เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(✓) EP 8: เรียนรู้การอ่านเขียน

(✓) EP 8: เรียนรู้การอ่านเขียน

(✓) EP 8: เรียนรู้การอ่านเขียน


() EP 8: เรียนรู้การอ่านเขียน

เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่เว่ยอวิ๋นโจวนอนหลับสนิท ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กอ้วน เขามักจะฝันร้ายจนนอนไม่หลับ

การที่เมื่อคืนเขาหลับสนิทโดยไม่ฝัน แสดงว่าวิญญาณของเขาและเด็กอ้วนได้หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว

เว่ยอวิ๋นโจวลืมตาตื่นขึ้นมา ก็ต้องผงะเมื่อเห็นหลี่อี๋เหนียงในชุดทองคำอร่าม นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ข้างเตียง

รอยยิ้มที่สดใสเกินพอดีของมารดาในยามเช้าตรู่ ทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่จนต้องรีบลุกขึ้นนั่ง

“อี๋เหนียง เหตุใดท่านจึงอารมณ์ดีเช่นนี้ขอรับ” เช้าตรู่ปานนี้ แต่มารดากลับแต่งกายเต็มยศ ทั้งยังยิ้มกว้างจนน่ากลัว

หลี่อี๋เหนียงประคองแก้มยุ้ยของบุตรชายแล้วหอมฟอดใหญ่

“ยอดดวงใจของข้า พวกบ่าวชั้นต่ำที่บังอาจหัวเราะเยาะเรา ถูกขับไล่ออกจากจวนไปหมดแล้ว ช่างสะใจยิ่งนัก!”

“จริงหรือขอรับ!” เว่ยอวิ๋นโจวไม่คาดคิดว่าบิดาจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้

“จริงสิ พวกมันถูกไล่ตะเพิดไปจนหมดสิ้น” หลี่อี๋เหนียงพึงพอใจในตัวเว่ยกั๋วกงก็ตรงนี้ เมื่อรับของกำนัลไปแล้ว ย่อมต้องลงมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เมื่อคืนเพื่อเอาใจเว่ยกั๋วกง นางทุ่มเงินจัดเตรียมสุราอาหารเลิศรส ซ้ำยังมอบภาพวาดโบราณให้เป็นของขวัญ และยังยอมพลีกายให้เขาเชยชมอีกด้วย

“นายท่านยังตำหนิฮูหยินกั๋วกงด้วยว่าหละหลวมในการปกครอง” หลี่อี๋เหนียงเกลียดชังฮูหยินกั๋วกงคนปัจจุบันที่ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่เป็นที่สุด

“อ้อ นายท่านไปบอกเรื่องนี้กับฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือนหรงโซ่วด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธมาก และสนับสนุนการตัดสินใจของนายท่านเต็มที่”

เว่ยอวิ๋นโจวรับฟังและประมวลผลในใจ ดูเหมือนว่าทั้งบิดาและท่านย่าต่างก็ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของจวนเป็นอย่างมาก

เขาเคยคิดว่าจวนเว่ยกั๋วกงจะมีสภาพย่ำแย่เหมือนจวนหรงกั๋ว แต่ยามนี้เขาตระหนักแล้วว่าจวนเว่ยกั๋วกงยังมีรากฐานที่แข็งแกร่งกว่านั้น

“ดีจังเลยขอรับ ต่อไปนี้ก็จะไม่มีใครกล้ารังแกข้ากับอี๋เหนียงอีกแล้ว”

แม้เว่ยอวิ๋นโจวจะรู้ดีว่าคนในจวนยังคงดูหมิ่นสองแม่ลูกอยู่ลึกๆ แต่พวกเขาก็คงไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งอีก

หลี่อี๋เหนียงเห็นบุตรชายกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก็รีบเข้าไปประคองด้วยความห่วงใย

“ยอดดวงใจของข้า หากวันข้างหน้ามีใครกล้ารังแกเจ้าอีก ต้องรีบมาบอกอี๋เหนียงนะ อี๋เหนียงจะให้นายท่านจัดการมันเอง”

เว่ยอวิ๋นโจวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “หากใครกล้ารังแกข้า ข้าจะรีบมาบอกท่านเลยขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงกอดบุตรชายไว้แน่น หอมแก้มเขาอีกหลายฟอด “ยอดดวงใจของข้า เมื่อคืนข้าบอกนายท่านเรื่องที่เจ้าอยากเรียนหนังสือแล้ว นายท่านอนุญาตให้เจ้าไปเรียนที่เรือนหน้าได้ทันทีที่หายป่วย”

“จริงหรือขอรับ!” เว่ยอวิ๋นโจวโห่ร้องด้วยความยินดี “ดีใจจังเลย ข้าจะได้เรียนหนังสือแล้ว”

เมื่อเห็นบุตรชายตื่นเต้นดีใจเพียงเพราะเรื่องเรียน หลี่อี๋เหนียงก็ปักใจเชื่อแล้วว่าเขาปรารถนาจะร่ำเรียนจริงๆ

“อยากเรียนขนาดนั้นเชียวหรือ”

“อี๋เหนียง ยิ่งข้าเรียนเร็วเท่าใด ข้าก็จะได้เป็นขุนนางใหญ่เร็วขึ้นเท่านั้นขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวแสร้งส่ายศีรษะเลียนแบบบัณฑิต

“ในหมู่ชนสามคน ย่อมมีอาจารย์ของข้าซ่อนอยู่...”

หลี่อี๋เหนียงที่กำลังหัวเราะขบขันกับท่าทางของบุตรชาย ถึงกับชะงักงัน เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เว่ยอวิ๋นโจวยืนขึ้นบนเตียง สองมือเท้าเอวอย่างมาดมั่น “การเรียนรู้และทบทวนอย่างสม่ำเสมอ มิใช่ความเบิกบานใจหรอกหรือ...”

“ยอดดวงใจของข้า เจ้าท่องตำราขงจื๊อได้ด้วยหรือ!”

แม้หลี่อี๋เหนียงจะถูกคนในจวนดูแคลนว่าต่ำต้อย แต่นางก็หาใช่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

ตระกูลหลี่เป็นตระกูลพ่อค้ามั่งคั่ง ย่อมมีเงินทองจ้างอาจารย์มาสั่งสอนบุตรหลาน พวกเขาไม่ต้องการเป็นเพียงพ่อค้า จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก

“อี๋เหนียง ตำราขงจื๊อคือสิ่งใดหรือขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวแสร้งทำตาใสซื่อ เอียงคอถามด้วยความสงสัย

“เจ้าไม่รู้จักตำราขงจื๊อหรือ”

เว่ยอวิ๋นโจวส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่รู้ขอรับ”

เมื่อเห็นว่าบุตรชายไม่รู้จริงๆ หลี่อี๋เหนียงก็ยิ่งประหลาดใจ

“หากเจ้าไม่รู้จักตำราขงจื๊อ แล้วเหตุใดจึงท่องประโยคเหล่านั้นได้เล่า”

“ข้าได้ยินพี่เจ็ดท่องน่ะขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวทำทีเป็นกระตือรือร้น “อี๋เหนียง ที่แท้ประโยคที่ข้าได้ยินมา ก็คือตำราขงจื๊อที่ท่านพูดถึงหรือขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงตกตะลึงจนพูดไม่ออก ไม่คาดคิดเลยว่าบุตรชายจะจดจำประโยคเหล่านั้นได้แม่นยำ เพียงแค่ได้ยินจากคุณชายเจ็ดเท่านั้น

“ใช่แล้ว ประโยคเหล่านั้นมาจากตำราขงจื๊อ” หลี่อี๋เหนียงลูบแก้มบุตรชายเบาๆ

“วันข้างหน้าเมื่อเจ้าไปเรียนที่เรือนหน้า เจ้าก็ต้องเรียนตำราขงจื๊อ หากเจ้าจะสอบเคอจวี่ ก็ต้องใช้ตำราขงจื๊อเช่นกัน”

เว่ยอวิ๋นโจวตาเป็นประกาย “อี๋เหนียง ข้าอยากเรียนตำราขงจื๊อขอรับ”

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก รอให้เจ้าไปเรียนที่เรือนหน้าเสียก่อน แล้วเจ้าจะได้เรียนเอง” หลี่อี๋เหนียงรู้สึกภาคภูมิใจในตัวบุตรชายยิ่งนัก

“อี๋เหนียง ท่านเพียงแค่ฟังก็รู้แล้วว่านี่คือตำราขงจื๊อ ท่านเก่งกาจจังเลยขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวมองมารดาด้วยสายตาชื่นชม

“อี๋เหนียง ท่านต้องท่องตำราขงจื๊อได้แน่ๆ ท่านช่วยสอนข้าได้หรือไม่ขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงบีบจมูกบุตรชายเบาๆ “ใครๆ ก็รู้ว่าประโยคเหล่านั้นมาจากตำราขงจื๊อ การที่อี๋เหนียงรู้หาใช่เรื่องแปลกไม่”

“อี๋เหนียง ข้าอยากเรียนตำราขงจื๊อ ท่านสอนข้าเถิดนะขอรับ”

“อี๋เหนียงความรู้น้อยต้อยต่ำ มิกล้าสั่งสอนเจ้าหรอก” หลี่อี๋เหนียงไม่กล้าสอนบุตรชายจริงๆ

“เช่นนั้นอี๋เหนียงช่วยสอนข้าอ่านหนังสือได้หรือไม่ขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวกระตุกแขนเสื้อของนางเบาๆ อย่างออดอ้อน “ข้าอยากอ่านหนังสือออก ท่านสอนข้านะขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงไม่กล้าสอนตำราขงจื๊อ แต่หากเป็นแค่การสอนอ่านหนังสือ นางย่อมทำได้

“ได้สิ อี๋เหนียงจะสอนเจ้าอ่านหนังสือเอง”

“กินมื้อเช้าเสร็จ ท่านต้องสอนข้าเลยนะขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงบีบแก้มยุ้ยๆ ของบุตรชายด้วยความรักใคร่ “ใจร้อนเสียจริง กินเสร็จแล้วอี๋เหนียงจะสอนให้ทันที” นางยินดีอย่างยิ่งที่บุตรชายร้องขอให้นางเป็นอาจารย์

“อี๋เหนียงประเสริฐที่สุดเลยขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวโผเข้ากอดมารดา ปากหวานประจบประแจง

หลี่อี๋เหนียงอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มเขาอีกหลายครั้ง “ยอดดวงใจของข้าจริงๆ”

“อี๋เหนียง ข้าหิวแล้วขอรับ เราไปกินมื้อเช้ากันเถิด”

“อย่าปล่อยให้ยอดดวงใจของข้าต้องหิวเชียว” หลี่อี๋เหนียงช่วยบุตรชายแต่งตัวด้วยตนเอง ก่อนจะจูงมือเขาไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ

เมื่อสองแม่ลูกเดินมาถึงห้องอาหาร ชิวมามาก็จัดเตรียมมื้อเช้าไว้พร้อมสรรพ

เว่ยอวิ๋นโจวมองอาหารบนโต๊ะด้วยความตื่นตะลึง ผู้ใดกันที่กินขาหมูตุ๋น หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว และห่านย่าง เป็นมื้อเช้า!

หากเด็กอ้วนกินอาหารรสจัดและมันเยิ้มเช่นนี้ทุกเช้า จะไม่ให้อ้วนได้อย่างไร!

“มีแต่ของโปรดของเจ้าทั้งนั้น รีบกินเสียสิ” หลี่อี๋เหนียงคีบขาหมูตุ๋นชิ้นโตใส่ชามของเขา

“อี๋เหนียง ท่านหมอบอกให้ข้ากินแต่อาหารรสอ่อนมิใช่หรือขอรับ ข้ากินขาหมูไม่ได้นะขอรับ” ตอนเช้าตรู่เช่นนี้ เขาไม่อาจกลืนอาหารมันเยิ้มลงคอได้จริงๆ

หลี่อี๋เหนียงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าบุตรชายเพิ่งฟื้นไข้ ไม่สมควรกินอาหารที่มันเยิ้มเช่นนี้

“จริงด้วย เจ้าต้องกินอาหารรสอ่อน” นางสั่งให้ชิวมามายกอาหารเหล่านี้ออกไป และเปลี่ยนเป็นอาหารที่ย่อยง่ายแทน

“อี๋เหนียง ข้าอยากนำขนมที่ข้าชอบที่สุดไปให้ท่านพ่อได้หรือไม่ขอรับ” หลี่อี๋เหนียงรักและตามใจบุตรชาย ทุกเช้าจะส่งคนไปซื้อขนมร้านโปรดมาให้เขาเสมอ “ท่านพ่อชอบขนมเหมือนข้าเลยขอรับ”

หลี่อี๋เหนียงไม่กล้าบอกความจริงว่า เว่ยกั๋วกงหาได้ชอบขนมหวานไม่ เมื่อคืนที่เขายอมกิน ก็เพียงเพื่อรักษาน้ำใจของบุตรชายเท่านั้น

“ได้สิ อี๋เหนียงจะให้คนเอาไปส่งให้”

“ข้ายังออกไปโดนลมไม่ได้ มิเช่นนั้นข้าจะเอาไปให้ท่านพ่อด้วยตนเองขอรับ” เขาต้องพยายามสร้างความประทับใจให้บิดาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้ถูกหลงลืม

“อวิ๋นโจวช่างเป็นเด็กกตัญญูจริงๆ”

หลี่อี๋เหนียงสังเกตเห็นว่าบุตรชายใกล้ชิดกับเว่ยกั๋วกงมากขึ้น ไม่หวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อคืนเว่ยกั๋วกงเองก็ประทับใจในความกตัญญูของบุตรชาย หากเขารู้ว่าบุตรชายมีพรสวรรค์ด้านการเรียน เขาจะต้องให้ความสำคัญอย่างแน่นอน

จบบทที่ (✓) EP 8: เรียนรู้การอ่านเขียน

คัดลอกลิงก์แล้ว