- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 20 ของขวัญวันเกิด
บทที่ 20 ของขวัญวันเกิด
บทที่ 20 ของขวัญวันเกิด
"ฉินเกอ ได้ยินว่านายกับเสี่ยวเสี่ยวเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย ตอนนี้นายก็เรียนอยู่ที่ตงไห่เหมือนกันเหรอ?"
"เรียนอยู่มหาวิทยาลัยไหนล่ะ?"
ภายในห้องส่วนตัวชั้นสองของหอจุ้ยเซียน เฮ่อจินเริ่มเปิดฉากโจมตีฉินเกอ ภายนอกเขาดูสุภาพ ทว่าแท้จริงแล้วในใจกลับอยากจะขย้ำฉินเกอให้แหลกเป็นชิ้นๆ
เขาตามจีบเฉินเสี่ยวเสี่ยวมาตั้งนาน แต่กลับไม่เคยได้แตะแม้แต่ปลายนิ้วของเธอเลย แล้วฉินเกอมีสิทธิ์อะไรถึงได้มาสนิทสนมกับเฉินเสี่ยวเสี่ยวขนาดนี้?
เขาต้องหาช่องโหว่เพื่อกดฉินเกอให้จมดินให้ได้
มหาวิทยาลัยที่พวกเฮ่อจินเรียนอยู่นั้น ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นรองแค่มหาวิทยาลัยตงไห่ในพื้นที่ตงไห่เท่านั้น ตราบใดที่ฉินเกอไม่ได้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยตงไห่ เฮ่อจินก็สามารถเอาชนะฉินเกอในจุดนี้ได้อย่างราบคาบ
ระหว่างมหาวิทยาลัยย่อมมีการแบ่งชนชั้นกันอยู่แล้ว นักศึกษาส่วนใหญ่มักจะมีความรู้สึกเหนือกว่าเมื่อมหาวิทยาลัยของตนเองดีกว่าของคนอื่น
"ฉินเกอเรียนอยู่ตงต้าน่ะ!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวชิงตอบแทนฉินเกอทันที "สมัยมัธยมปลายฉินเกอเรียนเก่งมากเลยนะ ฉันยังนึกว่าเขาจะเลือกไปเรียนที่เป่ยตูเสียอีก ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเขาจะเลือกเรียนแค่ที่ตงต้า"
"แต่ก็ถือว่าดีแหละ ถึงแม้ศักยภาพโดยรวมของตงต้าจะเทียบไม่ได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับต้นๆ ในเป่ยตู แต่คณะแพทยศาสตร์ของตงต้าก็ถือเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเชียวนะ"
เธอพูดพลางส่งยิ้มหวานให้กับฉินเกอ "นายเรียนอยู่ตงต้าก็ไม่ยอมบอกฉัน ถ้ารู้เร็วกว่านี้ ฉันคงแวะไปหาบ่อยๆ แล้ว!"
คำพูดของเฉินเสี่ยวเสี่ยวราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเฮ่อจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังเป็นการโจมตีติดคริติคอลอีกด้วย
จากที่เฉินเสี่ยวเสี่ยวพูด ฉินเกอไม่เพียงแต่เรียนอยู่ตงต้า แถมยังเรียนคณะแพทยศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นคนเลือกที่จะเข้าตงต้าเองด้วย ถ้าเขาต้องการ เขาก็สามารถเลือกมหาวิทยาลัยที่ดีกว่าตงต้าได้อย่างสบายๆ!
แบบนี้เฮ่อจินไม่ได้เตะโดนตอเข้าอย่างจังหรอกหรือ?
ไม่เพียงแต่กดฉินเกอไม่ลง แต่กลับกลายเป็นสร้างโอกาสให้เขาได้หน้าเสียอีก!
กลุ่มเพื่อนร่วมชั้นของเฉินเสี่ยวเสี่ยวพากันฮือฮา พวกเขาทุกคนล้วนผ่านการร่ำเรียนอย่างหนักหน่วงมาเป็นสิบปี ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีกว่านี้
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาเท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยที่ดีกว่าอาจเป็นตัวกำหนดความก้าวหน้าในสายอาชีพการงานในอนาคตได้เลยทีเดียว
ถึงจะไม่เสมอไป แต่มันก็ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่
"วันนี้เป็นวันเกิดของเสี่ยวเสี่ยว เธอก็คือตัวเอกของงาน พวกนายเลิกพูดเรื่องฉันเถอะ"
ฉินเกอไม่ได้รู้สึกเหนือกว่าใครแม้แต่น้อย ที่เขาเลือกตงต้าในตอนนั้นก็เพราะคณะแพทยศาสตร์ของตงต้า และเพราะมันอยู่ใกล้บ้านมากกว่าด้วย
หลังจากเรียนมหาวิทยาลัยมาได้หนึ่งปี เขาก็รู้สึกได้อย่างลึกซึ้งว่า มหาวิทยาลัยที่ดีก็เป็นข้อได้เปรียบจริงๆ แต่ก็ยังต้องดูที่ตัวบุคคลด้วย
อย่างเช่นเพื่อนร่วมห้องของเขา หลิวหยางและซ่งหย่วน ทั้งที่เรียนคณะแพทยศาสตร์ ตงต้าเหมือนกัน แต่ถ้าพวกเขายังคงโดดเรียนไปเล่นเกม และใช้ชีวิตแบบไร้สาระไปวันๆ ตลอดห้าปีนี้ พอเรียนจบไปจะมีอนาคตอะไรได้ล่ะ?
ส่วนจูหยางเหอก็เหมือนกัน อาศัยเส้นสายของที่บ้าน พอเรียนจบก็สามารถทิ้งห่างคนอื่นๆ ได้อย่างสบายๆ ต่อให้คุณจะสอบได้เกรดเอทุกวิชา ก็ยังสู้ใครบางคนที่บ้านโทรศัพท์กริ๊งเดียวไม่ได้เลย
"พูดได้ดี! เสี่ยวเสี่ยว สุขสันต์วันเกิดนะ!" เฮ่อจินหยิบกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้อยู่แล้วขึ้นมาจากใต้โต๊ะ ก่อนจะยื่นให้เฉินเสี่ยวเสี่ยวด้วยสองมือ
"เสี่ยวเสี่ยว ในใจฉันเธอสวยที่สุด ขอให้มีความสุขมากๆ ในวันเกิดนะ ขอให้สวยและดูเด็กตลอดไปเลย!"
มีคนจำของขวัญที่เฮ่อจินให้ได้ จึงร้องอุทานออกมา "เฮ่อจิน ของขวัญที่นายให้มันคือเครื่องสำอางชุดกุญแจแห่งกาลเวลาใช่ไหม?"
"แม่เจ้าโว้ย ชุดนี้น่าจะราคาเจ็ดแปดหมื่นหยวนเลยมั้ง?"
"ได้ยินมาว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวนี้สกัดมาจากไข่ปลาคาเวียร์อะไรสักอย่าง แค่คืนเดียวก็ทำให้ผิวหน้ากลับมาเปล่งปลั่งเหมือนเกิดใหม่ได้เลยนะ!"
"สมกับเป็นคุณชายเฮ่อจริงๆ ทุ่มทุนสร้างชะมัด!"
เฮ่อจินรู้สึกพึงพอใจกับคำเยินยอเหล่านี้มาก แต่ภายนอกกลับยังคงทำตัวสงบนิ่ง "ตาถึงนี่ ใช่กุญแจแห่งกาลเวลาจริงๆ!"
"ก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายหรอก ชุดนี้ก็แค่แปดหมื่นแปดพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวนเอง เสี่ยวเสี่ยวคู่ควรกับสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว!"
คำพูดของเฮ่อจินราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในทะเลสาบอันเงียบสงบ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นเป็นวงกว้าง หญิงสาวหลายคนเอามือปิดปากอุทาน สายตาเต็มไปด้วยความอิจฉา
เฉินเสี่ยวเสี่ยวกลับรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย เธอไม่ได้ยื่นมือไปรับของขวัญจากเฮ่อจิน "เฮ่อจิน ของขวัญชิ้นนี้มันมีค่าเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก"
"พวกเราต่างก็ยังเป็นนักศึกษากันอยู่เลย นายไม่จำเป็นต้องให้ของขวัญราคาแพงขนาดนี้กับฉันหรอกนะ ความปรารถนาดีของนายฉันขอรับไว้ด้วยใจ แต่ของขวัญชิ้นนี้นายเอาไปคืนเถอะ!"
ที่บ้านของเธอมีฐานะดีก็จริง แต่เธอไม่เคยเป็นคนใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย
ตอนที่จ่ายเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้ฉินเกอ เธอแค่พูดไปอย่างนั้นเองว่าเงินเก้าพันหยวนเป็นแค่ค่าขนมไม่กี่วัน เธอรู้ว่าฐานะทางบ้านของฉินเกอไม่ค่อยดี กลัวว่าเขาจะปฏิเสธก็เลยพูดแบบนั้นออกไป
เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกัน จะให้รับเครื่องสำอางชุดละแปดหมื่นกว่าหยวน เธอไม่กล้ารับจริงๆ
เฉินเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าเฮ่อจินอยากจะจีบเธอ แต่เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา เพราะฉะนั้นก็ยิ่งรับไว้ไม่ได้เด็ดขาด
"เสี่ยวเสี่ยว เธอไม่รู้อะไร ชุดเครื่องสำอางนี้ฉันต้องจองคิวตั้งนานกว่าจะแย่งซื้อมาได้นะ"
"คนอยากได้ยังหาซื้อไม่ได้เลย แล้วจะเอาไปคืนได้ยังไงล่ะ!"
"ก็แค่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ น่ะ วันเกิดเธอปีละครั้งเอง รับไว้เถอะ ไม่ต้องคิดมากหรอก!"
เฮ่อจินประคองของขวัญไว้ด้วยสองมือ เดิมทีที่เขาบอกราคาของเครื่องสำอางชุดนี้ก็เพื่อจะอวดสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าจะทำให้เฉินเสี่ยวเสี่ยวตกใจจนไม่กล้ารับไปได้ล่ะ
ถ้าเฉินเสี่ยวเสี่ยวไม่ยอมรับแม้กระทั่งของขวัญของเขา แล้วต่อไปจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้คืบหน้าไปได้อย่างไร?
เขารีบขยิบตาให้เพื่อนที่อยู่ข้างๆ รัวๆ
เพื่อนคนนั้นเข้าใจความหมาย จึงรีบพูดขึ้นทันที "ใช่แล้วเสี่ยวเสี่ยว ของขวัญชิ้นนี้อาจจะแพงสำหรับพวกเรา แต่สำหรับคุณชายเฮ่อแล้ว มันก็แค่เศษเงินค่าขนมเท่านั้นแหละ เธอรับไว้เถอะ!"
"ที่สำคัญคือความตั้งใจต่างหาก คุณชายเฮ่อมีความจริงใจขนาดนี้ ถ้าเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขาคงต้องเสียใจไปอีกหลายวันแน่ๆ!"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ก็พากันพูดเกลี้ยกล่อมให้เฉินเสี่ยวเสี่ยวรับของขวัญเอาไว้ มีเพียงฉินเกอคนเดียวเท่านั้นที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร
เฉินเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองฉินเกอแวบหนึ่ง สุดท้ายเธอก็ยอมรับของขวัญของเฮ่อจินมา "งั้นฉันขอหน้าด้านรับไว้ก็แล้วกัน คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ"
ที่เธอไม่อยากรับไม่ใช่แค่เพราะของขวัญมีราคาแพงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเฮ่อจินจนเกินงาม ยิ่งไปกว่านั้นเธอกลัวว่าฉินเกอจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับเฮ่อจิน
สายตาที่เฉินเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองฉินเกอนั้นถูกเฮ่อจินจับสังเกตได้ เขาหันไปมองฉินเกอ แววตาของเขาฉายแววเย็นเยียบและเกรี้ยวกราด
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ทยอยหยิบของขวัญที่ตัวเองเตรียมไว้ออกมาให้ ล้วนเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ อย่างพวกลิปสติก ผ้าพันคอ หรือหูฟัง ซึ่งเทียบชั้นกับเครื่องสำอางของเฮ่อจินไม่ได้เลย แต่เฉินเสี่ยวเสี่ยวกลับรับมันไว้ด้วยความดีใจ พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เฮ่อจินมองท่าทางของเฉินเสี่ยวเสี่ยวแล้วรู้สึกไม่สบอารมณ์เลยสักนิด ของขวัญราคาแปดหมื่นกว่าหยวนของเขากลับสู้ของเล่นเด็กเล่นพวกนี้ไม่ได้เลย
"ฉินเกอ นายเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายของเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่เหรอ?"
"วันเกิดเสี่ยวเสี่ยวทั้งที นายคงไม่ได้ไม่เตรียมแม้แต่ของขวัญมาหรอกนะ?"
เฮ่อจินหันเป้าหมายมาโจมตีฉินเกออีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
"ไม่ต้องๆ แค่ฉินเกอมาฉันก็ดีใจมากแล้ว" เฉินเสี่ยวเสี่ยวรีบออกรับแทนฉินเกอ "พวกเราบังเอิญเจอกันน่ะ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันเกิดฉัน การที่เขาไม่มีเวลาเตรียมของขวัญมาก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะ"
เฮ่อจินยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก เขาแสยะยิ้มอย่างดูถูก "ถ้าใส่ใจกันจริงๆ ก็ไม่ควรเอาเรื่องไม่มีเวลามาอ้างหรอก"
"เพื่อซื้อเครื่องสำอางชุดนี้มาให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด ฉันต้องเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งสองเดือนเชียวนะ"
"ถ้าฉินเกอมีใจให้เธอจริงๆ ก็ไม่ควรลืมแม้กระทั่งวันเกิดของเธอสิ"
ฉินเกอมองเฮ่อจินด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองคนปัญญาอ่อน "ฉันไม่ได้เตรียมของขวัญมาจริงๆ นั่นแหละ"
ตอนที่เดินห้างสรรพสินค้าเมื่อช่วงบ่าย เขาก็เคยคิดอยากจะซื้อของขวัญให้เฉินเสี่ยวเสี่ยวอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ยังหาของที่ถูกใจไม่ได้สักที
ฉินเกอไม่เคยซื้อของขวัญให้ใครมาก่อนเลย เรื่องแบบนี้สำหรับเขามันค่อนข้างจะยากเอาการเลยทีเดียว
เขาคิดทบทวนอย่างจริงจัง "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน มื้อนี้เดี๋ยวฉันเป็นคนเลี้ยงเอง ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดจากฉันให้เสี่ยวเสี่ยวก็แล้วกันนะ!"