- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 3: หลี่อี๋เหนียงบุกอาละวาดที่เรือนหลัก
(✓) EP 3: หลี่อี๋เหนียงบุกอาละวาดที่เรือนหลัก
(✓) EP 3: หลี่อี๋เหนียงบุกอาละวาดที่เรือนหลัก
(✓) EP 3: หลี่อี๋เหนียงบุกอาละวาดที่เรือนหลัก
พี่สาวแท้ๆ ของเว่ยอวิ๋นโจวมีนามว่าเว่ยจือหลาน ผู้คนในจวนเรียกขานนางว่าคุณหนูหก
เมื่อสามปีก่อน นางถูกฮูหยินผู้เฒ่ารับไปเลี้ยงดูที่เรือนหรงโซ่ว เช่นเดียวกับคุณหนูคนอื่นๆ ในจวน
คุณหนูในจวนเมื่ออายุครบห้าหนาว จะถูกส่งไปยังเรือนหรงโซ่วของฮูหยินผู้เฒ่า
ส่วนคุณชายเมื่ออายุครบหกหนาว จะถูกส่งไปศึกษาเล่าเรียนที่เรือนหน้า
ฮูหยินผู้เฒ่ามิได้เลี้ยงดูหลานสาวด้วยตนเอง แต่มีมามาผู้ดูแลและอาจารย์หญิงคอยสั่งสอน
เว่ยจือหลานเป็นคุณหนูคนเล็กสุดและเฉลียวฉลาดที่สุด จึงเป็นที่โปรดปรานของฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินกั๋วกง
นางใช้ชีวิตที่เรือนหนิงเซียงภายในเรือนหรงโซ่วมาสามปี ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับอบรมมารยาทและเรียนหนังสือของคุณหนู
นางก็เหมือนกับผู้อื่น ที่รังเกียจมารดาและน้องชายร่วมสายโลหิตของตนเอง
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น นางไม่เคยยอมรับว่าหลี่อี๋เหนียงคือมารดาผู้ให้กำเนิด ทั้งยังพร่ำบอกว่าเกลียดชังที่ตนมิได้เกิดจากครรภ์ของฮูหยินกั๋วกง
หลังจากย้ายไปอยู่เรือนหนิงเซียง นางก็ห่างเหินกับมารดาและน้องชาย แทบจะไม่เคยแวะเวียนมาที่เรือนชุ่ยจู๋เลย
แม้แต่น้องชายล้มป่วย นางก็ไม่เคยมาเยี่ยมด้วยตนเอง ทำเพียงส่งสาวใช้มาดูอาการเท่านั้น
พฤติกรรมของบุตรสาวทำร้ายจิตใจหลี่อี๋เหนียงอย่างแสนสาหัส โชคดีที่นางยังมีบุตรชายที่แสนจะรู้ความอยู่เคียงข้าง
เว่ยอวิ๋นโจวไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อพี่สาวผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
จากความทรงจำของร่างเดิม พี่สาวคนนี้ไม่เพียงรังเกียจมารดา แต่ยังชอบเยาะเย้ยถากถางเขาเหมือนคนอื่นๆ
ราวกับว่ายิ่งนางเหยียบย่ำมารดาและน้องชายมากเท่าใด นางก็จะยิ่งดูโดดเด่นและเป็นที่โปรดปรานของฮูหยินผู้เฒ่ามากเท่านั้น
หลี่อี๋เหนียงไล่ตวาดสาวใช้ของคุณหนูหกกลับไป ทว่าขอบตากลับแดงเรื่อ หยาดน้ำตาร่วงหล่น
“นังเด็กเนรคุณ เหตุใดจึงใจจืดใจดำเพียงนี้...”
เว่ยจือหลานคือเลือดเนื้อเชื้อไขของหลี่อี๋เหนียง แม้จะถูกทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่นางก็ยังอดห่วงใยบุตรสาวมิได้
หลี่อี๋เหนียงไม่สนว่าผู้อื่นจะหัวเราะเยาะนางเช่นไร แต่การที่บุตรสาวแท้ๆ รังเกียจตน มันกรีดแทงหัวใจนางดุจคมมีด
“อี๋เหนียง ข้าจะไปตีพี่สาวเดี๋ยวนี้!” เว่ยอวิ๋นโจวสลัดผ้าห่มทิ้งด้วยความโกรธเกรี้ยว เตรียมจะพุ่งตัวออกไปคิดบัญชีกับเว่ยจือหลาน
หลี่อี๋เหนียงรีบคว้าตัวเขาไว้แน่น “โธ่เอ๋ย ยอดดวงใจของข้า อาการเจ้ายังไม่หายดี จะออกไปตากลมมิได้เด็ดขาด”
“นางทำให้ท่านต้องร้องไห้ ข้าจะไปทุบตีนางระบายแค้นให้ท่าน!” เด็กอ้วนชูกำปั้นน้อยๆ ขึ้นมาด้วยใบหน้าถมึงทึง
ท่าทางขึงขังของบุตรชายช่วยชโลมจิตใจของหลี่อี๋เหนียงให้ชุ่มชื่นขึ้น นางประคองพวงแก้มอวบอูมนั้นไว้แล้วหอมฟอดใหญ่
“สมกับเป็นยอดดวงใจของอี๋เหนียงจริงๆ ไม่เสียแรงที่ข้ารักเจ้า”
เว่ยอวิ๋นโจวเริ่มชินชากับการถูกมารดากอดรัดฟัดเหวี่ยงแล้ว จึงสามารถปั้นหน้าเรียบนิ่งต่อไปได้
“อี๋เหนียง พี่สาวเป็นคนไม่ดี เราไม่ต้องสนใจนางแล้ว ท่านมีข้าก็พอขอรับ”
เขาเริ่มคุ้นเคยกับการแสร้งทำตัวเป็นเด็กน้อยแล้ว หากแสดงความเก่งกาจเกินวัย มารดาคงเกิดความระแวงเป็นแน่
“ข้าจะทำดีกับท่าน จะไม่ทำให้ท่านต้องเสียน้ำตาเหมือนที่พี่สาวทำขอรับ”
น้ำตาของหลี่อี๋เหนียงรื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครานี้มิใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะซาบซึ้งในวาจาของบุตรชาย
“เจ้าคือแก้วตาดวงใจของข้า มีเจ้าเพียงคนเดียวข้าก็พอใจแล้ว”
เว่ยอวิ๋นโจวยกมือป้อมๆ ขึ้นเช็ดน้ำตาให้มารดาอย่างแผ่วเบา
“อี๋เหนียงอย่าร้องไห้เลยนะขอรับ”
เว่ยอวิ๋นโจวยังคงมีร่างกายที่อ่อนแอ หลังจากพูดคุยกับหลี่อี๋เหนียงได้ครู่หนึ่ง เขาก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของมารดา
ในห้วงนิทรา เขาฝันเห็นชีวิตของตนเองในภพชาติก่อน สลับกับความทรงจำของเด็กอ้วน ภาพเหล่านั้นซ้อนทับกันจนปวดศีรษะ
เขาคาดเดาว่าดวงวิญญาณของเขากับเด็กอ้วนกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน หากกระบวนการนี้เสร็จสิ้น ร่างกายนี้คงจะแข็งแรงขึ้น
ขณะที่เว่ยอวิ๋นโจวหลับสนิท หลี่อี๋เหนียงก็บุกไปยังเรือนหลักเพื่ออาละวาดกับฮูหยินกั๋วกง
นางบีบคั้นให้ฮูหยินกั๋วกงลงโทษพวกบ่าวไพร่ปากเปราะที่ดูแคลนเจ้านายอย่างเด็ดขาด
แม้เว่ยอวิ๋นโจวจะเป็นเพียงบุตรอนุ ทว่าเขาก็คือคุณชายแห่งจวนเว่ยกั๋วกง เป็นเจ้านาย มิใช่ที่รองรับอารมณ์ของบ่าวชั้นต่ำ
หลี่อี๋เหนียงเป็นคนกล้าได้กล้าเสียและปากคอเราะร้าย ฮูหยินกั๋วกงมักจะหลีกเลี่ยงการต่อกรกับนาง เพราะรังแต่จะทำให้ตนเองหงุดหงิด
อีกทั้งครั้งนี้หลี่อี๋เหนียงก็มีเหตุผลที่ฟังขึ้น หากไม่จัดการลงโทษบ่าวไพร่เหล่านั้น นางอาจจะป่าวประกาศจนรู้กันไปทั่ว
ถึงเวลานั้น ชาวเมืองเสียนจิงคงหัวเราะเยาะว่าจวนเว่ยกั๋วกงไร้กฎระเบียบ และตำหนิว่าฮูหยินกั๋วกงไร้ความสามารถในการปกครองเรือนหลัง
อันที่จริง ฮูหยินกั๋วกงเคยได้ยินเรื่องที่บ่าวไพร่เยาะเย้ยหลี่อี๋เหนียงมาบ้าง แต่ก็เลือกที่จะนิ่งเฉย
นางไม่คาดคิดว่าหลี่อี๋เหนียงจะกล้าบุกมาอาละวาดถึงเรือนหลัก ทั้งยังอ้างว่าบุตรชายล้มป่วยเพราะถูกคำพูดเหล่านั้นทำร้ายจิตใจ
เมื่อหลี่อี๋เหนียงมาโวยวายถึงที่ ฮูหยินกั๋วกงก็มิอาจเพิกเฉยได้ จึงสั่งให้สืบสวนและลงโทษบ่าวไพร่ที่กล้านินทาเจ้านายอย่างหนัก
หลังจากอาละวาดที่เรือนหลักเสร็จ หลี่อี๋เหนียงก็ยังไม่วางใจในตัวฮูหยินกั๋วกง
เมื่อกลับมาถึงเรือนชุ่ยจู๋ นางจึงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่นายท่านที่เรือนหน้าว่า ได้ภาพวาดโบราณมาใหม่ ขอเชิญมาชมภาพในคืนนี้
แม้เว่ยกั๋วกงจะไม่เก่งกาจเรื่องการศึกษา ทว่าเขากลับชื่นชอบของสะสมทางปัญญา ทั้งภาพวาดโบราณและตำราหายาก
ก่อนที่หลี่อี๋เหนียงจะแต่งเข้าจวน ตระกูลหลี่ได้สืบรู้ความชอบของเว่ยกั๋วกง จึงกว้านซื้อของมีค่าเหล่านี้มาเป็นสินเดิมให้นาง
หลี่อี๋เหนียงเป็นคนฉลาด นางมิได้มอบของทั้งหมดให้เว่ยกั๋วกงในคราวเดียว ทั้งยังไม่เคยบอกให้เขารู้ว่านางมีสมบัติเหล่านี้
นางมักจะหยิบของล้ำค่าออกมาทีละชิ้นเพื่อล่อลวงเขา โดยอ้างว่าต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อหามา
แม้เว่ยกั๋วกงจะไม่ชอบกลิ่นอายพ่อค้าของนาง แต่เขาก็ชื่นชมรสนิยมการเลือกซื้อของเก่าของนางยิ่งนัก
เมื่อเว่ยกั๋วกงกลับมาจากข้างนอกและได้ยินว่าหลี่อี๋เหนียงได้ภาพวาดโบราณมาใหม่ เขาก็รู้สึกยินดีและกระหยิ่มใจ
ทุกครั้งที่หลี่อี๋เหนียงได้ของมีค่ามา นางมักจะใช้มันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาเสมอ
แม้นางจะหยาบกระด้างไปบ้าง แต่สายตาในการเลือกของนั้นเฉียบแหลม และทุกครั้งมักจะเป็นของที่เขาถูกใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ลีลารักบนเตียงของนางยังเร่าร้อนกล้าหาญ ซึ่งทำให้เขาลุ่มหลงเป็นอย่างมาก
คิดดูแล้ว เขาก็ไม่ได้ไปหานางเสียนาน มิน่าเล่า นางถึงได้ร้อนใจใช้ภาพวาดมาล่อลวงเขา
ช่างเถอะ เห็นแก่ความตั้งใจของนาง คืนนี้เขาจะแวะไปที่เรือนชุ่ยจู๋ก็แล้วกัน
เว่ยกั๋วกงสั่งให้บ่าวไปแจ้งข่าวที่เรือนชุ่ยจู๋ว่าคืนนี้เขาจะไปร่วมโต๊ะอาหารค่ำด้วย
ไม่นานนัก ฮูหยินกั๋วกงที่เรือนหลักก็รับรู้ข่าวนี้ นางลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความขุ่นเคือง
รู้ดีว่าหลี่อี๋เหนียงมิได้เชื่อใจนาง จึงเตรียมจะฟ้องร้องเว่ยกั๋วกงเป็นการส่วนตัว