- หน้าแรก
- นารูโตะ : เกิดใหม่ในโลกนินจา ขอทุบทุกคาถาด้วยพลังของการ์ป
- บทที่ 7: เป็นฝีมือของคาคาชิ
บทที่ 7: เป็นฝีมือของคาคาชิ
บทที่ 7: เป็นฝีมือของคาคาชิ
บทที่ 7: เป็นฝีมือของคาคาชิ
"นี่น่ะหรอ สาเหตุที่พวกเธอสองคนทะเลาะกัน"
"ครับ"
"แค่อยากทดสอบว่าอีกฝ่ายจะเก่งแค่ไหนแค้นั้นใช่ไหม?"
"ครับ"
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!"
เสียงตวาดลั่นของซารุโทบิ ฮิรุเซน ดังสนั่นไปทั่วทั้งตึกโฮคาเงะ
คุซันรู้สึกแสบแก้วหูจนต้องรีบยกมือขึ้นอุดหูทันที
"อาจารย์ไม่เคยสั่งสอนรึไงว่าห้ามต่อสู้กันเองในหมู่บ้าน! แถมยังกล้าใช้ท่าอันตรายขนาดนั้นอีก!"
ช่วงนี้เขาต้องทำงานล่วงเวลาทุกวันไม่เว้นแต่ละคืน ข่าวกรองจากชายแดนรายงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสายว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ซึนะงาคุเระ คาเซคาเงะรุ่นที่สามของพวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจนคาดว่าอาจจะตายไปแล้ว และตอนนี้นินจาฝั่งซึนะก็เริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างบ้าคลั่ง
การที่ผู้นำหมู่บ้านหายไปแบบนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกนินจา สถานการณ์บริเวณชายแดนระหว่างแคว้นไฟกับแคว้นลมรวมถึงแคว้นอื่นๆ เริ่มตึงเครียดสุดๆ จนสงครามพร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ ฮิรุเซนต้องหัวหมุนกับการรับมือความขัดแย้งตามแนวชายแดนจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน กว่าจะกลับถึงบ้านในแต่ละคืน ภรรยาและลูกๆ ก็พากันหลับสนิทไปหมดแล้ว
แต่ถึงอย่างงั้น เจ้าเด็กแสบสองคนนี้กลับมาเปิดศึกซัดกันกลางถนนเพียงเพราะอยากลองพลังกำปั้นเนี่ยนะ!
"ผมไม่ได้ใช้วิชานินจาซะหน่อย คาคาชิต่างหากที่เป็นคนทำ" คุซันบ่นอุบพร้อมกับลูบหูตัวเองไปด้วย
"ไม่ได้ใช้วิชานินจางั้นหรอ? แต่ท่าของเธอมันสร้างความเสียหายหนักกว่าวิชานินจาของคาคาชิอีกนะ !"
กระบวนท่าที่ชื่อ 'บลูโฮล' อะไรนั่นน่ะ...
ฮิรุเซนต้องยอมรับเลยว่าเจ้าหนูคนนี้ทำให้เขาประหลาดใจสุดๆ มันเป็นความรู้สึกทึ่งแกมยินดีในเวลาเดียวกัน เพราะกระบวนท่าดิ่งลงใต้น้ำนั้น มีพลังทำลายล้างรุนแรงเทียบเท่ากับวิชานินจาระดับ A เลยทีเดียว
"มันไม่ใช่วิชาอะไรหรอกครับ ผมก็แค่จับคาคาชิทุ่มลงพื้นเฉยๆ" คุซันยังคงเถียงข้างๆ คูๆ
แต่ถ้าพูดกันตามตรง กระบวนท่าสไตล์การ์ปนั้นเน้นไปที่พละกำลังอันมหาศาลล้วนๆ อย่างท่าไม้ตายก้นหีบอย่าง อินฟินิตัม เอ็กโพลชั่น ก็เป็นเพียงการระดมหมัดที่ใส่พลังเต็มเหนี่ยวชกออกไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักเท่านั้นเอง
ฝั่งคาคาชิที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนนี้หน้ามืดครึ้มจนดูไม่ได้แล้ว คำพูดปัดความรับผิดชอบของคุซันทำให้เขาโกรธจัดจนอยากจะกระโดดเข้าไปซัดกันอีกซักรอบ ตัวเขาแค่อยากจะเดินกลับบ้านแท้ๆ นอกจากจะโดนอัดจนน่วมแล้ว สุดท้ายยังต้องมาโดนโยนความผิดให้อีกหรอเนี่ย? มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!
"แล้วเธอล่ะคาคาชิ ทำไมถึงไปสู้กับคุซันได้!" ฮิรุเซนหันไปถาม
"ท่านโฮคาเงะครับ ผมปฏิเสธหมอนั่นไปอย่างชัดเจนแล้ว แต่หมอนี่ตื้อไม่เลิกเอง" คาคาชิรีบชี้แจง
"นายนั่นแหละโกหก! ถ้าปฏิเสธจริง ก็ยืนเฉยๆ ให้ฉันต่อยซักหมัดก็จบแล้ว แล้วนายจะลงมือสวนกลับมาทำไมล่ะ?" คุซันเถียงสวนทันควัน
ทำไมต้องสวนกลับงั้นหรอ? คาคาชิถึงกับกุมขมับกับตรรกะป่วยๆ ของอีกฝ่าย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย! โดนหาเรื่องทำร้ายร่างกายแล้วห้ามสู้กลับรึไง?
"พอได้แล้ว! ไอพวกเด็กแสบทั้งสองคน รีบไปซ่อมถนนที่พังซะให้เรียบร้อยก่อนรุ่งเช้า! แล้วห้ามไปก่อเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีกเด็ดขาด!"
ฮิรุเซนตวาดไล่เด็กทั้งสองคนให้ออกไปจากห้องทำงานทันที ส่วนเรื่องบทลงโทษนั้น จะไปเอาความอะไรกับเด็กทะเลาะกันได้นักหนา แค่สั่งให้ไปซ่อมถนนที่ทำพังไว้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว
"ส่งตัวคาคาชิมาให้หน่วยรากซะ ฮิรุเซน"
ทันทีที่เด็กทั้งสองคนเดินพ้นประตูไป ดันโซก็ก้าวออกมาจากเงามืดทันทีราวกับตัวละครที่จะปรากฏตัวขึ้นตามเวลาที่กำหนดไว้
เขาเดินทางมาที่นี่หลังจากได้ข่าวว่าคาคาชิ อัจฉริยะแห่งโคโนฮะถูกเด็กอีกคนอัดจนน่วม แต่ใครจะไปคิดว่าพอมาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว คุซันกลับทำให้เขาผิดหวังสุดๆ การที่คุซันใช้เป็นแต่กระบวนท่านั้นไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่บุคลิกอันเจ้าเล่ห์ บุ่มบ่าม แถมยังชอบโยนความผิดให้คนอื่นทุกครั้งที่ก่อเรื่อง มันขัดกับอุดมการณ์อันเข้มงวดของหน่วยรากแบบสุดๆ ขืนรับเข้ามามีหวังสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้เขาแน่ๆ
กลับกัน คาคาชินั้นยอดเยี่ยมมาก ความมืดมิดในใจของเด็กคนนั้นช่างเข้ากับหน่วยรากได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"แค่วางแผนจนซาคุโมะต้องตายยังไม่พอใจอีกรึไง ดันโซ? นี่ยังคิดจะทำลายอนาคตของลูกชายเขาอีกหรอ"
ฮิรุเซนพ่นควันยาสูบออกจากไปป์ พลางปรายตามองอดีตเพื่อนร่วมทีมด้วยสายตาเย็นชา
"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องนะ ว่าข่าวลือแย่ๆ ที่โจมตีซาคุโมะน่ะ มันเป็นฝีมือของแก!"
การจากไปของเขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของหมู่บ้าน ชายคนนั้นคือกำลังรบระดับแนวหน้าที่มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าสามนินจาตำนานเลยซะด้วยซ้ำ แต่เขากลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจท่ามกลางเสียงด่าทอและข่าวลือของชาวบ้าน
"ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่าเขาซะหน่อย สิ่งที่ฉันพูดไปมันคือความจริงทั้งหมด เขาละทิ้งภารกิจสำคัญจนทำให้หมู่บ้านต้องเสียหายอย่างหนักต่างหาก"
น้ำเสียงของดันโซยังคงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งแววตาแห่งความเสียใจใดๆ ทั้งสิ้น
"ในฐานะนินจา การทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงคือเป้าหมายสูงสุด ไม่ควรเอาอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมาปะปน สุดท้ายแล้ว การที่เขาเลือกจบชีวิตตัวเองลงก็เพราะจิตใจของเขาอ่อนแอเกินไปเองต่างหาก"
"พอทีดันโซ! ฉันเบื่อที่จะฟังตรรกะบิดเบี้ยวของแกเต็มทีแล้ว ยังไงฉันก็ไม่มีวันส่งลูกชายของซาคุโมะให้แกเด็ดขาด"
"ก็ได้ แต่แกต้องส่งคนพวกนี้มาให้ฉันแทน ตอนนี้หน่วยรากจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่ง โลกนินจาในตอนนี้ไม่ได้สงบสุขอีกต่อไปแล้ว"
ดูเหมือนดันโซจะเตรียมการเผื่อเอาไว้แล้ว ทันทีที่ฮิรุเซนปฏิเสธ เขาก็ยื่นม้วนคัมภีร์รายชื่อชุดใหม่ออกมาทันที รายชื่อพวกนี้บันทึกข้อมูลของนินจาจำนวนมากจากตระกูลที่ภักดีต่อโฮคาเงะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกมีพรสวรรค์จากตระกูลสาขาต่างๆ
เมื่อเห็นฮิรุเซนมีท่าทีลังเล ดันโซจึงแค่นยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยขึ้น
"แกเอาแต่ตราหน้าว่าฉันเป็นคนฆ่าเขี้ยวขาว... แต่แกอย่าลืมสิว่าใครกันแน่ที่เป็นโฮคาเงะตัวจริงในหมู่บ้านนี้"
เขี้ยวขาวต้องจบชีวิตลงท่ามกลางกระแสกดดันจากคนในหมู่บ้าน พลังของหน่วยรากนั้นมากล้นจนสามารถควบคุมข้อมูลข่าวสารได้เกือบหมด ดันโซกุมกองกำลังนินจาหน่วยรากที่มีฝีมือร้ายกาจไม่แพ้หน่วยอันบุของโคโนฮะเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างงั้น คนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในหมู่บ้านก็ยังคงเป็นโฮคาเงะรุ่นที่สาม ซารุโทบิ ฮิรุเซน เสมอมา
ดังนั้น แทนที่จะบอกว่าเขี้ยวขาวตายเพราะคำนินทาของชาวบ้าน การบอกว่าเขาตกเป็นเหยื่อของการเมืองและความขัดแย้งภายในของพวกเบื้องบนดูจะถูกต้องกว่า ฝ่ายหนึ่งจงใจปล่อยข่าวลือเพื่อสร้างความเสียหายทางการเมืองอย่างมหาศาล ในขณะที่อีกฝ่ายกลับทำเพียงแค่นั่งดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย
"เรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ!" ฮิรุเซนตวาดสวนพลางพ่นควันยาสูบออกมาฟุ้งกระจาย
ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากให้เขี้ยวขาวต้องตาย โคโนฮะยังคงต้องการยอดฝีมือที่แข็งแกร่งแบบนั้นเพื่อค้ำจุนหมู่บ้าน ทว่าในความคิดของเขา เขี้ยวขาวควรเป็นเพียงดาบอันคมกริบของหมู่บ้านเท่านั้น ส่วนผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งโฮคาเงะคนต่อไปอย่างถูกต้องควรจะเป็นโอโรจิมารุ ศิษย์รักของเขามากกว่า ไม่ใช่นินจาจากตระกูลใหญ่ หรือนินจาอัจฉริยะที่มาจากชนชั้นชาวบ้านธรรมดา!
การที่เขาปล่อยให้ข่าวลือแพร่สะพัดในตอนนั้น ก็แค่ต้องการลดกระแสนิยมและฐานเสียงสนับสนุนฝั่งเขี้ยวขาวลงไปบ้าง เพื่อเปิดทางให้โอโรจิมารุขึ้นรับตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นต่อไปได้อย่างราบรื่นและชอบธรรมที่สุด แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเขี้ยวขาวจะเลือกตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองลงในบ้านพัก ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
"คนพวกนี้ฉันยกให้นายก็ได้ แต่นายต้องไปสืบเรื่องการหายตัวไปของคาเซคาเงะรุ่นที่สามมา" ฮิรุเซนยื่นข้อเสนอ
"ตกลง"
ดันโซรับคัมภีร์รายชื่อคืนมา ก่อนจะหันหลังเดินหายลับกลับเข้าไปในเงามืดอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียงซารุโทบิ ฮิรุเซนที่ยืนอยู่ลำพังในห้องทำงานอันเงียบเหงา
"อย่าแค้นฉันเลยนะ... เขี้ยวขาว" ฮิรุเซนพึมพำในใจ "ฉันก็แค่ไว้ใจโอโรจิมารุมากกว่าเท่านั้นเอง"
ฝีมือของเขี้ยวขาวนั้นเก่งกาจไม่แพ้โอโรจิมารุเลย ในฐานะผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพลังรบในโคโนฮะ ทั้งคู่ต่างก็มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นโฮคาเงะได้ทั้งนั้น แต่โอโรจิมารุคือศิษย์ที่ฮิรุเซนฟูมฟักและเฝ้ามองการเติบโตมาตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นหนึ่งในสามนินจาตำนานผู้สะท้านโลกนินจา เมื่อเทียบกับเขี้ยวขาวแล้ว ฮิรุเซนย่อมมอบความไว้วางใจให้ศิษย์เอกของตัวเองมากกว่าเป็นธรรมดา
หลังจากนั้นไม่นาน ฮิรุเซนก็ประสานอินเปิดใช้คาถากล้องโทรทัศน์ เพื่อแอบส่องดูสถานการณ์ของคุซันและคาคาชิอีกครั้ง
ปกติแล้วคุซันมักจะถูกคนในโรงเรียนนินจาดูถูกเหยียดหยามอยู่เสมอ เพราะเขาไม่ยอมฝึกวิชานินจาเอาแต่ทำตัวนอกคอกไปวันๆ แต่หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมของเจ้าหนูนี่อยู่ในสายตาของฮิรุเซนมาตลอด คงไม่มีเด็กทั่วไปคนไหนหรอก ที่จะกล้าใช้ป่าแห่งความตายเป็นสนามล่าสัตว์ส่วนตัวเพื่อหาของกินประทังชีวิตแบบนั้น
และในคืนนี้ พรสวรรค์อันน่าทึ่งของคุซันมันก็อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปไกลสุดๆ เด็กคนนี้ถึงกับสามารถเอาชนะอัจฉริยะแห่งยุคอย่างคาคาชิลงได้ ถึงแม้จะมีปัจจัยเรื่องที่คาคาชิประมาทคู่ต่อสู้และโดนความโกรธครอบงำจนเสียกระบวนท่าไปเองก็เถอะ แต่พละกำลังของคุซันที่ทรงพลังเทียบเท่ากับสายเลือดของตระกูลเซ็นจู บวกรวมกับกระบวนท่าแปลกประหลาดที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง ทั้งหมดนี้มันช่วยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เจ้าหนูนี่มีฝีมือจริงๆ !