เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 จักรวรรดิหวงฝู่

บทที่ 35 จักรวรรดิหวงฝู่

บทที่ 35 จักรวรรดิหวงฝู่


บทที่ 35 จักรวรรดิหวงฝู่

หลังจากจัดการเรื่องของซุนฮกและกวนอูเสร็จ อิ๋งเฉินก็กลับเข้าไปในห้องฝึกตนอีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาจะสูงส่งมากแล้ว จนไม่มีใครเป็นคู่มือในแคว้นต้าฉินได้ แต่เขาก็ยังปล่อยปละละเลยไม่ได้...

อย่างเช่นสองพี่น้องตระกูลมู่หรงที่เขาเจอคราวก่อน รวมถึงชายชราผู้นั้น ล้วนสร้างความกดดันให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว...

... ... ... ... ...

ราชวงศ์เสวี่ยหมาน

ภายในพระราชวัง

จักรพรรดิเสวี่ยหมานถือรายงานสงครามด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวคล้ำ...

พรวด~~

เขากระอักเลือดออกมาคำโต ย้อมรายงานสงครามในมือจนกลายเป็นสีแดงฉาน

"ราชครู ข้าเสียใจนักที่ไม่ฟังคำเตือนของท่าน!"

จักรพรรดิเสวี่ยหมานแหงนหน้ามองฟ้าแล้วคำรามด้วยความเจ็บปวด สีหน้าดูบ้าคลั่ง

กองทัพห้าล้านนายถูกทำลายพินาศในพริบตา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยอดฝีมือขั้นฮว่าเสินอีกสี่คน และเรือปราณอีกนับพันลำ...

สงครามครั้งนี้เรียกได้ว่าสั่นคลอนรากฐานของราชวงศ์เสวี่ยหมาน หากไม่ใช้เวลาหลายสิบปีหรือเป็นร้อยปี ก็อย่าหวังว่าจะฟื้นตัวได้...

ยิ่งไปกว่านั้น ราชวงศ์เสวี่ยหมานก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีศัตรูจากภายนอก แคว้นต้าฉินยังไม่ต้องพูดถึง ทางตอนเหนือของราชวงศ์เสวี่ยหมาน ยังมีราชวงศ์เผ่าปีศาจตั้งอยู่อีกแห่งหนึ่ง...

เผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจมีความบาดหมางกันมาอย่างยาวนาน เจอกันเมื่อไหร่ถ้าไม่ตายก็ไม่เลิกรา ก่อนหน้านี้กู่ฮั่นไห่มักจะประจำการอยู่ที่เมืองเจิ้นเยา ซึ่งมีอาณาเขตติดกับราชวงศ์เผ่าปีศาจทางตอนเหนือ

ตอนนี้กู่ฮั่นไห่ตายแล้ว หากเผ่าปีศาจรู้ข่าว คงจะต้องยกทัพใหญ่บุกตาลงมาแน่ๆ ถึงตอนนั้นราชวงศ์เสวี่ยหมานจะต้องตกอยู่ในอันตราย...

"เกรงว่าครั้งนี้คงต้องเชิญบรรพชนโบราณออกจากด่านเสียแล้ว มิเช่นนั้นราชวงศ์เราคงพินาศแน่!"

ครู่ต่อมา จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็สงบเลือดลมที่พลุ่งพล่านในกายลงได้ และพึมพำกับตัวเอง

พูดจบ เขาก็มุ่งหน้าไปยังสุสานบรรพชนของราชวงศ์

... ... ... ... ...

จักรวรรดิหวงฝู่

นี่คือจักรวรรดิขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีราชวงศ์ประเทศราชอยู่ภายใต้อาณัติหลายสิบแห่ง

แคว้นต้าฉิน และเสวี่ยหมาน ล้วนเป็นประเทศราชของจักรวรรดิหวงฝู่

เขตแดนที่แคว้นต้าฉินตั้งอยู่นี้มีชื่อว่า เขตแดนเสวียนซิง ภายในเขตแดนเสวียนซิงมีจักรวรรดิอยู่สองแห่ง ราชวงศ์อีกหลายสิบแห่ง และแคว้นเล็กๆ อีกนับไม่ถ้วน...

จักรวรรดิทั้งสองแห่งคือ จักรวรรดิหวงฝู่ของเผ่ามนุษย์ และจักรวรรดิเสวียนหูของเผ่าปีศาจ ทั้งสองจักรวรรดิต่างไม่ลงรอยกัน มักจะเกิดการต่อสู้แย่งชิงกันอยู่เสมอ ลามไปถึงราชวงศ์ที่อยู่ใต้อาณัติก็มีความบาดหมางกัน ทำสงครามกันไม่หยุดหย่อน...

ความแข็งแกร่งของสองจักรวรรดิมีความสูสีกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็มียอดฝีมือระดับขั้นต้าเฉิงดำรงอยู่ และร่วมกันปกครองเขตแดนเสวียนซิง

นอกจากนี้ ยังมีสำนักและตระกูลบางแห่งที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อทั้งสองจักรวรรดิ อย่างเช่นตระกูลมู่หรงก็เป็นหนึ่งในนั้น...

เมืองหลวงหวงฝู่

คือเมืองหลวงของจักรวรรดิหวงฝู่

อาณาเขตของเมืองหลวงหวงฝู่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ทอดยาวนับหลายร้อยลี้ ภายในเมืองมีพลังลมปราณหนาแน่น ผู้ฝึกตนมีอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน มองไปทางใดก็เห็นผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่และขั้นสร้างรากฐานเต็มไปหมด แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นจินตันก็ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ส่วนยอดฝีมือขั้นหยวนอิงและขั้นฮว่าเสินก็ยังพอเห็นได้บ้างเป็นครั้งคราว...

ภายในพระราชวัง

พี่น้องตระกูลมู่หรงและผู้คุ้มกันที่อิ๋งเฉินเคยพบก่อนหน้านี้ กำลังรออยู่ในตำหนักแห่งหนึ่ง

"องค์จักรพรรดิเสด็จ!"

ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงประกาศดังมาจากด้านนอก

ทั้งสามคนรีบลุกขึ้นยืน แรงกดดันอันมหาศาลที่มาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งความเป็นใหญ่ของจักรพรรดิก็ถาโถมเข้าใส่พวกเขา

ทั้งสามคนถูกกดดันจนต้องกระเซอะกระเซิงไปชั่วขณะ โชคดีที่เจ้าของกลิ่นอายนั้นไม่ได้มีเจตนาร้าย พวกเขาจึงยังปลอดภัยดี

"น้องอี้ซวง พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนาน วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงจักรวรรดิหวงฝู่ของข้าได้ล่ะนี่!"

เสียงเย็นชาแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังลอยมา

เมื่อมู่หรงอี้ซวงได้ยินประโยคนี้ ก็รีบเดินไปข้างหน้าทันที

พลันเห็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามผู้หนึ่งสวมชุดคลุมจักรพรรดิ ยืนอยู่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ชุดคลุมที่กว้างใหญ่ก็ไม่อาจปิดบังเรือนร่างอันโค้งเว้าของนางได้...

"พี่หวงฝู่ ข้าคิดถึงท่านจังเลย!"

มู่หรงอี้ซวงกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของอีกฝ่ายทันที ในชั่วพริบตาที่ทั้งสองชนกัน กระต่ายขาวตัวโตสองคู่ก็ปะทะกันอย่างจัง หากทั้งสองคนไม่มีระดับการบำเพ็ญเพียรติดตัว คงกระเด็นกระดอนออกจากกันไปแล้ว...

"เอาล่ะๆ โตป่านนี้แล้ว ยังชอบอ้อนเหมือนเด็กๆ อีก!"

หวงฝู่ซือเสวียนลูบหัวมู่หรงอี้ซวงด้วยความเอ็นดู และเอ่ยปากกล่าว

"พอแล้ว รีบลุกขึ้นเถอะ พี่ชายเจ้ามองอยู่นะ! ไม่อายเขาบ้างหรือไง..."

มู่หรงอี้ซวงจึงยอมลงจากตัวของหวงฝู่ซือเสวียน แล้วหันไปมองพี่ชายด้วยความเขินอายเล็กน้อย

"ไม่เป็นไรๆ พวกเจ้าทำต่อเถอะ ไม่ต้องสนใจข้า ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น..."

มู่หรงเฮ่าเซวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม พลางหันหลังกลับไปอย่างรู้มารยาท เพื่อไม่มองพวกนาง

เมื่อเห็นลุงฝูยังยืนอยู่ที่เดิม เขาก็อดไม่ได้ที่จะดึงตัวลุงฝูให้หันกลับมาด้วย

"พี่หวงฝู่ พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งสามปีแล้วนะ ตั้งแต่ท่านขึ้นเป็นจักรพรรดิหวงฝู่ พวกเราก็เจอกันน้อยลงเรื่อยๆ"

มู่หรงอี้ซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"นั่นสินะ! สามปีแล้ว"

หวงฝู่ซือเสวียนก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย และเอ่ยตอบ

"ไว้พวกเราค่อยคุยกันต่อเถอะ พี่ชายเจ้ารออยู่นะ!"

มู่หรงอี้ซวงพยักหน้า แล้วพาหวงฝู่ซือเสวียนเดินไปหามู่หรงเฮ่าเซวียนและลุงฝู

"องค์จักรพรรดิ!"

เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองเดินมา มู่หรงเฮ่าเซวียนก็ประสานมือคารวะหวงฝู่ซือเสวียน และกล่าวทักทาย

"พี่มู่หรงไม่ต้องมากพิธี สองตระกูลเราคบหากันมาหลายชั่วอายุคน ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากมายนักหรอก..."

หวงฝู่ซือเสวียนพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"นี่...ก็ได้!"

มู่หรงเฮ่าเซวียนมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากตอบ

จากนั้น ทั้งสี่คนก็ทยอยกันนั่งลง

"ไม่ทราบว่าพี่มู่หรงและอี้ซวงเดินทางมายังจักรวรรดิหวงฝู่ มีธุระอันใดหรือ?"

หลังจากนั่งลงแล้ว หวงฝู่ซือเสวียนก็เอ่ยถาม

"เรื่องเป็นเช่นนี้ งานชุมนุมอัจฉริยะของตระกูลมู่หรงที่จัดขึ้นทุกๆ พันปี กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ข้าจึงมาเพื่อเทียบเชิญจักรวรรดิหวงฝู่ และราชวงศ์ใต้สังกัด ให้ส่งลูกหลานอัจฉริยะไปเข้าร่วมงานชุมนุมใหญ่ครั้งนี้..."

มู่หรงเฮ่าเซวียนเอ่ยปากแจ้งวัตถุประสงค์

งานชุมนุมอัจฉริยะคืองานชุมนุมใหญ่ของตระกูลมู่หรง จัดขึ้นทุกๆ หนึ่งพันปี ขนาดของงานในแต่ละครั้งยิ่งใหญ่ตระการตามาก เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่เผ่ามนุษย์ แต่บรรดาอัจฉริยะทั่วทั้งเขตแดนเสวียนซิงต่างก็จะเดินทางไปเข้าร่วม...

เริ่มแรกนั้น จุดประสงค์ของงานชุมนุมอัจฉริยะนั้นบริสุทธิ์มาก เป็นเพียงเวทีประลองฝีมือระหว่างลูกหลานอัจฉริยะของแต่ละตระกูล พาพวกเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตา ให้พวกเขารู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า...

แต่เมื่อเวลาผ่านไป งานชุมนุมอัจฉริยะก็เริ่มแปรสภาพไป กลายเป็นสถานที่ให้บรรดาขั้วอำนาจใหญ่ ทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจมาแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน...

ขั้วอำนาจบางแห่งที่มีความแค้นต่อกัน ถึงขั้นลงมือสังหารกันอย่างโหดเหี้ยมในงานชุมนุมอัจฉริยะ เพื่อกำจัดยอดอัจฉริยะของฝ่ายตรงข้าม...

เมื่อหวงฝู่ซือเสวียนได้ยินคำกล่าวของเขา สีหน้าก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย และกล่าวว่า "ข้าทราบแล้ว รบกวนฝากไปบอกท่านผู้นำตระกูลมู่หรงด้วยว่า จักรวรรดิหวงฝู่และราชวงศ์ใต้สังกัด จะไปเข้าร่วมตามกำหนดการอย่างแน่นอน..."

"ในเมื่อแจ้งเรื่องเสร็จสิ้นแล้ว พวกข้าก็ขอตัวลาก่อน หลังจากนี้ยังต้องเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ขั้วอำนาจอื่นๆ อีก..."

มู่หรงเฮ่าเซวียนลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะหวงฝู่ซือเสวียน และกล่าวลา

"ท่านพี่ ท่านกับลุงฝูล่วงหน้าไปก่อนเถอะ! ข้าอยากอยู่กับพี่หวงฝู่อีกสักพัก..."

ในเวลานี้ มู่หรงอี้ซวงก็เอ่ยปากแทรกขึ้นมา

"นี่..."

มู่หรงเฮ่าเซวียนลังเลเล็กน้อย แล้วหันไปมองหวงฝู่ซือเสวียน

หวงฝู่ซือเสวียนยิ้มและกล่าวว่า "ให้นางอยู่ที่นี่เถิด! บังเอิญว่าข้ากับอี้ซวงก็ไม่ได้เจอกันมานาน พอดีถือโอกาสนี้พูดคุยรำลึกความหลังกันเสียหน่อย..."

"นี่...ก็ได้! ถ้างั้นต้องรบกวนองค์จักรพรรดิแล้ว รอให้ข้าปฏิบัติภารกิจของตระกูลเสร็จสิ้น ข้าจะกลับมารับนาง ช่วงเวลานี้คงต้องรบกวนองค์จักรพรรดิช่วยดูแลน้องสาวข้าด้วย..."

"ข้ากับอี้ซวงเป็นพี่น้องที่รักใคร่กัน จะมาพูดเรื่องรบกวนหรือไม่รบกวนอะไรกัน..."

หวงฝู่ซือเสวียนลูบหัวมู่หรงอี้ซวง และกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"น้องเล็ก เจ้าอยู่ที่จักรวรรดิหวงฝู่ต้องทำตัวดีๆ นะ ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด อย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้องค์จักรพรรดิเชียวล่ะ..."

สุดท้าย มู่หรงเฮ่าเซวียนก็กล่าวเตือนมู่หรงอี้ซวงด้วยสีหน้าจริงจัง

จบบทที่ บทที่ 35 จักรวรรดิหวงฝู่

คัดลอกลิงก์แล้ว