- หน้าแรก
- นารูโตะ : เกิดใหม่ในโลกนินจา ขอทุบทุกคาถาด้วยพลังของการ์ป
- บทที่ 2: กระบวนท่าไม่มีอนาคต
บทที่ 2: กระบวนท่าไม่มีอนาคต
บทที่ 2: กระบวนท่าไม่มีอนาคต
บทที่ 2: กระบวนท่าไม่มีอนาคต
โฮคาเงะรุ่นที่สาม ซารุโทบิ ฮิรุเซน คือโฮคาเงะที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด
ในฐานะโฮคาเงะ เขาเป็นที่รักของชาวบ้านแบบสุดๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดันโซคอยรับผิดชอบเรื่องสกปรกเบื้องหลังให้ทั้งหมด
ตามคำพูดของดันโซ ฮิรุเซนใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงสว่างมาโดยตลอด
ถึงอย่างงั้น แม้แต่โฮคาเงะแบบนี้ก็ยังขัดกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของเซ็นจู ฮาชิรามะ ตอนที่เขาก่อตั้งหมู่บ้านนินจา เพราะเขาต้องบังคับให้เด็กๆ เข้าสู่สนามรบเพื่อเป็นเหยื่อกระสุน
ในยุคที่ฮิรุเซนปกครอง เมื่อไหร่ที่เกิดสงคราม โรงเรียนนินจาจะงดการสอบจบการศึกษา และเด็กๆ จะถูกบังคับให้เรียนจบตั้งแต่อายุแค่เก้าขวบ
คุซันมองไปที่เด็กคนอื่นในห้องเรียน
ตอนนี้มีทั้งกลุ่มอิโนะ–ชิกะ–โจ คุเรไน อาซึมะ และพวกนินจารุ่นที่สองคนอื่นๆ อีกเพียบ
คนพวกนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลและเป็นฝ่ายโฮคาเงะ ทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูง แต่เด็กที่มาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดาอย่างคุซันกลับไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนั้น
ครูโจนินที่มีความสามารถจะถูกส่งไปนำทีมพวกทายาทตระกูลใหญ่ ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้ครูฝีมือปานกลางดูแลไปตามยถากรรม
"พึ่งตัวเองดีกว่าพึ่งคนอื่น จะไปกังวลทำไมกัน"
คุซันหันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
ในเมื่อเขาได้ครอบครองเทมเพลตของการ์ปและความทรงจำในการฝึกมาแล้ว ความสำเร็จในอนาคตย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน ตราบใดที่เขาเอาชีวิตรอดจากสงครามโลกนินจาครั้งที่สามไปได้ เขาก็จะประสบความสำเร็จ
แต่ตั้งแต่เริ่มฝึกตอนอายุสี่ขวบ คุซันยังไม่มีความคืบหน้าอะไรชัดเจนเลย
เขาฝึกวิชาหกรูปแบบไม่ได้ เพราะร่างกายยังแข็งแกร่งไม่พอ และฮาคิทั้งสามประเภทก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาด้วย
กระบวนท่าหมัดเหล็กของเขาตอนนี้ก็แค่ท่าทางเปล่าๆ เพราะขาดการเสริมพลังจากฮาคิ
ไม่มีทางที่จะระเบิดเกาะด้วยหมัดเดียวได้หรอก!
"แต่ถ้าเทียบกับไก สภาพร่างกายของฉันตอนนี้ถือว่าดีกว่ามากจริงๆ"
พลังการต่อสู้ในโลกวันพีซอาจไม่ได้เพิ่มระดับความแข็งแกร่งมากเท่ากับระดับเซียนหกวิถีในโลกนินจา แต่คนในโลกนั้นอึดและถึกเหมือนรถถังกันทั้งนั้น
อาโอคิจิกับอาคาอินุอาจต้องสู้กันนานถึงสิบวันสิบคืนกว่าจะรู้ผล
ดังนั้นในแง่ของร่างกาย แม้แต่ไกที่เน้นฝึกกระบวนท่าเป็นหลักก็ยังเทียบเขาไม่ได้
...
ช่วงพักกลางวัน
พวกนักเรียนต่างพากันจับกลุ่มคุยกันอย่างตื่นเต้น และหัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเรื่องของเพื่อนร่วมชั้นอัจฉริยะอย่าง ฮาตาเกะ คาคาชิ
"ฉันได้ยินพ่อบอกมาว่า คาคาชิพึ่งทำภารกิจระดับ A เสร็จร่วมกับหัวหน้าทีมด้วยล่ะ"
"จริงหรอ!"
"จริงสิ ถึงจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่คาคาชิเนี่ยสุดยอดชะมัด"
พวกนินจารุ่นที่สองพากันถอนหายใจ
ในฐานะอัจฉริยะที่สร้างประวัติศาสตร์ให้โรงเรียนนินจาด้วยการจบการศึกษาตั้งแต่อายุห้าขวบ คาคาชิจึงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโคโนฮะ
ถ้าวันไหนมีข่าวว่าคาคาชิได้เลื่อนขั้นเป็นโจนิน พวกเขาก็คงไม่แปลกใจเลยสักนิด
"คุซัน ลองกินนี่ดูสิ"
คุซันเป็นคนเข้าสังคมเก่ง ถึงเขาจะไม่ค่อยอินกับพวกเด็กๆ ในห้อง แต่เขาก็ไม่ได้แยกตัวไปนั่งกินข้าวคนเดียวในมุมอับเหมือน อุจิวะ เท็ตสึยะ
เหตุผลง่ายๆ เลยคือ มีคนเต็มใจเอาของอร่อยมาแบ่งเขาบ่อยๆ
คุซันที่ได้เทมเพลตของการ์ปมา ดันสืบทอดนิสัยกินจุของการ์ปมาด้วย
คนอื่นกินเบนโตะกล่องเล็กๆ ไม่กี่คำก็อิ่ม แต่คุซันทำแบบนั้นไม่ได้ เขาต้องกินข้าวปั้นทีละหลายสิบลูกถึงจะอยู่ท้อง
"อร่อยจังเลย~"
คุซันมองเนื้อที่คุเรไนคีบมาให้ ก่อนจะอ้าปากงับกลืนลงคอไปในคำเดียว
"ขอบใจนะ คุเรไน"
"ยินดีจ้า ฉันกินเยอะขนาดนี้คนเดียวไม่หมดหรอก"
คุเรไนมองตะเกียบที่คุซันพึ่งกัดไปด้วยความเขินอายเล็กน้อย จากนั้นเธอก็แอบเลียปลายตะเกียบเบาๆ
อาซึมะที่นั่งอยู่ไม่ไกลเห็นฉากนั้นก็แทบระเบิดด้วยความอิจฉา
"เฮ้ คุซัน! นายจะไปนั่งกินข้าวกับพวกผู้หญิงทุกครั้งไม่ได้นะ! มานั่งกับพวกเราบ้างเซ่ คนอื่นที่ไม่รู้จะคิดว่านายเป็นผู้หญิงไปแล้วนะ!"
พวกเด็กผู้ชายคนอื่นพากันหัวเราะร่าเมื่อได้ยินแบบนั้น
"ไม่ใช่นะ ไม่เกี่ยวกับคุซันเลย... ฉันเป็นคนชวนคุซันมาเองต่างหาก..."
ก่อนที่คุซันจะทันพูดอะไร คุเรไนก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
หน้าตาของคุซันอาจไม่ได้ดูหล่อเหลาสไตล์คุณชายแบบพวกตระกูลอุจิวะหรือคาคาชิ แต่เขาดูมีชีวิตชีวาและแกร่งกล้ากระฉับกระเฉงสุดๆ
แถมยังมีวุฒิภาวะเกินวัย... สรุปสั้นๆ คือ คุเรไนรู้สึกว่าคุซันดูแตกต่างจากเด็กผู้ชายคนอื่นมาก
คุซันเหลือบมองอาซึมะโดยไม่สนใจจะอธิบาย เขาขยับมือซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ยัดข้าวปั้นหลายสิบลูกเข้าปากหมดเกลี้ยงในไม่กี่คำ
"อ่ะ นี่น้ำจ้า"
"ขอบใจนะ"
คุซันรับน้ำที่คุเรไนยื่นให้ ดื่มรวดเดียวหมดขวด จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องเรียน
"จะไปฝึกซ้อมอีกแล้วหรอ?"
"ใช่ หมัดของฉันยังหนักไม่พอ แถมยังช้าเกินไปด้วย"
ขยันจังเลย
คุเรไนมองตามหลังคุซันที่เดินจากไป ก่อนจะหันกลับมากินอาหารของตัวเองต่อ
เธอแบ่งอาหารส่วนใหญ่ให้คุซันไปแล้ว แต่เพราะเธอเป็นคนกินน้อย แค่นี้ก็อิ่มกำลังดี
"ชิ! หมอนั่นเอาแต่ต่อยลมต่อยไม้ซ้ำๆ ทุกวัน ต่อยอยู่แค่นั้นจะไปเป็นนินจาที่เก่งกาจได้ยังไงกัน!"
อาซึมะบ่นอุบกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม
การต่อสู้ของนินจาส่วนใหญ่ต้องใช้วิชานินจาอยู่แล้ว พึ่งพาแต่กระบวนท่าอย่างเดียวจะไปทำอะไรได้?
ดูอย่างไกสิ ก่อนหน้านี้ยังสอบเข้าโรงเรียนนินจาไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเรื่องนี้ไม่ได้หรอกนะ"
อาสึกะแห่งตระกูลฮิวงะลุกขึ้นยืนทันที
วิชาลับของตระกูลฮิวงะคือมวยอ่อน ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับขีดจำกัดสายเลือดอย่างเนตรสีขาว จะทำให้พวกเขากลายเป็นตระกูลนินจาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกนินจา
และมวยอ่อนนั่น ในแง่หนึ่งมันก็คือรูปแบบหนึ่งของกระบวนท่าเช่นกัน
"มาดวลกันหน่อยไหม เจ้าลูกชายโฮคาเงะ!"
ฮิวงะ อาสึกะ เป็นคนทะนงตัว ต่อให้จะเป็นลูกชายของโฮคาเงะรุ่นที่สาม แต่คนของตระกูลฮิวงะก็ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว
พวกตระกูลอุจิวะกับฮิวงะก็มักจะเป็นแบบนี้ พวกเขาชอบมองคนอื่นต่ำกว่าตัวเองเสมอ
"สู้ก็สู้สิ! เจอกันที่สนามฝึก!"
อาซึมะที่กำลังหงุดหงิดอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาท้าทายก็รับคำท้าทันที
ไอ้พวกอุจิวะกับฮิวงะนี่มัน... ถ้าไม่สั่งสอนซะบ้างคงคิดว่าโคโนฮะเป็นของตระกูลตัวเองไปแล้วมั้ง
คุซันไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับพวกนั้นเลย ตอนนี้เขามาถึงลานฝึกร้างแห่งหนึ่งและเริ่มการฝึกฝนประจำวัน
ตารางฝึกประจำวันของเขาจำลองมาจากค่ายฝึกทหารเรือชั้นยอด
วิดพื้น 2,000 ครั้ง, ปีนเชือกไปกลับ 100 รอบ, วิ่งระยะไกล 200 รอบ ตามด้วยการฝึกชกมวยและอื่นๆ อีกสารพัด
เขารู้สึกว่าร่างกายของเขายังทนได้มากกว่านี้ เพราะมีเทมเพลตของการ์ปคอยหนุนอยู่ ทุกวันหลังจากฝึกตามตารางเสร็จ คุซันจึงมักจะท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเพิ่มเสมอ
ปัง! ปัง! ปัง!
กำปั้นของเขาซัดเข้าใส่เสาไม้อย่างต่อเนื่อง แต่ละหมัดใส่แรงลงไปเต็มเหนี่ยว
ต่อให้เสาไม้จะแข็งแรงแค่ไหน มันก็ต้องบิดเบี้ยวและแตกหักลงภายใต้การกระหน่ำชกอย่างบ้าคลั่งของเขา
หลังจากชกไปนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเสาไม้ทั้งต้นก็แหลกเป็นชิ้นๆ เสียงดังตูม!
คุซันสูดหายใจเข้าลึกๆ หยิบเสาไม้ต้นใหม่ที่เตรียมไว้มาตั้ง แล้วเริ่มซ้อมชกต่อ
ถ้าเทียบกับการที่การ์ปใช้ภูเขาจริงในการฝึกซ้อม การที่คุซันต่อยเสาไม้แบบนี้ก็เหมือนเด็กเล่นขายของเลย
คุซันหยุดมือก็ต่อเมื่อเสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น เขาจึงรีบไปล้างเนื้อล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินกลับห้องเรียน
"เมื่อไหร่ร่างกายของฉันจะพร้อมสำหรับฝึกวิชาหกรูปแบบซักทีนะ"
"แล้วก็คาถาร่างแยกเงาด้วย... ต้องหาทางเอาวิชานี้มาให้ได้"
ในโลกนินจามีวิชาฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมอยู่ท่าหนึ่ง นั่นคือคาถาร่างแยกเงาและคาถาแยกเงาพันร่าง
วิชานี้ถูกคิดค้นโดยโฮคาเงะรุ่นที่สอง โดยเลียนแบบมาจากคาถาแยกเงาไม้ของโฮคาเงะรุ่นแรก
มันสามารถสร้างร่างแยกที่แข็งแกร่งเพื่อช่วยต่อสู้ได้จริง
แต่ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวิชานี้คือ เมื่อร่างแยกสลายไป ความทรงจำ ประสบการณ์ รวมถึงความรู้สึกเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะไหลกลับคืนสู่ร่างจริง
ตราบใดที่จิตใจและพลังใจแข็งแกร่งพอ คุซันก็สามารถฝึกฝนวิชาหกรูปแบบพร้อมกันได้เลย!