เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป

บทที่ 11 วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป

บทที่ 11 วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป


ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบนอกลานบ้านตระกูลหนิงถูกผลักออกไปอย่างหยาบคาย ผู้เฒ่าหลี่พาลูกชายสองคนบุกเข้ามาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด

"หนิงหยวน!" ผู้เฒ่าหลี่ดวงตาแดงก่ำ ชี้นิ้วสั่นเทาไปที่หนิงหยวน "เจ้าสามของบ้านข้าหายตัวไปทั้งคืน! บอกมานะว่าแกทำอะไรมัน!"

น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเจือไปด้วยเสียงสะอื้น "ข้าจะไปแจ้งทางการ! ข้าต้องไปแจ้งทางการให้ได้!"

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ยังตั้งตัวไม่ติด

หลี่คนสามหายตัวไป แล้วเหตุใดจึงต้องมาหาเรื่องหนิงหยวนด้วย

ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ช่างน่าประหลาดแท้ๆ หรือว่าอิจฉาที่บ้านหนิงหยวนมีข้าวสารขาวจึงตั้งใจมาขู่กรรโชกทรัพย์กันแน่

หลี่คนโตใบหน้าดำทะมึน เขาตะโกนเสียงดังลั่น "เมื่อเช้านี้พวกข้าสามพี่น้องขึ้นเขาไปตามล่าหมูหรึ่ง แล้วบังเอิญเห็นหนิงหยวนอยู่บนเขาพอดี"

"แต่ผ่านไปไม่นานเจ้าสามก็หมดแรงและรั้งท้ายพวกเรา พอพวกเราหันกลับไปตามหา คนก็หายไปแล้ว!"

"ตอนนั้นบนเขานอกจากไอ้หนิงหยวนก็ไม่มีใครอื่นอีก! ต้องเป็นมันที่ฉวยโอกาสแก้แค้นแน่!"

"ใช่แล้ว!" หลี่คนรองก็กระโดดออกมา น้ำเสียงดังยิ่งกว่าพี่ชาย

"แกมันอิจฉาที่บ้านข้ามีคนเยอะ! บอกมานะ! แกลอบทำร้ายเจ้าสามใช่หรือไม่!"

ท่ามกลางหมู่ชาวบ้านเกิดเสียงซุบซิบนินทาดังระงม

มีคนกระซิบเตือนเสียงเบา "ผู้เฒ่าหลี่ ไม่มีหลักฐานอย่าได้ใส่ความคนอื่นสิ ... "

แต่ผู้เฒ่าหลี่กลับยิ่งเดือดดาล เขาพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าคอเสื้อของหนิงหยวน

หนิงหยวนเพียงแค่เค่นเสียงหัวเราะเยาะ ยังไม่ทันได้ขยับตัว ผู้คุ้มกันที่เถ้าแก่จางแห่งเหลาอาหารเยว่ไหลส่งมาก็ก้าวพรวดออกมา ร่างอันสูงใหญ่ราวกับภูเขาขวางหน้าไว้ ดวงตาเบิกกว้างถมึงทึงใส่ผู้เฒ่าหลี่

คนตระกูลหลี่มักจะรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวคนเข้มแข็งมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อเห็นผู้คุ้มกันร่างบึกบึนจากในเมือง ความโอหังก็ลดฮวบลงไปกว่าครึ่งและเซถอยหลังไปหลายก้าว

หนิงหยวนจึงค่อยๆ ก้าวออกมาอย่างไม่รีบร้อน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว

"สันเขาพายุทมิฬเป็นสถานที่แบบใดกันเล่า สัตว์ร้ายชุกชุม เป็นตายล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์ นอกจากข้าแล้ว ยังไม่มีเสือหรือหมีดำเลยหรืออย่างไร"

เขากวาดสายตามองพี่น้องตระกูลหลี่

"ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะพวกแกมัวแต่ตามล่าหมูหรึ่งจนลืมตัว ส่วนเจ้าสามของบ้านแกดวงไม่ดี จึงถูกเดรัจฉานที่หิวโซคาบไปกินแล้วกระมัง"

"อ๊าก! ลูกพ่อ!" ผู้เฒ่าหลี่ราวกับถูกฟ้าผ่า เขาร้องโหยหวนเสียงดังลั่นก่อนจะล้มตึงสลบเหมือดไปทันที

"ท่านพ่อ!" หลี่คนรองรีบเข้าไปประคองและหยิกจุดเหรินจงของบิดาอย่างสุดแรง

เนิ่นนานกว่าผู้เฒ่าหลี่จะค่อยๆ ฟื้นคืนสติ แววตาของเขาเหม่อลอยราวกับคนเสียสติไปแล้ว

พี่น้องตระกูลหลี่ทั้งสองจ้องหนิงหยวนเขม็ง ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกึก

พวกมันอยากจะหาร่องรอยความตื่นตระหนกหรือความรู้สึกผิดบนใบหน้าของหนิงหยวน แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความสงบนิ่งที่ทำให้ลึกๆ ในใจรู้สึกหนาวสั่น

สัญชาตญาณบอกพวกมันว่าการหายตัวไปของเจ้าสามต้องเกี่ยวข้องกับหนิงหยวนอย่างแน่นอน

และพวกมันก็ยินดีที่จะเชื่อว่าเป็นฝีมือของหนิงหยวนเท่านั้น

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากนอกวงล้อม "ผู้ใหญ่บ้านจ้าวมาแล้ว!"

บริเวณหน้าประตูบ้านที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงก็พลันเงียบสงบลง

ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเอามือไพล่หลังพลางก้าวเดินเข้ามาในลานบ้าน

"ยังหาคนไม่พบอีกหรือ" เขาหันไปมองผู้เฒ่าหลี่ที่สติหลุดลอย แล้วเอ่ยถามหลี่คนโต

หลี่คนโตปาดหางตา

เจ้าสามเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ บิดาก็มาสลบไปอีก ภายในใจของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด

จะว่าไปแล้ว ปกติพวกมันก็กล้าทำตัวกร่างแค่ในหมู่บ้าน พอเจอเรื่องใหญ่เข้าจริงๆ ก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก

"ยัง ... ฟ้ามืดแล้ว เจ้าสาม ... คงจะรอดพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ยากแล้ว ... "

ผู้ใหญ่บ้านจ้าวถอนหายใจยาว สายตาที่หันไปมองหนิงหยวนเริ่มเฉียบคมขึ้น

"หนิงหยวน ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีความบาดหมางกัน แต่หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของเจ้าจริงๆ มันก็ดูจะรุนแรงเกินไปหน่อยแล้ว!"

"ตอนนี้เจ้ายอมรับสารภาพมาตามตรงว่าเอาคนไปซ่อนไว้ที่ใด บางทีอาจจะยังมีหนทางประนีประนอมกันได้"

หนิงหยวนแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ผู้ใหญ่บ้านจ้าว ท่านกับตระกูลหลี่มีความสัมพันธ์เช่นไร ทุกคนต่างก็รู้ดีแก่ใจ จะมาแสร้งทำเป็นวางมาดที่นี่ไปเพื่ออันใด"

"หนึ่งไร้พยานวัตถุ สองไร้พยานบุคคล จู่ๆ ท่านก็อ้าปากถามว่าข้าเอาคนไปซ่อนไว้ที่ใด ทำไมหรือ ข้าหนิงหยวนไปล่วงเกินท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน"

"นี่ ... " สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านจ้าวแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยและพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

หางตาของเขาเหลือบไปเห็นผู้คุ้มกันข้างกายหนิงหยวนแล้วรู้สึกตกใจ

เขามักจะเข้าไปในตัวอำเภอจึงจำได้ว่านี่คือผู้คุ้มกันของเหลาอาหารเยว่ไหล ไม่คิดเลยว่าหนิงหยวนจะไปสานสัมพันธ์กับเหลาอาหารใหญ่ในเมืองได้

ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเป็นคนที่รู้จักประเมินสถานการณ์ หลี่คนสามจะถูกหนิงหยวนฆ่าตายหรือไม่นั้น เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก

แต่ยามนี้เขาตระหนักดีว่า เจ้าเด็กตระกูลหนิงตรงหน้าผู้นี้ คงไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถควบคุมได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว

เขารีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง หันไปทางหลี่คนโตและปั้นหน้าขรึม

"ตอนนี้การตามหาเจ้าสามเป็นเรื่องสำคัญ! พ่อของแกนอนอยู่บนพื้นหิมะเย็นเฉียบเช่นนี้ หากเกิดล้มป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร รีบพาคนกลับไปก่อน!"

"เช่นนั้นน้องสามของข้าก็ต้องหายตัวไปเปล่าๆ หรือ" หลี่คนโตตะโกนด้วยความไม่ยินยอม

ผู้ใหญ่บ้านจ้าวขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นหลี่คนโตกล้าตะโกนใส่เขา สีหน้าของเขาก็ดำทะมึนลง

"ยังไม่มีข้อสรุปเลยว่าเป็นฝีมือของหนิงหยวน! แกจะมาโวยวายทำไม!"

"หรือว่าแกอยากจะให้พ่อของแกต้องมาเดือดร้อนไปด้วย"

หลี่คนโตได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่นจนข้อปูดโปน แต่ก็ไม่กล้าลงมือทำอะไร

ข้างกายหนิงหยวนมีคนจากเหลาอาหารเยว่ไหลยืนอยู่มากมาย หากเกิดการปะทะกัน ตัวเขากับน้องรองย่อมต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน

เขาทำได้เพียงกระทืบเท้าอย่างแรงและทิ้งคำขู่ไว้ "หนิงหยวน! หากแกเป็นคนฆ่าน้องสามของข้าจริงๆ ข้าไม่ปล่อยแกไว้แน่! แกคอยดูเถอะ!"

พูดจบเขาก็ประคองบิดาเตรียมจะเดินจากไป

"หยุดเดี๋ยวนี้"

น้ำเสียงเย็นชาของหนิงหยวนดังขึ้นอย่างกะทันหัน

หลี่คนโตชะงักไปและหันกลับมาตามสัญชาตญาณ

ชั่วพริบตานั้น ฝ่าเท้าข้างหนึ่งก็ถีบเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรง!

ลูกถีบนี้หนักหน่วงรุนแรงยิ่งนัก หลี่คนโตที่ไร้การป้องกันตัวถึงกับส่งเสียงครางอู้อี้แล้วลอยละลิ่วกระเด็นไปกระแทกพื้นหิมะอย่างแรง

เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้น หนิงหยวนก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับเสือชีตาห์ คันธนูในมือถูกง้างจนสุด หัวลูกศรแหลมคมเปล่งประกายเย็นเยียบท่ามกลางแสงสลัว พุ่งเป้าไปที่ลำคอของเขา!

"แก ... แกคิดจะทำอะไร!" หลี่คนโตตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื้อน

หนิงหยวนดวงตาแดงก่ำ รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน "น้องสามของแกหายตัวไปแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า! ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะพวกแกทำเรื่องเลวทรามไว้มาก จึงได้รับผลกรรมแล้วกระมัง!"

"แต่แกกล้าเอาภรรยากับพี่สะใภ้ของข้ามาข่มขู่" น้ำเสียงของหนิงหยวนกดต่ำลง ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับหยาดน้ำแข็งที่ตกลงกระทบพื้น

"ข้าจะส่งแกตามไปเป็นเพื่อนน้องสามเดี๋ยวนี้เลย แกเชื่อหรือไม่"

ทั่วทั้งลานบ้านตกอยู่ในความเงียบสงัด ทุกคนต่างถูกความเกรี้ยวกราดอันกะทันหันและรังสีอำมหิตอันรุนแรงของหนิงหยวนข่มขวัญจนหวาดผวา

ผู้ใหญ่บ้านจ้าวก็ตกใจจนตัวสั่น สะดุ้งโหยง เมื่อได้สติก็หมายจะก้าวเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย แต่พอบังเอิญสบเข้ากับสายตาเย็นชาที่หนิงหยวนปรายมองมา คำพูดที่มาจ่ออยู่ตรงริมฝีปากก็ถูกกลืนกลับลงไปในคอ และเผลอหดคอลงตามสัญชาตญาณ

"เป็นใบ้ไปแล้วหรือ ตอบข้ามา!" หนิงหยวนเกี่ยวนิ้วรั้งสายธนูให้ตึงขึ้นไปอีกขั้น

หลี่คนโตลุกลนจนทำอะไรไม่ถูก เขายื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา "ข้า ... เมื่อครู่ข้าแค่พูดด้วยความโมโห! ต่อให้ ... ต่อให้เป็นฝีมือของแกจริงๆ ข้าก็ไม่กล้าแตะต้องคนในครอบครัวแกหรอก ... ไม่กล้าแล้ว!"

"ไสหัวไป!" หนิงหยวนตวาดลั่น

หลี่คนโตราวกับได้รับการอภัยโทษ เขาลุกขึ้นคลานหนีหัวซุกหัวซุนออกไปทันที

หลี่คนรองมีหรือจะกล้ารั้งอยู่ต่อ เขารีบอุ้มบิดาแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดราวกับกำลังหนีตาย

"เอาล่ะๆ แยกย้ายกันไปได้แล้ว! พรุ่งนี้เช้าทุกคนค่อยขึ้นเขาไปช่วยกันตามหาหลี่คนสาม เรื่องคอขาดบาดตายเชียวนะ"

เมื่อผู้ใหญ่บ้านจ้าวเห็นสถานการณ์คลี่คลายก็รีบกระโดดออกมาไล่ชาวบ้านให้แยกย้าย

แต่ใครๆ ก็ดูออกว่า หลังจากผ่านเรื่องราวในคืนนี้ บารมีของผู้ใหญ่บ้านจ้าวในหมู่บ้านได้ลดทอนลงไปอย่างมาก

วันวานทุกคนต่างเกรงใจเขาสามส่วน นั่นก็เป็นเพราะความกร่างของคนตระกูลหลี่และการที่เขาสมคบคิดกับคนพวกนั้น

บัดนี้หนิงหยวนฉีกหน้าเขาอย่างไร้ความปรานี ยิ่งไปกว่านั้นยังแสดงความโหดเหี้ยมเด็ดขาดออกมาให้เห็น หลายคนจึงเริ่มกลับมาประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง

ชาวบ้านไม่ได้สนใจผู้ใหญ่บ้านจ้าวมากนัก ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

"พรานป่าหนิง ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเรายังต้องเร่งเดินทางกลับไปรายงานตัวที่ตัวอำเภอ"

เมื่อเห็นฝูงชนสลายตัวไป ผู้คุ้มกันก็ก้าวเข้ามาประสานมือคารวะพร้อมกับกระซิบเสียงแผ่ว "บ้านป่าเมืองเถื่อน จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง วันนี้ท่านเผยทรัพย์สินให้คนอื่นเห็น ทั้งยังสร้างศัตรูเอาไว้ ภายภาคหน้าคงต้องระมัดระวังตัวให้มาก"

เขาตบแขนหนิงหยวนเบาๆ เป็นการเตือนให้ระวังการแก้แค้นจากผู้ใหญ่บ้านจ้าวและคนตระกูลหลี่ในภายหลัง

หนิงหยวนพยักหน้าเบาๆ "อืม ขอบคุณที่ช่วยเตือน ข้าเข้าใจแล้ว"

คืนนั้นผู้คุ้มกันเดินทางกลับไปถึงอำเภอชิงเหอ และได้รายงานทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านโม่เหอให้จางเฉวียนกุ้ยฟัง

จางเฉวียนกุ้ยยกถ้วยชาขึ้นเป่าเบาๆ แล้วเอ่ยถาม "ตามความเห็นของเจ้า หลี่คนสามผู้นั้นถูกหนิงหยวนฆ่าตายจริงๆ หรือ"

ผู้คุ้มกันขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าเด็กคนนี้แม้อายุยังน้อย ทว่าความกล้าหาญและสติปัญญากลับเหนือกว่าคนทั่วไปนัก ในสถานการณ์สิ้นหวังที่ผู้คนยอมแลกเปลี่ยนลูกหลานกันกินเพื่อความอยู่รอด เขาอาจจะยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตไว้ก็เป็นได้"

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมต่อ "หนิงหยวนผู้นี้ ในภายภาคหน้าเกรงว่าจะไม่ได้เป็นเพียงแค่พรานป่าธรรมดาอย่างแน่นอน"

จางเฉวียนกุ้ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะมองผู้คุ้มกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขารู้ดีว่าผู้คุ้มกันผู้นี้เป็นถึงทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน มีสายตาเฉียบแหลมและมีความเย่อหยิ่งในตัวเองสูงมาก การที่เขาเอ่ยปากชื่นชมเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าหนิงหยวนต้องไม่ธรรมดาจริงๆ

"ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง" ผู้คุ้มกันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงประสานมือคารวะอีกครั้ง

"ว่ามา"

"ตอนที่ข้าตามพรานป่าหนิงขึ้นเขาไปเอาเนื้อหมี ข้าได้สังเกตเห็นหนังสัตว์ของหมีดำอย่างละเอียด บริเวณหน้าท้องมีรอยกรีดที่เรียบเนียนสม่ำเสมอเป็นอย่างยิ่ง"

น้ำเสียงของผู้คุ้มกันเคร่งเครียด "ไม่มีทางเป็นรอยมีดตัดฟืนธรรมดาอย่างแน่นอน กลับดูเหมือน ... รอยคมมีดโค้งมาตรฐานของกองทัพเสียมากกว่า"

"ผู้น้อยคาดเดาว่า การที่เขาสามารถล่าหมีตัวใหญ่ยักษ์เช่นนี้ได้เพียงลำพัง เกรงว่าคงจะเกี่ยวข้องกับอาวุธมีคมชิ้นนั้นอย่างแน่นอน"

"เจ้าสงสัยว่าในมือของเขามีอาวุธสงครามอย่างนั้นหรือ"

จางเฉวียนกุ้ยได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนไปทันที เขาลุกพรวดขึ้นยืน ถ้วยชาในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง น้ำชากระเด็นไปทั่ว

"สมควรจะรายงานไปที่ที่ทำการอำเภอให้ส่งคนไปตรวจสอบดูหรือไม่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว