เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 กำไลรวมปราณ

บทที่ 41 กำไลรวมปราณ

บทที่ 41 กำไลรวมปราณ


บทที่ 41 กำไลรวมปราณ

หลังจากรายงานหวังเต๋อเสร็จ หลี่หยวนก็ได้รับคำตอบเพียงว่าให้รอฟังข่าว

ขณะเดียวกันหวังเต๋อก็บอกว่าจะคอยจับตาดูว่าผู้ฝึกตนอิสระคนไหนมีป้ายหยกหน้าตาคล้ายกันบ้าง ทว่าของพรรค์นี้ตรวจสอบยาก จะให้ไปสุ่มสี่สุ่มห้าค้นตัวตรงๆ ก็คงไม่ได้

พอกลับถึงบ้าน หลี่หยวนก็ล้วงเอาหินวิญญาณทั้งหมดในแขนเสื้อออกมานับบนโต๊ะ

ทั้งเบี้ยหวัดรายเดือนที่เพิ่งได้มา เงินอุดหนุนค่าลาดตระเวน ส่วนแบ่งจากการล่าสัตว์อสูร และหินวิญญาณที่ค้นได้จากตัวผู้ฝึกตนสายปล้นชิง พอเอามากองรวมกันก็มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเฉพาะส่วนที่ได้จากผู้ฝึกตนสายปล้นชิงนั้น มีมากถึงสี่สิบแปดก้อน

เขาเก็บหินวิญญาณยัดใส่แขนเสื้อ แล้วออกจากที่พักเดินไปตามถนนสายตะวันออกมุ่งหน้าสู่ตรอกเหนือ

จุดหมายแรกคือแผงขายยันต์ของผู้ฝึกตนอิสระ

"ยันต์โล่ปราณสามแผ่น ยันต์อสรพิษเพลิงสามแผ่น แล้วก็ยันต์ท่องเทวะสองแผ่น"

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไปอุดหนุนแผงของตาเฒ่าจางหรอกนะ แต่ยันต์ของตาเฒ่าจางในตอนนี้มันไม่ตอบโจทย์การใช้งานของเขาแล้ว

เจ้าของแผงบอกราคา หลี่หยวนก็ล้วงหินวิญญาณจ่ายไป ก่อนจะเก็บยันต์ทั้งหมดซุกไว้ในแขนเสื้ออย่างเรียบร้อย

จากนั้นก็แวะไปที่แผงของเฒ่าซุน ซื้อโอสถฟื้นปราณมาสองเม็ด มันคือโอสถที่ใช้สำหรับฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว

ค่ายาและยันต์เบ็ดเสร็จจ่ายไปสิบห้าก้อน เทียบเท่ากับเบี้ยหวัดห้าเดือนเต็มของผู้ตรวจการทั่วไป

ผู้ตรวจการนั้นมีสัญญากับตระกูลหวังค้ำคออยู่ บางครั้งรายได้ยังน้อยกว่าผู้ฝึกตนอิสระบางคนเสียอีก

เดินตามถนนสายตะวันออกไปได้ครึ่งทาง หลี่หยวนก็หยุดเท้าลงหน้าแผงลอยแห่งหนึ่ง

กำไลรวมปราณวงนั้นยังอยู่

พื้นผิวกำไลทองแดงมีสนิมเกรอะกรัง ลวดลายอักขระวิญญาณเลือนราง มันถูกวางทิ้งไว้ตรงมุมแผง ดูไม่สะดุดตาเอาเสียเลย

"ของชิ้นนี้เท่าไหร่?" เขาร้องถามพลางชี้ไปที่กำไลรวมปราณ

เจ้าของแผงเป็นผู้ฝึกตนอิสระวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็งคนเดิม มันเงยหน้าขึ้นมองหลี่หยวนแวบหนึ่ง ก็จำได้ว่าเป็นคนที่เคยมาถามราคาคราวก่อน

"สิบห้าก้อนเหมือนเดิม"

"สิบสามก้อน" หลี่หยวนต่อรอง

"ไม่ได้ สิบห้าก้อน ราคานี้ไม่โก่งแน่นอน"

"สิบสี่"

เจ้าของแผงถูมือไปมา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันพูด

"ตกลง"

หลี่หยวนล้วงหินวิญญาณสิบสี่ก้อนวางเรียงบนผ้าปูแผง แล้วคว้ากำไลรวมปราณยัดใส่แขนเสื้อ

เมื่อกลับถึงที่พัก เขาก็ลงกลอนประตูให้แน่นหนา นั่งลงบนเตียง แล้วหยิบกำไลรวมปราณออกมา

【ตรวจพบไอเทมที่สามารถสวมใส่ได้: กำไลรวมปราณ สภาพสมบูรณ์】

【ดูตัวอย่างคุณสมบัติ: รวบรวมพลังวิญญาณ ระดับสีขาว —— ขยายขอบเขตการดูดซับพลังวิญญาณขณะฝึกฝน และเพิ่มความเร็วในการไหลเวียนของพลังวิญญาณ】

【ดูตัวอย่างเงื่อนไขแสดงผลถาวร: ดูดซับพลังจากหินวิญญาณสิบก้อนในขณะสวมใส่ ปัจจุบันศูนย์จากสิบ】

【ช่องสวมใส่อุปกรณ์ปัจจุบันเต็มแล้ว 2/2 ต้องการสับเปลี่ยนอุปกรณ์หรือไม่?】

รวบรวมพลังวิญญาณ ขยายขอบเขตการดูดซับและเพิ่มความเร็วในการไหลเวียนของพลัง

ประสิทธิภาพอาจจะสู้คุณสมบัติกรองพลังวิญญาณกับเร่งความเร็วรอบโคจรที่เขามีอยู่แล้วไม่ได้ แต่มันสามารถใช้งานทับซ้อนกันได้

แถมเงื่อนไขในการทำให้แสดงผลถาวรก็แสนจะง่ายดาย นั่นคือการดูดซับพลังจากหินวิญญาณเพียงสิบก้อน

หินวิญญาณสิบก้อน หากเร่งมือดูดซับอย่างเต็มที่ ไม่กี่วันก็คงสำเร็จ

และทันทีที่คุณสมบัตินี้แสดงผลถาวร มันก็จะกลายเป็นคุณสมบัติถาวรระดับสีขาวขึ้นไปรายการที่ห้า ซึ่งจะช่วยปลดล็อกช่องสวมใส่อุปกรณ์ช่องที่สามได้

หลี่หยวนขยับความคิด ปลดเคล็ดวิชาวัวเหล็กออก

ตอนนี้คุณสมบัติบีบอัดพลังวิญญาณมีประโยชน์กับเขามากกว่าเสริมความแกร่งอวัยวะภายในอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นก็สวมใส่กำไลรวมปราณ

วงทองแดงแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีเหลืองหม่นซึมซาบเข้าสู่ข้อมือ ทิ้งความรู้สึกอุ่นวาบเอาไว้

วินาทีต่อมา เขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนของพลังวิญญาณรอบตัว ขอบเขตการรับรู้ขยายกว้างขึ้น

เมื่อก่อนตอนฝึกฝน พลังวิญญาณจะหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทางในรัศมีราวสองสามจั้ง แต่ตอนนี้มันแผ่ขยายออกไปอีกวง พลังวิญญาณในรัศมีสี่ถึงห้าจั้งล้วนถูกดึงดูดเข้ามาหาเขาทั้งสิ้น

ความเร็วในการไหลเวียนก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้จะไม่มากนักก็ตาม

หากเทียบกับผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างกรองพลังวิญญาณหรือเร่งความเร็วรอบโคจรแล้ว ประสิทธิภาพของการรวบรวมพลังวิญญาณถือว่าไม่ได้โดดเด่นอะไร

แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

เขาหยิบหินวิญญาณออกมากำไว้ในมือ นั่งขัดสมาธิ แล้วเริ่มการฝึกฝน

ตกค่อนคืน หินวิญญาณในมือของหลี่หยวนก็เปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น พลังวิญญาณถูกสูบออกไปจนเกลี้ยง

【ความคืบหน้าการแสดงผลถาวรของคุณสมบัติรวบรวมพลังวิญญาณระดับสีขาว: 3/10】

ดูดซับไปสามก้อน ความคืบหน้าเพิ่งถึงสาม ด้วยความเร็วระดับนี้ยังต้องใช้อีกตั้งเจ็ดก้อน แต่ไม่เป็นไร ระหว่างเดินทางก็ยังดูดซับต่อได้

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ตรงพื้นที่ว่างกลางห้อง

วิชาเลี้ยงปราณกระบวนท่าที่ห้า —— คืนสู่จุดกำเนิด

หนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ...

หลังจากบรรลุหลอมปราณขั้นห้า การฝึกฝนวิชาของคนธรรมดาก็รุดหน้าไวขึ้นมาก

หน้าต่างระบบเด้งการแจ้งเตือนขึ้นมา

【วิชาเลี้ยงปราณ: ระดับเชี่ยวชาญ ปัจจุบัน 0/800】

หลี่หยวนรั้งพลังกลับมายืนนิ่ง ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด ช่วงนี้เขาเน้นฝึกฝนพลังวิญญาณเป็นหลัก จนละเลยการฝึกวิชาของคนธรรมดาไปบ้าง

ถึงกระนั้นก็ใช้เวลาไปแค่เกือบเดือน ถือว่าความเร็วไม่เลวเลย

ต่างจากตอนที่เคล็ดวิชาวัวเหล็กบรรลุระดับเชี่ยวชาญ ความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนที่สุดหลังจากวิชาเลี้ยงปราณก้าวสู่ระดับเชี่ยวชาญคือความตื่นตัวของปราณโลหิต

เมื่อก่อนปราณโลหิตในร่างเปรียบเสมือนแม่น้ำอันเงียบสงบ ไหลไปถึงไหนก็หยุดแค่นั้น แต่ตอนนี้มันราวกับมีกระแสน้ำวนซ่อนอยู่เต็มน่านน้ำ เมื่อปราณโลหิตไหลไปถึงปลายนิ้ว มันจะไม่สลายไป แต่จะม้วนตัวกลับอัตโนมัติ ก่อเกิดเป็นวัฏจักรเล็กๆ ที่ปลายทาง

เขาเก็บหน้าต่างระบบ แล้วกลับไปนั่งขัดสมาธิอีกครั้ง

กำหินวิญญาณไว้ โคจรเคล็ดชักนำปราณ เพื่อดันความคืบหน้าการแสดงผลถาวรของกำไลรวมปราณต่อไป

...

รุ่งอรุณวันถัดมา นอกประตูตะวันออกของตลาด

ฟ้าเพิ่งสาง อากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายชื้นเย็นของใบหญ้า

ตอนที่หลี่หยวนไปถึง จุดรวมพลก็มีคนมารออยู่ก่อนแล้วไม่น้อย

กองลาดตระเวนสามกองเล็กบวกกับคนของตระกูลหวัง รวมๆ แล้วก็ตกราวสามสิบกว่าชีวิต ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ริมทาง

หลี่หยวนมองปราดเดียวก็เห็นเหอโส่ว ยืนอยู่ตรงหัวแถว กำลังซุบซิบกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับคนของตระกูลหวังที่สวมชุดคลุมยาวสีเทาอมเขียว

สายตาของหลี่หยวนกวาดมองฝ่าฝูงชน ก่อนจะชะงักอยู่ที่ด้านหลัง

ฟางเหอ

ฟางเหอก็มองเห็นหลี่หยวนเช่นกัน มันพยักหน้าให้เขาทีหนึ่ง

หลี่หยวนเดินเข้าไปหา ไปยืนประกบอยู่ข้างๆ ฟางเหอ

"เจ้าก็มาด้วยหรือ?"

"อืม" ฟางเหอขยับคอไปมา "ข้าอยู่หน่วยล่าสัตว์อสูรพอดี เลยมีประสบการณ์ด้านนี้อยู่บ้าง"

หลี่หยวนกวาดสายตามองไปรอบๆ กองกำลังอีกครั้ง แต่กลับไม่เห็นวี่แววของโจวต้าจวง

ผ่านไปพักใหญ่ คนก็มากันครบ

ชายคนหนึ่งก้าวออกมายืนอยู่เบื้องหน้าขบวน

อายุราวสี่สิบ รูปร่างผอมสูง ใบหน้าเย็นชา ชุดคลุมยาวสีเทาอมเขียวที่สวมใส่ดูจะเป็นผ้าเนื้อดีกว่าของคนตระกูลหวังคนอื่นๆ ที่เอวเหน็บกระบี่ยาว ปลอกกระบี่สีเงินหม่นปราศจากการลวดลายตกแต่งใดๆ ให้รกตา

กลิ่นอายสงบนิ่งลึกล้ำ แต่หลี่หยวนกลับสัมผัสได้ว่า พลังปราณของชายคนนี้เหนือล้ำกว่าทุกคนในที่นี้

หัวหน้ากองกำลังคุ้มกัน คนของตระกูลหวัง ว่ากันว่ามีตบะถึงหลอมปราณขั้นเก้า สูงกว่าหวังเต๋อผู้เป็นหัวหน้ากองตรวจการถึงสองขั้น

"ออกเดินทาง"

น้ำเสียงไม่ดังนัก ทว่าเสียงจอแจรอบข้างกลับเงียบกริบลงทันควัน

ขบวนเริ่มเคลื่อนพล มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามถนนดินด้านทิศใต้ของตลาด

เส้นทางนี้หลี่หยวนเดินผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ครึ่งแรกทับซ้อนกับเส้นทางลาดตระเวนเดิม สองข้างทางดินเหลืองมีหญ้าขึ้นรกชัฏ พุ่มไม้เตี้ยๆ หร็อมแหร็มแกว่งไกวแผ่วเบาไปตามสายลมยามเช้า

ในมือของหลี่หยวนกำหินวิญญาณเอาไว้ก้อนหนึ่ง แม้จะอยู่ระหว่างทางเขาก็ยังคงดูดซับพลังจากมัน เพียงแต่สู้ตอนตั้งสมาธิฝึกฝนไม่ได้ ความเร็วจึงล่าช้ากว่ามาก

เดินมาได้ราวครึ่งชั่วยาม ถนนดินก็สุดสาย

กองกำลังไม่คิดจะหยุดพัก พวกเขาเหยียบย่ำเศษหินและดงหญ้ารกมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ต่อไป สภาพภูมิประเทศเริ่มลาดชันขึ้น พุ่มไม้หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ บางจุดมีเถาวัลย์หนามพันเกี่ยวอยู่กับต้นไม้เตี้ยๆ จนต้องเดินตะแคงแทรกตัวผ่านไป

หัวหน้ากองกำลังคุ้มกันที่เป็นคนนำทางเดินอยู่รั้งหน้าสุด ฝีเท้าไม่เร็วทว่าหนักแน่นมั่นคง ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี พอถึงทางแยกทีไรก็ไม่เคยลังเลเลยสักนิด

หลี่หยวนสังเกตเห็นว่า ทิศทางการเดินทัพของกองกำลังนั้นไม่ได้เลือกเดินสุ่มสี่สุ่มห้า

พวกเขาไม่ได้มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังเทือกเขาหยวนเหิง แต่กลับเดินอ้อมเป็นวงโค้ง ราวกับจงใจหลบเลี่ยงพื้นที่บางจุดอย่างไรอย่างนั้น

จบบทที่ บทที่ 41 กำไลรวมปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว