูงสุดงั้นเหรอ ตัวเธอเองยังห่างชั้นอยู่อีกมากนัก!

เมื่อก่อนความแข็งแกร่งของอวี๋จิงหงกับเธอยังสูสีกันอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้ทิ้งห่างกันขนาดนี้ล่ะ?

ช่วงเวลาที่อวี๋จิงหงพักอยู่ที่หออิงอู่ เธออยากจะถามมาตลอด แต่พอเห็นสภาพของอวี๋จิงหงแล้ว เธอก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม

เฉียวซงเองก็กำลังจ้องมองอวี๋จิงหงอยู่เช่นกัน เขาพอจะเดาออกคร่าวๆ แล้วว่าการที่วรยุทธ์ของอวี๋จิงหงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับฉินเกอ แต่มีวิธีการอย่างไรนั้น เขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้

ช่างเป็นชายหนุ่มที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ!

"นายคิดง่ายเกินไปแล้ว ดูเหมือนว่าอู่หนานสยงจะไม่มีแผนที่จะลงมือเลยนะ!"

หยางซินเอ๋อร์ละสายตาจากเวทีประลอง "กงเปิ่นหย่งเจิ้งเป็นคนหุนหันพลันแล่นจริงๆ แต่อู่หนานสยงน่ะเป็นจอมเก๋าในยุทธภพ เขานิ่งมาก!"

"งั้นก็ปล่อยให้เขานิ่งต่อไปเถอะ ฆ่าไปทีละคนก็แล้วกัน!" ฉินเกอรอให้อู่หนานสยงลงมือมาตลอด เพื่อที่เขาจะได้หาเรื่องลงมือตามไปด้วย

"เคร้ง—"

เสียงดังสนั่น ดาบในมือของกงเปิ่นหย่งเจิ้งหักออกเป็นสองท่อน

ในเวลาเดียวกัน ปลายกระบี่ของอวี๋จิงหงก็แทงทะลุลำคอของเขาไปแล้ว

แพ้อีกแล้ว แพ้รวดสี่กระดาน!

คนตงหยางท้าประลองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ผลปรากฏว่าหออิงอู่ส่งหญิงสาวสองคนออกไปสู้ ก็อัดพวกเขาจนมีสภาพเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว

อุตส่าห์เดินทางไกลจากตงหยางมาถึงหัวเซี่ย ก็เพื่อจะมาขายหน้าแค่นี้เองเหรอ?

ที่จริงอวี๋จิงหงสามารถเอาชนะได้ตั้งนานแล้ว เธอแค่ทำตามความต้องการของฉินเกอด้วยการจงใจหยอกกงเปิ่นหย่งเจิ้งเล่น เพื่อล่อให้อู่หนานสยงลงมือ

แต่พอเห็นกงเปิ่นหย่งเจิ้งตกอยู่ในอันตรายตั้งหลายครั้ง อู่หนานสยงก็ยังคงนิ่งเป็นหมาแก่ เธอเลยหมดความอดทนแล้ว

"นายเคยคิดบ้างไหม ว่าทำไมจู่ๆ คนตงหยางถึงอยากจะท้าประลองกับหออิงอู่ขึ้นมา?"

"หรือว่าแค่เพื่อจะระบายความโกรธและอยากจะแสดงแสนยานุภาพจริงๆ?"

ตั้งแต่ตอนที่กงเปิ่นหย่งเจิ้งเสนอการท้าประลอง หยางซินเอ๋อร์ก็กำลังคิดถึงปัญหานี้มาตลอด

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องแพ้ ต่อให้คนตงหยางมีความมั่นใจมากพอว่าจะชนะรวด แล้วมันจะมีข้อดีอะไรสำหรับพวกเขากันล่ะ?

การมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ แล้วก็สร้างความบาดหมาง มันไม่ใช่เรื่องดีเลยใช่ไหมล่ะ?

จบบทที่ บทที่ 252 จุดประสงค์ของคนตงหยางคืออะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว