- หน้าแรก
- เซียนมรรคพิกล คนวิปลาส
- บทที่ 16 ศีรษะ
บทที่ 16 ศีรษะ
บทที่ 16 ศีรษะ
จากการถูกเจิ้งคุนทำร้าย ซี่โครงของหลีหั่ววั่งหักไปสองซี่ ร่างกายมีรอยช้ำเป็นหลุมหลายแห่ง โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาศัยยาลูกกลอน เขาพอจะรักษาบาดแผลเล็กน้อยนี้ได้
เทียบกับบาดแผล เขาสนใจแผนการของตัวเองมากกว่า
พอดีเป็นวันขึ้น 1 ค่ำ หลีหั่ววั่งอาศัยการปะทะกับเขาอีกครั้ง บอกข้อมูลเรื่อง "คุณชายยิ่ว" ที่รู้มาจากไป๋หลิงเมี่ยวให้อีกฝ่ายรู้อย่างไม่ตั้งใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลีหั่ววั่งก็รู้สึกดีใจทันที
จริงๆ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรเมื่อได้ข้อมูลนี้ เขาแค่อยากลองดู ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำ จะได้หรือไม่ได้ก็ลองดูก่อน ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะสำเร็จแล้ว อีกฝ่ายต้องมีความคิดส่วนตัวแน่นอน
วันเวลาในถ้ำผ่านไปไม่รู้วันรู้คืน วันขึ้น 1 ค่ำตามปฏิทินจันทรคติมาถึงอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่สุดสำหรับต้านหยางจื่อในการปรุงยาลูกกลอน เขาจะต้องอยู่ในห้องปรุงยาตลอดช่วงเช้า และพอดีเป็นเวลาที่ "คุณชายยิ่ว" ไม่อยู่ด้วย
แม้สำนักชิงเฟิงจะไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็ก อยู่มานานขนาดนี้ หลีหั่ววั่งรู้เส้นทางการเคลื่อนไหวของเจิ้งคุนหมดแล้ว แต่เขาไม่ได้ทำอะไร นั่งขัดสมาธิอย่างเงียบๆ อยู่ในตำหนักต้าเจิ้งเทียน
"หรือข้าเดาผิด? คนผู้นี้ไม่ได้โลภมากขนาดนั้น?" หลีหั่ววั่งนอนอยู่บนเตียงครุ่นคิดว่าอะไรผิดพลาด
เมื่อผ่านไปสิบห้าวัน มาถึงวันขึ้น 1 ค่ำเดือนสอง เจิ้งคุนก็ยังไม่มีท่าทีอะไร
ตอนที่หลีหั่ววั่งคิดว่าตัวเองคำนวณผิดไปแล้ว ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนสอง ตำหนักต้าเจิ้งเทียนที่เจิ้งคุนไปเป็นประจำกลับไม่มีคน ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว
พอเห็นต้านหยางจื่อจุดเตาปรุงยา หลีหั่ววั่งก็รีบมุ่งหน้าไปยังที่พักของต้านหยางจื่อตามแผนที่วางไว้
ตอนที่ใกล้จะถึงปากถ้ำ หลีหั่ววั่งพลันหยุดฝีเท้า เขาเห็นเจิ้งคุนยืนเฝ้าอยู่ไกลๆ โดยไม่ได้เข้าไป
เห็นอีกฝ่ายยืนอยู่หน้าประตูคอยระวังตรวจตราอย่างระมัดระวัง หลีหั่ววั่งก็รู้ทันทีว่ามีคนไปแทนเขาแล้ว อีกฝ่ายกำลังคอยเป็นหูเป็นตา คนผู้นี้ระแวงมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หลีหั่ววั่งเห็นเสวียนอินย่องออกมาจากข้างใน
เจิ้งคุนมองเขาแวบหนึ่ง หยิบยันต์สีดำแปะที่หัวเข่าทั้งสองคน แล้วหายวับไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม
ประตูเพียงแค่แง้มไว้ ราวกับเป็นกับดักล่อให้คนเข้าไป
เห็นอีกฝ่ายเป็นหน่วยลาดตระเวนแทนตัวเองแล้ว หลีหั่ววั่งรู้ว่าแม้ในห้องจะมีการเตรียมการไว้ คงถูกเจิ้งคุนกำจัดไปแล้ว เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ นี่คือโอกาสของเขา
ที่พักของต้านหยางจื่อกว้างขวางมาก แต่ข้างในรกและสกปรกมาก ทั้งยังมีกลิ่นหนูตายอันน่ารังเกียจ
แม้สภาพแวดล้อมจะเลวร้าย แต่หลีหั่ววั่งก็มองเห็นสิ่งที่มีค่าที่สุดได้ในแวบแรก แผ่นหินที่มีตาข่ายเชือกดำร้อยด้วยเหรียญทองแดงคลุมอยู่
ไม่ผิดแน่ แผ่นหินนั่นคือตำราสวรรค์ที่ต้านหยางจื่อพูดถึง เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ มองเนื้อหาผ่านเชือกดำ
เจิ้งคุนต้องแอบเรียนวิชาบรรลุเซียนแน่ แต่จากสภาพที่เห็น เขาไม่ประสบความสำเร็จ
หลีหั่ววั่งพิจารณาเนื้อหาบนตำราสวรรค์อย่างละเอียด เนื้อหาข้างบนเข้าใจยากและคลุมเครือ พอจะเห็นว่าเป็นอักษรภาพ แต่ดูเหมือนจะเป็นอักษรจากราชวงศ์โบราณกว่า
แม้ตัวอักษรจีนจะเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในช่วงพันปีที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังอ่านได้ยากมาก
ยิ่งอ่านหลีหั่ววั่งยิ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ต้านหยางจื่อไม่ได้บอกหรือว่าวิธีบรรลุเซียนคือการฝึกทั้งภายในและภายนอกพร้อมกัน? ดูเหมือนคนผู้นี้ไม่ได้ฝึกตามที่เขียนไว้เลย
"ซีปู้ผูยิน กันทัพพะ... ได้ดั่งเมฆแผ่คลุมทั่ว... ร่างอันงดงามทำให้ทุกคนได้รับความสุขและหลุดพ้น..."
และสิ่งนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนวิชาบรรลุเซียน แต่เป็นคัมภีร์
"คิๆ" เสียงหัวเราะแปลกๆ ทำให้ต้นคอของหลีหั่ววั่งเย็นวาบ เขารีบหันหลังกลับแต่กลับไม่พบใครอยู่ด้านหลัง
บนผนังที่ถูกเจาะเป็นหลุม มีเพียงแจกันกระเบื้องลายครามทรงสูงขนาดเท่าแขนวางอยู่
"มีบางอย่างไม่ถูกต้อง" หลีหั่ววั่งตกใจจนขวัญผวาเริ่มถอยกลับทางเดิม ดูเหมือนเจิ้งคุนจะไม่ได้กำจัดอันตรายทั้งหมด
"ห้ามขยับนะ" เสียงผู้หญิงแหลมเล็กดังขึ้นจากด้านหลัง
หลีหั่ววั่งค่อยๆ หันกลับไปอีกครั้ง ภาพตรงหน้าทำให้หลังของเขาเย็นวาบ ที่ปากแจกันทรงแคบนั้นมีศีรษะเด็กหญิงสีขาวซีดวางอยู่
พูดว่าเป็นเด็กหญิง แต่สีผิวก็ไม่เหมือนคนมีชีวิต โดยเฉพาะแก้มแดงทั้งสองข้าง แดงจนน่ากลัว
จ้องมองจุดแดงเข้มที่กลางหน้าผากของเธอ หลีหั่ววั่งยิ่งมองยิ่งรู้สึกพิกล
ในชั่วขณะนั้น เขาก็เข้าใจแล้วว่าต้านหยางจื่อใช้อะไรช่วยอ่านตำราสวรรค์ ก็คือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง
"จ้ากับคนเมื่อครู่เป็นพวกเดียวกันใช่ไหม? คิๆ พวกเจ้าแย่แล้ว แค่ข้าส่ายกระดิ่ง พ่อก็จะกลับมา" บนจุกผมชี้ฟูของเธอผูกกระดิ่งทองแดงหลายอันด้วยเชือกแดง
เห็นอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น หลีหั่ววั่งก็ร้อนใจยิ่งนัก แต่วินาทีถัดมาสีหน้าของเขากลับสงบลงทันที "เจ้าส่งเสียงเรียกสิ พอดีจะได้ให้พ่อเจ้ารู้ว่าเจ้าหลอกเขา"
เมื่อเห็นใบหน้าบนแจกันฉายแววตื่นตระหนก หลีหั่ววั่งก็หัวเราะเยาะในใจ เขาเดาถูกแล้ว ไม่ผิด การหลอกคนหัวโรคเรื้อนที่อ่านหนังสือไม่ออกไม่ใช่แค่เขาคนเดียว สิ่งประหลาดอะไรก็ไม่รู้นี่ก็ทำมาก่อนแล้ว!
เจ้านายไม่ซื่อ ลูกน้องก็คดโกง ในสำนักชิงเฟิงทุกคนล้วนมีความลับซ่อนเร้น!
"นี่...นี่ไม่ใช่ความผิดข้านะ ตัวหนังสือพวกนั้นเขียนยากเกินไป ข้าอ่านไม่ออกเลย พ่อบังคับให้ข้าอ่านให้ฟัง ข้าจะทำอย่างไรได้" ศีรษะบนแจกันพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจจนน้ำตาจะไหล
เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเด็กหญิงแจกัน หลีหั่ววั่งครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
"งั้นดี พวกเราตกลงกันสามข้อ ตอนนี้ข้าจะออกไปจากที่นี่ เจ้าทำเป็นไม่เห็นข้า ข้าก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่องของเจ้า แบบนี้ดีกับทุกคน"
ศีรษะบนแจกันส่ายไปมา สุดท้ายก็พยักหน้า "งั้นก็ได้ เจ้ารีบไปเถอะ ข้าจะทำเป็นพวกเจ้าไม่เคยมา"
หลีหั่ววั่งค่อยๆ ย่างเท้าไปทางประตู "เมื่อตำราสวรรค์เป็นของปลอม งั้นสูตรยาที่ใช้คนเป็นส่วนผสมก็เป็นสิ่งที่เจ้าแต่งให้เขาสินะ?"
ศีรษะบนแจกันยิ้มเขินอาย "ใช่แล้ว เพราะข้าจำได้แต่พวกนั้น ข้าก็เลยแกล้งทำเป็นว่ามันเขียนอยู่ในตำรา บอกพ่อไป เจ้าวางใจได้ กินไม่ตายหรอก ข้าไม่อยากให้พ่อตาย ข้าแค่กลัวพ่อรู้ว่าข้าไร้ประโยชน์ แล้วจะไม่เอาข้าแล้ว เจ้าดูสิ ข้าไม่มีแขนไม่มีขา..."
ขณะที่ศีรษะบนแจกันกำลังพูดอย่างออกรส หลีหั่ววั่งพลันยกมือขวาขึ้นสูง กำหยกแน่นฟาดใส่แจกันอย่างแรง
หยกทรงกลมทิ้งเงาขาววาบพุ่งชนแจกัน รอยร้าวปรากฏ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของศีรษะบนแจกัน นางร่วงตกลงพื้นอย่างแรง
แจกันแตก อวัยวะภายในที่ถูกลูกประคำสีดำพันไว้จมอยู่ในอุจจาระและปัสสาวะเผยออกมาสู่อากาศ
"ฮือๆๆ พ่อจ๋า!! ข้าเจ็บ พ่อจ๋า ข้าเจ็บมากๆ" เสียงร้องไห้ของศีรษะบนแจกันค่อยๆ อ่อนแรงลง