- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 251 ไม่ต้องสู้แล้ว ฉันยอมแพ้
บทที่ 251 ไม่ต้องสู้แล้ว ฉันยอมแพ้
บทที่ 251 ไม่ต้องสู้แล้ว ฉันยอมแพ้
"ไอ้หมาบ้า นายมาก่อกวนอะไรมั่วซั่วอีกเนี่ย?"
"จะสู้ก็สู้ไปสิ จะเซ็นสัญญาเป็นตายทำไม ถ้าอวี่หลานสู้ไม่ไหวจะทำยังไงล่ะ?"
อวี๋จิงหงดึงฉินเกอไปด้านข้าง สีหน้าร้อนรน
คนตงหยางท้าประลองกับหออิงอู่ ในเมื่อจะรับคำท้า เสิ่นอวี่หลานในฐานะลูกศิษย์ของเฉียวซงก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ออกไปสู้
การประลองแลกเปลี่ยนความรู้อะไรนั่น ก็แค่พูดให้ฟังดูดี พอเซ็นสัญญาเป็นตายปุ๊บ มันก็คือการต่อสู้เป็นตายทันที!
การที่ฉินเกอทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการทำให้เสิ่นอวี่หลานตกอยู่ในอันตรายหรอกเหรอ?
"คนฝึกยุทธ์ยังกลัวตายอยู่อีกเหรอ?"
ฉินเกอกระดิกนิ้วเรียกเสิ่นอวี่หลาน "มีคนมาหาเรื่องอาจารย์ของเธอถึงที่ เธออยากจะระบายความโกรธหน่อยไหม?"
"อยากจะเชือดสักสองสามคนแก้คันมือหรือเปล่า?"
"มัวเหม่ออะไรอยู่ล่ะ บอกฉันมาดังๆ สิว่าอยากไหม?!!"
"อยากค่ะ!!" เสิ่นอวี่หลานตะโกนเสียงดัง จากนั้นก็รีบยกมือขึ้นปิดปากอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
จูนิเบียวสุดๆ ไปเลย เมื่อกี้ตัวเองเป็นอะไรไปเนี่ย?
พวกคนตงหยางต่างก็มองมาพร้อมกันด้วยความสงสัยและงุนงง
พวกเขาไม่ได้ยินเนื้อหาบทสนทนา ได้ยินแค่เสิ่นอวี่หลานตะโกนเสียงดังออกมาทีหนึ่ง ทำให้รู้สึกงุนงงอย่างมาก
คนของหออิงอู่ทำไมถึงได้ฮึกเหิมกันขนาดนี้ หรือว่าแค่ชอบการต่อสู้ หรือว่ามั่นใจในชัยชนะกันแน่?
ฉินเกอเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ "ต้องการความฮึกเหิมแบบนี้นี่แหละ รักษาเอาไว้ให้ดี!"
"จิงหงบอกว่ากลัวเธอจะสู้คนตงหยางไม่ได้ เซ็นสัญญาเป็นตายไปแล้วกลัวว่าเธอจะตายด้วยน้ำมืออีกฝ่าย เธอกลัวไหม?"
เสิ่นอวี่หลานเงยหน้ามองอวี๋จิงหง ตอบกลับเสียงเบาว่า "ไม่กลัวค่ะ!"
"นายบ้าไปแล้วเหรอ?" อวี๋จิงหงกลอกตาใส่ฉินเกอ "การปลุกใจมันช่วยแก้ปัญหาได้เหรอ?"
"นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ ไม่ใช่เกม!"
ฉินเกอพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า ถ้าเธอสู้ไม่ได้ ก็ยังมีเธออยู่นี่ไง?"
"นายอยากจะให้ฉันลงสนามด้วยเหรอ?"
"ไม่ได้เหรอ? เธอเองก็เป็นคนของหออิงอู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"
"ก็ดูมีเหตุผลอยู่นะ......"
อวี๋จิงหงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย มัวแต่เป็นห่วงเสิ่นอวี่หลาน จนลืมสถานะของตัวเองไปได้ยังไงเนี่ย?
หออิงอู่สาขาตงไห่ก็คือหออิงอู่เหมือนกัน ตัวเธอเองออกไปสู้ก็ถือว่าชอบธรรมแล้ว!
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถามอีกว่า "แล้วนายไม่กังวลเหรอว่าฉันจะสู้ไม่ได้?"
"มีอะไรให้กังวลล่ะ?" ฉินเกอตอบกลับโดยไม่ต้องคิด "ฉันคอยดูเธออยู่ข้างๆ ถ้าเธอสู้ไม่ได้ ฉันก็จะลงมือเอง"
"อีกอย่าง หัวหน้าเฉียวก็อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ เธอคิดว่าเขาจะปล่อยให้ลูกศิษย์รักตายต่อหน้าต่อตาตัวเองหรือไง?"
เสิ่นอวี่หลานเบิกตากว้าง "บะ...แบบนี้มันไม่ค่อยถูกกฎเท่าไหร่มั้งคะ?"
"ทำไมเธอถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้?" ฉินเกออดทึ่งไม่ได้ "กฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ตายตัว แต่คนเป็นสิ่งที่มีชีวิต"
"อีกอย่าง กฎก็เป็นกฎของพวกเธอ เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย ฉันไม่ใช่คนของหออิงอู่สักหน่อย!"
เสิ่นอวี่หลานถึงกับพูดไม่ออก มิน่าล่ะ จิงหงถึงบอกว่าเขาบ้า......
เฉียวซงนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ฉินเกอกับพวกป่วนไป
สำหรับคนของหออิงอู่แล้ว การประลองเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เป็นเรื่องปกติธรรมดามาก เมื่อก่อนแต่ละสาขาก็จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันทุกปี เสิ่นอวี่หลานกับอวี๋จิงหงก็รู้จักกันระหว่างการประลองนี่แหละ
แต่การขึ้นเวทีประลองกับคนตงหยาง นี่เพิ่งจะเป็นครั้งแรก
เฉาอู่เดิมทีก็เข้าข้างคนตงหยางอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่มีทางพูดอะไร
คนที่สถานะสูงที่สุดและมีอำนาจตัดสินใจได้มากที่สุดสองคนในที่นั้นก็ไม่ได้คัดค้าน เรื่องการท้าประลองจึงถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทุกคนจึงย้ายจากห้องโถงไปยังลานประลอง
......
"ชนะอีกแล้ว เพื่อนสนิทของเธอฝีมือไม่เบาเลยนะ!"
"รู้สึกว่าตอนที่เจอเธอครั้งแรกที่บ้านตระกูลเหยียน เธอยังไม่เก่งเท่าอวี่หลานตอนนี้เลยนะ!"
ฉินเกอมองดูเสิ่นอวี่หลานที่ดูองอาจสง่างามบนเวทีประลองพลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก
"เพื่อนสนิท?" อวี๋จิงหงเพิ่งเคยได้ยินมีคนเรียกความสัมพันธ์ของเธอกับเสิ่นอวี่หลานแบบนี้เป็นครั้งแรก ตัวเองสนิทกับเสิ่นอวี่หลานขนาดนั้นเลยเหรอ?
ก่อนที่จะมาจินหลิงครั้งนี้ เธอรู้แค่ชื่อกับระดับวรยุทธ์ของเสิ่นอวี่หลานเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องนัก
ตอนที่เธอมาที่หออิงอู่ เธอยังแปลกใจมากที่เสิ่นอวี่หลานจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่ขนาดนี้ ในใจก็รู้สึกซาบซึ้งไม่น้อย
"มีปัญหาอะไรเหรอ ไม่ใช่เพื่อนสนิทเธอแล้วจะเป็นเพื่อนสนิทฉันหรือไง?"
"นายจะว่าใช่ก็ใช่ อวี่หลานเธอเก่งอยู่แล้ว เมื่อก่อนฉันก็เคยแพ้เธอมาแล้วเหมือนกัน"
อวี๋จิงหงหันไปมองฉินเกอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
ถ้าไม่ใช่เพราะมีเขา ตอนนี้ตัวเองก็คงจะยังเหมือนกับเสิ่นอวี่หลาน ที่อยู่ในระดับตี้ขั้นต้นล่ะมั้ง?
คิดไปคิดมา จู่ๆ หน้าก็แดงขึ้นมา หูก็ร้อนผ่าว
"ไอ้ผู้ชายบ้า!"
"ไม่สิ จู่ๆ เธอมาด่าฉันทำไมเนี่ย เมื่อก่อนเธอแพ้อวี่หลาน มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?"
"น้ำลายนายแทบจะหยดลงพื้นอยู่แล้ว ด่าไม่ได้หรือไง?"
"อ้อ...เธอรู้สึกเสียดายเหรอ?"
"อะไรของนายเนี่ย? ถุย! คนอยู่ตั้งเยอะแยะ ช่วยทำตัวให้มันจริงจังหน่อยได้ไหม?"
"ใช่ๆๆ คุยกันเป็นการส่วนตัวดีกว่า"
"......"
หลังจากเริ่มการประลอง เสิ่นอวี่หลานขึ้นไปบนเวทีเป็นคนแรก ตอนนี้ชนะรวดสามกระดาน ฆ่าไปหนึ่งคน บาดเจ็บสาหัสอีกสองคน
คนที่บาดเจ็บสาหัสสองคนนั้น ถึงไม่ตายก็พิการ ต่อให้รักษาหายก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อนน้ำลายยืดอยู่ดี
พวกคนตงหยางต่างก็มีสีหน้าย่ำแย่ พวกเขาอยากจะหักหน้าหออิงอู่และอยากจะแสดงแสนยานุภาพ คนที่ส่งขึ้นไปบนเวทีจึงย่อมไม่ใช่พวกไก่กาอาราเล่อยู่แล้ว
สามคนที่ออกไปสู้ล้วนเป็นคนเก่งในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ไม่คิดว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับเสิ่นอวี่หลานจะห่างกันขนาดนี้ แถมยังแพ้ราบคาบ
ทั้งอึดอัดทั้งปวดใจ แถมยังเสียหน้าอีก!
พวกเขาไม่ได้ดูถูกเสิ่นอวี่หลาน แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเก่งขนาดนี้ หออิงอู่ของหัวเซี่ยช่างมีรากฐานที่ล้ำลึกจริงๆ!
"สมกับเป็นลูกศิษย์คนเก่งของหัวหน้าเฉียว!"
กงเปิ่นหย่งเจิ้งกระโดดขึ้นไปบนเวทีประลอง "แต่คุณเสิ่น คุณลงมือโหดเหี้ยมเกินไปหน่อยหรือเปล่า?"
"ประลองแลกเปลี่ยนความรู้ ไม่น่าจะถึงขนาดนี้มั้ง?"
พอเฉียวซงเห็นกงเปิ่นหย่งเจิ้งขึ้นเวที หลังของเขาก็ยืดตรงขึ้นทันที รอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าก็หายวับไปในพริบตา
เขารู้อยู่เต็มอกว่า ระดับฝีมือของกงเปิ่นหย่งเจิ้งนั้นเหนือกว่าเสิ่นอวี่หลานมาก!
เมื่อกี้เสิ่นอวี่หลานลงมือหนักขนาดนั้น กงเปิ่นหย่งเจิ้งต้องหาโอกาสแก้แค้นแน่ๆ คราวนี้แย่แล้ว
"ขอโทษที" เสิ่นอวี่หลานยืนถือกระบี่ บนใบหน้าไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย "พอดีรั้งมือไว้ไม่ทัน ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพวกเขาจะอ่อนแอขนาดนี้"
"นี่นายกำลังกล่าวหาฉันงั้นเหรอ พวกเราเซ็นสัญญาเป็นตายกันแล้วนะ!"
"ช่างเป็นคำว่า 'รั้งมือไว้ไม่ทัน' ที่ดีจริงๆ!" กงเปิ่นหย่งเจิ้งหน้าดำทะมึน "เซ็นสัญญาซะสิ ให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาดูวิชาชั้นสูงของเธอหน่อยเถอะ!"
"ฉันจะทำให้เธอได้รู้ซึ้งบ้างว่า การรั้งมือไว้ไม่ทันมันเป็นยังไง!"
ตอนแรกเขาอยากจะเป็นคนปิดท้าย แต่ตอนนี้ไม่ลงมือไม่ได้แล้ว ขืนไม่ลงมืออีกก็ไม่รู้ว่าจะมีคนตายด้วยน้ำมือของเสิ่นอวี่หลานอีกกี่คน
คนที่ตายไปล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เป็นอนาคตของตงหยางนะ!
พวกเขาไม่สามารถทนรับความสูญเสียได้อีกแล้ว แม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้!
"เซ็นอะไร?"
"คุณเสิ่น คุณมาแกล้งโง่แบบนี้มันไม่สนุกหรอกนะ แน่นอนว่าต้องเซ็นสัญญาเป็นตายสิ!"
"อ้อ นายหมายถึงอันนั้นน่ะเหรอ ฉันไม่อยากเซ็นแล้วล่ะ"
"หมายความว่ายังไง คุณรู้ตัวว่าสู้ฉันไม่ได้ ก็เลยกลัวตายงั้นเหรอ?"
กงเปิ่นหย่งเจิ้งงงเล็กน้อย สามกระดานก่อนหน้านี้ก็เซ็นสัญญาเป็นตายหมด ทำไมพอถึงคิวเขาถึงไม่เซ็นล่ะ?
แบบนี้ไม่เรียกว่าเล่นตุกติกเหรอ?
ที่นี่คือหัวเซี่ย คือหออิงอู่ ถ้าไม่มีสัญญาเป็นตาย เขาจะกล้าลงมือหนักกับเสิ่นอวี่หลานได้ยังไง?
เสิ่นอวี่หลานเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "ฉันสู้มาสามกระดานติด แรงหมดแล้วล่ะ"
"พวกเราไม่ต้องสู้กันแล้วล่ะ ฉันยอมแพ้"