- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 6: เพื่อการศึกษาของบุตรชาย
(✓) EP 6: เพื่อการศึกษาของบุตรชาย
(✓) EP 6: เพื่อการศึกษาของบุตรชาย
(✓) EP 6: เพื่อการศึกษาของบุตรชาย
ตลอดสิบปีที่หลี่อี๋เหนียงแต่งเข้าจวนกั๋วกง เว่ยกั๋วกงไม่เคยเห็นนางอยู่ในสภาพโศกเศร้าอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน
ในความทรงจำของเขา หลี่อี๋เหนียงเป็นสตรีที่ปากกล้าและแข็งกร้าวดุจหญิงชาวบ้าน ไม่นึกเลยว่านางจะมีมุมที่น่าเวทนาถึงเพียงนี้
เว่ยกั๋วกงเป็นบุรุษที่ถนอมบุปผา เมื่อเห็นหลี่อี๋เหนียงถูกรังแกจนน่าสงสาร เขาย่อมเกิดความเวทนาจับใจ
เขาวางบุตรชายตัวอ้วนท้วนลงบนพื้น ก่อนจะยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าขาวผ่องดุจหยกของนางอย่างแผ่วเบา
“เอาเถิด ข้าจะลงโทษพวกบ่าวชั้นต่ำที่บังอาจเหิมเกริมอย่างเด็ดขาด”
“นายท่าน บ่าวพวกนี้มิใช่เพิ่งมาเยาะเย้ยอวิ๋นโจว พวกมันดูถูกเขามาตั้งนานแล้ว...”
หลี่อี๋เหนียงเอ่ยพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลริน “ข้าได้แจ้งเรื่องนี้ให้ฮูหยินกั๋วกงทราบแล้ว หวังว่านางจะไม่ปล่อยพวกมันไปง่ายๆ มิเช่นนั้นวันหน้าพวกมันคงข่มเหงเจ้านายแน่”
เว่ยอวิ๋นโจวลอบชื่นชมมารดาอยู่ในใจ ที่สามารถแว้งกัดฮูหยินกั๋วกงได้อย่างแนบเนียน
เขาเคยคิดว่าหลี่อี๋เหนียงเป็นเพียงสตรีที่ไร้เล่ห์เหลี่ยม ทว่ายามนี้เขาตระหนักแล้วว่านางร้ายกาจมิใช่น้อย
แม้จวนเว่ยกั๋วกงจะเสื่อมถอยลง แต่ชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบที่เข้มงวดก็ยังคงเป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวง
ตระกูลขุนนางเก่าแก่ในเมืองหลวง เมื่อกล่าวถึงจวนเว่ยกั๋วกง สิ่งแรกที่นึกถึงคือกฎระเบียบและมารยาทอันดีงาม
เว่ยกั๋วกงมิค่อยใส่ใจเรื่องในเรือนหลังนัก จึงไม่คาดคิดว่าฮูหยินกั๋วกงจะปล่อยปละละเลยให้บ่าวไพร่ดูหมิ่นคุณชายของจวน
การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการหยามเกียรติจวนเว่ยกั๋วกงอย่างร้ายแรง!
ปัจจุบันสิ่งเดียวที่จวนเว่ยกั๋วกงพอจะเชิดหน้าชูตาได้คือกฎระเบียบ ทว่าฮูหยินกั๋วกงกลับเพิกเฉย เว่ยกั๋วกงจึงรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
เว่ยกั๋วกงเรียกพ่อบ้านเฉียนมาพบ และตำหนิเขาอย่างรุนแรงที่หละหลวมในการปกครองบ่าวไพร่
ปล่อยให้คนชั้นต่ำบังอาจวิพากษ์วิจารณ์และเยาะเย้ยคุณชายแห่งจวนกั๋วกง นี่พวกมันคิดจะก่อกบฏหรืออย่างไร!
ในฐานะหัวหน้าพ่อบ้าน พ่อบ้านเฉียนได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด ทว่าครั้งนี้เขากลับทำให้เว่ยกั๋วกงผิดหวังอย่างแรง
เว่ยกั๋วกงรู้ดีว่าพ่อบ้านเฉียนย่อมต้องรู้เห็นเรื่องนี้ แต่กลับปิดบังและปล่อยปละละเลย ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎของจวนอย่างร้ายแรง
เว่ยกั๋วกงตวาดเสียงกร้าว “เจ้าเป็นถึงพ่อบ้านแห่งจวนเว่ยกั๋วกง กลับปล่อยให้พวกบ่าวไพร่ทำตัวไร้กฎระเบียบ บังอาจนินทาเจ้านาย! เจ้าทำให้ข้าผิดหวังนัก!”
พ่อบ้านเฉียนตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องนี้รุนแรงกว่าที่เขาคิด เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมแผ่นหลัง
เขารีบประสานมือขอขมา และขอโอกาสในการสืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง
เว่ยกั๋วกงสั่งให้พ่อบ้านเฉียนไปสืบว่ามีบ่าวไพร่คนใดบ้างที่บังอาจเยาะเย้ยคุณชายแปด
หากสืบพบ ให้ขับไล่ออกจากจวนและขายทิ้งให้หมด แม้จะเป็นบ่าวที่เกิดในจวนก็ห้ามละเว้น
พร้อมทั้งสั่งให้พ่อบ้านเฉียนนำความไปถ่ายทอดให้ฮูหยินกั๋วกงทราบ เพื่อให้นางตรวจสอบบ่าวไพร่ในเรือนหลักอย่างเข้มงวด
ส่วนเรื่องของฮูหยินผู้เฒ่านั้น พรุ่งนี้เขาจะไปเรียนให้ทราบด้วยตนเอง
พ่อบ้านเฉียนรับคำสั่งด้วยความนอบน้อม ก่อนจะถอยออกจากเรือนชุ่ยจู๋ไป
ครั้งนี้เขาประมาทเกินไป ลืมไปว่าจวนเว่ยกั๋วกงให้ความสำคัญกับกฎระเบียบเพียงใด
แม้คุณชายแปดจะไม่เป็นที่โปรดปราน แต่เขาก็คือบุตรชายของเว่ยกั๋วกง คือเจ้านายของจวน บ่าวไพร่จะหมิ่นเกียรติเขาได้อย่างไร
พ่อบ้านเฉียนรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัก เพื่อถ่ายทอดคำสั่งของเว่ยกั๋วกงให้ฮูหยินกั๋วกงทราบทุกประการ
ฮูหยินกั๋วกงรับฟังด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ นางละเลยจุดนี้ไปจริงๆ
นางฝากพ่อบ้านเฉียนไปเรียนเว่ยกั๋วกงว่า นางจะตรวจสอบเรือนหลังอย่างเข้มงวด และจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก
เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น พ่อบ้านเฉียนก็กลับไปที่เรือนหน้าเพื่อสืบสวนเรื่องราวทั้งหมด
ณ เรือนชุ่ยจู๋ เมื่อเป้าหมายลุล่วง หลี่อี๋เหนียงก็มิได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก แต่หันมาเอาใจเว่ยกั๋วกงแทน
แม้ยามปกติหลี่อี๋เหนียงจะพูดจาหยาบกระด้าง แต่เมื่อถึงคราวต้องประจบ นางก็สามารถร้อยเรียงถ้อยคำได้อย่างสละสลวย
นางเติบโตมาในตระกูลพ่อค้า เคยช่วยครอบครัวดูแลร้านค้าหลายแห่ง ย่อมมีวาทศิลป์เป็นเลิศ
การพูดจาเอาอกเอาใจผู้คน คือทักษะพื้นฐานของพ่อค้าที่นางเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี
ที่ผ่านมานางเกียจคร้านที่จะประจบเว่ยกั๋วกง หากมิใช่เพื่อบุตรชาย นางคงไม่ยอมลงทุนแสดงละครฉากใหญ่เช่นนี้
เว่ยอวิ๋นโจวประสานจังหวะกับมารดา ด้วยการเอ่ยปากชมเว่ยกั๋วกงด้วยน้ำเสียงใสซื่อบริสุทธิ์
เว่ยกั๋วกงถูกสองแม่ลูกรุมประจบประแจง ก็รู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสของพวกเขา เขาก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ
เพียงชั่วครู่ เว่ยอวิ๋นโจวก็มองออกว่าบิดาของเขาเป็นคนรักหน้าตาและกฎระเบียบ ทั้งยังมีไหวพริบอยู่บ้าง มิใช่คนโง่เขลา
เว่ยอวิ๋นโจวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่บิดาเขายังพอมีสติปัญญาอยู่บ้าง
หลี่อี๋เหนียงคีบอาหารและรินสุราให้เว่ยกั๋วกงอย่างเอาใจใส่
“นายท่าน นี่คืออาหารจานโปรดของท่าน ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ”
เว่ยกั๋วกงเอ่ยเสียงนุ่ม “เจ้านั่งลงทานด้วยกันเถิด” เมื่ออยู่กับอนุภรรยา เขาไม่ถือสากฎระเบียบมากนัก
“ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” หลี่อี๋เหนียงนั่งลงเคียงข้างเว่ยกั๋วกง
เว่ยอวิ๋นโจวใช้ตะเกียบคีบห่านย่างชิ้นโตไปวางในชามของเว่ยกั๋วกงอย่างเงอะงะ
“ท่านพ่อ ห่านย่างอร่อยมาก ทานเยอะๆ นะขอรับ” เขาส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและประหม่าไปให้
เว่ยกั๋วกงมองห่านย่างในชาม สลับกับใบหน้าของบุตรชายตัวน้อย ก่อนจะคีบห่านย่างเข้าปากด้วยความเอ็นดู
เมื่อเห็นบิดากินอาหารที่ตนป้อน เว่ยอวิ๋นโจวก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“รสชาติดีทีเดียว” ห่านย่างของหอเทาเทียะอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ย่อมต้องเลิศรสเป็นธรรมดา พ่อครัวในจวนกั๋วกงทำไม่ได้เช่นนี้หรอก
“เช่นนั้นท่านพ่อก็ทานเยอะๆ นะขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวคีบห่านย่างให้บิดาอีกชิ้นด้วยความเบิกบานใจ
“นายท่าน อวิ๋นโจวชอบกินห่านย่างที่สุด ไม่เคยแบ่งให้ผู้ใดกินเลย แม้แต่ข้าเขาก็ไม่ยอมให้...”
หลี่อี๋เหนียงแสร้งทำน้ำเสียงอิจฉา “ดูเหมือนว่านายท่านจะมีความสำคัญต่ออวิ๋นโจว มากกว่าอี๋เหนียงอย่างข้าเสียอีก”
“อวิ๋นโจวแค่กำลังแสดงความกตัญญูต่อข้าเท่านั้น”
วันนี้เว่ยกั๋วกงเพิ่งประจักษ์ว่า แม้บุตรชายคนเล็กจะอ้วนและขลาดกลัว แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสและกตัญญูต่อผู้เป็นบิดา
เว่ยอวิ๋นโจวเอ่ยเสียงใส “ข้าจะกตัญญูต่อท่านพ่อให้มากๆ ขอรับ”
“บิดารู้ดีว่าอวิ๋นโจวเป็นเด็กกตัญญู”
เมื่อได้รับคำชม เว่ยอวิ๋นโจวก็ยิ้มแก้มปริจนดวงตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
เมื่อเห็นบุตรชายยิ้มอย่างมีความสุขเพียงเพราะคำชมเล็กๆ น้อยๆ หัวใจของเว่ยกั๋วกงก็อ่อนยวบ เขาคีบห่านย่างให้บุตรชายบ้าง
“กินเถิด”
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ” เว่ยอวิ๋นโจวลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย
เว่ยกั๋วกงคีบห่านย่างให้หลี่อี๋เหนียงเช่นกัน “เจ้าก็กินด้วยสิ”
หลี่อี๋เหนียงรับมาด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”
หลังจากทานห่านย่างเสร็จ นางก็ถือโอกาสเอ่ยถึงเรื่องที่เว่ยอวิ๋นโจวอยากร่ำเรียนหนังสือเพื่อเป็นขุนนางใหญ่
คืนนี้ที่นางเชิญเว่ยกั๋วกงมา หนึ่งก็เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้บุตรชาย สองก็เพื่อปูทางเรื่องการศึกษาของเขานั่นเอง