เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 ลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย

บทที่ 107 ลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย

บทที่ 107 ลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย


"พานเฉิงกับผู้จัดการแผนกการตลาดมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก เท่าที่ฉันรู้ เขาทำผลประโยชน์ให้บริษัทได้ไม่มากนัก แต่กลับทำเงินให้ผู้จัดการของพวกเขาได้ไม่น้อยเลยค่ะ"

"ผู้จัดการแผนกการตลาดกับผู้จัดการแผนกจัดซื้อมีความสนิทสนมกันมาก ผู้จัดการแผนกจัดซื้อเป็นพนักงานเก่าแก่ของบริษัท มีอายุงานมากกว่าฉันเสียอีก เขามีเส้นสายในบริษัทกว้างขวางมาก และที่สำคัญ เขาแซ่ซูค่ะ"

"พานเฉิงเป็นแค่หัวหน้างานเล็กๆ ก็จริง แต่หากจะบอกว่าขยับเพียงนิดก็สะเทือนไปหมดก็คงไม่เกินไปนักค่ะ"

"พวกเขารู้ลิมิตของตัวเองดี การพัฒนาโดยรวมของบริษัทก็ไม่เลว อีกทั้งตอนนี้ฉันกำลังโฟกัสเรื่องงานส่วนอื่นอยู่ เรื่องพวกนี้ฉันก็เลยพักเอาไว้ก่อนชั่วคราวค่ะ"

กู้ไฉ่เวยพูดรวดเดียวจบ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก การหายใจก็คล่องแคล่วขึ้น

ความจริงเธออยากจะจัดการคนพวกนี้มาตั้งนานแล้ว เพียงแต่รู้สึกว่าจังหวะเวลาไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

"ไม่แค่นั้นนะคะ!"

"ผู้จัดการซูแผนกจัดซื้อคนนั้นทำตัวหยิ่งยโส ทั้งยังกล้าท้าทายประธานกู้ของเราอย่างเปิดเผยตั้งหลายครั้งด้วย!"

"ถ้าเขามีวิสัยทัศน์หรือความรู้ความสามารถที่แท้จริงก็ว่าไปอย่าง แต่ฉันดูออกเลยว่าเขาเป็นแค่เฒ่าปลาไหลจอมกะล่อน ที่จงใจทำให้ประธานกู้ต้องลำบากใจชัดๆ!"

ฟางจิ้งพูดด้วยความโมโหแก้มป่องแล้วก็รีบหุบปากทันที เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ชำเลืองมองฉินเกอแวบหนึ่ง ภายในใจเต้นรัวระทึก

ฉินเกอเงยหน้ามองฟางจิ้งแวบหนึ่ง "ไล่ออกไปเลยแล้วกัน!"

ร่างของฟางจิ้งแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด กู้ไฉ่เวยเองก็ขมวดคิ้วเรียวสวย "ประธานฉินคะ ฟางจิ้งแค่พลั้งปากพูดไปเท่านั้นค่ะ"

"เธอทำงานกับฉันมาตั้งนาน ความสามารถก็ดีมาก คงไม่ถึงขั้นต้องรุนแรงขนาดนี้หรอกมั้งคะ?"

"พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย?" ฉินเกอรู้ว่าพวกเธอเข้าใจผิดแล้ว "ผมไม่ได้หมายถึงจะไล่เธอออกสักหน่อย!"

กู้ไฉ่เวยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า "งั้นก็คือ...พานเฉิงเหรอคะ?"

"ใช่ครับ!" ฉินเกอพยักหน้า "แต่ไม่ใช่แค่พานเฉิงหรอกนะ ทั้งผู้จัดการแผนกการตลาด ผู้จัดการแผนกจัดซื้ออะไรนั่น ไล่ออกไปให้หมดเลย!"

"ไล่ออกหมดเลยเหรอคะ?" กู้ไฉ่เวยตกใจและแอบทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย "ประธานฉินคะ แบบนี้ผลกระทบมันจะหนักเกินไปหรือเปล่าคะ?"

"ภายนอกดูเหมือนเป็นแค่พวกเขาสามคน แต่ลึกลงไปแล้วมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนซ่อนอยู่ ถ้าจะให้สืบสาวราวเรื่องจริงๆ คงต้องดึงคนเข้ามาเกี่ยวข้องอีกไม่น้อยเลยนะคะ!"

"ในเมื่อมันซับซ้อนก็ทำให้มันง่ายซะสิ ขุดรากถอนโคนออกมาให้หมดแล้วไล่ออกไปพร้อมกันเลย!" ฉินเกอมีท่าทีเด็ดขาดมาก "พวกปลวกมอดพวกนี้จะเก็บเอาไว้ทำไม?"

"ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนกี่คน เจอหนึ่งคนก็นับหนึ่งคน ไล่พวกมันออกไปให้หมด แล้วดึงคนที่มีความสามารถขึ้นมาแทน!"

"ถ้าคนไม่พอก็รับสมัครใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าขาดพวกมันไปแล้วบริษัทจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้น่ะ?"

เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของกู้ไฉ่เวย "คุณกังวลว่าจะอธิบายให้ประธานซูฟังลำบากใช่ไหม?"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปคุยกับเธอเอง เธอไม่ว่าอะไรหรอก!"

"คุณพักเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน จัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ ให้ชัดเจน และเด็ดขาดไปเลย!"

"ในบริษัทของผมไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนอะไรทั้งนั้น ขอแค่เป็นความสัมพันธ์ในการจ้างงานอย่างบริสุทธิ์ใจก็พอ พนักงานตั้งใจทำงาน บริษัทก็จ่ายเงินเดือน มันก็ง่ายๆ แค่นี้เอง"

"คนที่เข้าไปพัวพัน หรือคนที่ความสามารถไม่ถึง ก็กวาดล้างออกไปให้หมด ส่วนคนที่ยังอยู่ ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน!"

"ให้ทุกคนเอาสมาธิไปโฟกัสกับเรื่องงาน ไม่ต้องเสียเวลาไปสร้างเส้นสายอะไรทั้งนั้น คนที่ผลงานโดดเด่นก็เลื่อนขั้น แล้วก็ขึ้นเงินเดือนให้!"

"ทำให้ทุกคนที่ทำงานในชิงเฉิงเหม่ยจวงมีความหวังและเป้าหมาย!"

"นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป บริษัทจะแบ่งผลกำไรส่วนหนึ่งมาเป็นโบนัสให้ทุกคน ทุกคนจะได้ส่วนแบ่ง รวมทั้งพวกคุณสองคนด้วย"

"ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกคุณจะช่วยกันทำงานจนบริษัททำกำไรได้มากแค่ไหนแล้วล่ะ รายละเอียดอื่นๆ ค่อยคุยกันทีหลัง"

คำพูดของฉินเกอทำเอากู้ไฉ่เวยกับฟางจิ้งถึงกับอึ้งไปเลย

ที่เขามีความมั่นใจขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะเขามีความรู้เรื่องธุรกิจหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขารับความเสี่ยงไหวต่างหาก!

ต่อให้บริหารชิงเฉิงเหม่ยจวงจนเจ๊ง ก็ไม่ได้มีผลกระทบกับเขามากนักหรอก

"รีบจัดการซะล่ะ!" ฉินเกอลุกขึ้นยืน "ผมไม่รบกวนพวกคุณแล้ว มีปัญหาอะไรก็ติดต่อผมมาได้ตลอด ลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย ผมจะหนุนหลังคุณเอง!"

มองดูฉินเกอเดินออกจากห้องไป กู้ไฉ่เวยและฟางจิ้งก็ยืนอึ้งอยู่นานกว่าจะได้สติกลับคืนมา

ฟางจิ้งถอนหายใจด้วยความทึ่ง "ประธานกู้ บอสของเรานี่ใจเด็ดมากเลยนะคะ!"

"เขาพูดแค่ไม่กี่ประโยคก็จัดการเรื่องที่คุณอยากจะทำมาตลอดแต่ไม่กล้าตัดสินใจซะทีได้แล้ว!"

"ว้าย—!"

เธอเห็นฉินเกอเดินกลับเข้ามา ก็เผลอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย "บะ...บอส ทำไมคุณถึง..."

ฉินเกอยิ้มบางๆ "เมื่อกี้ผมลืมถามไปเลย แผนกการตลาดไปทางไหนเหรอครับ?"

"คุณจะไปแผนกการตลาดเหรอคะ?" กู้ไฉ่เวยลุกขึ้นยืน "ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหมคะ?"

ฉินเกอโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมก็แค่จะไปหาคนเท่านั้นเอง"

......

ในโซนออฟฟิศของกลุ่มที่หนึ่ง แผนกการตลาด เฉินเสี่ยวเสี่ยวเริ่มทำงานของตัวเองแล้ว เพียงแต่หางตาของเธอยังคงชำเลืองมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นระยะๆ

"เฉินเสี่ยวเสี่ยว! จัดการข้อมูลพวกนี้กับข้อมูลในอีเมลของเธอให้เรียบร้อย แล้วเอามาส่งฉันก่อนเลิกงานด้วย!"

พานเฉิงตบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะของเฉินเสี่ยวเสี่ยว ในเมื่อตัวเองก็หมดหวังแล้ว เขาก็ขี้เกียจจะแสดงละครอีกต่อไป

เฉินเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูคร่าวๆ "หัวหน้าคะ ของพวกนี้ก่อนหน้านี้กัวหลิงหลิงเป็นคนรับผิดชอบไม่ใช่เหรอคะ?"

"ทำไมจู่ๆ ถึงโอนมาให้ฉันทำล่ะคะ? งานในมือฉันก็ยังทำไม่เสร็จเลยนะคะ!"

เธอคลิกเข้าไปดูในอีเมลคร่าวๆ เช่นกัน "ฉันทำได้ค่ะ แต่คงทำไม่เสร็จก่อนเลิกงานแน่ ดูจากปริมาณงานแล้วน่าจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยนะคะ แล้วคุณจะให้ฉันส่งก่อนเลิกงานได้ยังไงคะ?"

ใบหน้าของพานเฉิงทะมึนตึง "นี่เธอตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดสรรงานของฉันเหรอ?"

"ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไป!"

เฉินเสี่ยวเสี่ยวโมโหขึ้นมาทันที "พานเฉิง! อย่าคิดนะว่าฉันดูไม่ออกว่าคุณจงใจแกล้งฉัน คุณมันใช้หน้าที่การงานมาแก้แค้นเรื่องส่วนตัวชัดๆ!"

"ฉันไม่ได้ไปล่วงเกินอะไรคุณสักหน่อย บาร์นั่นคุณก็เป็นคนเลือกเอง คนที่แกว่งเท้าหาเสี้ยนคนแรกก็คือกัวหลิงหลิง แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาโยนความผิดให้ฉัน?"

"แหม! เด็กสมัยนี้มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะเนี่ย!" กัวหลิงหลิงถือแก้วน้ำเดินส่ายสะโพกเข้ามา

ตั้งแต่เข้างานจนถึงตอนนี้ เธอก็เอาแต่เดินวนเวียนอยู่แถวๆ ตู้กดน้ำ ทั้งกดน้ำ ทั้งอู้งาน พอเจอใครก็ชวนคุยสองสามประโยค

"เบื้องบนสั่งงานให้ทำ ตัวเองทำไม่ได้ก็หาว่าโดนกลั่นแกล้ง ทำไมเธอไม่บอกว่าเป็นเพราะความสามารถของตัวเองไม่ถึงบ้างล่ะ?"

"ทัศนคติแบบนี้ยังจะมาฝึกงานอะไรอีก ทำไม่ได้ก็เก็บข้าวของออกไปเถอะ!"

"อย่างน้อยก็ดีกว่าเธอเยอะเลยล่ะ!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวปรายตามองกัวหลิงหลิง สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "สามหมื่น!"

ทุกคนพากันหัวเราะครืน เมื่อวานมีคนในกลุ่มที่หนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ไม่น้อย พวกเขาเข้าใจความหมายของเฉินเสี่ยวเสี่ยวเป็นอย่างดี

"นะ...นี่เธอหมายความว่ายังไง?!" กัวหลิงหลิงโกรธจนหน้าเขียวปัด

เฉินเสี่ยวเสี่ยวพูดเยาะเย้ย "ฉันหมายความว่ายังไง เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ?"

"ไม่รู้ว่าเธอหาเงินไปได้กี่สามหมื่นแล้วล่ะสิ?"

"เธอก็สู้ชีวิตดีนะ หาเงินทีละสามหมื่นยังอุตส่าห์มองเห็นค่างานแบบนี้อีก ไม่ใช่ว่าทำงานไปพลางหาเป้าหมายที่จะทำเงินสามหมื่นให้เธอไปพลางหรอกนะ?"

"พานเฉิง!"

เธอหันไปหาพานเฉิง โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าสีหน้าของพนักงานชายหลายคนรวมถึงพานเฉิงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด "คุณเลิกเอาเรื่องงานมาข่มขู่ฉันทั้งทางตรงและทางอ้อมสักทีเถอะ!"

"งานนี้ฉันไม่ทำก็คือไม่ทำ คุณคิดว่าฉันง้อมากหรือไง?"

"ชิงเฉิงเหม่ยจวงเป็นบริษัทที่ดีแท้ๆ แต่การที่มีคนแบบคุณกับกัวหลิงหลิงอยู่เนี่ย ถือเป็นจุดด่างพร้อยที่สุดเลย!"

กัวหลิงหลิงโกรธจนแทบคลั่ง เธอสาดน้ำในแก้วใส่เฉินเสี่ยวเสี่ยว "หุบปากไปเลยนะ!"

"เพียะ—"

เธอก้าวฉับๆ เข้าไปตบหน้าเฉินเสี่ยวเสี่ยวฉาดใหญ่

เฉินเสี่ยวเสี่ยวยกมือขึ้นกุมแก้มยืนอึ้งอยู่กับที่ ทั่วทั้งออฟฟิศตกอยู่ในความเงียบกริบ

จบบทที่ บทที่ 107 ลงมือทำได้อย่างเต็มที่เลย

คัดลอกลิงก์แล้ว