เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 717 อยากปกป้องท่าน

ตอนที่ 717 อยากปกป้องท่าน

ตอนที่ 717 อยากปกป้องท่าน


อ๋าวเสี่ยนถูกเฟิงสิงเหยาซัดฝ่ามือกระเด็นลงไปกองกับพื้น วิญญาณแทบจะแตกซ่าน

ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของบุรุษตรงหน้า แม้ในใจจะไม่ยินยอม ทว่าก็ทำได้เพียงสั่งถอยทัพเท่านั้น

มิเช่นนั้น เขาคงได้ตกตายด้วยน้ำมือของอีกฝ่ายเป็นแน่!

"ถอย!"

อ๋าวเสี่ยนขบกรามแน่น ตะโกนสั่งการเสียงขรึม

ส่วนขุนพลยมโลกหญิงชุดแดงอย่างซ่างหลิงก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงไม่กล้าชักช้า รีบพาลูกน้องถอยร่นออกไปทันที

ขุนพลยมโลกทั้งห้าร่วมมือกัน กลับไม่อาจจัดการคนลึกลับผู้นี้ได้...

ฉีเหยียนไปนำกำลังเสริมมาจากที่ใดกันแน่?!

แล้วเหตุใดเขาจึงรู้จักกับคนของเผ่ามาร?

ชาวเมืองรอบด้านต่างอกสั่นขวัญแขวนราวกับนกตื่นเกาทัณฑ์ หลบซ่อนตัวอยู่แต่ภายในเรือน ทว่าเมื่อได้เห็นฉากอันน่าตื่นตะลึงนี้ ความยินดีก็ทะลักล้นขึ้นมาในใจดุจเกลียวคลื่น

ใต้เท้าฉีเหยียนกลับมาแล้ว!

ทั้งยังพาผู้ช่วยเหลือที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้มาด้วย!

พวกเขามองตามพวกอ๋าวเสี่ยนที่ถอยหนีไปอย่างทุลักทุเล พลางเตรียมจะพุ่งออกไปต้อนรับการกลับมาอย่างผู้ชนะของใต้เท้าฉีเหยียน ทว่าคาดไม่ถึงว่าฉีเหยียนจะยกมือขึ้นอย่างมั่นคงดุจขุนเขา และส่งสัญญาณมือบอกพวกเขา

สัญญาณนั้นมีความหมายว่า—จงอยู่ในความสงบ และรอคอยการกลับมาของท่านราชา!

ชาวเมืองจึงค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ และไม่พุ่งพรวดพราดออกไป

ขณะเดียวกัน ทหารยามที่เฝ้าหอคอยเคลื่อนย้ายต่างพากันวิ่งหนีเตลิดไปจนหมดสิ้น ยามนี้ทั้งหอคอยจึงเหลือเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น

เมื่อเข้าไปถึงด้านในหอคอยเคลื่อนย้าย เฉิ่นเยียนก็หันไปมองฉีเหยียนพลางเอ่ยถาม

"ตอนนี้เจ้าควรจะบอกพวกเราได้แล้วกระมัง ว่าราชาของพวกเจ้าไปที่ใด?"

ความคลางแคลงใจที่ฉีเหยียนมีต่อพวกเขามลายหายไปจนหมดสิ้นจากเรื่องราวเมื่อครู่ ในที่สุดเขาจึงยอมสารภาพความจริง

"ข้าเดาว่าท่านราชาคงไปที่ชั้นนรกของแดนวิญญาณ ภายในนั้นมีเขตหวงห้ามอยู่แห่งหนึ่งซึ่งมีเพียงท่านราชาเท่านั้นที่เข้าไปได้ ผู้อื่นล้วนไม่อาจย่างกราย หากท่านราชาต้องการพักรักษาตัว เขตหวงห้ามในชั้นนรกย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด"

สีหน้าของเฉิ่นเยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น

"เป็นอันใดไป?"

เฟิงสิงเหยาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของนาง

เฉิ่นเยียนช้อนตามองชายหนุ่ม นางเม้มริมฝีปากก่อนเอ่ย

"ผู้ที่มิใช่ดวงวิญญาณ หรือผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนพลังปราณยมโลก ล้วนไม่อาจเข้าไปในชั้นนรกได้"

เฟิงสิงเหยาชะงักไปเล็กน้อย

"หมายความว่าข้าเข้าไปในนั้นไม่ได้หรือ?"

ฉีเหยียนเพิ่งนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาพลันเคร่งเครียดลงก่อนพยักหน้ารับ

"คุณชายเฟิง ท่านไม่ได้ฝึกพลังปราณยมโลก ย่อมไม่อาจเข้าไปในชั้นนรกได้ ทว่ายามนี้ท่านลองฝึกดูได้ ต่อให้บำเพ็ญเพียรถึงเพียงระดับปรโลกขั้นหนึ่ง ก็สามารถเข้าไปได้แล้ว"

ด้วยความแข็งแกร่งอันร้ายกาจของคุณชายเฟิง ย่อมต้องมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเป็นแน่ ดังนั้นเขาจะต้องฝึกฝนพลังปราณยมโลกได้อย่างแน่นอน

ทว่าเฟิงสิงเหยากลับตอบกลับมา

"ข้าฝึกพลังปราณยมโลกไม่ได้"

เฉิ่นเยียนช้อนตามองเขา เดิมทีนางคิดว่าเขาแค่ไม่อยากฝึก แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าเขาฝึกไม่ได้ต่างหาก

ฉีเหยียนเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

"จะเป็นไปได้อย่างไร?"

เช่นนี้ก็หมายความว่าคุณชายเฟิงไม่อาจเข้าไปในชั้นนรกพร้อมกับพวกเขาได้น่ะสิ?

ภายในชั้นนรกนั้นเต็มไปด้วยอันตรายยากคาดเดา

หากดวงวิญญาณทั่วไปต้องการไปให้ถึงเขตหวงห้าม จำเป็นต้องฝ่าฟันนรกทั้งสิบแปดขุม ซึ่งแต่ละขุมล้วนอันตรายยิ่งยวด

ทว่า...

ราชาหงหลิงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น นางสามารถใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเข้าสู่เขตหวงห้ามได้โดยตรง เพราะมีความเชื่อมโยงกับสถานที่แห่งนั้นอยู่แล้ว

ในขณะที่ดวงวิญญาณทั่วไป หากพลาดพลั้งเพียงนิดก็อาจวิญญาณแตกซ่าน

ดังนั้นต่อให้ราชาจงเพ่ยและราชาจานตี๋ส่งคนตามล่าหงหลิงในชั้นนรก พวกเขาก็ต้องฝ่าฟันนรกทั้งสิบแปดขุมเช่นกัน จึงจะไปถึงด้านนอกเขตหวงห้ามได้

ผู้ที่เคยเข้าไปในชั้นนรกนั้นมีไม่น้อย แต่ผู้ที่รอดชีวิตกลับออกมาได้กลับมีเพียงหยิบมือ

เฟิงสิงเหยามองฉีเหยียน เอ่ยกลั้วรอยยิ้มบาง

"ขุนพลยมโลกฉี เกรงว่าพวกเราคงต้องแยกทางกันแล้ว ข้ากับภรรยาจะไปที่หอสังเกตการณ์ดาราก่อน เจ้าไปตามหาราชาหงหลิงที่ชั้นนรกด้วยตนเองเถิด"

ฉีเหยียนชะงักไป เขามีท่าทีอึกอักคล้ายอยากเอ่ยบางสิ่ง ทว่าสุดท้ายก็ทำเพียงพยักหน้ารับ

เวลานี้เอง เฉิ่นเยียนก็ช้อนตามองชายหนุ่ม

"ท่านไม่อยากให้ข้าเข้าไปในชั้นนรกหรือ?"

เฟิงสิงเหยาอธิบายอย่างจริงจัง

"ด้านในนั้นอันตรายมาก หากข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้า ข้าคงไม่วางใจ"

"ข้าเข้าใจความหมายของท่าน"

เฉิ่นเยียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

"เพียงแต่... ข้าอยากเข้าไปในนั้น"

เฟิงสิงเหยาขมวดคิ้ว

"เพราะเหตุใด?"

"เพราะข้าอยากใช้โอกาสนี้ตามหาดวงวิญญาณดวงหนึ่ง"

"ดวงวิญญาณ?"

เฟิงสิงเหยาเม้มริมฝีปาก

"สำคัญต่อเจ้ามากหรือ?"

เฉิ่นเยียนสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง สีหน้าจริงจังขณะพยักหน้ารับ

"สำคัญต่อข้ามาก ข้าเคยลั่นวาจาไว้ ว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งนาง"

เฟิงสิงเหยารู้สึกใส่ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"เป็นดวงวิญญาณของสิ่งใด?"

ในหัวของเฉิ่นเยียนปรากฏภาพเมื่อครั้งบุกโจมตีตระกูลลู่แห่งเหิงโจว ในบรรดาดวงวิญญาณที่นางอัญเชิญออกมา มีเด็กหญิงตัวน้อยผู้หนึ่งรวมอยู่ด้วย เด็กน้อยผู้นั้นสามารถกลายร่างเป็นกระบี่ยาวได้...

ในเวลานั้นนางจำเด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้ ทว่ายามนี้นางนึกออกแล้ว

นางก็คือ...

"จิตกระบี่ของกระบี่เทวะเทียนโจว"

นางมองหน้าเฟิงสิงเหยา ขอบตาร้อนผ่าว น้ำเสียงเยียบเย็น

เฟิงสิงเหยานิ่งอึ้งไป มิน่าเล่าอาวุธระดับเทพอย่างกระบี่เทวะเทียนโจวถึงไร้ซึ่งจิตกระบี่ ที่แท้ก็ตกอยู่ในขุมนรกแห่งแดนปรโลกนี่เอง

เขามองเห็นความหม่นหมองและโศกเศร้าที่ยากจะปิดบังในแววตาของหญิงสาว เมื่อเชื่อมโยงกับชาติก่อนของนางที่อาจใช้ชีวิตยากลำบากกว่าที่เขาจินตนาการไว้ หัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดราวกับถูกของมีคมกรีดแทง

"นางอยู่เคียงข้างเจ้ามาเนิ่นนานแล้วหรือ?"

"อืม"

เมื่อฉีเหยียนได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา

"การที่จิตกระบี่ปรากฏตัวอยู่ในชั้นนรก แสดงว่ามันเริ่มกลายสภาพเป็นวิญญาณอาฆาตแล้ว จิตกระบี่วิญญาณอาฆาตนั้นอันตรายยิ่ง เพราะมันสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้น ทั้งยังคลุ้มคลั่งขึ้นมาเป็นพัก ๆ จนยากจะควบคุม"

เขาอธิบายเพิ่มเติม

"อีกทั้งยังชำระล้างไออาฆาตได้ยากยิ่ง หากไม่อาจชำระล้างให้บริสุทธิ์ได้ มันก็จะถูกกักขังอยู่ในชั้นนรกตลอดไป ไม่อาจออกมาได้"

แน่นอนว่าเฉิ่นเยียนย่อมรู้ดี

มาถึงตรงนี้ ฉีเหยียนจึงเอ่ยถามต่อ

"เหตุใดจิตกระบี่ของเจ้าถึงไปอยู่ในนั้นได้?"

เฉิ่นเยียนเหม่อลอยไปชั่วขณะ นางยังจำความทรงจำส่วนนี้ไม่ได้ จึงไม่อาจให้คำตอบ

แต่สาเหตุที่ทำให้จิตกระบี่กลายเป็นวิญญาณอาฆาตนั้น โดยทั่วไปมีดังนี้...

หนึ่งคือถูกโจมตีอย่างหนักจนได้รับพลังสะท้อนกลับอย่างรุนแรง และถูกไออาฆาตกัดกร่อน

สองคือใช้ดวงวิญญาณสังเวยกระบี่ ทำให้วิญญาณแตกซ่านไม่อาจรวมตัวได้ ทำได้เพียงพึ่งพาไออาฆาตในการคงสภาพ

และสาม... ผู้เป็นนายสิ้นชีพ จิตกระบี่จึงแปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตแค้น...

เฟิงสิงเหยาหลุบตามองนาง กระชับมือที่กอบกุมเอาไว้แน่น น้ำเสียงจริงจังยิ่งขึ้น

"อาเยียน เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเข้าไปในนั้นเวลานี้? ด้านในเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน หากข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้า..."

เฉิ่นเยียนเอ่ยขัดจังหวะ

"ท่านก็มักจะอยู่ข้างกายข้าเสมอ ข้าเองก็ไม่อยากเอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง เพื่อรอรับการปกป้องจากท่านเพียงฝ่ายเดียวหรอกนะ"

เฟิงสิงเหยาชะงักงัน เขาเม้มริมฝีปากแน่น ยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ได้ยินประโยคถัดมาของนางเสียก่อน

"เหยา... ต่อไปข้าเองก็อยากจะเป็นฝ่ายปกป้องท่านบ้างเช่นกัน"

รูม่านตาของเฟิงสิงเหยาหดเกร็งเล็กน้อยคล้ายไม่อยากเชื่อ วินาทีนั้นเขารู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเวียนเข้ามาในหัวใจ ทำให้มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยปากว่าจะปกป้องเขามาก่อน

คนอื่น ๆ ล้วนมีแต่อยากได้รับการปกป้องจากเขาทั้งสิ้น

เฟิงสิงเหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง

"ที่เจ้าพูดมา... เป็นความจริงหรือ?"

"ท่านคิดว่าข้าพูดปดหรือไร?"

เฉิ่นเยียนย้อนถาม

นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบอย่างหนักแน่น

"เป็นความจริง"

จบบทที่ ตอนที่ 717 อยากปกป้องท่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว