- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 108 รังแกกันเกินไปแล้ว
บทที่ 108 รังแกกันเกินไปแล้ว
บทที่ 108 รังแกกันเกินไปแล้ว
"เธอมาแสร้งทำเป็นคนดีสูงส่งอะไรแถวนี้?"
"ถ้าไม่ใช่เพราะพานเฉิงเห็นว่ารูปร่างหน้าตาเธอผ่านเกณฑ์ เธอคิดว่านักศึกษาปีหนึ่งอย่างเธอจะเข้ามาฝึกงานที่ชิงเฉิงเหม่ยจวงได้งั้นเหรอ?"
"พานเฉิงเขาก็..."
"เพียะ—"
"เธอก็หุบปากไปซะ!"
กัวหลิงหลิงยังพูดไม่ทันจบ พานเฉิงก็ตบหน้าเธอไปฉาดใหญ่ ใบหน้าของเขาดูทะมึนตึงอย่างน่ากลัว
นังบ้าเอ๊ย พออารมณ์ขึ้นก็กล้าพูดพล่อยๆ ออกมาทุกอย่าง เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องที่จะเอามาพูดตรงนี้ได้หรือไง?
"เพียะ—"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวก็พุ่งเข้าไปตบหน้ากัวหลิงหลิงอีกฉาดหนึ่งเช่นกัน เมื่อกี้เธอโดนตบไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห พอเพิ่งจะลงมือกลับโดนพานเฉิงชิงตัดหน้าไปก่อน
"เรื่องที่เธอพูดมามันเกี่ยวบ้าอะไรกับฉันล่ะ!"
"ฉันมาสัมภาษณ์ตามขั้นตอนปกติ สัมภาษณ์ผ่านก็มาฝึกงาน ฉันเคยขอให้เขาช่วยใช้เส้นสายหรือไง?"
เธอชี้หน้าพานเฉิงด้วยความโกรธจัด "ไอ้กุ๊ยโรคจิตนี่คอยแต่จะหาเศษหาเลยกับฉัน ถ้าฉันรู้ว่าจะต้องมาเจอคนพรรค์นี้ ต่อให้กราบขอร้องฉันก็ไม่มาหรอก!"
"วันๆ เอาแต่คอยลวนลามฉันทั้งต่อหน้าและลับหลัง เอาเรื่องจัดหาตำแหน่งงานหลังเรียนจบมาอ้างเพื่อจะหลอกฟันฉัน ถุยเถอะ!"
"ช่างทุเรศแล้วก็สกปรกโสมมจริงๆ!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวกวาดสายตามองทุกคน "พวกคุณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก!"
"อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้อะไรเลย ฉันก็แค่คิดว่าเวลาฝึกงานมันไม่นาน ทนๆ เอาเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว"
"แต่เมื่อวานพวกคุณทำอะไรลงไป? คนตั้งมากมายเหมือนนัดแนะกันมาคอยพูดจาดูถูกแฟนฉันต่อหน้าฉัน แล้วก็พยายามจับคู่ฉันกับไอ้โรคจิตนี่ มันเป็นแค่ความใจตรงกันของพวกคุณจริงๆ น่ะเหรอ?"
"พานเฉิงให้ผลประโยชน์อะไรพวกคุณบ้าง? หรือว่าพวกคุณมีจุดอ่อนอะไรอยู่ในมือเขากันแน่?"
"ไม่งั้นพวกคุณจะช่วยเขาอย่างสุดกำลังขนาดนี้ได้ยังไง?"
"วันนี้ฉันมาทำงานก็ยังอุตส่าห์คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทนๆ ให้จบช่วงฝึกงานนี้ไป แต่ไอ้โรคจิตกับยัยสามหมื่นนี่กลับเป็นฝ่ายมาหาเรื่องฉันก่อน คิดว่าฉันเสียดายงานนี้นักหรือไง?"
เมื่อเผชิญกับคำต่อว่าของเฉินเสี่ยวเสี่ยว หลายคนก็ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
แต่ก็มีพนักงานชายอีกหลายคนที่นอกจากจะละอายใจแล้วก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึกๆ
พวกเขาไม่คิดเลยว่าเฉินเสี่ยวเสี่ยวที่ปกติแล้วดูอ่อนโยนและบอบบางจะหัวแข็งขนาดนี้ การมีพานเฉิงอยู่ตรงนี้มันช่างเกะกะสายตาซะจริง ถ้าเฉินเสี่ยวเสี่ยวกับกัวหลิงหลิงตบกันขึ้นมา มันคงจะสนุกพิลึก!
พานเฉิงในตอนนี้ปวดหัวจนหัวแทบจะระเบิด เรื่องมันบานปลายขนาดนี้แล้ว คงจบไม่สวยแน่
วันนี้เขาเห็นเฉินเสี่ยวเสี่ยวมาทำงาน ก็หลงคิดไปเองว่าเฉินเสี่ยวเสี่ยวคงจะแคร์งานฝึกงานนี้มาก จึงได้งัดเอาลูกไม้เดิมๆ มาสร้างความลำบากใจให้กับเธอ
พอเฉินเสี่ยวเสี่ยวทนรับแรงกดดันไม่ไหว บางทีเธออาจจะมาขอร้องเขา แล้วแบบนี้โอกาสมันจะไม่ลอยมาหาเขาหรอกเหรอ?
เมื่อก่อนเขาใช้วิธีนี้แล้วก็ได้ผลแทบทุกครั้ง ลองกี่ทีก็ไม่เคยพลาด และกัวหลิงหลิงก็เป็นหนึ่งใน 'เหยื่อ' ของแผนการนี้
แต่เขามองข้ามปัญหาสำคัญไปข้อหนึ่ง กัวหลิงหลิงกับคนอื่นๆ เป็นพนักงานประจำ พวกเธอล้วนอยากจะรักษางานที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดีนี้เอาไว้ การเกาะติดหัวหน้าก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้เลื่อนขั้นมากขึ้น
ตัวเองมีความสามารถแค่ไหนตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด หากตกงานนี้ไป การจะหางานที่ใกล้เคียงกันนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
รวมถึงตัวพานเฉิงเองก็เช่นกัน หากการโดนเจ้านายผู้หญิงกลั่นแกล้งสามารถรักษางานเอาไว้ได้ แถมยังมีโอกาสได้เลื่อนขั้น ต่อให้อีกฝ่ายจะอ้วนเป็นรถถังเขาก็รับได้ ขอแค่ไม่มีรสนิยมซาดิสต์ชอบเล่นฝอยขัดหม้อก็พอ
ทว่าเฉินเสี่ยวเสี่ยวก็แค่มาฝึกงานที่นี่ เธอสามารถไม่แคร์งานนี้ได้จริงๆ!
"มามุงทำอะไรกันตรงนี้?!"
"งานในมือทำเสร็จหมดแล้วหรือไง? ถ้าไม่อยากทำงานก็เอาใบลาออกมายื่น แล้วก็รีบไสหัวไปซะ!"
พานเฉิงไม่รู้ว่าจะตอบโต้คำพูดของเฉินเสี่ยวเสี่ยวอย่างไรดี จึงได้แต่ไประบายอารมณ์โกรธใส่พวกคนที่มายืนดูเรื่องสนุก
ทว่า มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยอมถอยกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองเงียบๆ ส่วนใหญ่ยังคงไม่สะทกสะท้าน ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดูเรื่องสนุกต่อไป
พานเฉิงก็เป็นแค่หัวหน้างานเล็กๆ จะไปกลัวหาหอกอะไรล่ะ!
ปกติอาจจะยังพอมีความเกรงใจอยู่บ้าง เพราะกลัวพานเฉิงจะหาเรื่องกลั่นแกล้ง แต่ตอนนี้มีคนอยู่ตั้งเยอะแยะ พานเฉิงจะทำอะไรพวกเขาได้?
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาคนที่มายืนดู นอกจากกลุ่มที่หนึ่งแล้วก็ยังมีคนจากกลุ่มอื่นอีกด้วย หัวหน้าของพวกเขาไม่ใช่พานเฉิง ก็ยิ่งไม่มีอะไรต้องกลัวเข้าไปใหญ่
"เฉินเสี่ยวเสี่ยว!"
"แกกล้าตบฉันเหรอ?!"
กัวหลิงหลิงเคยชินกับการวางก้าม ในกลุ่มที่หนึ่งนอกจากพานเฉิงแล้วก็ไม่เคยมีใครกล้าแหยมกับเธอ แม้แต่ผู้ชายตัวใหญ่ที่ดูท่าทางเป็นนักเลงอย่างหลิวปาว่าน เธอก็ยังกล้าลงไม้ลงมือด้วย แล้วเธอจะไปยอมรับการโดนเฉินเสี่ยวเสี่ยวตบหน้าได้อย่างไร
เพียงแต่ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอมันดูจะช้าไปหน่อยก็เท่านั้น
"แกตบฉันได้ แล้วฉันตบแกไม่ได้หรือไง?"
ท่าทีของเฉินเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้อ่อนข้อให้กัวหลิงหลิงเลยแม้แต่น้อย "งานนี้ฉันไม่ทำแล้ว!"
เธอหันหลังเดินไปสองก้าว แล้วเริ่มเก็บข้าวของของตัวเอง
กัวหลิงหลิงอยากจะเข้าไปลงมือ แต่กลับถูกพานเฉิงขวางเอาไว้ "เฉินเสี่ยวเสี่ยว ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธออยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปได้ตามใจชอบนะ!"
"ถ้าเธอไม่อยากทำแล้วจริงๆ ก็ต้องยื่นเรื่องมาก่อน ฉันเซ็นอนุมัติแล้วเธอถึงจะไปได้!"
"อีกอย่าง เมื่อกี้เธอใส่ร้ายฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ เธอต้องแก้ข่าว แล้วก็ขอโทษฉันด้วย!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวหยุดมือพลางแค่นหัวเราะเยาะ
"ที่ฉันพูดไปมันเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ทำไมต้องขอโทษด้วย?"
"หลีกไป!"
เธอเก็บของเสร็จอย่างรวดเร็วและก้าวเท้าเตรียมจะเดินออกไป แต่กลับถูกพานเฉิงขวางเอาไว้อีก
"ความจริงอะไรกัน? เห็นๆ อยู่ว่าเธอแต่งเรื่องมาใส่ร้ายฉันชัดๆ!"
"ฉันจะถามเธออีกครั้ง จะขอโทษหรือไม่ขอโทษ?"
ใบหน้าของพานเฉิงทะมึนตึงดั่งผิวน้ำ เขาต้องบังคับให้เธอขอโทษให้ได้ คนอื่นจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ อย่างน้อยต่อไปเวลาเจอหน้าเพื่อนร่วมงานก็จะได้มีข้ออ้าง ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการพูดจาเหลวไหลของเฉินเสี่ยวเสี่ยว เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย
"ไสหัวไป!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวตวาดลั่น "ทำตัวยังกับคนป่วย อย่ามาแพร่เชื้อบ้าๆ ให้ฉันนะ!"
"ตบคนอื่นแล้วคิดจะหนีงั้นเหรอ?" กัวหลิงหลิงพุ่งเข้าไปด้วยความโมโหจัดพลางเงื้อมือขึ้นตบ
เฉินเสี่ยวเสี่ยวหลบอย่างลุกลี้ลุกลน ข้าวของที่เพิ่งเก็บเสร็จหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น ทันใดนั้นเธอก็สวนหมัดกลับไป ทั้งสองคนจึงเปิดฉากตบตีกันอุตลุด
สมใจอยาก ในที่สุดก็ได้เห็นฉากที่อยากดูที่สุด สถานการณ์ตรงหน้าทำเอาคนดูฮือฮาขึ้นมาทันที
"หยุดนะ!"
"ที่นี่มันที่ไหนกัน ห้ามมาทำตัวไร้สาระนะ!"
พานเฉิงที่เพิ่งจะหายตกตะลึง รีบพุ่งเข้าไปห้ามทัพ
"เพียะ—"
"กล้าตบฉันนักใช่มั้ย!"
"เพียะ! เพียะ!—"
กัวหลิงหลิงตบหน้าเฉินเสี่ยวเสี่ยวฉาดแล้วฉาดเล่า ชั่วพริบตาเดียวแก้มทั้งสองข้างของเธอก็แดงบวมปูด
การห้ามทัพของพานเฉิงเป็นแค่ข้ออ้าง แท้จริงแล้วเขาฉวยโอกาสนี้แก้แค้นเฉินเสี่ยวเสี่ยวต่างหาก
เขาจับแขนทั้งสองข้างของเฉินเสี่ยวเสี่ยวเอาไว้จากด้านหลัง การถูกกดทับด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิงทำให้เธอไม่สามารถดิ้นหลุดได้
"ปล่อยฉันนะ!!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวคำรามและดิ้นรนขัดขืน เมื่อพบว่าทุกอย่างเปล่าประโยชน์ เธอจึงหยุดนิ่งและไม่พูดอะไรอีก
ทำเพียงแค่จ้องมองกัวหลิงหลิงด้วยสายตาเคียดแค้น ปล่อยให้ฝ่ามือเหล่านั้นฟาดลงบนใบหน้าของตัวเองโดยไม่ขยับเขยื้อน
กัวหลิงหลิงกำลังตบอย่างเมามัน พอเห็นท่าทีของเฉินเสี่ยวเสี่ยวแบบนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา เธอถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงง้างค้างเอาไว้อยู่
โซนออฟฟิศที่กำลังฮือฮาค่อยๆ เงียบลง จนกระทั่งเงียบสงัดราวกับเข็มตกสักเล่มก็คงได้ยิน
พานเฉิงยังคงจับแขนทั้งสองข้างของเฉินเสี่ยวเสี่ยวเอาไว้ พอรู้ตัวว่าสถานการณ์ชักจะแปลกๆ เขาก็รีบปล่อยมือออกอย่างเสียหน้า "ในเมื่อเธอไม่อยากทำแล้วก็ไปซะเถอะ ฉันจะรายงานเบื้องบนให้เอง"
"ตบสิ! ทำไมไม่ตบต่อล่ะ?" เฉินเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้สนใจพานเฉิง เธอยังคงจ้องมองกัวหลิงหลิง มุมปากมีรอยเลือดสีแดงสดซึมออกมา
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็ยกเท้าถีบกัวหลิงหลิงกระเด็น
กัวหลิงหลิงที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ ถูกถีบเข้าอย่างจังจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
เฉินเสี่ยวเสี่ยวถีบเสร็จก็หันหลังเดินจากไปทันที ทว่าพอเพิ่งจะก้าวพ้นประตู เธอก็เดินชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง
"เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ..."
"ฉินเกอ?!"
พอเห็นว่าคนที่เดินชนคือฉินเกอ ความโกรธของเธอก็มลายหายไปในพริบตา เธอทั้งตกใจทั้งดีใจจนรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว