เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 โลกผู้ฝึกตนกับโลกมนุษย์

บทที่ 16 โลกผู้ฝึกตนกับโลกมนุษย์

บทที่ 16 โลกผู้ฝึกตนกับโลกมนุษย์


บทที่ 16 โลกผู้ฝึกตนกับโลกมนุษย์

สวี่มู่กับเยี่ยนชิงขี่กระบี่บินคู่กันออกจากนิกายไปแบบไม่รีบร้อน

"เจ้าจะไปไหน" เยี่ยนชิงถามลอยๆ

สวี่มู่ลองคิดดูแล้วก็ตอบไปตามตรง "กะจะแวะไปโลกมนุษย์ก่อนน่ะ แล้วค่อยว่ากันอีกที"

"ไปโลกมนุษย์เนี่ยนะ เจ้าก็อายุขัยเหลือน้อยแล้ว ขืนลงไปมีหวังได้ตายเร็วขึ้นสิ ไม่กลัวตายรึไง" เยี่ยนชิงถามด้วยความแปลกใจ ไม่เข้าใจความคิดของหมอนี่เลยจริงๆ

สวี่มู่หัวเราะร่วน "ข้ามาจากโลกมนุษย์ พรสวรรค์ก็ไม่ได้เรื่องอย่างท่าน จะฝึกตนมาได้ขนาดนี้ก็ต้องอาศัยของดีๆ ช่วยบ้างสิ ข้าเลยกะจะกลับไปเอาของที่ซ่อนไว้น่ะ"

"อ้อ มิน่าล่ะ เจ้าถึงดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย ที่แท้ก็มีไพ่ตายซ่อนอยู่นี่เอง"

แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย

"ถ้าเป็นอย่างนั้น..."

จู่ๆ เยี่ยนชิงก็ชะลอความเร็วกระบี่บินลง สีหน้าดูลังเล

"ศิษย์พี่มีอะไรก็พูดมาเถอะ มัวแต่อึกอักอยู่ได้" สวี่มู่ถาม

เยี่ยนชิงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชวนสวี่มู่ร่อนลงบนหน้าผาลับตาคนแห่งหนึ่ง

สวี่มู่เห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเขา ก็ยิ่งอยากรู้ เลยรีบตามลงไป

"ศิษย์น้อง รู้จักเครื่องหอมบูชาในโลกมนุษย์ไหม" เยี่ยนชิงเปิดประเด็น

"รู้จักสิ ชาวบ้านร้านตลาดเขาก็จุดธูปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันทั้งนั้น แถมยังมีจัดงานวัดกันครึกครื้นจะตาย"

"แล้วเจ้าเคยสงสัยไหมว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นมาจากไหน" เยี่ยนชิงถามต่อ

"เอ่อ... อันนี้ข้าก็ไม่ได้คิดลึกขนาดนั้น หรือว่ามันมีความลับอะไรซ่อนอยู่"

เยี่ยนชิงมองซ้ายมองขวา แล้วพูดเสียงเบา "เครื่องหอมบูชาน่ะ มันคือศูนย์รวมความศรัทธาของสิ่งมีชีวิต ถ้ามีพลังศรัทธามากพอก็จะส่งผลต่อลิขิตสวรรค์ได้เลยนะ

ผลลัพธ์ก็คือ มันช่วยดึงดูดพลังปราณมาให้พวกที่ได้รับการบูชาใช้ฝึกตน แล้วก็ทำให้สัมผัสถึงมหาเต๋าได้ง่ายขึ้นด้วย ยิ่งคนบูชาเยอะ พลังศรัทธาก็ยิ่งแกร่ง"

"โห มีของดีแบบนี้ด้วยรึเนี่ย" สวี่มู่ตื่นเต้น

เยี่ยนชิงพยักหน้า พูดด้วยน้ำเสียงแฝงนัยยะ "เครื่องหอมบูชาถือเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งของนิกายนะ มีแค่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์รับพลังศรัทธาพวกนี้ได้"

"อ๋อ... ที่แท้โลกมนุษย์กับโลกผู้ฝึกตนก็แอบเชื่อมถึงกันแบบนี้นี่เอง..."

ที่ไหนมีพลังปราณหนาแน่น ที่นั่นก็คือโลกผู้ฝึกตน

โลกมนุษย์กว้างใหญ่กว่าโลกผู้ฝึกตนตั้งเยอะ แต่เพราะพลังปราณมักจะไปกระจุกรวมกันอยู่เป็นหย่อมๆ พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เลยกลายเป็นดินแดนไร้พลังปราณไป

การแบ่งเขตแดนก็คล้ายๆ กับป่าทึบกับทุ่งหญ้านั่นแหละ สำหรับผู้ฝึกตนที่สัมผัสพลังปราณได้ มองปราดเดียวก็แยกออกแล้วว่าตรงไหนคือเขตไหน

"ข้าก็เพิ่งมารู้ตอนเข้าสำนักนี่แหละ นิกายจะใช้อารามนักพรตตามเมืองต่างๆ ในโลกมนุษย์คอยเป็นหูเป็นตา ถ้าเจอเด็กคนไหนมีรากวิญญาณ ก็จะรับตัวเข้ามาฝึกตนในนิกาย" เยี่ยนชิงเล่า

"แปลว่าพวกนั้นไม่ต้องลงไปโลกมนุษย์เอง แค่นั่งรอรับเครื่องหอมบูชาจากอาราม ก็รู้เรื่องราวในโลกมนุษย์ได้หมดเลยงั้นเหรอ" สวี่มู่อ้าปากค้าง ช็อกของจริง

ที่เขาเลือกจะกลับไปโลกมนุษย์ เหตุผลหลักๆ เลยก็คืออยากหาที่เงียบๆ ซุ่มเก็บเลเวลต่างหาก

ยิ่งอยู่นิกายนานเข้า เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันอันตราย โลกผู้ฝึกตนนี่มันปลาใหญ่กินปลาเล็กชัดๆ

แต่ถ้าเขาลงไปอยู่ในโลกมนุษย์ ด้วยอายุขัยที่เป็นอมตะของเขา แถมยังมีระดับพลังขั้นหลอมปราณขั้นหกอีก งานนี้สบายแฮแน่นอน

นึกว่าจะปลอดภัยไร้กังวล ที่ไหนได้ ดันมีพวกสอดแนมอยู่ทุกซอกทุกมุมซะนี่

เมื่อก่อนตอนที่เขายังท่องยุทธภพในโลกมนุษย์ เขาก็พอรู้มาบ้างว่าพวกนักพรตในอารามน่ะไม่ใช่หมูๆ มีวิชาอาคมติดตัวกันทั้งนั้น

ที่ฮิตสุดๆ ก็คือ ยันต์เชิญเทพ เวลามีภัยก็งัดออกมาเรียกกำลังเสริม

เพิ่งจะรู้ความจริงวันนี้เองว่า ไอ้เทพที่ว่านั่น ไม่ใช่เทพเจ้าบนสวรรค์ที่ไหน แต่เป็นพวกระดับบิ๊กๆ ขั้นแก่นทองคำต่างหาก... น่ากลัวชะมัด

"แน่นอนสิ พวกเขาไม่ได้รู้ไปซะทุกเรื่องหรอก แค่อย่าไปหาเรื่องพวกอารามนักพรตก็พอ เพราะนั่นน่ะคือถิ่นของนิกายใหญ่ๆ ในโลกมนุษย์"

สวี่มู่พยักหน้าเข้าใจ แล้วมองเยี่ยนชิง "ที่ศิษย์พี่เล่าให้ฟังยืดยาวเนี่ย มีเรื่องอะไรจะให้ข้าช่วยรึเปล่า"

เยี่ยนชิงยิ้มบางๆ "ศิษย์น้องนี่หัวไวดีนะ ข้ามีเรื่องอยากรบกวนหน่อยจริงๆ นั่นแหละ"

พูดจบ เขาก็ล้วงเอาหยกสลักลายมังกรชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ ดูจากสภาพแล้วน่าจะเก่าแก่เอาเรื่อง

"ตอนที่เจ้าลงไปโลกมนุษย์ ข้าอยากให้เจ้าแวะไปที่เมืองหลวงของแคว้นสุยหน่อย เอาหยกชิ้นนี้ไปยืนยัน แล้วบอกให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจัดเครื่องหอมบูชาให้ข้าที"

สวี่มู่เลิกคิ้ว "ศิษย์พี่นี่กะจะเล่นใหญ่เลยนะเนี่ย ให้ระดับฮ่องเต้สั่งการลงมา พลังศรัทธาจะมหาศาลขนาดไหน แต่มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"

เยี่ยนชิงหัวเราะ "เจ้าลืมไปแล้วรึ เครื่องหอมบูชาก็คือทรัพยากรของนิกาย มันต้องแย่งชิงกันสิ"

สวี่มู่ชะงักไป นึกถึงความวุ่นวายเรื่องแย่งทรัพยากรในนิกายขึ้นมาได้ นี่มันลามไปถึงโลกมนุษย์แล้วรึเนี่ย

"ทรัพยากรสำคัญขนาดนี้ จะปล่อยให้ฮ่องเต้ในโลกมนุษย์เป็นคนตัดสินใจได้ยังไง ขืนฮ่องเต้ทำตามใจชอบ พรุ่งนี้คงได้เปลี่ยนราชวงศ์ใหม่แหงๆ"

"ไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่ต้องกังวลไป แค่เอาเรื่องนี้ไปบอกฮ่องเต้ก็พอ เขาจะรู้เองว่าควรทำยังไงให้คุ้มค่าที่สุด"

พอเห็นอีกฝ่ายยืนกรานแบบนั้น สวี่มู่ก็เริ่มทำหน้าลำบากใจ

"ข้าก็อยากช่วยศิษย์พี่อยู่นะ แต่เรื่องนี้มัน... ข้าไม่อยากอยู่โลกมนุษย์นานๆ หรอกนะ อายุขัยข้ามันสั้นกุดน่ะ"

เยี่ยนชิงแค่นเสียง "วางใจเถอะน่า ข้าไม่ให้เจ้าทำฟรีๆ หรอก"

ว่าแล้วเขาก็ล้วงของออกมาอีกสองชิ้น ชิ้นแรกเป็นของวิเศษ ส่วนอีกชิ้นเป็นป้ายหยก

"นี่คือของวิเศษสายป้องกัน ช่วยรับมือกับกระบี่บินและเวทมนตร์ได้ ส่วนนี่คือคัมภีร์วิชาดำดิน ฝึกสำเร็จแล้วจะเอาไว้ใช้หนีตายได้ชะงัดนัก เจ้าอยากได้ชิ้นไหน เลือกเอาเลย"

สวี่มู่ตาลุกวาว รีบพูดด้วยรอยยิ้ม "ศิษย์พี่ก็ขี้เหนียวไปได้ ศิษย์น้องจะไปทั้งที จะให้ของขวัญอำลาก็ไม่ให้ แถมยังจะมาใช้แรงงานข้าอีก ให้ของชิ้นเดียวมันจะไปพออะไร"

เยี่ยนชิงยิ้มกริ่มอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ยัดของทั้งสามชิ้นใส่มือสวี่มู่ "ถือซะว่าเจ้ารับปากแล้วนะ"

สวี่มู่รับของมาพร้อมรอยยิ้ม พลางตรวจสอบของวิเศษกับป้ายหยก ของแท้แน่นอนทั้งคู่

โดยเฉพาะป้ายหยกนี่แหละเด็ดสุด มันเป็นสื่อบันทึกวิชาที่ดีที่สุด แค่เอาแตะที่หว่างคิ้ว วิชาก็จะถูกถ่ายทอดเข้าสู่สมองทันที

ตอนที่อยู่หอสมบัติ ได้แต่อ่านเอาเฉยๆ ห้ามเอาป้ายหยกออกมาเด็ดขาด

ของขวัญที่เยี่ยนชิงให้ ไม่ใช่แค่วิชาดำดินเท่านั้น แต่ยังเป็นสมุดโน้ตระดับพรีเมียมที่จดแล้วลบเขียนใหม่ได้เรื่อยๆ ซึ่งกระดาษธรรมดาๆ เทียบไม่ติดเลย

"ศิษย์พี่วางใจได้เลย เรื่องของท่านก็เหมือนเรื่องของข้า ข้าจะเอาหยกไปส่งให้ถึงมือฮ่องเต้แน่นอน ขอให้ท่านได้ทะลวงระดับแก่นทองคำไวๆ นะ" สวี่มู่ตบหน้าอกรับประกัน

"อืม ขอบใจมากศิษย์น้อง ข้าเชื่อใจเจ้านะ" เยี่ยนชิงยิ้มรับ

สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็คือ อาศัยจังหวะชุลมุนที่พวกผู้อาวุโสกำลังตีกันเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์นี่แหละ สอดแทรกเข้าไปขอมีเอี่ยวด้วย

เครื่องหอมบูชามีประโยชน์ทั้งกับระดับแก่นทองคำที่ต้องการทะลวงขั้นวิญญาณต้นกำเนิด ระดับสร้างฐานที่ต้องการเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำ หรือแม้แต่ระดับหลอมปราณก็ยังได้ประโยชน์

แต่ในเมื่อมีพวกรุ่นใหญ่ระดับแก่นทองคำลงสนามมาแล้ว พวกระดับสร้างฐานกับหลอมปราณก็ต้องถอยไป ไม่สิทธิ์ได้ส่วนแบ่งจากพลังศรัทธานี้เลย

ข้อได้เปรียบของเยี่ยนชิงก็คือ เขามีสายเลือดราชวงศ์ และประชาชนในโลกมนุษย์ก็คือราษฎรของฮ่องเต้ เขาเลยมีสิทธิ์ที่จะลองเสี่ยงดูสักตั้ง

ส่วนงานของสวี่มู่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่เป็นม้าเร็วไปส่งข่าวให้ฮ่องเต้ก็จบ

เยี่ยนชิงคิดดูอีกที แล้วบอกว่า "ที่ตระกูลของข้ามีถ้ำลับซ่อนอยู่ข้างในมีพลังปราณพอใช้ได้ แล้วก็มีบ่อน้ำพุวิญญาณอยู่ด้วยนะ ถ้าเจ้าอยากได้ก็ไปตักเอาเถอะ แต่อย่าตักไปจนหมดล่ะ"

พอได้ยินแบบนั้น สวี่มู่ก็ยิ่งยิ้มแก้มปริ รีบรับปาก "ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง ข้าเป็นคนรักษาคำพูด ไม่โลภมากเอาไปหมดแน่นอน"

เยี่ยนชิงพยักหน้า "เรื่องบ่อน้ำพุนั่น พอไปถึงเมืองหลวงเจ้าก็ไปสืบดูเอาเองก็แล้วกัน ข้าไม่บอกเจ้าหรอกนะ"

สวี่มู่พยักหน้ารับ ไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว

การกลับโลกมนุษย์ครั้งนี้ เขาตั้งใจจะหาที่เหมาะๆ ปลูกสมุนไพรวิญญาณ เพราะในโลกมนุษย์จะหาขี้คนมาทำปุ๋ยก็ง่าย แถมยังได้ตระเวนเก็บของมีค่าที่ตกหล่นอยู่ตามที่ต่างๆ เพื่อเอามาใช้เพิ่มระดับพลังแบบชิลๆ ด้วย

บ่อน้ำพุวิญญาณที่เยี่ยนชิงพูดถึง มันก็เหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในโลกมนุษย์นั่นแหละ ถึงจะมีประโยชน์ แต่มันก็กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ หายาก พวกในโลกผู้ฝึกตนก็เลยไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่

ตอนที่สวี่มู่ซื้อคัมภีร์ฝึกตนมา เขาได้ยินคนขายพูดถึงที่ที่น่าจะเป็นขุมสมบัติ ซึ่งมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่ด้วย

ตอนนี้พอมีเรื่องเครื่องหอมบูชา กับบ่อน้ำพุวิญญาณของราชวงศ์เยี่ยนมาสมทบอีก ถ้าลองค้นดูดีๆ ทรัพยากรในโลกมนุษย์ก็น่าจะมีให้กอบโกยไม่น้อยเลยล่ะ เหมาะจะเป็นแหล่งปั๊มเลเวลของเขาแบบสุดๆ

ก็เหมือนกับตำนานเทพกระบี่สิบลี้ ที่หมกตัวตีมอนสเตอร์ในหมู่บ้านผู้เริ่มต้นเป็นสิบๆ ปี จนเลเวลตันแล้วค่อยออกเดินทางนั่นแหละ

สวี่มู่มั่นใจว่าเขาก็มีความอดทนแบบนั้นเหมือนกัน!

จบบทที่ บทที่ 16 โลกผู้ฝึกตนกับโลกมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว