เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 788 - บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยรับมือยากที่สุด

บทที่ 788 - บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยรับมือยากที่สุด

บทที่ 788 - บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยรับมือยากที่สุด


บทที่ 788 - บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยรับมือยากที่สุด

สำหรับโทรเลขประกาศสองฉบับนี้ หากพวกนักการเมืองและขุนศึกมองเห็นแต่การคำนวณผลประโยชน์ ปฏิกิริยาของประชาชนตาดำๆ ก็ยิ่งชัดเจนกว่านั้นมาก

สำหรับชาวบ้านร้านตลาดและกลุ่มนักศึกษาวัยรุ่นที่ไม่รู้ความจริงและถูกปลุกปั่นได้ง่าย โทรเลขสองฉบับนี้เปรียบเสมือนฝ่ามือหนักๆ สองข้าง ที่ฟาดลงบนหน้าพวกเขาอย่างจัง

เซี่ยงไฮ้ หน้าประตูมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

แกนนำนักศึกษาหลายคนที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังยืนปราศรัยด่าทอหลิวเจิ้นถิงอย่างสาดเสียเทเสีย ตอนนี้กำลังกำหนังสือพิมพ์แน่น ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก

กวาดล้างศัตรูทั้งกองพลน้อย นายพลหลิวทำได้จริงๆ ด้วย ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์เอาแต่ด่าเขา ฉันก็นึกว่า นักศึกษาแว่นคนหนึ่งพูดเสียงสั่นเครือปนเสียงสะอื้น

แล้วตอนนี้ นายพลหลิวไม่เพียงแต่ลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาลทั้งหมด แต่ยังทิ้งตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพอวี้ด้วย เขาคงหมดกำลังใจแล้วจริงๆ นักศึกษาหญิงอีกคนเอามือปิดปากร้องไห้โฮ

ใช่ เป็นพวกเราที่เข้าใจเขาผิดไปเอง นักศึกษาคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน

เข้าใจผิดงั้นหรือ

ชายลากรถลากคนหนึ่งถ่มน้ำลายลงพื้น หัวเราะหยัน แล้วพูดถากถางว่า เมื่อหลายวันก่อน คนที่ออกไปเดินขบวนประท้วง ตะโกนด่า โค่นล้มคนขายชาติหลิวเจิ้นถิง ดังที่สุด ก็ไม่ใช่พวกนักศึกษาอย่างพวกคุณหรอกหรือ

พอตอนนี้เขาทำศึกชนะแต่กลับโดนบีบให้ต้องถอย ค่อยมาบอกว่าเข้าใจผิด

คนหาเช้ากินค่ำอย่างฉันยังรู้เลยว่า ท่านผู้บัญชาการหลิวมีใจมุ่งมั่นจะต้านพวกญี่ปุ่น มีแต่พวกคนมีความรู้อย่างพวกคุณนั่นแหละ ที่วันๆ เอาแต่มองอะไรไม่ออก

คำพูดเหล่านั้นทำเอานักศึกษากลุ่มนี้หน้าแดงก่ำ ก้มหน้าหน้างุด พูดอะไรไม่ออก

และนี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความหมายของประโยคที่ว่า ผู้มีคุณธรรมมักเป็นชนชั้นล่าง ส่วนผู้เนรคุณมักเป็นปัญญาชน ได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน คนเดินถนนแถวนั้นก็เริ่มซุบซิบกันว่า ใช่สิ ช่วงก่อนหน้านี้คนทั้งเมืองด่ากันขรม ตอนนี้เป็นไงล่ะ คนเก่งๆ หายไปหมด เหลือแต่พวกดีแต่ปาก ต่อไปใครจะไปรบกับพวกญี่ปุ่นล่ะ

บางคนก็ยังไม่ยอมแพ้ แย้งว่า แล้วข่าวเรื่องขายผู้ประสบภัยในหนังสือพิมพ์ก่อนหน้านี้ล่ะ คงไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกมั้ง แถมเขาก็ไม่ยอมออกมาชี้แจงอะไรเลยนี่

ชี้แจง ชี้แจงกับใคร เขาเป็นใคร เขาเป็นคนทำเรื่องยิ่งใหญ่ เป็นวีรบุรุษที่ฆ่าพวกยุ่น ทำไมต้องมาอธิบายให้พวกเราฟังด้วย

แต่ชายคนนั้นก็ยังปากแข็ง เถียงต่อว่า หึ ไม่ยอมอธิบาย ก็แปลว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้

เชอะ ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเถอะ จะเชื่อหรือไม่ก็ช่างนายเถอะ แต่ที่แน่ๆ ครั้งนี้เขาฆ่าพวกยุ่นไปได้ตั้งหลายพันคนจริงๆ

ถ้าเปลี่ยนเป็นนาย นายทำได้หรือเปล่าล่ะ

ถึงตรงนี้ ก็มีคนออกโรงสนับสนุนว่า ใช่เลย ตั้งแต่เหตุการณ์ 918 ยัน 128 นายพลหลิวก็เป็นทัพหน้าไปสู้กับญี่ปุ่นตลอด

เสียงโต้เถียงดังเซ็งแซ่ แต่ก็ไม่มีเสียงด่าทอแบบสาดเสียเทเสียเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

คนส่วนใหญ่กลับรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก เพราะเพิ่งรู้ความจริงว่า คนขายชาติ ที่พวกตนเคยด่าทอ คือคนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกอยู่แนวหน้าจริงๆ

หนานจิง แถวๆ ฟูจื่อเมี่ยว

กลุ่มคนนั่งดื่มชาในโรงน้ำชา กำลังรุมล้อมอ่านหนังสือพิมพ์ เถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง

ฉันบอกแล้วไงว่าหลิวเจิ้นถิงไม่ใช่คนแบบนั้น พวกแกก็ไม่เชื่อ ดูสิ ลูกหลานชาวเหอหนานอุตส่าห์เดินทางไกลขึ้นเหนือไปสู้กับญี่ปุ่น จะไปเป็นคนขายชาติได้ยังไง ชายวัยกลางคนแต่งตัวคล้ายนักเล่านิทานตบโต๊ะฉาด

ตะ แต่รัฐบาลจินหลิงบอกว่าเขา ชายคนหนึ่งที่กำลังจิบชาพูดตะกุกตะกัก

แต่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนคนข้างๆ ขัดขึ้นมาว่า ถุย รัฐบาลจินหลิงบอกงั้นหรือ พวกนั้นก่อนหน้านี้ก็เพิ่งบอกว่าเร่อเหอแข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็กไง แล้วเป็นไงล่ะ ทังอวี้หลินหนีหางจุกตูดตั้งแต่ยังไม่ทันได้ยิงปืนสักนัด

บางคนก็ถอนหายใจ เอาเถอะ ทีนี้คนเก่งๆ ก็ไปหมดแล้ว วันหลังพวกญี่ปุ่นบุกมาอีก ใครจะไปรับมือล่ะ

เทียนจิน กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจจับกลุ่มคุยกัน คิ้วขมวดมุ่น

หลิวเจิ้นถิงวางมือไปแล้ว สถานการณ์ในภาคเหนือคงจะวุ่นวายแน่

นั่นสิ ตอนเขาอยู่ พวกญี่ปุ่นยังเกรงใจบ้าง

พอเขาไป ลำพังแค่กองทัพซีเป่ยกับตงเป่ย จะรับมือไหวหรือ

ฉันว่านะ ธุรกิจของเรา คงทำยากขึ้นอีกแน่ๆ

แต่ก็ยังมีบางคนที่หวังพึ่งน้ำบ่อหน้า ไม่แน่หรอก รักษาการประธานเหอก็ยังบัญชาการอยู่ที่เป่ยผิงนี่

แต่พอพูดจบก็โดนแย้งทันที เลิกหวังเถอะ ถ้าเขาเก่งจริง ตอนนั้นจะไปเชิญนายพลหลิวมาดูแลกิจการทหารภาคเหนือทำไมล่ะ

เป่ยผิง ชาวบ้านจับกลุ่มพูดคุยกันเป็นหย่อมๆ ในมือถือหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน สีหน้ามีทั้งความตกตะลึงและความสลดใจ

เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนบ้านที่ยังด่า หลิวเจิ้นถิงไอ้คนขี้ขลาด อยู่เลย มาตอนนี้กลับปิดปากเงียบสนิท

นายพลซุนลูกน้องนายพลหลิว สู้ยิบตากับพวกยุ่นตั้งสิบเจ็ดวันที่ฉื้อเฟิง แบบนี้เรียกสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูงั้นหรือ แบบนี้เรียกขายชาติงั้นหรือ

ก่อนหน้านี้พวกยุ่นทำตัวกร่างที่ตงเจียวหมินเซี่ยงมาตั้งกี่ปี พอนายพลหลิวมาถึงก็จัดการกวาดล้างพวกมันจนหมด

หญิงชราคนหนึ่งปาดน้ำตา ร้องไห้สะอึกสะอื้น โธ่เอ๊ย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

นั่นสิ นายพลดีๆ แท้ๆ กลับถูกบีบให้ต้องออกไป

เฮ้อ ตั้งแต่โบราณกาลมา คนดีมักไม่มีที่ยืน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูอาจารย์และนักศึกษาในเป่ยผิง ที่ก่อนหน้านี้ยังชูธงประท้วง นั่งอดอาหารอยู่หน้าคณะกรรมการกิจการทหารสาขาเป่ยผิงกันอยู่เลย

พอข่าวสองข่าวนี้ออกไป พวกครูอาจารย์และนักศึกษาเหล่านี้ ก็ไม่มีหน้าไปชุมนุมประท้วงกันอีกเลย

ความขัดแย้งและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเทียนจิน เป่ยผิง หนานจิง และเมืองใหญ่อื่นๆ ล้วนเกิดขึ้นพร้อมกัน

เมื่อโทรเลขประกาศทั้งสองฉบับนี้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ กระแสสังคมก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที ความโกรธแค้นของประชาชนเปลี่ยนทิศทางในพริบตา

จดหมายเรียกร้องให้ ลงโทษนักการเมืองที่ปล่อยข่าวลือ และ ตรวจสอบเบื้องหลังการตัดงบประมาณกองทัพอวี้ ถูกส่งไปยังหนานจิงราวกับพายุหิมะ

ในขณะที่ทั่วทั้งประเทศกำลังสั่นสะเทือนเพราะโทรเลขฉบับนี้

ไกลออกไปถึงฉื้อเฟิง ต่งอวิ๋นเฉิง ผู้บัญชาการกองพลน้อยยานเกราะผสมของกองทัพอวี้ และซุนเตี้ยนอิง ผู้บัญชาการกองทัพที่ 41 ได้รับคำสั่งถอยทัพจากหลิวเจิ้นถิงแล้ว

ณ ทุ่งโล่งนอกเมืองฉื้อเฟิง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว

จุดส่งกำลังบำรุงชั่วคราวของกองพลน้อยยานเกราะผสมกองทัพอวี้ ตั้งอยู่หลังเนินดินที่บังลมได้

รถบรรทุกหลายสิบคันที่บรรทุกเชื้อเพลิงและอะไหล่จอดเรียงรายเป็นแนวยาว ทหารต่างพากันแบกถังน้ำมันและกล่องกระสุนวิ่งไปมาระหว่างรถถังและรถหุ้มเกราะ

ฝาครอบเครื่องยนต์ของรถถังวิคเตอร์ส เอ็มเค.อี ถูกเปิดอ้ากว้าง ทหารช่างนั่งยองๆ อยู่ข้างรถ มือหนึ่งทำความสะอาดตะแกรงระบายความร้อนที่เต็มไปด้วยฝุ่นทราย อีกมือหนึ่งใช้ประแจขันน็อตกันสะเทือน

ข้างๆ รถถังหลายคันที่มีรอยความเสียหายที่ตีนตะขาบ มีแผ่นตีนตะขาบเก่ากองอยู่ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วทุ่งกว้าง คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันดีเซล

ทุกคนกำลังเร่งทำงานอย่างขะมักเขม้น ทั้งเติมน้ำมัน ตรวจสอบกระสุน และซ่อมแซมรถที่พัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

แม้กองทัพยานเกราะนี้จะเพิ่งกวาดล้างศัตรูในสนามรบมาอย่างราบคาบ แต่การวิ่งฝ่าระยะทางหลายสิบกิโลเมตรและการต่อสู้อย่างดุเดือด ก็ทำให้เครื่องยนต์ของยานเกราะยุคแรกๆ เหล่านี้เสื่อมสภาพไปมาก

ถ้าไม่บำรุงรักษา ก็อาจจะพังกลางคันระหว่างถอยทัพได้

ภายในเต็นท์บัญชาการชั่วคราวบนเนินเขา บรรดานายทหารระดับสูงของกองพลน้อยยานเกราะ ต่างเดินออกมาจากเต็นท์ด้วยสีหน้าผิดหวัง

ต่งอวิ๋นเฉิงกำโทรเลขลับจากเป่ยผิงไว้แน่น คิ้วขมวดมุ่น

พันตรีโทมาและที่ปรึกษาทางทหารชาวเยอรมันอีกหลายคนยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง

ต่ง ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ

โทมาพูดขึ้นก่อน นัยน์ตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความสับสน เขาชี้ไปที่แผนที่ภูมิประเทศที่ราบเรียบของมณฑลเร่อเหอ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า ที่นี่เป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ เหมาะมากสำหรับการบุกทะลวงของกองทัพยานเกราะ

เราคุมน่านฟ้าได้ มีเสบียงพร้อม ขวัญกำลังใจก็ดีเยี่ยม เราสามารถบุกทะลวงไปจนถึงเขตจิ่นโจวได้สบายๆ

แล้วทำไมถึงต้องมาสั่งถอยทัพเต็มรูปแบบเอาตอนนี้ด้วยล่ะ

ต่งอวิ๋นเฉิงวางโทรเลขลง หันกลับมาฝืนยิ้มขื่นๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า พันตรีโทมา คุณไม่เข้าใจหรอก บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยเป็นสิ่งที่รับมือยากที่สุด

แล้วอะไรที่รับมือยากที่สุดล่ะ พันตรีโทมาขมวดคิ้วถามกลับ

แววตาของต่งอวิ๋นเฉิงเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เขาส่ายหน้ายิ้มเยาะ ปัญหาใหญ่ที่สุดมาจากภายในเสมอ

ทหารแนวหน้ากำลังหลั่งเลือดเอาชีวิตเข้าแลก แต่นักการเมืองแนวหลังกลับมัวแต่แก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กัน ถึงขนาดกล้าถอนทัพพันธมิตรของเราออกไป

ถ้าเรายังดันทุรังสู้ต่อไป คนที่หักหลังเราจะไม่ใช่พวกญี่ปุ่น แต่เป็นคนของเราเอง

พันตรีโทมาฟังจบก็เงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แล้วกางมือออก ประเทศของคุณนี่ช่างเป็นประเทศที่แปลกประหลาดจริงๆ

ทั้งๆ ที่เป็นสงครามที่สามารถชนะได้ด้วยกำลังและความสามารถบนสนามรบแท้ๆ

แต่นักการเมืองของพวกคุณ กลับชอบเอาความพ่ายแพ้ไปแลกเปลี่ยนบนโต๊ะเจรจาการเมืองอันสกปรกเสียเหลือเกิน

พูดถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักไป แล้วถอนหายใจเบาๆ

ในฐานะที่ปรึกษาทางการทหารที่ถูกว่าจ้างมา เขาสามารถสั่งการรถถังและวางยุทธวิธีได้ แต่ท้ายที่สุด เขาก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการแย่งชิงอำนาจในประเทศนี้ได้

ต่อให้มีข้อได้เปรียบด้านยานเกราะมากมายแค่ไหน ต่อให้ได้รับชัยชนะที่งดงามเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบได้กับการแลกเปลี่ยนอำนาจเพียงครั้งเดียวที่แนวหลัง

คำพูดของเขาเหมือนมีดที่แทงทะลุหัวใจของต่งอวิ๋นเฉิง แต่เขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

ที่พันตรีโทมาพูดจาคลาสสิกแบบนั้นออกมาได้ ก็เพราะในมุมมองของชาวตะวันตก เรื่องตลกร้ายที่เหมือนเป็นการทำลายกำแพงเมืองของตัวเองแบบนี้ มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในดินแดนตะวันออกที่เก่าแก่แห่งนี้

สงครามเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน แม้กองเรือเป่ยหยางจะเสียหายอย่างหนักในทะเลเหลือง แต่ก็ไม่ได้พ่ายแพ้ยับเยิน

แถมกองทัพบกก็ยังพอมีกำลังเหลืออยู่ รากฐานของประเทศอันกว้างใหญ่ก็ยังไม่ได้สั่นคลอนจนถึงแก่น

ถ้าหากร่วมแรงร่วมใจกันสู้ตาย ประเทศเกาะเล็กๆ นั่นก็คงทนสงครามยืดเยื้อไม่ไหวหรอก

แต่แล้ว ราชสำนักชิงกลับชิงคุกเข่าขอเจรจาสงบศึกกับญี่ปุ่นซะงั้น ในช่วงที่สงครามกำลังตึงเครียด

ต้นตอของเรื่องนี้ก็เพราะการแย่งชิงอำนาจระหว่าง จักรพรรดิกับพระพันปีหลวง และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือตรรกะที่น่าขยะแขยงที่สุดของราชวงศ์ชิงที่ว่า ยอมยกให้ศัตรูภายนอก ดีกว่ายอมให้ประชาชนในชาติ และ ระแวงคนในชาติยิ่งกว่าศัตรู

เพราะความอ่อนแอและการแย่งชิงอำนาจภายในครั้งนั้น ทำให้แปดชาติมหาอำนาจมองเห็นความอ่อนแอที่แท้จริงของประเทศตะวันออกแห่งนี้

หลังจากนั้น พวกมันก็เหมือนฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นคาวเลือด พากันมารุมทึ้งประเทศโบราณตะวันออกแห่งนี้จนพังพินาศ

แล้ววันนี้ล่ะ เพื่อกดดันบารมีและอำนาจของหลิวเจิ้นถิง รัฐบาลจินหลิงก็กำลังเล่นละครน้ำเน่า ระแวงคนเก่งยิ่งกว่าศัตรู อีกครั้ง

เพราะเหตุนี้เอง โทมาซึ่งเป็นชาวเยอรมัน ถึงได้พูดประโยคเหล่านั้นออกมา

แต่การศึกครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว

ในฐานะทหารอาชีพชาวเยอรมันขนานแท้ โทมาสลัดความกังวลทางการเมืองทิ้งไปได้อย่างรวดเร็ว

เขาตบสมุดบันทึกการรบในมือ แววตากลับมาลุกโชนอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงความตื่นเต้น อย่างน้อยเราก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ขอเพียงเราครองน่านฟ้าได้ และมีระบบส่งกำลังบำรุงที่เพียงพอ การบุกทะลวงของกองทัพยานเกราะก็จะไม่หยุดชะงัก

แนวป้องกันของทหารราบแบบเก่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นเหล็กกล้า มันก็บอบบางเหมือนกระดาษนั่นแหละ

พอกลับประเทศไป ฉันจะต้องเอายุทธวิธีใหม่นี้ไปใช้กับกองทัพของเราให้ได้

ต่งอวิ๋นเฉิงพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ

หลังจากนั้น เขาก็เดินออกไปนอกเต็นท์บัญชาการ มองดูกองทัพรถถังที่กำลังเติมเชื้อเพลิง ซ่อมแซม และเตรียมเสบียงอย่างเป็นระเบียบ

ทหารใช้มือสูบน้ำมันเบนซินจากถังลงในถังน้ำมันหลักของรถถัง เมื่อเติมเสร็จแต่ละคันก็จะขีดเส้นในสมุดบันทึก

ช่องระบายความร้อนของเครื่องยนต์ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตอนที่ทหารช่างปิดฝาครอบ ยังไม่ลืมเอาเศษผ้าเช็ดคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนเกราะออกด้วย

ที่พวกเขามีระเบียบวินัยขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณที่ปรึกษาชาวเยอรมันเหล่านี้แหละ

ช่างซ่อมบำรุงที่ติดตามมาด้วย ก็กำลังช่วยซ่อมรถถัง รถหุ้มเกราะ และรถบรรทุกที่เสียหาย

ไม่ไกลนัก ในโรงพยาบาลสนาม แพทย์และพยาบาลก็กำลังปฐมพยาบาลทหารที่บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน

นี่ควรจะเป็นบรรยากาศและจังหวะของการรุกคืบเพื่อคว้าชัยชนะ แต่ตอนนี้กลับมีเพียงความอึดอัดก่อนการถอยทัพเท่านั้น

ครู่ต่อมา ต่งอวิ๋นเฉิงก็ถอนหายใจยาว สีหน้าเคร่งเครียด พลางรำพึงว่า เฮ้อ หวังว่าวันข้างหน้า เมื่อท่านผู้บัญชาการกลับมาผงาดอีกครั้ง เราจะได้ล้างแค้นเสียทีนะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 788 - บนแผ่นดินของเรา ศัตรูภายนอกไม่เคยรับมือยากที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว