- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 33: ฝากตัวเป็นศิษย์
(✓) EP 33: ฝากตัวเป็นศิษย์
(✓) EP 33: ฝากตัวเป็นศิษย์
(✓) EP 33: ฝากตัวเป็นศิษย์
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลี่อี๋เหนียงเดินมาส่งเว่ยอวิ๋นโจวที่เรือนหน้า
วันนี้เว่ยกั๋วกงจะเป็นผู้นำพาเว่ยอวิ๋นโจว ไปแสดงความเคารพและฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์เมิ่งด้วยตนเอง
เมื่อวานนี้ เว่ยกั๋วกงได้ส่งบ่าวรับใช้ไปแจ้งเรื่องนี้แก่อาจารย์เมิ่งล่วงหน้าแล้ว อาจารย์เมิ่งจึงตื่นแต่เช้าตรู่ มานั่งรอเว่ยกั๋วกงพานก้อนแป้งอ้วนกลมมาเยือนถึงเรือนพักของตน
หลี่อี๋เหนียงเดินมาส่งเว่ยอวิ๋นโจวหยุดลงเพียงแค่ประตูเล็กทางเข้าเรือนหน้า นางไม่ประสงค์จะก้าวล่วงเข้าไปภายใน
ตามธรรมเนียมแล้ว สตรีจากเรือนหลังไม่ควรย่างกรายเข้าไปในเรือนหน้าบ่อยนัก ประการแรกคือผิดกฎระเบียบ ประการที่สองคือเกรงว่าจะบังเอิญพบเจอผู้ชายแปลกหน้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียงได้
เว้นเสียแต่ว่าจะมีธุระสำคัญจริงๆ หลี่อี๋เหนียงจึงจะมาที่เรือนหน้าด้วยตนเอง ทว่าโดยปกติแล้ว นางมักจะส่งบ่าวรับใช้ไปเชิญเว่ยกั๋วกงมาหามากกว่า
แม้บรรดาอนุภรรยาในเรือนหลังจะมักมากในการแก่งแย่งชิงดี ทว่าพวกนางก็แทบจะไม่เคยก้าวล่วงมายังเรือนหน้าด้วยตนเองเลย
หลี่อี๋เหนียงย่อตัวลงตรงหน้าเว่ยอวิ๋นโจว เอื้อมมือไปจัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาให้เรียบร้อยงดงาม
“ประเดี๋ยวเมื่อพบหน้าอาจารย์เมิ่ง เจ้าต้องพูดจาให้ไพเราะน่าฟังนะ รู้หรือไม่ จะได้สร้างความประทับใจที่ดีให้แก่อาจารย์”
เว่ยอวิ๋นโจวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “อี๋เหนียง ข้าจำขึ้นใจแล้วขอรับ”
“เอาล่ะ เข้าไปหาบิดาของเจ้าเถิด” หลี่อี๋เหนียงตบแผ่นหลังเว่ยอวิ๋นโจวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
“อี๋เหนียง ข้าไปก่อนนะขอรับ ท่านก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิด” เว่ยอวิ๋นโจวโบกมือลามารดา ก่อนจะก้าวเท้านำจินหยวนเป่าเข้าไปในเรือนหน้า
ชิวมามาเห็นใบหน้าของหลี่อี๋เหนียงยังคงมีเค้าความกังวล จึงเอ่ยปลอบประโลม “อี๋เหนียง อาจารย์เมิ่งไม่มีทางปฏิเสธการรับคุณชายอวิ๋นโจวเป็นศิษย์หรอกเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้กังวลใจไปเลย”
อาจารย์เมิ่งเป็นอาจารย์ที่จวนเว่ยกั๋วกงว่าจ้างมา เพื่ออบรมสั่งสอนคุณชายของจวนโดยเฉพาะ ย่อมไม่มีสิทธิ์และไม่มีทางกล้าที่จะปฏิเสธการรับเว่ยอวิ๋นโจวเข้าเป็นศิษย์
“ข้าเพียงกังวลว่าอาจารย์เมิ่งจะไม่โปรดปรานอวิ๋นโจว ด้วยเหตุที่ข้ามีชาติกำเนิดมาจากตระกูลพ่อค้า” วิญญูชนมักจะมีทิฐิและเหยียดหยามพ่อค้าวาณิช การที่ผู้คนในจวนเว่ยกั๋วกงมองพวกนางสองแม่ลูกด้วยหางตา ก็เป็นเพราะพื้นเพที่ต้อยต่ำของนางมิใช่หรือ
ชิวมามารีบเอ่ยปลอบใจ “อี๋เหนียง ท่านคิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ อาจารย์เมิ่งย่อมไม่กล้าแสดงท่าทีรังเกียจคุณชายอวิ๋นโจวเป็นแน่ ท่านก็เห็นมิใช่หรือ ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน กั๋วกงเพิ่งจะบันดาลโทสะกวาดล้างพวกบ่าวไพร่ที่บังอาจเหิมเกริมไปจนสิ้น”
“ก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเถิด” หลี่อี๋เหนียงมิเคยอับอายในชาติกำเนิดของตน และมิเคยใส่ใจคำครหาของผู้อื่น ทว่าหากบุตรชายต้องมาถูกดูแคลนเพียงเพราะชาติกำเนิดของนาง นั่นคือสิ่งที่นางยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“อี๋เหนียง คุณชายอวิ๋นโจวทั้งว่านอนสอนง่ายและน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ อาจารย์เมิ่งย่อมต้องเอ็นดูเขาเป็นแน่เจ้าค่ะ” ในสายตาของชิวมามา ไม่มีผู้ใดที่จะต้านทานความน่ารักน่าเอ็นดูของคุณชายอวิ๋นโจวได้
“เรากลับกันเถิด” หลี่อี๋เหนียงรำพึงในใจ หากอาจารย์เมิ่งไม่โปรดปรานบุตรชายของนาง ก็หาใช่ปัญหาใหญ่ นางจะไหว้วานบิดาและพี่ชายให้ช่วยเสาะหาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากเจียงหนานมาสั่งสอนเขาแทน
ในขณะเดียวกัน เว่ยกั๋วกงก็ได้นำพาเว่ยอวิ๋นโจวมาถึงเรือนซงม่อ เพื่อกระทำพิธีฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์เมิ่ง
อาจารย์เมิ่งผู้นี้ เคยสอบผ่านเป็นจวี่เหรินเมื่อยี่สิบปีก่อน หลังจากนั้น เขาก็เพียรพยายามเข้าสอบฮุ่ยซื่ออยู่หลายครา ทว่าก็ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดก็ตัดสินใจยอมแพ้ เดิมทีเขาวางแผนจะกลับไปรับราชการเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยที่บ้านเกิด ทว่าด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต ทำให้เขาจับพลัดจับผลูได้เข้ามาเป็นอาจารย์ในจวนเว่ยกั๋วกง
ยามนี้ญาติมิตรที่บ้านเกิดก็ร่วงโรยไปจนสิ้น การกลับไปรับราชการชั้นผู้น้อยที่นั่น ย่อมมิอาจเทียบได้กับการพำนักอยู่ในเมืองเสียนจิง ในฐานะอาจารย์ประจำจวนกั๋วกง อย่างน้อยที่สุด ชีวิตในจวนแห่งนี้ ก็รับประกันได้ว่าเขาจะไม่อดอยากขาดแคลนไปตลอดชีวิต
เว่ยกั๋วกงจูงมือเว่ยอวิ๋นโจวเดินเข้าไปคารวะอาจารย์เมิ่ง “คารวะอาจารย์เมิ่งขอรับ”
“เว่ยอวิ๋นโจวขอคารวะอาจารย์เมิ่งขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวประสานมือคารวะอาจารย์เมิ่งด้วยท่าทีนอบน้อมดั่งผู้น้อย ยามนี้เขายังมิได้เข้าพิธีฝากตัวเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ จึงยังไม่อาจปฏิบัติธรรมเนียมศิษย์คารวะอาจารย์ได้
“คุณชายแปด โปรดลุกขึ้นเถิด” อาจารย์เมิ่งรีบก้าวเข้าไปประคองเว่ยอวิ๋นโจวให้ลุกขึ้น
“ขอบพระคุณอาจารย์เมิ่งขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวยืดตัวขึ้น นัยน์ตากลมโตสอดส่ายสำรวจอาจารย์เมิ่งด้วยความใคร่รู้
อาจารย์เมิ่งมีรูปลักษณ์ธรรมดาสามัญ ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยภูมิฐาน บ่งบอกถึงความเป็นผู้คงแก่เรียนอย่างแท้จริง ทางด้านอาจารย์เมิ่งก็ลอบสังเกตเว่ยอวิ๋นโจวเช่นกัน เด็กน้อยผู้นี้รูปร่างอวบอ้วนขาวผ่องดุจก้อนแป้งทังหยวน ชวนให้รู้สึกเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น ทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุด คือแววตากระจ่างใสดุจผืนน้ำนิ่ง
ในบรรดาคุณชายแห่งจวนเว่ยกั๋วกง มีเพียงคุณชายแปดเท่านั้นที่มีดวงตาบริสุทธิ์ผุดผ่อง คุณชายคนอื่นๆ ล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเร้นอยู่ในแววตาทั้งสิ้น นัยน์ตาของคุณชายแปดยังแฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด ซุกซน ซึ่งช่วยแต่งแต้มให้เขาดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
อาจารย์เมิ่งเอ่ยถามเว่ยอวิ๋นโจวสองสามประโยคเพื่อหยั่งเชิง เช่น เคยร่ำเรียนตำราใดมาบ้าง เคยผ่านตาตำราใดมาแล้วบ้าง และสามารถอ่านเขียนอักษรได้หรือไม่
เว่ยอวิ๋นโจวตอบกลับอย่างฉะฉานว่า ตนเคยศึกษาตำราอักษรพันคำมาแล้ว และสามารถจดจำตัวอักษรในตำราเล่มนั้นได้ทั้งหมด
คำตอบของเขาทำเอาอาจารย์เมิ่งถึงกับประหลาดใจ เขารู้ดีว่ามารดาบังเกิดเกล้าของเว่ยอวิ๋นโจวคือหลี่อี๋เหนียง ผู้มีพื้นเพเป็นเพียงบุตรีพ่อค้า ไม่นึกเลยว่าอนุภรรยาจากตระกูลพ่อค้าจะรู้หนังสือ ซ้ำยังสามารถสั่งสอนบุตรชายให้ร่ำเรียนตำราอักษรพันคำได้
อาจารย์เมิ่งจึงท้าทายให้เว่ยอวิ๋นโจวลองท่องตำราอักษรพันคำให้ฟังดูสักหลายๆ ประโยค
เว่ยอวิ๋นโจวเริ่มท่องตั้งแต่ประโยคแรกอย่างคล่องแคล่ว ทว่าเมื่อท่องถึงประโยค 'เดือนปีเคลื่อนคล้อย ฤดูกาลผันเปลี่ยน' เขาก็หยุดชะงักลง เขามิได้โอ้อวดท่องจนจบทั้งบท ซึ่งการกระทำนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่เว่ยกั๋วกงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เป็นอย่างมาก
จำได้ว่าเมื่อสองปีก่อน ตอนที่เว่ยกั๋วกงพาเว่ยอี้หยางมาฝากตัวเป็นศิษย์ อาจารย์เมิ่งก็ให้เว่ยอี้หยางลองท่องตำราอักษรพันคำเช่นกัน ยามนั้นเว่ยอี้หยางท่องรวดเดียวจบทั้งบท ราวกับต้องการอวดภูมิปัญญา
เว่ยกั๋วกงรู้ดีว่าเว่ยอวิ๋นโจวสามารถท่องตำราอักษรพันคำได้อย่างแม่นยำทุกตัวอักษร ทว่าเมื่อเห็นบุตรชายเลือกที่จะท่องเพียงไม่กี่ประโยคต่อหน้าอาจารย์เมิ่ง เขาก็อดประหลาดใจและฉงนใจมิได้ ทว่าเขาก็มิได้เอ่ยปากขัดอันใด
เมื่ออาจารย์เมิ่งสดับฟังเว่ยอวิ๋นโจวท่องตำราอักษรพันคำไปได้เพียงไม่กี่ประโยค เขาก็พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปหารือเรื่องกำหนดการจัดพิธีฝากตัวเป็นศิษย์กับเว่ยกั๋วกง
หลังจากตรวจสอบฤกษ์ยามแล้ว สองวันข้างหน้าคือวันที่มีฤกษ์งามยามดีที่สุดในเดือนนี้ เหมาะแก่การจัดพิธีฝากตัวเป็นศิษย์เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อตกลงฤกษ์ยามกันเป็นที่เรียบร้อย เว่ยกั๋วกงก็พาเว่ยอวิ๋นโจวอำลาอาจารย์เมิ่งและเดินทางกลับ
อาจารย์เมิ่งเดินมาส่งสองพ่อลูกจนถึงหน้าประตู ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังสำนักศึกษาเรือนหน้า
ระหว่างทางที่เดินกลับไป อาจารย์เมิ่งก็ลูบเคราเบาๆ รอยยิ้มล้ำลึกปรากฏขึ้นบนใบหน้า คุณชายแปดผู้นี้... ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง