- หน้าแรก
- เป็นอมตะก่อน ค่อยฝึกเซียน
- บทที่ 31 อำลาเมืองหลวง มุ่งหน้ากลับบ้าน
บทที่ 31 อำลาเมืองหลวง มุ่งหน้ากลับบ้าน
บทที่ 31 อำลาเมืองหลวง มุ่งหน้ากลับบ้าน
บทที่ 31 อำลาเมืองหลวง มุ่งหน้ากลับบ้าน
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวสวี่มู่ก็อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาครึ่งปีแล้ว
นับตั้งแต่เขาปรากฏตัวในท้องพระโรง ก็มีขุนนางหลายคนแวะเวียนมาขอเข้าพบที่จวน แต่เขาก็ปฏิเสธไปทั้งหมด
ไม่ว่าพวกนั้นจะมาด้วยจุดประสงค์อะไร เขาก็ไม่สนทั้งนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องถลำลึกไปกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้
หลังจากสองพี่น้องหลี่จือยวนและหลี่จือฮว่าจัดการเรื่องงานศพของบิดามารดาเสร็จสรรพ ก็รีบเดินทางกลับมาที่เมืองหลวงทันที
พวกนางขายทรัพย์สินทั้งหมดและปลดปล่อยบ่าวไพร่ในบ้าน
ที่ดินบางส่วนก็ยกให้บ่าวเก่าแก่ที่ซื่อสัตย์เอาไว้ทำกิน ส่วนตัวเองเก็บไว้แค่ของใช้จำเป็นกับเงินจำนวนหนึ่ง ถือซะว่าเป็นสินสอดติดตัว
ตอนที่เดินทางกลับมาเมืองหลวง มีบ่าวไพร่สองสามคนช่วยขนสัมภาระมาให้ ซึ่งก็มีหลายหีบอยู่ ทั้งของดูต่างหน้าพ่อแม่ เครื่องประดับ เสื้อผ้า รวมไปถึงเครื่องดนตรี กระดานหมากรุก หนังสือ และภาพวาด
สวี่มู่เห็นดังนั้นก็โบกมือทีเดียว เก็บสัมภาระทั้งหมดเข้าถุงมิติ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องของเยอะให้พวกนางได้ในพริบตา ทำเอาสองพี่น้องถึงกับมองเขาด้วยสายตาเทิดทูน
ผ่านไปอีกเดือนกว่า ในที่สุดเยี่ยนชิงก็ได้เข้าไปประดิษฐานในศาลบรรพชนอย่างเป็นทางการ และมีการจัดพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษของราชวงศ์ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
เมื่องานสำเร็จลุล่วง สวี่มู่ก็รีบทูลลาฮ่องเต้ทันที ไม่ยอมอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว
ถึงตอนนี้จะยังไม่มีใครมาหาเรื่อง แต่ขืนอยู่ไปนานๆ เกิดมีใครหมั่นไส้ขึ้นมา การใช้ชีวิตก็คงจะไม่สงบสุขอีกต่อไป
ราชครูเองก็เคยบ่นให้ฟัง ว่าการเป็นราชครูอยู่ที่นี่เหมือนเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ เพราะตามอารามเต๋าใหญ่ๆ ล้วนมีพวกยอดฝีมือซุ่มซ่อนตัวอยู่ ประมาทไม่ได้เลย แถมเบื้องหลังก็ยังมีนิกายคอยจับตาดูอยู่อีก แรงกดดันมันมหาศาลมาก
แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อราชครูเลือกที่จะเสวยสุขกับอำนาจบารมี มีเมียมีลูกเต็มบ้านอยู่ที่นี่ ก็ต้องยอมแบกรับความยากลำบากพวกนี้เอาเอง
สวี่มู่ไม่มีความทะเยอทะยานแบบนั้น เขาแค่อยากจะรีบๆ ไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
"คุณชายปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียรอยู่แต่ในป่าเขามาตลอดเลยหรือเจ้าคะ" หลี่จือยวนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"แบบนี้ก็ดีสิเจ้าคะ พวกเราจะได้ไปปลีกวิเวกด้วยกัน ใช้ชีวิตคู่แบบเซียนไปเลย" หลี่จือฮว่ายิ้มร่าด้วยความคาดหวัง
สวี่มู่พยักหน้า "ที่นั่นตัดขาดจากโลกภายนอก พวกเราต้องปลูกผัก ผ่าฟืน ทำกับข้าวกันเอง ไม่มีคนคอยรับใช้นะ แต่ก็นั่นแหละ นานๆ ทีก็ยังพอจะลงเขาไปซื้อของในตัวอำเภอได้บ้าง"
"นั่นมันดินแดนสวรรค์บนดินชัดๆ เลยนี่นา!"
สองพี่น้องยิ่งฟังยิ่งตื่นเต้น ไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกความตั้งใจเลยสักนิด
สวี่มู่หัวเราะเบาๆ อย่างจนใจ "นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเจ้าแล้วนะ ถ้าตัดสินใจไปอยู่ที่นั่นแล้ว ก็ห้ามออกไปไหนอีก จะถือว่าเป็นคนของข้า ข้าจะควบคุมไม่ให้พวกเจ้าออกไปก่อเรื่องเด็ดขาด"
สองพี่น้องมองหน้ากัน แก้มแดงระเรื่อ แต่ก็ไม่มีใครถอย
"ขอแค่พวกข้าได้อยู่ข้างกายคุณชาย คุณชายจะสั่งให้ทำอะไร พวกข้าก็ยอมหมดแหละเจ้าค่ะ" หลี่จือยวนเอ่ยเสียงแผ่ว
"จะให้ปรนนิบัติบนเตียง... ก็ได้นะเจ้าคะ" หลี่จือฮว่าพูดด้วยความเขินอายแต่ก็แฝงความกล้าหาญเอาไว้
"เวลาว่าง ข้าดีดพิณให้ฟัง อ่านหนังสือ เล่นหมากรุกเป็นเพื่อนคุณชายก็ได้นะเจ้าคะ" หลี่จือยวนรีบเสริม กลัวว่าเรื่องมันจะดูหยาบโลนเกินไป จนดูเหมือนเรื่องพรรค์นั้นอย่างเดียว
"..."
เจอแบบนี้สวี่มู่จะพูดอะไรได้อีกล่ะ
"ตกลง งั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง"
"อื้อ!"
สองพี่น้องยิ้มแก้มปริ หน้าแดงก่ำ ดีใจที่จะได้กลับบ้านไปกับเขา
วันรุ่งขึ้น พอเดินพ้นประตูเมืองหลวง สวี่มู่ก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าจะเอาตัวไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากอะไรอีก
ตอนขามา มาตัวเปล่าเล่าเปล่า แต่ตอนขากลับ ได้ภรรยาและอนุภรรยาแสนสวยกลับไปด้วย แถมในหัวยังมีของวิเศษระดับเทพอีก เรียกว่ามาเที่ยวนี้คุ้มเกินคุ้มจริงๆ
...
ตอนขากลับ สวี่มู่ไม่ได้กลับทางเดิม แต่เลือกที่จะเดินทางทวนกระแสน้ำขึ้นไปก่อน แล้วค่อยล่องแพล่องแก่งเข้าไปในป่าลึกเพื่อกลับไปที่หุบเขา
เส้นทางนี้ค่อนข้างลำบากหน่อย แต่ข้อดีคือช่วยอำพรางร่องรอยได้ดี ป้องกันไม่ให้ใครสะกดรอยตามไปเจอแหล่งกบดานของเขา
สองพี่น้องยังคงใช้วิธีผลัดกันจูงม้าผลัดกันขี่เหมือนเดิม
ส่วนสวี่มู่ก็ยังคงเดินตัวปลิวของเขาไปเรื่อยๆ
ในเมื่อพวกนางไม่ใช่คุณหนูอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสาวใช้ของเขา แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่เจ้านายจะต้องไปคอยดูแลสาวใช้ล่ะ อย่างมากก็แค่คอยถามไถ่ ให้ความเอ็นดูเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยก็พอแล้ว
แต่ดูเหมือนพวกนางจะแฮปปี้กับเรื่องนี้มาก แค่ลูบหัวทีเดียวก็ยิ้มแป้นไปได้ทั้งวัน เหมือนน้องแมวขี้อ้อนไม่มีผิด
สวี่มู่เห็นแล้วก็พอใจ รู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะยอมลงทุนเพิ่มภาระในการดูแลพวกนาง
เขาไม่ได้รีบเร่งเดินทาง แต่เลือกที่จะแวะเที่ยวชมความงามของธรรมชาติไปตลอดทาง
ในสายตาของอดีตคุณหนูทั้งสอง แม้การเดินทางจะเหนื่อยยากไปบ้าง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโรแมนติก พวกนางรู้สึกอิ่มเอมใจ และวาดฝันถึงชีวิตในวันข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
อย่างน้อยที่สุด พวกนางก็ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป แถมยังได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตัวเองรัก อนาคตที่วาดไว้ก็มีแต่ความสุข จะบอกว่าเป็นชีวิตคู่แบบเซียนก็ไม่เกินจริงเลย
ในที่สุด หลังจากการเดินทางอันยาวนานกว่าสี่เดือน แพไม้ไผ่ก็ล่องไปตามกระแสน้ำ สองข้างทางขนาบด้วยหน้าผาสูงชันและภูเขาสูงตระหง่าน ทำเอาสองพี่น้องถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"คงมีแต่คนเก่งๆ อย่างคุณชายเท่านั้นแหละ ที่จะมาอยู่ในที่แบบนี้ได้" หลี่จือยวนเอ่ยปากชม
"เพราะได้เจอคุณชายไง พวกเราถึงได้มีโอกาสมาเห็นที่แบบนี้ นี่แหละที่เขาเรียกว่าวาสนาล่ะ"
หลี่จือฮว่าหัวเราะคิกคัก ก่อนจะถือวิสาสะควงแขนสวี่มู่
ตั้งแต่ใช้ชีวิตด้วยกันมาช่วงหลังๆ คนน้องก็เริ่มแสดงความสนิทสนมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนคนพี่ที่ยังสงวนท่าทีอยู่
สวี่มู่แกล้งทำเสียงขึ้นจมูก "บอกแล้วไงว่าอย่ามาเยินยอข้า เดี๋ยวข้าก็เหลิงหรอก"
"ก็ข้าชื่นชมคุณชายนี่นา..." หลี่จือฮว่าก้มหน้างุดเหมือนเด็กทำผิด
"ถึงจะชื่นชมแค่ไหนก็เก็บไว้ในใจเถอะ ไม่ต้องพูดออกมาบ่อยๆ หรอก ฟังบ่อยๆ แล้วมันเขินน่ะ" สวี่มู่ลูบหัวนางเบาๆ
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะจำไว้" หลี่จือฮว่ากลับมาร่าเริงเหมือนเดิม เอาแก้มถูไถมือเขาอย่างออดอ้อน
เจอไม้ตายนี้เข้าไป สวี่มู่ถึงกับไปไม่เป็น ยัยเด็กนี่มันนางมารร้ายชัดๆ
หลี่จือยวนต้องเข้ามาดึงตัวน้องสาวออกไป เพื่อไม่ให้ไปเกาะแกะสวี่มู่มากจนเกินงาม
"เอาล่ะ ถึงแล้ว ที่นี่แหละคือที่พักของข้า ถ้าไม่มีธุระอะไร ต่อไปเราก็จะอยู่ที่นี่กันยาวๆ เลย" สวี่มู่เอ่ยยิ้มๆ
แพไม้ไผ่ลอยมาถึงปากทางเข้าหุบเขารูปวาฬอ้าปาก
"ที่นี่เหรอเจ้าคะ" สองพี่น้องมองดูปากถ้ำมืดสนิทด้วยความมึนงง มันผิดจากที่พวกนางจินตนาการไว้ลิบลับ
"ใจเย็นๆ หุบเขาอยู่ข้างในนู่น"
สวี่มู่หยิบโคมไฟออกมา แล้วเดินนำพวกนางเข้าไปในถ้ำ
พอเดินทะลุออกมาเห็นหุบเขาเบื้องหน้า ดวงตาของสองพี่น้องก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"ท่านพี่! ที่นี่มันดินแดนสวรรค์ชัดๆ!" หลี่จือฮว่าตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"ใช่ สวยจริงๆ" หลี่จือยวนยิ้มกว้างออกมาจากใจจริง
เสียงลิงเจี๊ยกจ๊าก เสียงนกร้องจิ๊บๆ ทั่วทั้งหุบเขาดูมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติ ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรักที่นี่กันทั้งนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะมีสัตว์ประหลาดมายึดครองอยู่ ป่านนี้คงโดนคนอื่นยึดไปตั้งนานแล้ว
สวี่มู่ยิ้มกรับ รู้สึกภูมิใจขึ้นมานิดๆ พาสาวมาดูบ้านรังลับแบบนี้ มันเจ๋งกว่าพาไปดูคฤหาสน์หรูๆ เป็นไหนๆ
ตอนนั้นเอง เสียงคำรามของพยัคฆ์ก็ดังขึ้น ราชันย์พยัคฆ์กระโจนพรวดออกมา ทำเอาสองสาวสะดุ้งโหยง
"สัตว์ประหลาด!" ทั้งสองคนรีบไปหลบหลังสวี่มู่ทันที
ตามมาด้วยลูกเสือ ลิง กระต่าย กวางดาว และสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอื่นๆ ที่พากันวิ่งกรูกันเข้ามาต้อนรับการกลับมาของสวี่มู่
ภาพตรงหน้าทำเอาสองสาวถึงกับอึ้งไปเลย ราชันย์พยัคฆ์ที่ทำท่าขึงขังน่ากลัวเมื่อกี้ ตอนนี้กลับหมอบแทบเท้าสวี่มู่ เลียรองเท้าเขาประจบประแจงเหมือนแมวตัวโตไม่มีผิด
สวี่มู่หัวเราะเบาๆ เอามือลูบหัวราชันย์พยัคฆ์กับลิงวิญญาณ "เฝ้าบ้านเรียบร้อยดีใช่ไหม"
"โฮกๆ"
"เจี๊ยกๆ!"
ทั้งเสือทั้งลิงต่างส่งเสียงตอบรับอย่างแข็งขัน
ถ้านับเวลาเดินทางด้วย สวี่มู่ก็ทิ้งที่นี่ไปปีกว่าๆ สมุนไพรวิญญาณที่ปลูกไว้น่าจะโตเต็มที่แล้ว
แต่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ดูแลนานขนาดนี้ ผลผลิตคงออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เผลอๆ พวกสัตว์อาจจะแอบกินสมุนไพรไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน เมื่อเทียบกับของวิเศษระดับเทพที่เขาได้มาจากการเดินทางครั้งนี้ ความเสียหายแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก
"เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ" สวี่มู่ชวน
"พวกเราขี่มันได้ไหมเจ้าคะ" หลี่จือฮว่าถามตาเป็นประกาย
"งั้นก็ลองไปถามมันดูสิ" สวี่มู่หัวเราะ
ในเมื่อต้องมาอยู่ด้วยกัน พวกนางก็ต้องหัดผูกมิตรกับสัตว์พวกนี้เอาเอง
"เจ้าเสือยักษ์ ข้าขอขี่หลังเจ้าหน่อยได้ไหม" หลี่จือฮว่าถามราชันย์พยัคฆ์ด้วยความหวังเปี่ยมล้น
ราชันย์พยัคฆ์มองหน้านางสลับกับหน้าสวี่มู่ ก่อนจะหมอบตัวลงเป็นเชิงอนุญาต
หลี่จือฮว่าดีใจเนื้อเต้น รีบปีนขึ้นไปบนหลังเสือ ปล่อยให้มันแบกวิ่งฉิวไป
ส่วนหลี่จือยวนไม่ได้ซนแบบน้องสาว นางเดินตามหลังสวี่มู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่เคยลืมสถานะสาวใช้ของตัวเองเลย
สวี่มู่รู้สึกพอใจในความรู้ความเข้าใจของนางมาก มองเผินๆ ก็รู้เลยว่าเป็นคนเก่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระเขาได้แน่ๆ
"ไปกันเถอะ" สวี่มู่พูดพลางเดินนำไปข้างหน้า
หลี่จือยวนรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปจับมือเขาไว้ หน้าแดงก่ำ หลบสายตาไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ
สวี่มู่ยิ้มบางๆ ความรู้สึกกุ๊กกิ๊กแบบนี้ นานๆ ทีมีบ้างมันก็ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยดีเหมือนกัน
เขากุมมือเด็กสาวไว้แน่น แล้วพาเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขา กลับสู่รังลับอันแสนอบอุ่นของพวกเขา