- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 21 น่าผิดหวัง
บทที่ 21 น่าผิดหวัง
บทที่ 21 น่าผิดหวัง
"แบบนั้นจะได้ยังไงล่ะ!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวตกใจมาก คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจสถานการณ์ของฉินเกอ แต่เธอเข้าใจดี
แค่เห็นฉินเกอซื้อโทรศัพท์มือถือราคาเก้าพันหยวนเธอก็ประหลาดใจมากพอแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นเกรงใจความรู้สึกของฉินเกอจึงไม่กล้าแสดงออก
ค่าอาหารในหอจุ้ยเซียนไม่ใช่น้อยๆ มื้อนี้กะคร่าวๆ ก็น่าจะหลายหมื่นหยวน แถมยังเป็นในกรณีที่ไม่ได้สั่งเหล้าด้วยซ้ำ
"ฉันเป็นเจ้ามือเลี้ยงวันเกิดตัวเอง แน่นอนว่าฉันต้องเป็นคนจ่ายสิ!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวไม่รู้ว่าฉินเกอต้องการจะทำอะไร เธอรู้แค่ว่าตัวเองยอมรับไม่ได้
"อย่าสิเสี่ยวเสี่ยว ในเมื่อฉินเกอมีน้ำใจขนาดนี้ เธอก็ปล่อยให้เขาเป็นคนจ่ายไปเถอะ!"
"มิตรภาพมันวัดด้วยเงินไม่ได้หรอกนะ วันเกิดเธอทั้งทีจะปฏิเสธความหวังดีของคนอื่นได้ยังไง ทุกคนว่าจริงไหม?"
เดิมทีเฮ่อจินก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของฉินเกอหรอก แต่ปฏิกิริยาของเฉินเสี่ยวเสี่ยวทำให้เขามองเห็นเบาะแสบางอย่าง
"แต่ว่านะฉินเกอ ฉันขอเตือนนายสักหน่อย ค่าอาหารของหอจุ้ยเซียนเนี่ยไม่ถูกเลยนะ"
"รู้ไหมว่าฉันต้องออกแรงไปมากขนาดไหน กว่าจะช่วยเสี่ยวเสี่ยวจองห้องส่วนตัว A11 บนชั้นสองห้องนี้ได้?"
"การจะขี้โม้มันต้องมีฝีมือรองรับด้วยนะ ถ้านายเกิดไม่มีเงินจ่ายขึ้นมา มันจะขายหน้าเอาได้!"
น้ำเสียงของเฮ่อจินแฝงไปด้วยการเย้ยหยันและหยั่งเชิง เขาไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่าฉินเกอจะมีเงินจ่ายจริงๆ
"ดูออกเลยว่านายทุ่มเทเพื่อเสี่ยวเสี่ยวอย่างหนักจริงๆ เพียงแต่ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อนายตั้งใจขนาดนี้ ทำไมถึงไม่จองห้องส่วนตัวบนชั้นสามล่ะ?"
"หรือนายคิดว่าเสี่ยวเสี่ยวไม่มีความสำคัญพอ พอลองชั่งน้ำหนักในใจดูแล้ว ก็เลยคิดว่าแค่ห้องส่วนตัวบนชั้นสองก็พอแล้วงั้นเหรอ?"
ต่อให้ฉินเกอจะโง่แค่ไหนก็ยังดูออกถึงความมุ่งร้ายที่เฮ่อจินมีต่อตน หากขืนทนต่อไปคงส่งผลกระทบต่ออารมณ์และกระทบต่อการบำเพ็ญเพียรเป็นแน่
"นายจะไปรู้อะไร!" เฮ่อจินหน้าแดงก่ำ "ห้องส่วนตัวบนชั้นสามของหอจุ้ยเซียนไม่เปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะขึ้นไปได้!"
"ดูหน้าก็รู้แล้วว่าไม่เคยเห็นโลกกว้าง!"
"ฉันจะบอกให้เอาบุญ หอจุ้ยเซียนเป็นกิจการของตระกูลเซี่ย ไม่ได้มีแค่ชั้นสาม แต่ยังมีชั้นสี่ด้วยซ้ำ และชั้นสี่นั้นก็มีไว้สำหรับแขกผู้มีเกียรติที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเซี่ยระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะขึ้นไปได้!"
"รู้หรือเปล่าว่าตระกูลเซี่ยยิ่งใหญ่แค่ไหน? ไอ้บ้านนอก!"
"เฮ่อจิน พอได้แล้ว!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวตวาดเสียงแข็ง "ฉันก็แค่อาศัยช่วงวันเกิดเลี้ยงข้าวทุกคน นายจะพูดเรื่องพวกนี้ไปทำไม?"
"ที่ฉันให้ช่วยก็เพราะได้ยินนายบอกว่ารู้จักสถานที่ทำเลดีอย่างหอจุ้ยเซียน แถมยังจองที่ได้ ฉันไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องมาที่นี่เสียหน่อย ถ้านายอยากจะเอาเรื่องแบบนี้มาทวงบุญคุณล่ะก็ งั้นฉันก็ขอบใจนายมาก!"
มือของเฮ่อจินที่อยู่ใต้โต๊ะกำหมัดแน่น "เสี่ยวเสี่ยว ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ก็ฉินเกอเขาไม่รู้อะไรเลย แถมยังดึงดันจะยั่วยุฉันก่อน"
ฉินเกอเลิกคิ้ว "ใครบอกว่าฉันไม่รู้ ฉันยังเคยไปกินข้าวบนชั้นสามมาแล้วเลย!"
"ก็ไม่เห็นจะมีอะไรยิ่งใหญ่เลย รสชาติอาหารจริงๆ ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ แค่บรรยากาศมันดีกว่านิดหน่อยก็เท่านั้น"
"ที่นายพ่นมาตั้งเยอะแยะ ก็แค่เพราะตัวเองขึ้นไปชั้นสามไม่ได้ไม่ใช่หรือไง?"
เฮ่อจินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "นายเนี่ยขี้โม้เก่งจริงๆ!"
"ความหมายของนายก็คือ นายมีบัตรสมาชิกและสามารถขึ้นไปชั้นสามได้งั้นสิ?"
"มีบัตรสมาชิกไหมล่ะ เอาออกมาให้ทุกคนดูหน่อยสิ!"
"พอได้แล้ว!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวหน้าดำคร่ำเครียด "ถ้าพวกนายยังคุยเรื่องพวกนี้กันอีก ข้าวก็ไม่ต้องกินกันแล้ว!"
เธอรู้สึกผิดหวังในตัวฉินเกอเล็กน้อย รู้สึกว่าการกลับมาพบกันอีกครั้งในคราวนี้ ฉินเกอดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
ทั้งที่ที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย แต่ก็ยังจะซื้อโทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่ ตอนนี้ยังมาพูดจาไร้สาระแบบนี้เพื่อรักษาหน้าตัวเองอีก
ฉินเกอคนก่อนไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้อขนาดนี้นี่นา!
เมื่อเห็นเช่นนั้นเฮ่อจินก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก กลุ่มเพื่อนร่วมชั้นที่ชอบดูเรื่องสนุกไม่เกี่ยงเรื่องใหญ่ ก็พลันรู้สึกหมดสนุกไปในทันที
เมื่อฉินเกอกินอิ่มพอประมาณแล้ว เขาก็หาข้ออ้างเดินออกไป ก่อนจะมุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับที่ชั้นหนึ่ง
"คุณ... คุณฉิน?!" สวีหย่งเสียง ผู้จัดการหอจุ้ยเซียนบังเอิญอยู่ที่เคาน์เตอร์พอดี ตอนที่เห็นฉินเกอ สมองของเขาก็แทบจะช็อตไปชั่วขณะ นี่เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
เซี่ยเหยียนซีโทรมาสั่งการไว้ตั้งนานแล้วว่า หากฉินเกอมาที่หอจุ้ยเซียน ให้รีบแจ้งเธอในทันที
ตอนที่ฉินเกอและเฉินเสี่ยวเสี่ยวเดินเข้ามาด้วยกัน ไม่มีใครในหอจุ้ยเซียนสังเกตเห็นฉินเกอเลย
"ขอเช็กบิลห้องส่วนตัว A11 บนชั้นสองด้วยครับ!"
ฉินเกอหยิบบัตรธนาคารที่เซี่ยเหยียนซีให้เขาออกมายื่นให้สวีหย่งเสียง
สวีหย่งเสียงชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า "คุณฉินอย่าล้อผมเล่นเลยครับ"
"คุณหนูเซี่ยสั่งไว้ว่า หากคุณมาใช้บริการที่หอจุ้ยเซียนให้ฟรีทุกอย่าง แล้วผมจะกล้าให้คุณจ่ายเงินได้ยังไงล่ะครับ!"
"ผมรู้ครับ" ฉินเกอยิ้มรับเช่นกัน "แต่เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ครั้งนี้คนที่มาใช้บริการไม่ใช่ผม แต่เป็นเพื่อนของผม มันก็สมควรแล้วที่ผมจะต้องเป็นคนจ่าย"
"อีกอย่าง ผมอยากถามหน่อยว่า บนชั้นสี่ของพวกคุณมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงและสามารถร้องคาราโอเกะได้ไหมครับ?"
"ถ้าผมอยากจัดการให้เพื่อนขึ้นไป จะได้ไหมครับ?"
"ได้แน่นอนครับ!" สวีหย่งเสียงยื่นมือออกไปดันบัตรของฉินเกอกลับคืนมา "แต่ผมคงไม่กล้าให้คุณฉินจ่ายเงินเด็ดขาดเลยล่ะครับ"
"คุณหนูเซี่ยกำชับไว้เป็นพิเศษแล้วว่า ไม่ว่าคุณฉินจะมาใช้บริการด้วยตัวเอง หรือพาเพื่อนมา ทุกอย่างล้วนฟรีหมดครับ"
"ขอคุณฉินอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจเลยนะครับ ถ้าผมรับเงินคุณมา ผมคงหนีไม่พ้นต้องโดนคุณหนูเซี่ยตำหนิแน่ๆ"
"งั้นก็ได้ครับ!" ฉินเกอไม่ดึงดันอีกต่อไป "เดี๋ยวคุณช่วยส่งคนไปที่ห้องส่วนตัว A11 แล้วลองถามเด็กผู้หญิงที่ชื่อเฉินเสี่ยวเสี่ยวดูหน่อยนะ ถ้าเธออยากพาเพื่อนร้องเพลงที่นี่ ก็รบกวนคุณช่วยจัดการให้ที"
"ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ!"
ในมุมหนึ่ง เฮ่อจินคอยมองตามแผ่นหลังของฉินเกอที่เดินออกจากหอจุ้ยเซียนไปตลอด มุมปากของเขาเริ่มยกขึ้น
ทันทีที่ฉินเกอก้าวเท้าออกจากห้องส่วนตัว เขาก็ก้าวตามออกมาติดๆ แล้วคอยจับตามองอยู่ห่างๆ เพื่อดูว่าฉินเกอต้องการจะทำอะไร
"เสี่ยวเสี่ยว เพื่อนเก่าของเธอนี่ไม่มีความจริงใจเอาซะเลยนะ!" เฮ่อจินผิวปากและกลับเข้ามาในห้องส่วนตัวด้วยสีหน้าได้ใจสุดๆ
"ยังจะรักหน้าตาบอกว่าตัวเองจะเป็นคนจ่าย ที่ไหนได้ กลับหนีไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำเลยนี่สิ!"
"วันหลังเธอก็ต้องเบิกตาดูให้ดีๆ หน่อยนะ คบค้าสมาคมกับคนแบบนี้ให้น้อยๆ หน่อยล่ะ!"
เฮ่อจินจับตาดูฉินเกอตั้งแต่ต้นจนจบ แม้จะไม่ได้ยินว่าฉินเกอกับสวีหย่งเสียงคุยอะไรกัน แต่เขาก็มั่นใจว่าฉินเกอไม่ได้จ่ายเงินอย่างแน่นอน
"ฉินเกอไปแล้วเหรอ?!" เฉินเสี่ยวเสี่ยวลุกพรวดขึ้นมาทันที และพุ่งตัวออกไปเพื่อตามฉินเกอโดยสัญชาตญาณ
เฮ่อจินขวางทางเฉินเสี่ยวเสี่ยวเอาไว้ "เดินไปไกลแล้วล่ะ ตามไม่ทันแล้ว"
"เมื่อกี้ตอนที่ฉันออกไปเข้าห้องน้ำ ฉันเห็นเขาเดินไปที่เคาน์เตอร์ชั้นหนึ่ง ก็เลยคิดว่าเขาจะไปเช็กบิล ฉันก็เลยตามไปดูว่ามีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้างไหม"
"คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเดินหนีไปดื้อๆ ซะงั้น!"
"อุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะมีเงินไม่พอจ่ายจนอยากจะเข้าไปช่วย ใครจะไปรู้ว่าเขาไม่คิดจะจ่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คนอะไรก็ไม่รู้!"
ทุกคนพากันร้องอื้ออึงฮือฮา ภายในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนถอนหายใจ
ความประพฤติของนักศึกษามหาวิทยาลัยตงต้านี่แย่ขนาดนี้เชียวหรือ?
ทุกคนต่างรู้สึกว่าเฉินเสี่ยวเสี่ยวทำดีสูญเปล่า อุตส่าห์พาฉินเกอมากินข้าวด้วยกัน แถมยังคอยปกป้องฉินเกอในทุกๆ เรื่อง แต่ดูฉินเกอสิ?
มามือเปล่าก็ยังพอว่า นี่ดันมาแสร้งอวดดีบอกว่าตัวเองจะเป็นคนจ่าย แต่ผลสุดท้ายพอกินอิ่มแล้วก็หนีหายวับไปเฉยเลย!
ก็ไม่ได้มีใครไปบังคับให้เขาจ่ายเสียหน่อย ไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ามาขี้โม้โอ้อวดสิ!
"ไม่หรอก ฉินเกอไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย!"
"อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาจ่ายตั้งแต่แรกแล้ว ฉันบอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ฉันเป็นคนเลี้ยงข้าวทุกคนในวันเกิดตัวเอง ก็สมควรที่จะต้องให้ฉันเป็นคนจ่าย"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวยังคงออกรับแทนฉินเกอ แต่ภายในใจกลับอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
เธอไม่เคยคิดจะให้ฉินเกอเป็นคนจ่ายอยู่แล้ว แต่การที่ฉินเกอจากไปดื้อๆ แบบนี้ มันช่างน่าผิดหวังเสียจริงๆ!