- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 19 - พูดจนพอใจแล้วใช่ไหม
บทที่ 19 - พูดจนพอใจแล้วใช่ไหม
บทที่ 19 - พูดจนพอใจแล้วใช่ไหม
เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านนอก
ต้วนหลิงเซียวก็เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบว่า "เข้ามาสิ!"
เพียงไม่นาน ชายชราในชุดจงซานผู้มีกลิ่นอายสูงส่งทว่าใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาก็เดินเข้ามาในคฤหาสน์
และผู้ที่เดินตามหลังมาติดๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหลินเจิ้นหนานรองประธานร้านเสินหนงฟางนั่นเอง
สภาพของหลินเจิ้นหนานดูไม่ได้เลย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด แววตาแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่หลี่ตงหมิงยิงหลินฮ่าวเทียนลูกชายของเขาตายไปต่อหน้าต่อตา เขาก็โกรธจัดและอยากจะแก้แค้นต้วนหลิงเซียวกับหลี่ตงหมิงให้สาสม
แต่เมื่อเขาไปหาเฉาเมิ่งเฉินเพื่อขอกำลังเสริมจากร้านเสินหนงฟางมาจัดการเรื่องนี้
เขากลับได้รับข่าวช็อก!
งานแต่งงานของตระกูลลู่กับตระกูลหานแห่งมณฑลถูกคนบุกเข้าไปป่วน ลู่เป่ยเลี่ยและลูกชายตายอนาถ หานยวี่เตี่ยคุณหนูตระกูลหานก็ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด!!
และฆาตกรที่ลงมือ ก็คือไอ้เด็กเปรตที่ไปก่อเรื่องในร้านเสินหนงฟางนั่นแหละ!!
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ ข่าวร้ายอีกระลอกก็พุ่งเข้าใส่—
ตระกูลลู่ถูกฆ่าล้างโคตรแล้ว!
นายท่านใหญ่ตระกูลลู่ถูกตัดหัว!
แม้แต่แม่ทัพฝูหู่ที่ถูกเชิญมาช่วย ก็ถูกฆ่าตายคาที่!!
สายเลือดตระกูลลู่ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว!!!
เมื่อข่าวทั้งหมดประดังเข้ามา หลินเจิ้นหนานก็ถึงกับสติหลุด!!
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่ตงหมิงผู้บัญชาการตำรวจถึงได้ยอมก้มหัวให้ไอ้เด็กนั่นขนาดนั้น!
ไอ้หมอนี่มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
แต่คำถามคือ ตกลงแล้วมันเป็นใครกันแน่?
หลินเจิ้นหนานใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีเพื่อสืบประวัติของชายหนุ่ม แต่กลับคว้าน้ำเหลว
ถึงขนาดเอารูปพรรณสัณฐานของต้วนหลิงเซียวจากกล้องวงจรปิดในร้านเสินหนงฟางไปให้แฮกเกอร์ช่วยค้นหาในระบบฐานข้อมูลใบหน้า
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง
ในระบบไม่มีข้อมูลใบหน้าที่ตรงกับชายหนุ่มคนนี้เลย!
นั่นหมายความว่า ไอ้หมอนี่เหมือนโผล่มาจากความว่างเปล่า!
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
นี่มันเรื่องตลกชัดๆ!
ยิ่งสืบไม่ได้ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความลึกลับและน่าสะพรึงกลัวของชายหนุ่มคนนี้
ดังนั้นเมื่อเขาไปหาเฉาเมิ่งเฉิน และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เฉาเมิ่งเฉินก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ลากคอเขามาขอขมาที่นี่ทันที
"คุณผู้ชาย วันนี้ที่ร้านเสินหนงฟาง หลินเจิ้นหนานล่วงเกินท่านไปมาก ผมจึงพาเขามาขอขมาท่านถึงที่นี่ครับ!"
เฉาเมิ่งเฉินก้มหัวลงต่ำสุดๆ
เขาไม่รู้จักต้วนหลิงเซียว แต่เขารู้จักหลี่ตงหมิง
หลี่ตงหมิงเป็นคนซื่อตรงและเด็ดขาด ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจ เขาเคยทลายเครือข่ายธุรกิจมืดของสถานบันเทิงรายใหญ่สามแห่งในคืนเดียว ซึ่งสถานบันเทิงเหล่านั้นล้วนมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลระดับบิ๊กของเมืองเจียงหนานคอยหนุนหลังอยู่
แต่หลี่ตงหมิงก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม!
ต่อให้เบื้องบนจากทางมณฑลจะโทรมากดดัน เขาก็ไม่หวั่นไหว
จนในที่สุดก็สามารถลากคอผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมารับโทษได้สำเร็จ!
แต่ตอนนี้ คนที่ไม่เคยกลัวใครอย่างหลี่ตงหมิง กลับยอมก้มหัวให้ต้วนหลิงเซียวอย่างนอบน้อม
นั่นหมายความว่า ฐานะที่แท้จริงของต้วนหลิงเซียวจะต้องน่าสะพรึงกลัวจนเกินจินตนาการแน่!
"คุณผู้ชาย วันนี้ผมล่วงเกินท่านไปมาก ขอท่านโปรดอภัยด้วยครับ!"
หลินเจิ้นหนานเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเผือด
ในใจของเขาอัดอั้นตันใจจนแทบกระอักเลือด!
ลูกชายถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา นอกจากจะแก้แค้นไม่ได้แล้ว ยังต้องมาก้มหัวขอโทษคนฆ่าอีก!
โลกนี้มันมีความยุติธรรมที่ไหนกันวะ?!
"ขอขมางั้นเหรอ ฉันนึกว่ามาหาเรื่องเสียอีก"
ต้วนหลิงเซียวผุดยิ้มบางๆ
"ท่านล้อเล่นแล้วครับ! เจิ้นหนานไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่เขาก็ได้รับบทลงโทษอย่างสาสมแล้ว ขอท่านโปรดเมตตาด้วยเถอะครับ!"
เฉาเมิ่งเฉินยังคงก้มหน้าต่ำ
"จะให้อภัยก็ย่อมได้ แต่พวกนายต้องแสดงความจริงใจให้ฉันเห็นก่อนสิ"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
เดิมทีเขาก็ไม่ได้ใส่ใจพวกปลายแถวอย่างหลินเจิ้นหนานอยู่แล้ว
แต่ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์แบกหน้ามาขอขมาถึงที่
เขาก็ไม่ขอปฏิเสธโอกาสทองนี้ก็แล้วกัน
ต้องรู้ไว้ว่าทั้งสองคนนี้คือคนของร้านเสินหนงฟาง!
และสิ่งที่ร้านเสินหนงฟางมีมากที่สุด ก็คือสมุนไพร
ซึ่งสมุนไพรคือสิ่งที่ต้วนหลิงเซียวต้องการมากที่สุดในตอนนี้!
ไม่ว่าจะเพื่อใช้ฟื้นฟูพลังของตัวเอง หรือเพื่อใช้ล้างไขกระดูกและปรับปรุงร่างกายให้กับเซียวเมิ่งเสวี่ย เขาล้วนต้องการสมุนไพรจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
และร้านเสินหนงฟางก็คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด
"ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใดครับ"
เฉาเมิ่งเฉินชะงักไปเล็กน้อย ในใจเริ่มรู้สึกไม่พอใจ
เขาเป็นถึงประธานร้านเสินหนงฟาง การยอมลดตัวมาขอขมาก็ถือว่าไว้หน้ามากพอแล้ว
แต่ต้วนหลิงเซียวกลับได้คืบจะเอาศอกงั้นเหรอ?
นี่มันชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว!
ตอนแรกเขาก็คิดว่าต่อให้ต้วนหลิงเซียวจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัวขนาดไหน
แล้วอย่างไรล่ะ?
เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวหรอก!
เพียงแค่ไม่อยากสร้างความวุ่นวายเพิ่มก็เท่านั้น!
แต่ไม่นึกเลยว่าต้วนหลิงเซียวจะทำตัวกร่าง ไม่รู้จักกาลเทศะแบบนี้!
"ง่ายมาก ฉันต้องการให้ร้านเสินหนงฟางคอยสนับสนุนและจัดหาสมุนไพรทั้งหมดที่ฉันต้องการนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยอย่างราบเรียบ
"สนับสนุนสมุนไพรเหรอ"
สีหน้าของเฉาเมิ่งเฉินแปรเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ลงทันที
เขารู้มาว่าวันนี้ต้วนหลิงเซียวเพิ่งจะกวาดสมุนไพรมูลค่ากว่าสิบล้านไปจากร้านเสินหนงฟาง
แค่นั้นเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าจะให้จัดหาให้ฟรีๆ ไปตลอดล่ะก็ ต่อให้เป็นธุรกิจใหญ่โตแค่ไหนก็คงรับภาระไม่ไหวหรอก!
ขณะที่เขากำลังจะปฏิเสธ
ต้วนหลิงเซียวก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
"อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ฉันไม่เอาเปรียบพวกนายหรอก ฉันจะหลอมโอสถให้พวกนายเป็นระยะๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ย
"หลอมโอสถเหรอ ท่านเป็นนักหลอมโอสถงั้นเหรอ"
เฉาเมิ่งเฉินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"อืม!"
ต้วนหลิงเซียวพยักหน้ารับ
แววตาของเฉาเมิ่งเฉินฉายประกายตกตะลึง
นักหลอมโอสถ ไม่ว่าจะเป็นยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ล้วนเป็นอาชีพที่หาได้ยากยิ่ง
เพราะการจะก้าวเข้าสู่อาชีพนี้ได้นั้น ต้องมีพรสวรรค์และความอดทนสูงมาก
ยิ่งไปกว่านั้น การจะหลอมโอสถได้สำเร็จ ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน
ดังนั้นนักหลอมโอสถส่วนใหญ่จึงมักจะมีอายุมากแล้ว
น้อยคนนักที่จะมีนักหลอมโอสถอายุแค่ยี่สิบกว่าๆ
เฉาเมิ่งเฉินในฐานะประธานร้านเสินหนงฟาง ก็ถือเป็นผู้ที่มีฝีมือการหลอมโอสถสูงที่สุดในร้านเสินหนงฟางสาขานี้แล้ว
แต่เขาก็เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับนักหลอมโอสถหนึ่งดาวได้ไม่นาน
ถึงกระนั้น เขาก็ยังได้รับการยกย่องและมีผู้คนมากมายแห่แหนมาขอให้เขาหลอมโอสถให้จนหัวกระไดไม่แห้ง
นี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่านักหลอมโอสถนั้นเป็นที่ต้องการมากแค่ไหน!
"อวดดี!!"
หลินเจิ้นหนานที่โดนเฉาเมิ่งเฉินลากตัวมาขอขมาด้วยความจำใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาส่ายหน้าและแค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา
"แกรู้ไหมว่าการหลอมโอสถต้องมีกี่ขั้นตอน แกรู้ไหมว่าวิชาหลอมโอสถมันยากแค่ไหน แกรู้ไหมว่ากว่าพวกเราจะได้เป็นนักหลอมโอสถต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปมากเท่าไหร่ แกน่ะเหรอหลอมโอสถเป็น พูดเป็นเล่นไปได้!"
"ตอนแรกฉันก็คิดว่าแกคงจะเป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน ที่แท้ก็เป็นแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ชอบคุยโวโอ้อวดนี่เอง!"
"ไม่รู้ว่าหลี่ตงหมิงมันตาบอดหรืออย่างไร ถึงได้ยอมก้มหัวให้คนอย่างแก!"
"อย่าคิดนะว่าแค่ฆ่าล้างบางตระกูลลู่ได้ แล้วแกจะสามารถทำตัวกร่างได้ตามอำเภอใจ โลกนี้มันกว้างใหญ่กว่าที่แกคิดนัก คนอย่างแกไม่มีทางปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้หรอก!"
"ประธานเฉา ฉันว่าไอ้หมอนี่มันก็แค่พวกสิบแปดมงกุฎที่ไม่มีน้ำยาอะไรหรอก จะไปมีนักหลอมโอสถที่อายุน้อยขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเราไม่เห็นต้องมาก้มหัวขอโทษคนแบบนี้เลย!"
หลินเจิ้นหนานพ่นคำด่าออกมาเป็นชุดๆ ราวกับได้ระบายความอัดอั้นในใจจนหมดสิ้น
"เอ่อ ... "
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉาเมิ่งเฉินก็เริ่มรู้สึกลังเล
"พูดจนพอใจแล้วใช่ไหม"
ต้วนหลิงเซียวผุดยิ้มพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ทำไม หรือว่าฉันพูดผิด"
"แกฆ่าล้างโคตรตระกูลลู่ แถมยังยุยงให้หลี่ตงหมิงยิงลูกชายฉันตาย ในเมื่อตำรวจเมืองเจียงหนานไม่ยอมจัดการเรื่องนี้ งั้นฉันจะไปแจ้งความกับตำรวจมณฑลเอง! ฉันอยากจะรู้นักว่าแกจะกร่างไปได้สักกี่น้ำ!"
หลินเจิ้นหนานสะบัดหน้า เตรียมจะเดินหนีออกไป
"ฉันอนุญาตให้แกไปแล้วงั้นเหรอ"
แววตาของต้วนหลิงเซียวเย็นเยียบลงทันที เขาตวัดมือออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัง!
ร่างของหลินเจิ้นหนานปลิวละลิ่วกระแทกพื้นอย่างแรงราวกับหมาตาย
ฟันในปากร่วงกราว เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปากราวกับน้ำพุ
"มาขอขมาแต่กลับทำตัวแบบนี้ สู้ไม่มาเลยเสียยังจะดีกว่า!"
สายตาของต้วนหลิงเซียวเย็นชา
สำหรับพวกสวะอย่างหลินเจิ้นหนาน เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา
ไร้ฝีมือแถมยังผูกใจเจ็บ
คนแบบนี้ถ้าไม่โผล่หัวมาก็แล้วไป แต่ถ้าโผล่มาให้เห็น เขาก็ไม่มีวันปล่อยไว้แน่
"แล้วอีกอย่าง ใครบอกว่าคนอายุน้อยจะเป็นนักหลอมโอสถไม่ได้"
"เมิ่งเสวี่ย ออกมาสิ!"
สิ้นเสียงของต้วนหลิงเซียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นก้าวเดินออกมา
เซียวเมิ่งเสวี่ยอยู่ในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยดุจน้ำตก นัยน์ตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อ ใบหน้างดงามราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอก ชวนให้ผู้คนต้องหลงใหลและยอมสยบแทบเท้า
ยิ่งเรือนร่างที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกระโปรงสีขาวก็ยิ่งขับเน้นส่วนโค้งเว้าให้ดูโดดเด่นสะดุดตา อกอวบอิ่มชูชัน เอวคอดกิ่วราวกับกิ่งหลิว สะโพกกลมกลึงราวกับพระจันทร์เต็มดวง และเรียวขาขาวเนียนยาวสลวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงก็ยิ่งยั่วยวนชวนให้ผู้คนต้องสติหลุดลอยและไม่อาจถอนตัวได้
สวย!
สวยเกินไปแล้ว!!
แม้เฉาเมิ่งเฉินจะผ่านโลกมามากและเคยพบเจอหญิงงามมานับไม่ถ้วน แต่เมื่อได้เห็นเซียวเมิ่งเสวี่ยในตอนนี้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องลูบเคราพลางถอนหายใจด้วยความชื่นชม
"แม่หนูน้อยคนนี้คือใครกัน"
เฉาเมิ่งเฉินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ประธานเฉา ฉันก็คือเซียวเมิ่งเสวี่ยที่ไปร้านเสินหนงฟางเมื่อตอนกลางวันอย่างไรล่ะคะ!"
เซียวเมิ่งเสวี่ยส่งยิ้มหวาน
เมื่อครู่นี้ตอนที่เธออาบน้ำเสร็จแล้วส่องกระจก เธอก็ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย!
แค่โอสถเม็ดเดียวของพี่หลิงเซียว ก็สามารถเนรมิตให้เธอกลับมาสวยงามได้ราวกับปาฏิหาริย์
ไม่เพียงแต่รอยแผลเป็นจะหายไปจนหมดสิ้น แต่ผิวยังดูเปล่งปลั่งและงดงามยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก!
"เซียวเมิ่งเสวี่ย เธอ ... "
"เธอคือคุณหนูอัปลักษณ์คนนั้นงั้นเหรอ!?"
เฉาเมิ่งเฉินชะงักอึ้งไปทันที
จนลืมแม้กระทั่งมารยาทพื้นฐาน
เพราะหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้สวยสะดุดตาจนแทบจะเรียกได้ว่าหญิงงามล่มเมือง ซึ่งช่างแตกต่างจากข่าวลือที่เขาเคยได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง
ตามข่าวลือ สายเลือดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลเซียวถูกหานยวี่เตี่ยและลู่จวิ้นเสียนสาดน้ำกรดใส่หน้าจนกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองเจียงหนาน
จนถูกผู้คนขนานนามว่า "คุณหนูอัปลักษณ์"
แต่นี่มันคนละเรื่องกับหญิงสาวผู้งดงามราวกับเทพธิดาที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เลย!
"ประธานเฉา วันนี้พี่หลิง ... พี่ชายของฉันพาฉันไปซื้อสมุนไพรที่ร้านเสินหนงฟาง เพื่อนำมาหลอมโอสถคืนโฉม และเขาก็เป็นคนรักษาใบหน้าให้ฉันจนหายดีนี่แหละค่ะ"
เซียวเมิ่งเสวี่ยรีบอธิบาย
ทว่าตอนที่เรียกชื่อต้วนหลิงเซียว เธอจงใจเลี่ยงคำว่า 'พี่หลิงเซียว' และเปลี่ยนเป็น 'พี่ชาย' แทน
เพราะเธอรู้ดีว่าต้วนหลิงเซียวไม่อยากเปิดเผยตัวตนในตอนนี้
และมันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมด้วย
"ที่แท้ท่านก็แซ่หลิงนี่เอง ... "
เฉาเมิ่งเฉินพยักหน้ารับ ทว่าในพริบตาต่อมา สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงสุดขีด
"เธอพูดว่าอะไรนะ โอสถคืนโฉมงั้นเหรอ???"