- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 48 - ข่าวลือ
บทที่ 48 - ข่าวลือ
บทที่ 48 - ข่าวลือ
บทที่ 48 - ข่าวลือ
ในขณะเดียวกัน ภายในใจของพวกเขาก็เริ่มเกิดความสงสัย หรือว่าสิ่งที่คนผู้นี้พูดจะเป็นความจริง
"ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงทั้งหมดหรือ"
ชายคนที่เอ่ยปากแย้งเมื่อครู่ถามอย่างระมัดระวัง
"จริงแท้แน่นอน ข้าขอตั้งสัจจะสาบานต่อสวรรค์ ณ ที่นี้ หากสิ่งที่ข้าพูดมีคำเท็จแม้แต่ครึ่งคำ ขอให้วิญญาณแตกซ่าน ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดกาล"
ชายหนุ่มชูมือขึ้นและกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อเขากล่าวจบ ก็เกิดคลื่นพลังงานประหลาดแผ่ซ่านออกมา
สัจจะสาบานต่อสวรรค์บรรลุผลแล้ว
ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า ตระกูลฉีหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของต้าฉินจะถูกทำลายไปแล้วจริงๆ
"พอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนทำลายตระกูลฉี"
ชายผู้นั้นเอ่ยถามอย่างระมัดระวังอีกครั้ง
ชายหนุ่มได้ยินคำถาม มุมปากก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เข้าทางพอดี
"แน่นอนว่ารู้"
ชายหนุ่มกล่าวด้วยความมั่นใจ
"รีบพูดมาสิ"
ผู้คนรอบข้างต่างมองชายหนุ่มด้วยความร้อนใจ อยากรู้ว่าผู้ใดคือคนทำลายตระกูลฉี
ชายหนุ่มไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป นำคำพูดที่ผู้บัญชาการของตนสั่งการไว้มาเล่าให้ฟังจนหมดเปลือก
ถูกต้องแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้คือสมาชิกหน่วยจิ่นอีเว่ย เขาได้รับภารกิจให้มากระจายข่าวเรื่องตระกูลฉีและวีรกรรมของเหลียงอ๋อง ดูจากผลลัพธ์ตอนนี้แล้ว ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ส่วนคนในโรงเตี๊ยมเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากชายหนุ่ม ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง
"ไม่คิดเลยว่าตระกูลฉีจะสมคบคิดกับอ้านเก๋อ ถึงกับกล้าส่งมือสังหารไปลอบสังหารท่านอ๋อง ช่างบังอาจนัก"
"ใช่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าการล่มสลายของตระกูลฉีจะไม่ใช่เรื่องแปลก องค์ชายเหลียงอ๋องช่วยขจัดภัยร้ายให้ต้าฉินของเรา"
"เหลียงอ๋องไม่เพียงตีราชวงศ์เสวี่ยหมานแตกพ่าย ช่วยคลี่คลายวิกฤตของต้าฉิน แต่ยังกวาดล้างตระกูลฉีและอ้านเก๋อสาขาต้าฉิน นับว่าเป็นท่านอ๋องผู้ปรีชาญาณอย่างแท้จริง"
"เฮ้อ ไม่รู้จริงๆ ว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่ ถึงได้ส่งองค์ชายที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกจากเมืองหลวง ไปอยู่ที่กันดารอย่างเหลียงโจว"
"จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก บางทีการถูกส่งไปเหลียงโจวอาจเป็นโอกาสสำหรับเหลียงอ๋องก็ได้ พูดได้เพียงว่าเหลียงอ๋องไม่ใช่คนธรรมดา หากเป็นผู้อื่นถูกส่งไปเหลียงโจว ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพคงสูงหลายฉื่อแล้ว"
"ข้าว่าผู้สืบทอดบัลลังก์ต้าฉินคนต่อไป ให้เหลียงอ๋องเป็นผู้สืบทอดเหมาะสมที่สุด"
"..."
ภายในโรงเตี๊ยมเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน ชายหนุ่มหน่วยจิ่นอีเว่ยเห็นภาพนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น ดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียว
จากนั้น เขาก็อาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่ทันสังเกต เดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
หลังจากออกจากโรงเตี๊ยม ชายหนุ่มก็เดินลัดเลาะไปตามถนนในเมือง จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านพักซอมซ่อหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในมุมอับ
เคาะสามครั้ง สี่ครั้ง แล้วก็สองครั้ง
เขาเคาะประตูตามจังหวะที่กำหนดไว้
วูบ
จากนั้น คลื่นพลังงานก็วาบขึ้นที่ประตู ครู่ต่อมาประตูก็เปิดออกเอง
เมื่อเห็นประตูเปิด ชายหนุ่มก็เดินเข้าไป
"มาแล้วหรือ คนอื่นล่ะ"
เสียงหนึ่งดังมาจากห้องฝั่งซ้าย
"ใต้เท้าป่ายหู้ (นายกองร้อย)"
ชายหนุ่มเดินเข้าไป โค้งตัวทำความเคารพและกล่าวทักทาย
"อืม งานไปถึงไหนแล้ว"
เสียงนั้นถามต่อ
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมั่นใจและตอบว่า "ใต้เท้าป่ายหู้โปรดวางใจ ตอนนี้พวกเราได้กระจายข่าวออกไปแล้ว อีกไม่นานข่าวนี้ก็จะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง"
"อืม ทำได้ดีมาก"
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากด้านใน ตบไหล่ชายหนุ่มแล้วกล่าวว่า "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแผนการใหญ่ขององค์ชาย จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด หากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา ต่อให้พวกเรามีสิบชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ"
ชายหนุ่มหุบรอยยิ้ม สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที และกล่าวว่า "ใต้เท้าป่ายหู้โปรดวางใจ ผู้น้อยและพี่น้องทุกคนจะระมัดระวังอย่างเต็มที่"
"อืม เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ ครั้งนี้เจ้าทำงานสำเร็จเป็นคนแรก ข้าจะบันทึกความดีความชอบให้เจ้า"
นายกองร้อยหน่วยจิ่นอีเว่ยพยักหน้าและกล่าว
"รับทราบ"
ชายหนุ่มเผยสีหน้าตื่นเต้น และกล่าวอย่างเคารพ
จากนั้น ก็ค่อยๆ ถอยออกจากห้องไป
หลังจากชายหนุ่มจากไป นายกองร้อยหน่วยจิ่นอีเว่ยก็ใช้วิธีส่งสารลับเฉพาะของหน่วยจิ่นอีเว่ย เพื่อรายงานสถานการณ์ที่นี่ขึ้นไปเบื้องบน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็รอคอยการตอบกลับจากเบื้องบนอย่างเงียบๆ
ในขณะเดียวกัน ทั่วทั้งต้าฉินก็เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้ขึ้น ข่าวสารมากมายถูกกระจายออกไปจากทั่วทุกสารทิศของต้าฉิน
เพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งต้าฉินก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวและวีรกรรมของเหลียงอ๋องอิ๋งเฉิน
ชาวบ้านต่างพากันเห็นใจอิ๋งเฉิน และในขณะเดียวกันก็รู้สึกรังเกียจตระกูลฉีและอ้านเก๋อไปพร้อมกัน
ต้าฉิน เมืองหลวง
ท้องพระโรง
บรรดาขุนนางต่างจับกลุ่มพูดคุยกันถึงข่าวลือในช่วงนี้
รัชทายาทและองค์ชายอีกสองคนยืนอยู่ด้านหน้าสุดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"รัชทายาท ท่านได้ยินเรื่องราวในช่วงนี้หรือไม่"
องค์ชายสี่อิ๋งเหิงเดินมาหยุดตรงหน้ารัชทายาทอิ๋งเซียว ประสานมือและกล่าวถาม
"โอ้ น้องสี่หมายถึงข่าวลือเรื่องใดหรือ"
อิ๋งเซียวแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"ย่อมต้องเป็นข่าวลือเกี่ยวกับน้องหกของพวกเราสิ"
อิ๋งเหิงกล่าวอย่างมั่นใจ
"ช่วงนี้เปิ่นกง (ข้า) เก็บตัวอยู่ในวังหลวง ไม่ได้รับรู้ข่าวลืออันใดเกี่ยวกับน้องหกเลย น้องสี่ได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีอันใดมาหรือ"
อิ๋งเซียวส่ายหน้าและกล่าว
"ใช่แล้ว พี่สี่ ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินข่าวลืออันใดเกี่ยวกับน้องหกเลย ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่"
ในเวลานี้ องค์ชายห้าอิ๋งเฟิงก็เอ่ยสมทบ
แววตาของอิ๋งเหิงส่องประกาย เขามองทั้งสองคนแล้วกล่าวว่า "ฮ่าๆ งั้นข้าจะเล่าให้ฟัง แต่ต้องบอกก่อนนะว่านี่เป็นเพียงข่าวลือ จะถือเป็นความจริงไม่ได้"
ทั้งสองคนพยักหน้าแสดงว่าไม่มีปัญหา
จากนั้น อิ๋งเหิงก็เริ่มเล่าเรื่องราว
"ช่วงนี้ในเมืองหลวงมีข่าวลือว่า ตระกูลฉีสมคบคิดกับอ้านเก๋อ และน้องหกเคยถูกคนของอ้านเก๋อลอบสังหาร น้องหกจึงส่งยอดฝีมือขั้นฮว่าเสินช่วงปลายที่เคยมาเมืองหลวงผู้นั้นไปกวาดล้างตระกูลฉีและสาขาของอ้านเก๋อในต้าฉิน"
ตอนที่อิ๋งเหิงพูดประโยคนี้ เขาก็จ้องมองสีหน้าของทั้งสองคนอย่างจับผิด หวังจะจับสังเกตอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะสีหน้าของทั้งสองคนไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจโยนระเบิดลูกใหญ่ใส่พวกเขาทั้งสอง
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แสร้งทำเป็นไม่อยากให้ใครได้ยิน จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้ทั้งสองคน และกระซิบว่า "ข้ายังได้ยินมาอีกว่า พี่รองก็ถูกคนของน้องหกส่งไปลอบสังหาร การที่ตระกูลฉีล่มสลายก็มีความเกี่ยวข้องกัน"
เมื่ออิ๋งเซียวและอิ๋งเฟิงได้ยิน รูม่านตาก็หดเล็กลงเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"น้องสี่ เรื่องนี้จะพูดส่งเดชไม่ได้ หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีได้ยินเข้า เกรงว่าจะคิดว่าราชวงศ์ของพวกเราไม่ปรองดองกัน"
อิ๋งเซียวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
อิ๋งเหิงมองดูท่าทางจอมปลอมของอิ๋งเซียว ในใจก็ลอบหัวเราะเยาะ ราชวงศ์เคยปรองดองกันตั้งแต่เมื่อใด