- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 20: หลี่อี๋เหนียงตัดสินใจทำตามความปรารถนาของเว่ยจือหลาน
(✓) EP 20: หลี่อี๋เหนียงตัดสินใจทำตามความปรารถนาของเว่ยจือหลาน
(✓) EP 20: หลี่อี๋เหนียงตัดสินใจทำตามความปรารถนาของเว่ยจือหลาน
(✓) EP 20: หลี่อี๋เหนียงตัดสินใจทำตามความปรารถนาของเว่ยจือหลาน
เมื่อเว่ยกั๋วกงกลับมาถึงจวน พ่อบ้านเฉียนก็รีบรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการคารวะยามเช้าให้ฟัง เว่ยกั๋วกงคิ้วขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ สั่งให้หยางซื่อและหวังซื่อคัดลอกกฎระเบียบของจวนเพิ่มอีกหนึ่งร้อยจบ
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว ทำเอาไม่มีผู้ใดกล้าปริปากบ่นเรื่องบ่าวไพร่ที่ถูกอัปเปหิออกไปอีก และยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าเยาะเย้ยคุณชายแปดเป็นอันขาด
หยางซื่อและหวังซื่อกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งจวน พวกนางเองก็สำนึกเสียใจจนแทบกระอักเลือด
เว่ยกั๋วกงยังส่งมามาไปที่เรือนหนิงเซียง เพื่อตักเตือนบรรดาคุณหนูให้เคร่งครัดในกฎระเบียบ อย่าปล่อยให้บ่าวไพร่ทำตัวกำแหง หากบ่าวไพร่ผู้ใดฝ่าฝืนกฎอีก มิเพียงบ่าวไพร่ที่จะถูกลงทัณฑ์ แต่ตัวคุณหนูก็จะต้องรับโทษด้วยเช่นกัน
ในบรรดาคุณหนูทั้งหก มีเพียงเว่ยจือฉีและเว่ยจือซูเท่านั้นที่บ่าวไพร่ไม่ได้แสดงพฤติกรรมต่ำช้า ส่วนคุณหนูอีกสี่คน ล้วนมีบ่าวไพร่ถูกขับไล่ออกจากจวนด้วยกันทั้งสิ้น
อันที่จริง เว่ยจือหลานในฐานะพี่สาวร่วมอุทรของเว่ยอวิ๋นโจว บ่าวไพร่ของนางก็ไม่สมควรกล่าววาจาดูหมิ่นเขา ทว่ากลับกลายเป็นว่าบ่าวไพร่ของนางก็อยู่ในกลุ่มที่ถูกอัปเปหิด้วย
ตอนที่เว่ยกั๋วกงส่งมามาไปตักเตือน เขากำชับให้มามาเน้นย้ำเรื่องนี้กับเว่ยจือหลานเป็นพิเศษ หากคนภายนอกล่วงรู้ว่าคุณหนูแห่งจวนเว่ยกั๋วกงเยาะเย้ยน้องชายร่วมสายโลหิตว่าเป็นสุกร เว่ยกั๋วกงคงต้องอับอายขายหน้าจนไม่มีตระกูลใดกล้ามาสู่ขอคุณหนูแห่งจวนนี้เป็นแน่
เว่ยจือฉินเตรียมตัวจะเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นพระสนมในปีหน้า หากเรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของนางมัวหมองจนพลาดโอกาส ความหวังทั้งหมดของเว่ยกั๋วกงและฮูหยินผู้เฒ่าคงต้องพังทลาย และอนาคตของจวนเว่ยกั๋วกงก็คงต้องดับวูบลง
เหตุใดเว่ยกั๋วกงจึงเด็ดขาดเช่นนี้ในครานี้ ประการแรก เป็นเพราะจวนเว่ยกั๋วกงขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบที่เคร่งครัด ประการที่สอง เป็นเพราะเว่ยจือฉินกำลังเตรียมตัวเพื่อการคัดเลือกในปีหน้านั่นเอง
กล่าวกันตามจริง กฎระเบียบอันเคร่งครัดของจวนเว่ยกั๋วกงนี้เพิ่งจะถูกนำมาใช้อย่างจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่เว่ยจือฉิน
เว่ยกั๋วกงและฮูหยินผู้เฒ่าทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก เพื่อปูทางให้เว่ยจือฉินได้เข้าวังเป็นพระสนม ยามนี้เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียว พวกเขาจึงไม่อาจปล่อยให้มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นได้เป็นอันขาด แม้จะเป็นฝีมือของบุตรสาวหรือบุตรชายแท้ๆ ก็ตาม
มามาตักเตือนเว่ยจือหลานด้วยถ้อยคำที่ไม่รุนแรงนัก ทว่าก็ทำให้นางรู้สึกอับอายจนหน้าแดงก่ำ
เมื่อฮูหยินกั๋วกงทราบว่าเว่ยกั๋วกงส่งมามาไปตักเตือนเว่ยจือหลาน นางก็ไม่รอช้า รีบส่งมามาคนสนิทไปสั่งลงโทษให้เว่ยจือหลานคัดลอกกฎระเบียบของจวนหนึ่งร้อยจบ
แม้เว่ยจือหลานจะอ่อนน้อมถ่อมตนและพยายามประจบเอาใจฮูหยินกั๋วกงเพียงใด ทว่านางก็มิใช่บุตรสาวในสายเลือด ฮูหยินกั๋วกงจึงลงโทษนางโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
อย่างน้อยเว่ยกั๋วกงก็ยังไว้หน้าบุตรสาว ไม่ได้สั่งลงโทษ ทว่าฮูหยินกั๋วกงกลับทำเช่นนั้น เป็นการประจานให้คนทั้งจวนรู้ว่า เว่ยจือหลานสมรู้ร่วมคิดกับบ่าวไพร่เยาะเย้ยน้องชายของตนเอง
ยามนี้ เว่ยจือหลานจึงกลายเป็นตัวตลกของจวนกั๋วกงไปโดยปริยาย แม้เหล่าบ่าวไพร่จะมิกล้าเยาะเย้ยนาง ทว่าบรรดาคุณหนูย่อมไม่พลาดโอกาสนี้แน่
เมื่อหลี่อี๋เหนียงล่วงรู้เรื่องนี้ นางมิเพียงไม่เห็นใจบุตรสาว แต่กลับเอ่ยคำเดียวว่า “สมควรแล้ว”
“นี่คือผลลัพธ์จากการที่นางพยายามประจบสอพลอ มารดาที่นางปรารถนานักหนาอย่างไรเล่า”
“คุณหนูหกช่างเบาปัญญายิ่งนัก ไม่ว่านางจะพยายามประจบประแจงฮูหยินกั๋วกงเพียงใด ฮูหยินกั๋วกงก็ไม่มีวันเห็นนางเป็นบุตรสาวในไส้หรอกเจ้าค่ะ” ชิวมามาไม่เข้าใจการกระทำของเว่ยจือหลานเอาเสียเลย “ในเมื่อฮูหยินกั๋วกงมีบุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว นางจะมารักใคร่เอ็นดูคุณหนูหกได้อย่างไร”
“นางหวังจะให้ฮูหยินกั๋วกงรับนางเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อจะได้ยกฐานะตนเองเป็นบุตรฮูหยินกั๋วกง และได้แต่งงานกับบุรุษสูงศักดิ์ในวันข้างหน้า” หลี่อี๋เหนียงมองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจเว่ยจือหลาน
“เว้นเสียแต่ว่าวันข้างหน้า ฮูหยินกั๋วกงต้องการปูทางให้คุณชายเจ็ด และต้องใช้คุณหนูหกเป็นเครื่องมือ เมื่อนั้นฮูหยินกั๋วกงอาจจะยอมรับนางเป็นบุตรบุญธรรม” ชิวมามาขมวดคิ้ว “ทว่าหากถึงเวลานั้น คุณหนูหกคงต้องพบกับความยากลำบากเป็นแน่”
“นี่คือหนทางที่นางเลือกเดินเอง เราก็ปล่อยนางไปเถิด” หลี่อี๋เหนียงสิ้นหวังในตัวบุตรสาวผู้นี้แล้ว นางจะทำราวกับว่าไม่เคยให้กำเนิดบุตรสาวผู้นี้มาก่อน “ยามนี้ไม่ว่าเราจะพูดสิ่งใด นางก็คงไม่รับฟัง ซ้ำยังคิดว่าเราประสงค์ร้าย ขัดขวางความเจริญของนาง”
“โธ่ เหตุใดคุณหนูหกจึงกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้” ก่อนจะย้ายไปอยู่เรือหนิงเซียง นางยังเป็นเด็กน่ารักน่าชังอยู่เลย ทว่าพอไปร่ำเรียนกฎระเบียบมารยาทที่นั่น นางกลับรังเกียจมารดาและน้องชายของตนเอง เหตุใดคุณหนูคนอื่นๆ จึงไม่เป็นเช่นนี้
“ก็เพราะนางมันโง่เขลาอย่างไรเล่า” หลี่อี๋เหนียงไม่คาดคิดจริงๆ ว่าตนเองจะให้กำเนิดสวะเช่นนี้ออกมาได้ “ในเมื่อนางปรารถนาจะเป็นบุตรบุญธรรมของฮูหยินกั๋วกงนัก ข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้นางสมหวัง”
คำกล่าวของหลี่อี๋เหนียงทำเอาชิวมามาตกตะลึงจนเบิกตากว้าง “อี๋เหนียง ท่านจะตัดขาดกับคุณหนูหกจริงๆ หรือเจ้าคะ”
“ในเมื่อนางไม่เห็นข้าเป็นมารดา เหตุใดข้าต้องลดตัวลงไปเห็นนางเป็นบุตรสาวด้วยเล่า” ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเว่ยจือหลานจะกระทำการใด แม้จะกล่าววาจาดูแคลนนาง นางก็ไม่เคยนำมาใส่ใจ ทว่านางยอมไม่ได้เด็ดขาด ที่ลูกสาวจะมาดูแคลนเว่ยอวิ๋นโจว “เห็นแก่ความผูกพันแม่ลูกที่ผ่านมา ข้าจะช่วยให้นางบรรลุความปรารถนา เพื่อที่วันข้างหน้า ไม่ว่านางจะพบเจอเรื่องราวใด ก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าและอวิ๋นโจวอีกต่อไป”
เมื่อได้สดับฟัง ชิวมามาก็ประจักษ์ถึงเหตุผลที่หลี่อี๋เหนียงต้องทำเช่นนี้
“อี๋เหนียงเกรงว่าในวันข้างหน้า คุณหนูหกจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่คุณชายอวิ๋นโจวใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หลี่อี๋เหนียงพยักหน้าเล็กน้อย “นางเบาปัญญา ทั้งยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ซ้ำยังมักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินตัว วันข้างหน้านางจะต้องก่อเรื่องงามหน้า นำพาความเสื่อมเสียมาสู่ครอบครัว และจะลากอวิ๋นโจวเข้าไปพัวพันด้วยเป็นแน่” อวิ๋นโจวปราดเปรื่องเรื่องการศึกษา วันข้างหน้าย่อมสอบผ่านเป็นขุนนาง นางจะยอมให้บุตรสาวผู้เนรคุณมาทำลายอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขาไม่ได้เด็ดขาด
“ในวันข้างหน้า หากฮูหยินกั๋วกงและพวกสตรีริษยาเหล่านั้น ล่วงรู้ความปราดเปรื่องของอวิ๋นโจว พวกนางย่อมต้องหาทางทำลายชื่อเสียงของเขา เพื่อสกัดกั้นมิให้เขาเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้ และเว่ยจือหลานก็คือเครื่องมือชั้นดีที่พวกนางจะใช้จัดการกับอวิ๋นโจว”
ก่อนหน้านี้ชิวมามามิได้ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อหลี่อี๋เหนียงชี้แจงให้ฟัง นางก็ตระหนักได้ว่าฮูหยินกั๋วกงและบรรดาอี๋เหนียงเหล่านั้น อาจใช้เว่ยจือหลานเป็นหมากรุก เพื่อทำลายชื่อเสียงของเว่ยอวิ๋นโจว สกัดกั้นอนาคตการเป็นขุนนางของเขาได้จริงๆ
“อี๋เหนียงช่างมองการณ์ไกลยิ่งนักเจ้าค่ะ”
“ข้าเคยหวังว่านางเพียงแค่หลงระเริงไปกับกฎระเบียบจอมปลอมเหล่านั้น เมื่อเติบโตขึ้น นางคงจะเข้าใจโลกมากขึ้น ทว่าเมื่อข้าได้รู้ว่านางร่วมมือกับพวกบ่าวสุนัขเยาะเย้ยอวิ๋นโจว ข้าก็รู้ทันทีว่านางไม่มีพวกเราอยู่ในสายตาอีกต่อไปแล้ว” ดวงตาของหลี่อี๋เหนียงแดงก่ำ แม้นางจะกล่าวถ้อยคำตัดรอนอย่างเด็ดขาด ทว่าลึกๆ ในใจกลับรวดร้าว อย่างไรเสียนางก็อุ้มท้องมาถึงเก้าเดือนเต็ม
“ข้าสูญเสียบุตรสาวไปแล้วคนหนึ่ง ข้าจะยอมสูญเสียบุตรชายไปอีกไม่ได้ เพื่ออนาคตที่สดใสของอวิ๋นโจว ข้าจำต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ”
“วันข้างหน้าคุณหนูหกจะต้องสำนึกเสียใจเป็นแน่”
“นางจะสำนึกเสียใจหรือไม่ ข้าหาได้ใส่ใจไม่” หลี่อี๋เหนียงเป็นคนเด็ดเดี่ยว ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะตัดขาดกับเว่ยจือหลาน วันข้างหน้าแม้เว่ยจือหลานจะคุกเข่าร่ำไห้อ้อนวอนนาง นางก็จะไม่ใจอ่อนยอมรับนางกลับมาเป็นบุตรสาวอีก
“อี๋เหนียงยังเยาว์วัย วันข้างหน้าย่อมต้องให้กำเนิดบุตรสาวที่น่ารักและกตัญญูได้อีกเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ปรารถนาจะมีบุตรสาวที่เนรคุณเช่นนั้นอีกแล้ว” หลี่อี๋เหนียงเจ็บปวดกับเว่ยจือหลานมามากพอแล้ว “ข้ามีอวิ๋นโจวเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว”
“อี๋เหนียง ท่านวางแผนจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ”
“ตัดไฟเสียแต่ต้นลม วันนี้ข้าจะจัดการให้จบสิ้น ประเดี๋ยวข้าจะไปพบกั๋วกงที่เรือนหน้า”
“จะไปตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ”
“ใช่ ต้องจัดการก่อนที่อวิ๋นโจวจะเข้าศึกษาในสำนัก เพื่อตัดปัญหาที่อาจจะตามมาในภายหลัง” ในเมื่อรู้ว่าเว่ยจือหลานคือตัวอันตรายสำหรับเว่ยอวิ๋นโจว หลี่อี๋เหนียงก็จะไม่ปล่อยให้นางลอยนวลอยู่ข้างกายบุตรชายเด็ดขาด
หลี่อี๋เหนียงมักกระทำการรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เอ่ยคำใดก็กระทำทันที
เมื่อเว่ยอวิ๋นโจวมาหาหลี่อี๋เหนียง และล่วงรู้ว่านางไปยังเรือนหน้า เขาก็เดาว่านางคงไปฟ้องร้องกั๋วกงเพื่อให้ช่วยเหลืออีกเป็นแน่