เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(✓) EP 7: ยังไม่ถึงเวลาซ่อนเร้นประกาย

(✓) EP 7: ยังไม่ถึงเวลาซ่อนเร้นประกาย

(✓) EP 7: ยังไม่ถึงเวลาซ่อนเร้นประกาย


() EP 7: ยังไม่ถึงเวลาซ่อนเร้นประกาย

เมื่อเว่ยกั๋วกงได้ยินว่าบุตรชายคนเล็กอยากเรียนหนังสือเพื่อสอบจอหงวนเป็นขุนนาง เขาก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

ไม่คาดคิดเลยว่าบุตรชายที่วันๆ เอาแต่กิน จะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

“เจ้าเป็นคนสอนให้อวิ๋นโจวพูดเรื่องการสอบเคอจวี่หรือ” เว่ยกั๋วกงไม่เชื่อว่านี่จะเป็นความคิดของเด็กน้อย

“นายท่าน ข้าอ่านหนังสือออกเพียงไม่กี่ตัว ทั้งยังเกลียดการเรียน ท่านคิดว่าข้าจะกล้าสอนเขาเรื่องนี้หรือเจ้าคะ”

หลี่อี๋เหนียงค้อนขวับอย่างแง่งอน “สารภาพตามตรง ตอนที่อวิ๋นโจวล้มป่วย ข้ายังคิดว่าเขาแกล้งทำเพื่อหนีเรียนเสียด้วยซ้ำ”

เว่ยกั๋วกงที่กำลังจิบชาอยู่ถึงกับสำลัก พ่นน้ำชาออกมาคำโต

หลี่อี๋เหนียงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับมุมปากให้เขาอย่างเอาใจใส่

“อวิ๋นโจวแกล้งป่วยเพื่อหนีเรียนจริงๆ หรือ”

“ย่อมไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นข้าที่คิดไปเองทั้งสิ้น”

หลี่อี๋เหนียงเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่เคยอ้อมค้อม “เมื่อบ่ายข้ายังหยิบยกเรื่องนี้มาล้อเลียนเขาอยู่เลย”

“เขาโกรธมากจนเอ่ยปากสาบานว่าจะต้องเรียนหนังสือให้จงได้ ข้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจแทบแย่ นึกว่าพิษไข้ทำเอาเขาสมองกลับไปแล้ว”

เว่ยกั๋วกงมองหลี่อี๋เหนียงด้วยความอ่อนใจและขบขัน “อวิ๋นโจวตั้งใจจะร่ำเรียน แต่เจ้ากลับหาว่าเขาสมองกลับ มีมารดาที่ใดพูดจาเช่นนี้กัน”

หากเป็นผู้อื่นเอ่ยเช่นนี้ เว่ยกั๋วกงคงคิดว่ามีเจตนาแอบแฝง ทว่าหากเป็นหลี่อี๋เหนียงเอ่ย เขาไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

“นายท่าน จะโทษข้าก็ไม่ได้นะเจ้าคะ ข้าไม่เคยพร่ำสอนเรื่องการสอบเป็นขุนนางแก่อวิ๋นโจวเลยสักครั้ง”

หลี่อี๋เหนียงบีบนวดไหล่ให้เว่ยกั๋วกงอย่างเอาใจ “และเขาก็ไม่เคยบอกข้าว่าอยากเรียนหนังสือ จู่ๆ เมื่อบ่ายเขาก็โพล่งขึ้นมา ข้าย่อมต้องแปลกใจเป็นธรรมดา”

คำพูดของหลี่อี๋เหนียงฟังดูมีเหตุผล เว่ยกั๋วกงจึงเกิดความสงสัย “แล้วเหตุใดอวิ๋นโจวถึงอยากเรียนหนังสือขึ้นมาเล่า”

“ก็เพราะพวกบ่าวไพร่ปากเปราะพวกนั้นน่ะสิเจ้าคะ” หลี่อี๋เหนียงหยุดนวดไหล่ แล้วขยับไปนั่งบนตักเว่ยกั๋วกงอย่างออดอ้อน สองแขนโอบรอบคอเขาไว้

เว่ยกั๋วกงตวัดแขนโอบเอวคอดกิ่วของนางโดยสัญชาตญาณ เพื่อกันมิให้นางร่วงหล่นลงไป

ในจวนเว่ยกั๋วกงแห่งนี้ มีเพียงหลี่อี๋เหนียงผู้เดียวที่กล้านั่งบนตักเขา

แม้ปากจะพร่ำบอกว่ารังเกียจกลิ่นอายพ่อค้าของนาง ทว่าลึกๆ แล้วเขากลับโปรดปรานความกล้าหาญและลูกล่อลูกชนของนางยิ่งนัก

“พวกบ่าวสารเลวนั่นกล้าเยาะเย้ยอวิ๋นโจวและข้าต่อหน้าต่อตา”

หลี่อี๋เหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “พวกมันดูถูกข้ายังพอทน แต่มาดูถูกอวิ๋นโจว ข้ายอมไม่ได้!”

“พวกมันหาว่าอวิ๋นโจวไร้ค่า อวิ๋นโจวจำฝังใจ จึงตั้งปณิธานว่าจะร่ำเรียนและสอบเป็นขุนนางใหญ่ให้จงได้ เพื่อไม่ให้มีใครกล้ารังแกพวกเราอีก”

กล่าวถึงตรงนี้ ขอบตาของหลี่อี๋เหนียงก็แดงเรื่อ หยาดน้ำตาเอ่อล้น น้ำเสียงสั่นเครือ “นายท่าน อวิ๋นโจวช่างกตัญญูเหลือเกิน... แต่พวกบ่าวชั่วพวกนั้นกลับ...”

หลี่อี๋เหนียงร่ำไห้อย่างไร้เสียง ช่างดูบอบบางน่าเวทนายิ่งนัก

เว่ยกั๋วกงเห็นแล้วก็ปวดใจ ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้านางอย่างอ่อนโยน “เอาเถิด ข้าจะทวงความยุติธรรมให้พวกเจ้าเอง”

“ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” หลี่อี๋เหนียงแย้มยิ้มทั้งน้ำตา

“นายท่าน ร่างกายอวิ๋นโจวยังไม่หายดี ท่านหมอบอกให้พักฟื้นสักระยะ รอให้เขาแข็งแรงกว่านี้ ค่อยให้เขาไปเรียนที่เรือนหน้านะเจ้าคะ”

“อืม รอให้เขาหายสนิทก่อนเถิด”

กล่าวจบ เว่ยกั๋วกงก็ช้อนร่างหลี่อี๋เหนียงขึ้นอุ้มแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอน ส่วนเรื่องภาพวาดโบราณนั้น เขาโยนทิ้งไว้เบื้องหลังไปเสียสนิท

ยามนี้มีเพียงหญิงงามที่เขากระหายจะเชยชม

ขณะเดียวกัน เว่ยอวิ๋นโจวกำลังเดินวนเวียนอยู่ในห้องของตนเอง เขาอ้วนเกินไปแล้ว ต้องรีบลดน้ำหนักโดยด่วน

เขาตั้งปณิธานว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป หลังมื้ออาหารทุกมื้อ เขาจะต้องเดินย่อยอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

ยามนี้เขาอ้วนเกินไป แค่เดินไม่กี่ก้าวก็หอบเหนื่อยแล้ว อย่าว่าแต่วิ่งเลย รอให้น้ำหนักลดลงสักหน่อย เขาค่อยเริ่มวิ่ง

อ้อ พรุ่งนี้ต้องบอกมารดาให้หาอาจารย์มาสอนวิทยายุทธ์ให้เขาด้วย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีวิชาป้องกันตัว

ชาติก่อนเขาเคยรับบทเป็นบัณฑิตเตรียมสอบเคอจวี่ ที่จู่ๆ ก็ล้มป่วยกะทันหันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในห้องสอบ

ร่างกายของบัณฑิตโบราณนั้นอ่อนแอเหลือเกิน หลายคนล้มป่วยระหว่างสอบจนต้องออกจากการสอบกลางคัน นับว่ายังโชคดีที่รักษาชีวิตไว้ได้

มีไม่น้อยที่สิ้นใจตายคาสนามสอบ หรือไม่ก็กลับมาตายที่บ้าน แม้จะรอดชีวิตก็ต้องสูญเสียสุขภาพไปมาก

เว่ยอวิ๋นโจวไม่ต้องการซ้ำรอยบัณฑิตผู้นั้น เขาต้องฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบอันทรหด

อีกทั้งในวันข้างหน้า หากเขาสอบผ่านและถูกส่งไปรับตำแหน่งในถิ่นทุรกันดาร อาจต้องเผชิญกับอันตรายระหว่างทาง การมีวิทยายุทธ์ติดตัวย่อมดีที่สุด

นอกจากความรู้แล้ว เขาต้องฝึกฝนวิชาทั้งหกแขนงด้วย และที่สำคัญที่สุดคือการขี่ม้าตีคลี

กีฬาขี่ม้าตีคลีเป็นที่นิยมอย่างมากในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวงเสียนจิง โดยเฉพาะในหมู่ราชวงศ์

ขุนนางและชนชั้นสูงล้วนเชี่ยวชาญการตีคลี มีหลายคนที่ได้รับความดีความชอบจากโอรสสวรรค์เพราะความสามารถนี้

ผู้ที่เก่งกาจด้านตีคลี จะเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยกย่องในแวดวงสังคมชั้นสูง

ว่ากันว่า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันโปรดปรานกีฬาชนิดนี้มาก และมักจะโปรดปรานผู้ที่มีฝีมือโดดเด่น

ด้วยเหตุนี้ เหล่าคุณชายและคุณหนูในเมืองหลวง ตลอดจนลูกหลานขุนนาง ล้วนแต่ต้องฝึกฝนการตีคลี

เว่ยอวิ๋นโจวหากปรารถนาจะก้าวหน้า เขาต้องเล่นกีฬาชนิดนี้ให้ชำนาญ

ชาติก่อนเขาเคยรับบทเป็นลูกเศรษฐีเสเพลในสมัยราชวงศ์ถัง ผู้ซึ่งไม่เอาถ่านในทุกเรื่อง แต่กลับตีคลีได้อย่างยอดเยี่ยม

เพื่อความสมจริง เขาเคยเรียนตีคลีอยู่ช่วงหนึ่ง ทว่าเวลาผ่านไปนาน เขาเองก็หลงลืมไปมาก คงต้องรื้อฟื้นกันใหม่

มีสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้อีกมากมาย เขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

เว่ยอวิ๋นโจวตั้งใจจะจดบันทึกแผนการอย่างละเอียด ทว่าเขาก็ต้องชะงักเมื่อตระหนักว่า ร่างนี้ยังไม่เคยเรียนหนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

ช่างเถอะ ตอนนี้เขายังเด็ก สิ่งเหล่านี้ยังไม่ต้องรีบร้อน

ยามนี้เขาควรให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือก่อน เมื่อหายป่วย เขาจะต้องไปเรียนที่เรือนหน้า

เขาควรจะแสดงความเก่งกาจให้ทุกคนประจักษ์ หรือควรซ่อนเร้นประกายความสามารถเอาไว้ดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เด็กอ้วนถูกตราหน้าว่าเป็นคนโง่เง่าที่เอาแต่กิน หากเขาได้ไปเรียนที่เรือนหน้า เขาควรจะแสดงพรสวรรค์ออกมาให้ทุกคนตกตะลึงไปเลย

จะได้ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะเขาอีก อีกทั้งหากเขาไม่ฉายแววความสามารถ บิดาก็คงไม่ให้ความสำคัญกับเขาแน่

พรุ่งนี้เขาจะขอให้หลี่อี๋เหนียงสอนเขาอ่านหนังสือก่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาปรารถนาที่จะร่ำเรียนจริงๆ

จบบทที่ (✓) EP 7: ยังไม่ถึงเวลาซ่อนเร้นประกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว