- หน้าแรก
- ท่องหมื่นโลก เริ่มที่ดันเจี้ยน
- บทที่ 21 มินอทอร์?
บทที่ 21 มินอทอร์?
บทที่ 21 มินอทอร์?
บทที่ 21 มินอทอร์?
หลี่อวี๋แอบรู้สึกผิดหวังนิดๆ เดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ ถือซะว่ามาเดินดูทางทำความคุ้นเคยกับเมือง พอเห็นว่าใกล้ได้เวลา เขาก็แวะไปตลาดซื้อของสดกลับมาทำมื้อเย็น
กว่าจะกลับถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปแล้ว หลังจากจัดการมื้อเย็นเรียบร้อย หลี่อวี๋ก็กลับมานั่งไถสมาร์ตโฟนดูคลิปของตัวเองต่อ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ในขณะที่หลี่อวี๋กำลังใจจดใจจ่อกับการดูคลิป จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากบริเวณใกล้ๆ บ้านของเขา
เสียงระเบิดดังจนหลี่อวี๋สะดุ้งสุดตัว เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่าง แล้วชะโงกหน้ามองไปตามทิศทางของต้นเสียง
"แก๊สระเบิดเหรอ?" หลี่อวี๋มองดูเปลวไฟที่ลุกโชนสว่างวาบขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
คิดทบทวนอยู่ชั่วครู่ หลี่อวี๋ก็ตัดสินใจว่าจะออกไปดูสักหน่อย คิดได้ดังนั้น เขาก็คว้าดาบถังคู่ใจแล้ววิ่งทะยานออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
ละแวกที่หลี่อวี๋อาศัยอยู่เป็นเขตชุมชนธรรมดาๆ เสียงระเบิดตูมใหญ่ทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นพากันชะโงกหน้าออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่น
มีหลายคนที่ตัดสินใจทำแบบเดียวกับหลี่อวี๋ คือวิ่งมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ และทุกคนต่างก็พกอาวุธติดไม้ติดมือกันไปแทบทั้งนั้น
ดูท่าทุกคนคงมีความคิดแบบเดียวกัน คือหวังว่าจะได้เจอพวกสัตว์ประหลาดหลุดออกมาจากรอยแยกมิติบ้าง
จังหวะนี้หลี่อวี๋เปิดใช้งาน【ลบตัวตน】กลบเกลื่อนร่องรอยของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วอาศัยความมืดพรางตัวลอบเร้นไปตามทาง ด้วยเหตุนี้ จึงแทบไม่มีใครสังเกตเห็นการมีอยู่ของเขาเลย
หลี่อวี๋ย่องเงียบไปจนถึงจุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่ทันจะเข้าไปใกล้ เขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังแว่วมา นั่นทำให้หลี่อวี๋เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิด
จุดที่เกิดระเบิดคือสวนสาธารณะเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งปกติมักจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกคนเฒ่าคนแก่และเด็กๆ สวนนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก น่าจะพอๆ กับสนามฟุตบอลมาตรฐานสัก 10 สนามรวมกัน
เมื่อหลี่อวี๋ไปถึงสถานที่เกิดเหตุ เขาก็เห็นภาพกลุ่มคนกำลังรุมล้อมโจมตีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายวัวตัวหนึ่งที่มีความสูงเกือบ 3 เมตรอยู่กลางสนามบาสเกตบอล
ทันทีที่เห็นหน้าตาสัตว์ประหลาดตัวนั้น หลี่อวี๋ก็ถึงกับอึ้งไปเลย สัตว์ประหลาดหัววัวตัวนี้สวมชุดเกราะเต็มยศ แถมในมือยังถือขวานยักษ์เล่มเขื่องอีกต่างหาก
"มินอทอร์?" ไอ้ตัวนี้มันสัตว์ประหลาดในตำนานกรีกไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงมีสัตว์ประหลาดหัววัวหลุดมาอยู่ที่นี่ได้!
หลี่อวี๋ยืนมองกลุ่มคนที่รุมทึ้งมินอทอร์อยู่นานสองนานแต่ก็ยังล้มมันไม่ลงสักที เขาจึงค่อยๆ ถอยห่างออกมาเงียบๆ
จำนวนคนที่แห่กันเข้าไปรุมล้อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทุกคนคงหวังจะรุมทึ้งเอาส่วนแบ่งจากมินอทอร์ตัวนี้กันล่ะสิ
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ มีบางคนพลาดท่าได้รับบาดเจ็บกันไปบ้างแล้ว แต่มินอทอร์ตัวนั้นกลับยังสามารถรับมือกับการรุมโจมตีของทุกคนได้อย่างสบายๆ
จากตรงนี้ก็พอมองออกแล้วว่ามินอทอร์ตัวนี้มันหนังเหนียวเคี้ยวยากขนาดไหน นี่ไม่ใช่ระดับที่หลี่อวี๋ในตอนนี้จะสอดมือเข้าไปยุ่งได้เลย
หลี่อวี๋ล่าถอยออกไปจนถึงมุมอับสายตาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แล้วหยุดยืนดูสถานการณ์ต่อ เพราะเสียงระเบิดดึงดูดผู้คนให้แห่กันมาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ
แถมตอนนี้หลี่อวี๋ก็ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วมาแต่ไกลแล้ว เดาว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนก็คงจะมาถึง
ถ้าเจ้าหน้าที่มาถึงแล้ว คนพวกนี้ยังล้มมินอทอร์ตัวนี้ไม่ได้ล่ะก็ พวกเขาก็คงจะหมดสิทธิ์ได้ส่วนแบ่งไปโดยปริยาย
ในเมื่อลงไปแจมไม่ได้ งั้นก็ใช้โอกาสนี้แอบจำวิชาของคนอื่นไปพลางๆ ก็แล้วกัน
งานนี้มีคนมาร่วมแจมเยอะซะด้วย มีทั้งจอมเวท ทั้งนักสู้ โอกาสทองฝังเพชรแบบนี้มีหรือที่หลี่อวี๋จะยอมปล่อยให้หลุดมือ
【เนตรคัดลอกสรรพสิ่ง】ถูกเปิดใช้งาน หลี่อวี๋เริ่มจับจ้องทุกท่วงท่าและกระบวนท่าการต่อสู้ของคนพวกนั้นอย่างตั้งใจ
ถ้าสามารถก๊อบปี้พรสวรรค์ของใครมาได้เพิ่มอีกสักอย่างสองอย่างก็คงจะดีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์แบบไหน หลี่อวี๋ก็พร้อมอ้าแขนรับหมดแหละ
แต่น่าเสียดาย หลังจากยืนดูอยู่นานสองนาน หลี่อวี๋ก็ไม่ได้พรสวรรค์อะไรติดไม้ติดมือมาเลยสักอย่าง หรือว่าดวงตาของเขาจะเลือกคัดลอกเฉพาะพรสวรรค์เจ๋งๆ กันนะ?
ความรู้สึกแปลกๆ นี้ทำให้หลี่อวี๋รู้สึกประหลาดใจพิลึก จริงดิ? ดวงตาของเขาถึงกับมีระบบคัดกรองพรสวรรค์ด้วยเหรอเนี่ย?
หรืออาจจะเป็นเพราะพรสวรรค์ของคนพวกนี้ไม่ได้แสดงอานุภาพออกมาอย่างเด่นชัด ไม่เหมือนกับของคาโต้ เมกุมิและยูกิโนชิตะ ยูกิโนะที่แสดงพลังออกมาให้หลี่อวี๋เห็นกันแบบจะจะคาตา
ระหว่างที่หลี่อวี๋กำลังขบคิดเรื่องนี้อยู่ หางตาของเขาก็ดันไปสะดุดเข้ากับร่างอันคุ้นเคยร่างหนึ่ง
ยูกิ อาสึนะ... พอเห็นเธอหลี่อวี๋ก็แอบแปลกใจ ยัยนี่ก็พักอยู่แถวนี้เหมือนกันเหรอ? ถึงได้โผล่มาที่นี่ได้
หลี่อวี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดินเข้าไปทักทาย เขายังคงพรางตัวอยู่ในความมืด และตั้งใจศึกษาข้อมูลเวทมนตร์ต่อไป
ช่างยัยนั่นเถอะ จะอยู่ก็อยู่ไป อย่ามาขัดจังหวะการเรียนรู้เวทมนตร์ของเขาก็พอ ตอนนี้ข้อมูลเวทมนตร์ใหม่ๆ ไหลทะลักเข้าสู่สมองของหลี่อวี๋เป็นว่าเล่น
ความรู้สึกตอนที่ความรู้ไหลลื่นเข้าหัวนี่มันฟินจนแทบจะหยุดไม่ได้จริงๆ เพราะงั้นตอนนี้เขาเลยไม่มีกะจิตกะใจจะไปสืบสาวราวเรื่องหรอกว่ายัยนั่นพักอยู่แถวนี้จริงหรือเปล่า
'ก๊า!' จู่ๆ ก็มีเสียงร้องเบาๆ ดังลอดพุ่มไม้มาจากทางด้านข้างของหลี่อวี๋ ทำลายสมาธิในการเรียนรู้ของเขาจนกระเจิง
เสียงนั้นดึงสติของหลี่อวี๋ให้กลับมาทันที เขาหันขวับไปมองตามทิศทางของต้นเสียง
อาศัยแสงไฟสลัวๆ ในสวนสาธารณะยามค่ำคืน หลี่อวี๋ก็มองเห็นสิ่งมีชีวิตร่างเตี้ยแคระตัวหนึ่งกำลังหมอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้
มันพยายามหดตัวซ่อนแอบอย่างสุดฤทธิ์ ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนกลัวจะโดนใครเจอเข้า ร่างอันเล็กจ้อยของมันซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้เตี้ยๆ อย่างมิดชิด
พอเห็นไอ้ตัวนี้เข้า ดวงตาของหลี่อวี๋ก็เป็นประกายวาบ แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
มีแค่ตัวเดียวเหรอ? หรือว่ามีกันหลายตัว? แล้วไอ้ตัวนี้มันคือมอนสเตอร์ประเภทไหนกันเนี่ย? ถึงหลี่อวี๋จะรู้ว่ามีบางอย่างซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่ามันคือตัวอะไรกันแน่
คิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง หลี่อวี๋ก็นึกถึงอาสึนะขึ้นมา เขาจึงค่อยๆ ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นอย่างเงียบเชียบ
ในสถานการณ์ที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยแบบนี้ หลี่อวี๋คิดว่าไปหาคนมาช่วยดีกว่า ในเมื่ออาสึนะก็อยู่ที่นี่ ถ้าร่วมมือกัน 2 คนก็น่าจะรับมือไหวล่ะมั้ง!
ทางด้านยูกิ อาสึนะ ตอนนี้เธอกำลังยืนดูคนกลุ่มใหญ่รุมทึ้งมินอทอร์อยู่ที่วงนอก บอกตามตรงว่าลึกๆ แล้วเธอก็อยากจะพุ่งเข้าไปร่วมวงด้วยเหมือนกัน
แต่ติดตรงที่ว่าคนมันเยอะเกินไป ทุกคนต่างก็จ้องจะงาบมินอทอร์ตัวนี้เพื่อเอาหินเวทมนตร์ของมันกันทั้งนั้น
ซึ่งนั่นก็ทำให้สถานการณ์ตรงหน้าดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด ถ้าเธอทะเล่อทะล่าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะสร้างความไม่พอใจให้คนอื่นได้ เธอเลยจำใจต้องพับเก็บความอยากรู้อยากลองนั้นไว้ก่อน
ระหว่างที่เธอกำลังยืนดูการต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีมือปริศนาเอื้อมมาตบไหล่เธอเบาๆ สัมผัสกะทันหันนั้นทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอรีบกระโดดถอยหลังรักษาระยะห่างทันที มือขวาคว้าหมับเข้าที่ด้ามดาบคู่ใจที่พกติดตัวมาด้วยความระแวดระวัง
"หลี่อวี๋?" พออาสึนะหันไปเห็นหน้าคนที่มาตบไหล่ เธอก็ถึงกับชะงัก นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหลี่อวี๋
"ตามมา!" หลี่อวี๋พยักพเยิดหน้า พร้อมกับชูดาบในมือให้ดูเป็นเชิงบอกใบ้ พูดจบเขาก็หันหลังเดินนำไปทันที
อาสึนะมองตามแผ่นหลังของหลี่อวี๋ด้วยความงุนงง แต่หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตัดสินใจเดินตามไป
เธอรีบจ้ำอ้าวตามหลี่อวี๋ไปติดๆ แล้วเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย "เพื่อนนักเรียนหลี่อวี๋? เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ?"
"ฉันเจอมอนสเตอร์อยู่ตรงนู้น แต่ยังไม่รู้ว่ามีกี่ตัว เรามาแท็กทีมกันจัดการมันดีกว่า!" หลี่อวี๋สรุปสถานการณ์ให้ฟังอย่างรวดเร็ว
พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของอาสึนะก็เป็นประกายวิบวับ เธอรีบตอบตกลงทันที "เอาสิ!!"
น้ำเสียงของเธอฟังดูตื่นเต้นและกระตือรือร้นสุดๆ ก็แหงล่ะ เธอไม่เคยมีประสบการณ์สู้กับมอนสเตอร์จริงๆ เลยสักครั้ง ตอนนี้โอกาสทองมาประเคนให้ถึงที่แล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ แล้วเธอก็แอบหวั่นใจนิดๆ กลัวว่าจะไปแจ็กพอตเจอมอนสเตอร์ตัวเป้งที่สู้ยังไงก็ไม่ชนะเข้า
หลี่อวี๋พายูกิ อาสึนะวกกลับไปที่มุมหนึ่งของสวนสาธารณะ พอมาถึงที่หมาย หลี่อวี๋ก็ผ่อนฝีเท้าลงจนแทบไม่ได้ยินเสียงเดิน เขาปลดฝักดาบทิ้งไว้ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ แล้วกระชับดาบในมือเตรียมพร้อม
เห็นท่าทางของหลี่อวี๋ อาสึนะก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเธอมาถึงจุดหมายแล้ว เธอค่อยๆ ชักดาบออกจากฝักอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินตามหลังหลี่อวี๋ไปติดๆ
พอเข้าไปใกล้ระยะเป้าหมาย หลี่อวี๋ก็ส่งสายตาให้อาสึนะ เป็นการส่งสัญญาณบอกตำแหน่งที่ซ่อนของมอนสเตอร์!