- หน้าแรก
- กฎเหล็กห้องพักห้ามตกหลุมรักรูมเมทประจำสัปดาห์
- บทที่ 69 - น้าเก้าออกโรง
บทที่ 69 - น้าเก้าออกโรง
บทที่ 69 - น้าเก้าออกโรง
บทที่ 69 - น้าเก้าออกโรง
ค่ำคืนอันเงียบสงัด ความมืดมิดอันหนาวเหน็บถูกเปลวไฟจากกองไฟที่พลิ้วไหวสาดส่องให้เกิดแสงสว่างเพียงริบหรี่
หลินเสี่ยวลู่นั่งอยู่ข้างๆ น้าเก้า ชำเลืองมองชายชราบนรถเข็นที่ตอนนี้ดูคล้ายคนเสียสติด้วยความรู้สึกลังเล
ภารกิจครั้งนี้คือให้เขาสืบหาความจริงในหมู่บ้านว่านฝู ถึงแม้ตอนนี้เขาจะรู้ความจริงหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อความยืนยันว่าภารกิจสำเร็จ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องกำจัดผีร้ายให้สิ้นซากเสียก่อน
แต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของผีสาวสองแม่ลูก หลินเสี่ยวลู่ก็รู้สึกรู้สึกลังเลใจขึ้นมา จางจวนและหนานหนานเป็นคนที่น่าสงสารมาก เขาไม่แน่ใจว่าความคิดของตัวเองจะถูกไหม แต่เขากลับรู้สึกว่าการที่พวกเธอต้องการแก้แค้นมันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
เหมือนกับกรณีของพี่สาวคายาโกะนั่นแหละ ถ้าตอนมีชีวิตอยู่พวกเธอไม่ได้ถูกกระทำย่ำยีจนแหลกสลาย ใครกันจะอยากกลายเป็นผีร้ายอาฆาตพยาบาทแบบนี้
พวกเธอก็เคยเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจเหมือนกับเขานั่นแหละ
พวกเธอไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับชาวบ้านพวกนี้เลย แต่กลับถูกบีบคั้นทรมานจนต้องกลายเป็นผีร้ายที่ไม่อาจไปผุดไปเกิดได้
น้าเก้า หลินเสี่ยวลู่มองหลินอาจิ่วที่กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่อย่างเงียบๆ อึกอักไม่รู้จะพูดอะไรดี
น้าเก้ารับรู้ได้ถึงความสับสนของเขา จึงลืมตาขึ้นมามองพร้อมกับยิ้มถาม ไม่อยากกำจัดผีแล้วงั้นรึ
หลินเสี่ยวลู่พยักหน้า ตอบกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดดาลแบบวัยรุ่น คนพวกนี้ทำตัวเองแท้ๆ ปล่อยให้สองแม่ลูกนั่นฆ่าให้หมดเลยก็ดีแล้วครับ
เสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็ไม่ได้เบาจนไม่ได้ยิน ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัดแบบนี้ ทุกคนจึงได้ยินกันชัดเจน
คนแก่หลายคนในลานกว้างได้ยินคำพูดนั้นก็มีสีหน้าไม่พอใจ บางคนก็แอบมองค้อน แต่หลายคนก็เลือกที่จะปิดปากเงียบก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
แต่น้าเก้ากลับส่ายหน้าแล้วอธิบายพร้อมรอยยิ้ม เราไม่ได้จะกำจัดผีร้ายเพื่อทำลายพวกเธอหรอกนะ แต่เราจะส่งพวกเธอไปสู่สุคติ คนตายกลายเป็นวิญญาณ วิญญาณที่มีห่วงแค้นกลายเป็นผี และเมื่อผีร้ายสูบพลังชีวิตคนไปจนถึงจุดหนึ่ง พวกมันก็จะสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้น ถึงตอนนั้นพวกมันก็จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อทุกชีวิตบนโลก
เพราะฉะนั้นในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรแห่งสำนักเหมาซาน การปราบผีสางขจัดปีศาจจึงไม่ได้ทำไปเพื่อปกป้องผู้คนเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยให้วิญญาณเร่ร่อนและผีร้ายได้ไปเกิดใหม่เร็วขึ้น หลุดพ้นจากบ่วงกรรมในอดีตเพื่อไปสู่ภพภูมิที่ดี นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเธอเช่นกัน
เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างเลื่อนลอยเมื่อได้ฟังคำอธิบาย เจียงหนิงที่อยู่ไม่ไกลก็หันไปพูดกับชายชราบนรถเข็นด้วยน้ำเสียงเย็นชา เย่เหว่ยตง ถ้าเรื่องนี้จบลงเมื่อไหร่ แกต้องกลับไปกับพวกเรา แกจะต้องรับโทษตามกฎหมายให้สาสมกับสิ่งที่แกทำ
ชายชราบนรถเข็นแค่นยิ้มอย่างน่าสมเพช ผู้กองเจียงครับ ผมรู้ตัวว่าผมบาปหนา ผมทำผิดต่อเสี่ยวจวนและลูก ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างครับ
พูดจบเขาก็มองกวาดไปยังชาวบ้านคนอื่นๆ ในลานที่ยังคงนิ่งเงียบ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา แล้วพวกมันล่ะ
เขาชี้ไปที่คนแก่หลายคนในลานกว้าง
หยวนลี่กั๋ว เฉียนเอ้อ ซือโหย่วไฉ เจิ้งซ่าง พวกมันทุกคนก็เคยซื้อเมียมาเหมือนกัน
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ตำรวจก็ตกตะลึงกันไปตามๆ กัน พวกเขาหันไปมองตามนิ้วของเย่เหว่ยตงที่ชี้ไปยังกลุ่มคนแก่เหล่านั้น
เย่เหว่ยตง แกอย่ามาตอแหล คนแก่พวกนั้นตัวสั่นเทา ชี้หน้าด่าชายชราบนรถเข็นกลับทันควัน
ฉันไม่เคยทำเรื่องพรรค์นั้นเลยนะ
ใช่แล้ว คุณตำรวจอย่าไปฟังมันพูดจาเหลวไหลนะ เย่เหว่ยตง เป็นเพราะแกนั่นแหละที่บีบให้เสี่ยวจวนกับลูกต้องตาย ถึงได้ลากพวกเรามาซวยไปด้วย ตอนนี้คนในหมู่บ้านตายไปตั้งสามสิบกว่าคนแล้ว แกจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้นะ
ใช่แล้ว ฉันว่าคนที่เสี่ยวจวนกับลูกเกลียดที่สุดก็คือเย่เหว่ยตงนี่แหละ บางทีถ้าเราผลักมันออกไปในความมืด ปล่อยให้สองแม่ลูกนั่นฆ่ามันซะ พวกเราก็คงไม่เดือดร้อนแล้ว
ถูกเผงเลย พวกเราช่วยกันจับเย่เหว่ยตงโยนออกไปเลยดีกว่า
คนแก่เหล่านั้นพากันลุกฮือ ตะโกนก้องจะเอาตัวผู้ใหญ่บ้านโยนออกไปในความมืด ลานกว้างตกอยู่ในความวุ่นวายทันที คุณยายหลายคนร้องไห้ฟูมฟาย คุณตาหลายคนตะโกนด่าทอด้วยความเกรี้ยวกราด ภาพเหตุการณ์นี้เผยให้เห็นธาตุแท้อันเลวร้ายของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน
เจียงหนิงรีบลุกขึ้นยืน ตะโกนห้ามปราบความวุ่นวายของชาวบ้านร่วมกับตำรวจนายอื่นๆ
หลินเสี่ยวลู่นั่งนิ่งอยู่บนที่นอน มองดูชาวบ้านที่กำลังทะเลาะเบาะแว้งกัน มองดูพวกเขาพ่นคำหยาบคายด่าทอกันไปมา รู้สึกสับสนงุนงงไปหมด
เย่เหว่ยตง แกทำบาปทำกรรมเอาไว้แล้วยังจะมาลากพวกเราไปซวยด้วย แกมันสมควรตายจริงๆ
ใช่แล้ว คนที่หายตัวไปก็เป็นเพราะแกนั่นแหละ แกสมควรโดนประหาร โดนประหารให้ตายตกไปตามกัน
เย่เหว่ยตงบนรถเข็นถูกชาวบ้านด่าทอจนเลือดขึ้นหน้า สติของเขากระเจิดกระเจิงไปตั้งแต่รู้ว่าผีร้ายคือเมียกับลูกของตัวเองแล้ว ตอนนี้ยิ่งถูกชาวบ้านที่กำลังคลุ้มคลั่งบีบคั้น ฟางเส้นสุดท้ายในใจก็ขาดผึง เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาขุ่นมัวเบิกกว้างพลางตะโกนก้อง พวกแกอยากให้ฉันไปชดใช้กรรมนักใช่ไหม ได้ ฉันยอม
สิ้นคำพูดนั้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เย่เหว่ยตงก็เข็นรถเข็นพุ่งทะยานออกไปในความมืดอย่างทุลักทุเล
ภาพนั้นทำเอาทุกคนตกใจสุดขีด เจียงหนิงและตำรวจคนอื่นๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับการห้ามปรามชาวบ้านหันไปมองด้วยความตกใจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว พวกเขาได้แต่มองดูเย่เหว่ยตงหน้าคะมำตกลงไปบนพื้น
แต่ชายชราที่หน้าแตกเลือดอาบกลับไม่สนใจความเจ็บปวด เขาร้องครวญครางพลางคลานหนีออกไปในความมืด
รีบห้ามเขาไว้ น้าเก้าร้องตะโกน หลินเสี่ยวลู่รีบผุดลุกขึ้น คว้าไม้เบสบอลเหล็กวิ่งตามไปห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
เย่เหว่ยตงที่หัวแตกเลือดอาบคลานออกไปพ้นเขตลานกว้าง เขาร้องตะโกนเสียงหลง เสี่ยวจวน หนานหนาน ฉันมาหาพวกเธอแล้ว มาแก้แค้นฉันสิ
วินาทีที่เขาคลานพ้นเขตยันต์ ทุกคนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง เมื่อกลุ่มควันสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมารัดพันร่างของเย่เหว่ยตงแล้วลากเขาเข้าไปในความมืดมิด
หลินเสี่ยวลู่ที่พุ่งตัวตามออกไปคว้าขากางเกงของชายชราไว้ได้ทัน แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงดึงมหาศาลนั้นได้
แคว่ก
ขากางเกงขาดวิ่น ร่างของเย่เหว่ยตงถูกลากหายวับเข้าไปในความมืดมิด
เหตุการณ์นี้ทำเอาทุกคนขวัญผวา ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ไร้ซึ่งร่องรอยของเย่เหว่ยตง และวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายชราก็ดังกึกก้องออกมาจากความมืดมิด
ในค่ำคืนอันเงียบสงัด เสียงร้องนั้นไม่ได้ฟังสั่นเครือเหมือนเสียงของคนแก่ที่กำลังใกล้ตาย แต่มันกลับเป็นเสียงกรีดร้องที่โหยหวนและเจ็บปวดทรมานถึงขีดสุด คลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะแหลมสูงของหญิงสาวและเสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วของเด็กหญิง
อ๊ากกกกก
เสียงร้องอันน่าสยดสยองทำเอาทุกคนขนลุกซู่ ความมืดมิดเบื้องหน้าดูราวกับจะคืบคลานเข้ามาใกล้ เปลวไฟจากกองไฟเริ่มวูบไหวอย่างรุนแรง ชาวบ้านที่เคยก้าวร้าวต่างก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เบียดตัวเข้าหากันตัวสั่นงันงก
อ๊ากกกกก
เสียงร้องนั้นยังคงดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง เย่เหว่ยตงราวกับกำลังเผชิญกับความทรมานอันแสนสาหัสเกินกว่าจะจินตนาการได้ เสียงร้องดังมาจากทุกทิศทุกทางในความมืดมิด น้าเก้าหน้าเครียดผุดลุกขึ้นยืน จ้องมองเข็มทิศในมือที่กำลังหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่งด้วยความตกตะลึง
ผีร้ายทรงพลังขึ้นอีกแล้ว
ทุกครั้งที่ผีร้ายสูบพลังชีวิตไป มันก็จะแข็งแกร่งขึ้น น้าเก้าไม่กล้าลังเลอีกต่อไป เขารีบล้วงยันต์ออกมาปึกหนึ่งส่งให้หลินเสี่ยวลู่
แปะยันต์เพิ่มอีกชั้นรอบลานกว้างนะ เดี๋ยวอาตมาจะออกไปดู
หลินเสี่ยวลู่ตกใจ กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง น้าเก้าก็ชักดาบเหรียญทองแดงออกมาแล้วพุ่งทะยานเข้าไปในความมืดมิดเสียแล้ว
ฟึ่บ
ทันทีที่น้าเก้าพุ่งเข้าไป ความมืดมิดที่ดูราวกับกลุ่มควันสีดำก็แหวกออกเป็นช่องว่าง และเมื่อร่างของเขาหายลับสายตาไป ช่องว่างนั้นก็กลับมาประสานกันมืดมิดดังเดิม ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
...
...
ทันทีที่น้าเก้าก้าวเข้ามาในความมืด เขาก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นยะเยือก แสงสว่างจากลานกว้างด้านหลังหายวับไป ราวกับว่าเขาหลุดเข้ามาสู่อีกโลกหนึ่ง
ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ มีเหยื่อมาอีกคนแล้ว
คุณลุง มาเล่นกับหนานหนานเหรอคะ คิกคิกคิกคิก
ท่ามกลางความมืดมิดอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขต เสียงหัวเราะของผีสาวและผีเด็กหญิงดังก้องกังวาน น้าเก้าถือเข็มทิศไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างถือดาบเหรียญทองแดง วิ่งตามทิศทางที่ปลายดาบของเข็มทิศชี้ไปอย่างรวดเร็ว ปากก็บริกรรมคาถาไม่หยุด
ฟ้าดินมีปราณบริสุทธิ์ สรรพสิ่งล้วนก่อกำเนิด
เบื้องล่างคือขุนเขาสายน้ำ เบื้องบนคือดาราตะวันจันทร์
สถิตในกายคนคือความสง่าผ่าเผย กว้างใหญ่ไพศาลครอบคลุมทั่วฟ้าดิน
ทำลาย!