เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106 ซีอีโอคนนี้เก่งจริงงั้นเหรอ?

บทที่ 106 ซีอีโอคนนี้เก่งจริงงั้นเหรอ?

บทที่ 106 ซีอีโอคนนี้เก่งจริงงั้นเหรอ?


แผนกวิจัยและพัฒนาของชิงเฉิงเหม่ยจวงเป็นแกนหลักสำคัญที่สุด ก่อนหน้านี้ซูหว่านก็แวะเวียนมาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลและเพื่อความสะดวกในการจัดการ เธอจึงนำห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงหลายคนและแผนกวิจัยและพัฒนามาไว้บนชั้นเดียวกัน อีกทั้งยังสร้างลิฟต์ตัวนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ

"คุณมาหาใครคะ?"

"ผมชื่อฉินเกอ มาหาผู้จัดการทั่วไปกู้ไฉ่เวยครับ"

ฉินเกอเคาะประตูห้องทำงานของกู้ไฉ่เวย หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวจับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น เธอแต่งหน้าอย่างประณีตและดูทะมัดทะแมงเป็นอย่างมาก

"ฉันชื่อฟางจิ้ง เป็นเลขาฯ ของประธานกู้ค่ะ" หญิงสาวขมวดคิ้ว "ขออภัยด้วยนะคะ ในบรรดาคนที่ประธานกู้นัดหมายไว้ในวันนี้ ไม่มีผู้ชายแซ่ฉินเลย คุณมาหาผิดคนหรือเปล่าคะ?"

"คุณเป็นพนักงานของชิงเฉิงเหม่ยจวงหรือเปล่าคะ ทำไมฉันถึงรู้สึกหน้าไม่คุ้นเลย แล้วคุณเข้ามาได้ยังไงคะ?"

"ผู้จัดการทั่วไปกู้ไม่อยู่เหรอครับ?" ฉินเกอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา "ช่างเถอะ เดี๋ยวผมโทรหาเธอโดยตรงเลยแล้วกัน!"

"บอสคะ?!"

ฉินเกอเพิ่งจะหาเบอร์ของกู้ไฉ่เวยเจอและยังไม่ได้กดโทรออก ด้านหลังของฟางจิ้งก็มีร่างอรชรปรากฏขึ้น

คนที่อยู่ด้านหลังของฟางจิ้งสวมชุดสูทกระโปรงผ้าซาตินสีฟ้าหม่น ดีไซน์เข้ารูปช่วงเอวเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่ว ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว

การแต่งกายด้วยชุดทำงานที่ประณีตแต่ไม่ฉูดฉาด กลับเป็นเพราะรูปร่างที่เย้ายวนเกินไป ประกอบกับเรียวขายาวตรงสลวยภายใต้ชายกระโปรงยาวคลุมเข่า ทำให้ไม่ได้ลุคที่ดูเคร่งขรึมอย่างที่ควรจะเป็น กลับกันมันยิ่งดึงดูดสายตาอย่างเต็มเปี่ยม

ทันทีที่เธอปรากฏตัว ฟางจิ้งที่มีรูปร่างหน้าตาค่อนข้างดีอยู่แล้วก็ดูหมองลงไปถนัดตา

"คุณก็คือประธานกู้ กู้ไฉ่เวยใช่ไหมครับ?"

ฉินเกอยิ้มพลางพิจารณาหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังฟางจิ้ง เขารู้สึกประหลาดใจมากที่กู้ไฉ่เวยยังดูอายุน้อยขนาดนี้

อายุเท่านี้กลับบริหารบริษัทใหญ่อย่างชิงเฉิงเหม่ยจวง แถมยังทำให้ซูหว่านเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย ดูท่าแล้วจะมีความสามารถโดดเด่นจริงๆ

ทำงานเก่งก็ดีแล้ว ถือว่าได้ของล้ำค่ามาเลยนะเนี่ย!

"บอสคะ ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้คะ?"

"จะมาทำไมไม่บอกฉันล่วงหน้าสักคำคะ เชิญด้านในค่ะ!"

กู้ไฉ่เวยก็รีบสำรวจฉินเกออย่างรวดเร็วเช่นกัน ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของเธอผสมผสานกับความเย็นชา ทำให้มองไม่ออกว่าเธอมีความรู้สึกอย่างไรกันแน่

"บอสเหรอ?" ฟางจิ้งหลีกทางให้ฉินเกออย่างทื่อมะลื่อ เธอทำหน้าตาเหม่อลอยมองฉินเกอและกู้ไฉ่เวยเดินเข้าไปในห้องทำงาน

"คุณเรียกผมว่าฉินเกอก็ได้ ไม่ต้องเรียกบอสอะไรหรอก ผมก็แค่แวะมาดูเฉยๆ ไม่ต้องเกร็งไป"

ทั้งสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน กู้ไฉ่เวยเห็นได้ชัดว่ารู้สึกประหม่าเล็กน้อย เธอนั่งหลังตรงเป๊ะ ทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวต้องรับแรงดันมากขึ้นไปอีก ฉินเกออดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ว่าถ้าไม่ระวังกระดุมอาจจะปริออกได้

"ถ้าอย่างนั้นฉันขอเรียกคุณว่าประธานฉินแล้วกันค่ะ!" กู้ไฉ่เวยผ่อนคลายลงเล็กน้อย "เกี่ยวกับสถานการณ์ของชิงเฉิงเหม่ยจวง ฉันขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะคะ..."

"ไม่ต้องครับ!" ฉินเกอพูดแทรกกู้ไฉ่เวยขึ้นมาทันที เขาไม่มีความสนใจเรื่องพวกนี้เลย ฟังไปก็ไม่เข้าใจ อย่างมากก็คงเข้าใจแค่งูๆ ปลาๆ

"พี่สาวผมประเมินคุณไว้สูงมาก มีคุณคอยบริหาร ผมก็วางใจ ไม่ต้องรายงานผมหรอก"

"ที่มาวันนี้ นอกจากจะมาเจอหน้าคุณแล้ว ก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะสอบถามคุณสักหน่อย"

"ประธานซูเหรอคะ?" แววตาของกู้ไฉ่เวยมีประกายขึ้นมาเล็กน้อย นั่นคือความภาคภูมิใจที่ได้รับการยอมรับ "ประธานฉินอยากจะถามเรื่องอะไรคะ?"

"บริษัทมีหัวหน้างานที่ชื่อพานเฉิง คุณรู้จักไหมครับ?" ฉินเกอเข้าเรื่องตรงๆ "อยู่แผนกการตลาด คนคนนี้เป็นยังไงบ้าง?"

"รู้จักค่ะ" กู้ไฉ่เวยพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพียงแต่มีความสงสัยแฝงอยู่เล็กน้อย "ฉันไม่กล้าพูดว่ารู้จักพนักงานทุกคนของชิงเฉิงเหม่ยจวง แต่ระดับบริหารฉันรู้จักทุกคนค่ะ แม้ว่าจะเป็นแค่หัวหน้างานก็ตาม"

"พานเฉิงอยู่แผนกการตลาดจริงๆ เป็นหัวหน้างานกลุ่มที่หนึ่ง คนคนนี้..."

เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย "พานเฉิงคนนี้มีความประพฤติดีเยี่ยม ความสามารถโดดเด่น เป็นเสาหลักของแผนกการตลาดเลยค่ะ"

"ความประพฤติดีเยี่ยม?" ฉินเกอหรี่ตาลง พานเฉิงมีความสามารถแค่ไหนเขาไม่แน่ใจ แต่คำว่า 'ความประพฤติดีเยี่ยม' มันมีความเกี่ยวข้องกับพานเฉิงด้วยเหรอ?

พานเฉิงตามจีบเฉินเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่ถ้ามีความประพฤติดีเยี่ยมจริงๆ จะยุยงให้ลูกน้องมาช่วยจีบสาว แถมยังใช้วิธีแย่งแฟนกันซึ่งๆ หน้าเนี่ยนะ?

ถ้ามีความประพฤติดีเยี่ยมจริงๆ จะทิ้งเฉินเสี่ยวเสี่ยวไว้ในสถานการณ์แบบเมื่อคืน แล้วคิดจะชิ่งหนีเอาตัวรอดไปก่อนงั้นเหรอ?

ฉินเกอเงยหน้ามองฟางจิ้งที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของกู้ไฉ่เวยด้วยสีหน้าแปลกประหลาด "ประธานกู้ ที่คุณพูดมานี่มาจากใจจริงเหรอครับ?"

"สิ่งที่ผมอยากฟังคือความจริง คุณไม่จำเป็นต้องมีความกังวลอะไรทั้งนั้น"

สีหน้าของกู้ไฉ่เวยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอรู้ว่าฉินเกอต้องเตรียมตัวมาอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่แวะมาดูเฉยๆ อย่างที่ปากพูด

แต่เธอก็ยังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปาก "สิ่งที่พูดไปเมื่อกี้ไม่ใช่ความจริงหรอกค่ะ ความจริงก็คือ ฉันอยากจะไล่พานเฉิงออกตั้งนานแล้ว!"

"โอ๊ะ? เล่ามาสิ!" ฉินเกอสนใจขึ้นมาทันที ชิงเฉิงเหม่ยจวงเขาไม่ได้ดูแล ซูหว่านไม่ได้ดูแล งั้นกู้ไฉ่เวยก็คือคนที่มีอำนาจใหญ่ที่สุด การจะไล่หัวหน้างานเล็กๆ ออกสักคนยังต้องลังเลอีกเหรอ?

กู้ไฉ่เวยยิ้มเจื่อน "ความจริงแล้วพานเฉิงเป็นคนที่มีความสามารถธรรมดามาก แต่พลิกแพลงและไหลลื่นเอาตัวรอดเก่งค่ะ"

"ยอดขายของกลุ่มพวกเขาไม่ใช่กลุ่มที่ดีที่สุด แต่กลับมีการเบิกค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงที่สุด"

"ที่สำคัญที่สุดคือ คนคนนี้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองเพื่อทำเรื่องชู้สาวมั่วสุมในบริษัท ลำพังแค่ที่ฉันก็ได้รับการร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่ว่าทั้งหมดเป็นการร้องเรียนแบบไม่ประสงค์ออกนามค่ะ"

"ในเมื่อคุณรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ทำไมถึงไม่จัดการล่ะ?" ฉินเกอไม่ได้มีเจตนาจะซักไซ้ แค่รู้สึกแปลกใจ

เขาเริ่มมีคำถามกับความสามารถของกู้ไฉ่เวยแล้วสิ อย่างน้อยก็ไม่ได้ดีเลิศอย่างที่ซูหว่านชมเอาไว้ ถึงขนาดที่ยังยอมทนกับเรื่องพรรค์นี้ได้

กู้ไฉ่เวยยิ้มเจื่อนอีกครั้ง "ที่จริงแล้วเรื่องที่พานเฉิงทำมีมากกว่าที่ฉันเพิ่งบอกไปอีกนะคะ"

เธอส่งสายตาให้ฟางจิ้ง ฟางจิ้งก็เข้าใจในทันที จึงหันหลังแล้วเดินออกไป

ครู่ต่อมา ฟางจิ้งก็กลับมาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่งในมือ

"สิ่งที่พานเฉิงทำมา ต่อให้ไล่เขาออกสักสิบครั้งแปดครั้งก็ยังน้อยไปค่ะ!" กู้ไฉ่เวยรับเอกสารจากมือของฟางจิ้ง แล้วยื่นส่งให้ฉินเกอ

"ฉันเคยเตือนผู้จัดการแผนกการตลาดไปหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยจัดการเลย ฉันจะให้ไปโฟกัสอยู่แค่กับหัวหน้างานคนเดียวก็ไม่ได้ ไปๆ มาๆ เรื่องก็เลยยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ค่ะ"

ฉินเกอเปิดดูเอกสารอย่างลวกๆ ด้านในล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพานเฉิง รวมถึงจดหมายร้องเรียนพานเฉิงแบบไม่ประสงค์ออกนามด้วย

ดูออกเลยว่ากู้ไฉ่เวยใส่ใจกับเรื่องนี้พอสมควร ถึงขนาดมีบันทึกเรื่องที่พานเฉิงแอบมีสัมพันธ์กับกัวหลิงหลิงอยู่ในเอกสารด้วย

สีหน้าของฉินเกอเคร่งขรึมลง "ประธานกู้ ดูเหมือนว่าคุณก็ยังไม่ยอมพูดความจริงอยู่ดีนะครับ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด!"

"ผู้จัดการแผนกการตลาดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คุณไม่สามารถจัดการเขาร่วมด้วยไปเลยเหรอ?"

"นี่คุณไม่เชื่อใจผม หรือคิดว่ายังไงผมก็ไม่รู้อะไรอยู่แล้ว เลยกะจะตอบส่งๆ ให้มันผ่านไปงั้นเหรอ?"

เขาโยนเอกสารทิ้งไว้ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ "ผมบอกคุณตรงๆ เลยก็ได้นะว่า ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆ"

"เรื่องการบริหารบริษัท ตอนนี้ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยว และต่อไปก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายด้วย ครั้งนี้ก็แค่เข้ามาสอดมือถามไถ่สักเล็กน้อยเท่านั้น"

"ผมเชื่อใจคุณ หรือจะพูดให้ถูกก็คือผมเชื่อใจประธานซู เธอชื่นชมคุณมาก ผมก็เลยวางใจยกอำนาจบริหารบริษัททั้งหมดให้คุณดูแล"

"แต่ถ้าผมพบว่าคุณไม่คู่ควรกับความเชื่อใจของผม หรือมีความสามารถไม่เพียงพอ ผมก็สามารถเปลี่ยนคนได้นะ!"

เปลือกตาของฟางจิ้งกระตุกขึ้นมา เธอรีบพูดอย่างร้อนรน "บอสคะ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ! ประธานกู้เธอ..."

กู้ไฉ่เวยยกมือขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้ฟางจิ้งพูดต่อ "ฉันมีความกังวลอยู่จริงๆ ค่ะ"

"เอาล่ะค่ะ ฉันจะบอกคุณทั้งหมดเลย!"

จบบทที่ บทที่ 106 ซีอีโอคนนี้เก่งจริงงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว