- หน้าแรก
- กฎเหล็กห้องพักห้ามตกหลุมรักรูมเมทประจำสัปดาห์
- บทที่ 70 - ปะทะผีดิบ
บทที่ 70 - ปะทะผีดิบ
บทที่ 70 - ปะทะผีดิบ
บทที่ 70 - ปะทะผีดิบ
หลินเสี่ยวลู่นั่งอยู่บนที่นอน เฝ้ากองไฟแก้หนาวอย่างเบื่อหน่าย เขาจัดการแปะยันต์เพิ่มอีกสองแผ่นรอบๆ ลานกว้างตามที่น้าเก้าสั่งเรียบร้อยแล้ว
ท่ามกลางลานกว้างที่เงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยของชาวบ้าน ชาวบ้านสูงอายุหลายคนได้แต่นั่งเงียบๆ ก้มหน้างุด ราวกับกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่น้าเก้าพุ่งตัวหายเข้าไปในความมืดมิด ถ้ากะเวลาดู ตอนนี้น่าจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้ว
จู่ๆ อากาศในลานกว้างก็เริ่มเย็นเยือกขึ้นมาอย่างประหลาด หลายคนเริ่มเข้ามานั่งผิงไฟใกล้ๆ กองไฟเหมือนกับหลินเสี่ยวลู่
เย่เหว่ยตง ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านว่านฝูตายไปแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นเวรกรรมตามสนองก็ได้ หวังว่าจะไม่มีใครต้องมาตายเพิ่มอีกนะ
บรื๊ออออ
เถียนถงเอ๋อร์ ตำรวจหญิงหน้าตาน่ารักเดินมานั่งยองๆ ข้างหลินเสี่ยวลู่ กอดอกตัวสั่นงันงก
หนาวจังเลย หลินเย่ นายไม่หนาวเหรอ
หลินเสี่ยวลู่ส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่ค่อยรู้สึกหนาวเท่าไหร่นัก แต่ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เพิ่งจะปลายเดือนพฤษภาคม แถมยังมีกองไฟตั้งหลายกอง แต่ทำไมอากาศถึงได้หนาวเหน็บขนาดนี้
เถียนถงเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน กระทืบเท้าเร่าๆ คลายหนาวพลางยื่นมือไปผิงไฟ
คนอื่นๆ ในลานกว้างก็ดูเหมือนจะหนาวจนทนไม่ไหวเช่นกัน ซึ่งมันผิดปกติเอามากๆ เจียงหนิงและตำรวจคนอื่นๆ เริ่มกังวล จึงรีบเติมฟืนลงในกองไฟเพิ่มอีกหลายท่อน
ตำรวจนายหนึ่งเอามือผิงไฟพลางพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ท่านนักพรตหลินยังไม่กลับมาเลย จะเป็นอันตรายไหมเนี่ย
พูดจาเหลวไหลน่า เจียงหนิงหันไปดุลูกน้อง
ข้างกองไฟ หลินเสี่ยวลู่และเถียนถงเอ๋อร์ยืนผิงไฟอยู่ด้วยกัน หลินเสี่ยวลู่เริ่มรำคาญตำรวจหญิงคนนี้เต็มทนแล้ว เธอช่างพูดช่างเจรจาเหลือเกิน ปากบ่นไม่หยุด
หลังจากทนฟังอยู่พักใหญ่ หลินเสี่ยวลู่ก็หมดความอดทน หันไปถาม ผู้กองเถียน อายุเท่าไหร่แล้วครับ
ฉันเหรอ สิบเก้าจ้ะ หญิงสาวตอบ
หลินเสี่ยวลู่พยักหน้าอย่างปลงตก เอาเถอะ อายุสิบเก้าสำหรับตำรวจก็ถือว่าเด็กมาก แก่กว่าเขาแค่สามปีเอง มิน่าล่ะถึงได้ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่
ถงเอ๋อร์มองหลินเสี่ยวลู่ด้วยความอยากรู้ หลินเย่ ทำไมนายถึงใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเลยล่ะ
หลินเสี่ยวลู่ปรายตามองเธอแวบหนึ่งโดยไม่ตอบอะไร
ถงเอ๋อร์ยังคงถามเซ้าซี้ต่อ นี่ นายเลี้ยงคุกกี้ช็อกโกแลตฉัน แถมยังให้คุกกี้กล่องนั้นฉันอีก แสดงว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ถอดหน้ากากให้ฉันดูหน่อยสิ
หลินเสี่ยวลู่ถึงกับไปไม่เป็น
นั่นฉันเลี้ยงเธอเหรอ เธอหน้าด้านมาขอฉันกินต่างหากโว้ย
เขาตอบกลับไปแบบกวนๆ ฉันกลัวว่าถ้าเธอเห็นความหล่อของฉันแล้วจะตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นน่ะสิ
เอ๋ ถงเอ๋อร์หน้าตาเหลอหลาไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นหัวเราะก๊าก ฮ่าๆๆ นายนี่คิดไปไกลจัง ฉันฟังเสียงก็รู้แล้วว่านายยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน พี่สาวคนนี้ไม่สนเด็กหรอกย่ะ
หลินเสี่ยวลู่แค่นเสียงขึ้นจมูก หันหน้าหนีไม่อยากจะเสวนากับตำรวจหญิงติ๊งต๊องคนนี้อีก แต่จังหวะที่เขาหันหน้าไปนั้น เขากลับเห็นเงาดำร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงสุดขอบลานกว้างทางทิศใต้
เงาดำร่างนั้นสวมชุดคลุมศพสีแดงคล้ำที่ดูเน่าเปื่อย มองไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงหมอกควันสีดำจางๆ ลอยกรุ่นออกมาจากบริเวณใบหน้า
วินาทีต่อมา หมอกควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากใบหน้าของเงาดำร่างนั้นก็พุ่งกระแทกเข้าใส่ยันต์สามแผ่นทางทิศใต้จนหลุดกระจุย
ระวัง หลินเสี่ยวลู่ตะโกนก้องด้วยความตกใจสุดขีด แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ชายชราคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เงาดำร่างนั้นเพิ่งจะได้ยินเสียงเตือนของหลินเสี่ยวลู่ ก็ถูกเงาดำร่างนั้นพุ่งเข้าตะครุบตัวล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว
ฉัวะ เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปโดนหน้าของชายชราอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ
อ๊ากกกกก
ทุกคนสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดผวา พากันถอยกรูดหนีตายกันจ้าละหวั่น เสียงร้องไห้โฮ เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วลาน ชายชราที่ถูกเงาดำทับอยู่พ่นเลือดออกจากปาก ปล่อยให้มันฉีกทึ้งเนื้อหนังบริเวณหน้าอกของเขาอย่างโหดเหี้ยม
ช่วย ด้วย
ชายชรายื่นมือที่อาบไปด้วยเลือดมาทางทุกคนอย่างน่าสงสาร แต่ชาวบ้านกลับไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย พากันถอยหนีกันอย่างสุดชีวิต
เจียงหนิงและตำรวจคนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์ก็รีบชักปืนออกมากระหน่ำยิงทันที
ภาพตรงหน้ามันช่างสยดสยองและโหดร้ายทารุณ แม้แต่ตำรวจเองก็ยังรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ถงเอ๋อร์ที่อายุน้อยที่สุดถึงกับทนดูไม่ได้แทบจะอาเจียนออกมา
ปัง
เสียงปืนดังสนั่น อานุภาพของปืนพกตำรวจ 92 ทำให้ร่างของเงาดำนั้นสะดุ้งเฮือก และนั่นก็เรียกความสนใจของมันได้สำเร็จ มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างกองไฟ
แสงไฟจากกองไฟสาดส่องให้เห็นใบหน้าของมันชัดเจน มันคือชายชราผมขาว ผิวหนังแห้งเหี่ยวสีดำคล้ำติดกระดูก เบ้าตาลึกโบ๋ไร้ซึ่งลูกตา ในปากที่เต็มไปด้วยเศษเนื้อสีแดงสดมีเขี้ยวสีดำแหลมคมโผล่ออกมา พร้อมกับพ่นหมอกควันสีดำออกมาเป็นระยะ
หลินเสี่ยวลู่เห็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวตรงหน้าก็หน้าซีดเผือด นี่น่ะเหรอผีดิบ
น่ากลัวชะมัด แต่เดี๋ยวก่อน ทางนี้มีกองไฟอยู่นะ ทำไมมันถึงไม่กลัวล่ะ หนังผีดิบมันไม่ได้บอกแบบนี้นี่หว่า
ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังสับสน เจียงหนิงเห็นว่าปืนนัดเดียวเอาไม่อยู่ จึงตัดสินใจลั่นไกปืนกระหน่ำยิงอีกครั้ง จางหย่งและตำรวจคนอื่นๆ ก็ระดมยิงตามทันที
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังหูดับตับไหม้ ร่างของผีดิบถูกกระสุนปืนเจาะจนถอยร่นไปหลายก้าว ชุดคลุมศพสีแดงคล้ำขาดวิ่นเป็นริ้วๆ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
กระสุนปืนทุกนัดที่พุ่งกระทบตัวมันเกิดประกายไฟกระเด็นกระดอน พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ราวกับยิงใส่แผ่นเหล็กกล้าอย่างไรอย่างนั้น
เจียงหนิงและลูกน้องระดมยิงกระสุนเข้าใส่ไม่ยั้ง แต่เมื่อเห็นว่าผีดิบตรงหน้าเพียงแค่ถูกกระสุนปืนสกัดกั้นไว้ชั่วคราวแต่ไม่ได้ตายลง ทุกคนก็เริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
พวกเขามาเพื่อสืบคดีคนหาย ไม่ได้พกกระสุนมาเยอะขนาดนั้น
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
ประกายไฟกระเด็นกระดอนไปทั่วบริเวณ และเมื่อตำรวจทุกคนยิงกระสุนจนหมดแม็กกาซีน เสียงปืนก็เงียบลง
จางหย่ง ตำรวจร่างกำยำที่สุดในทีมกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผีดิบ เขาตัดสินใจเด็ดขาด คว้าท่อนฟืนที่กำลังลุกไหม้อยู่ออกมาจากกองไฟ ก้าวออกไปยืนบังหน้าทุกคนไว้
เข้ามาเลย มาดวลกันตัวต่อตัว จางหย่งแผดเสียงคำรามลั่น
ส่วนผีดิบที่เพิ่งจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งก็พ่นหมอกควันสีดำออกมาจากปาก ส่งเสียงคำรามต่ำๆ อย่างน่าสะพรึงกลัว ดูเหมือนมันจะไม่ได้เกรงกลัวเปลวไฟตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
จางหย่งเองก็หวาดผวาอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวตัวนี้ แถมศพชายชราที่ถูกควักไส้ควักพุงยังนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าเขาอีก ทำเอาเขาขาสั่นพั่บๆ
แต่ในฐานะตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จางหย่งยังคงทำใจดีสู้เสือ ตะโกนท้าทายต่อไป เข้ามาเลย มาดวลกันตัวต่อตัว
สิ้นเสียงคำราม ขากรรไกรล่างของผีดิบก็ตกลงมาจนสุด ส่งเสียงร้องแหลมปรี๊ดเสียดแก้วหู มันกางแขนที่แข็งทื่อออกกว้าง แล้วพุ่งตัวเข้าใส่จางหย่งทันที
ไปตายซะไอ้เวรเอ๊ย จางหย่งร่างยักษ์ไม่รอช้า ฟาดท่อนฟืนที่ติดไฟใส่หัวผีดิบอย่างแรง
ประกายไฟแตกกระจาย ท่อนฟืนหักสะบั้น แต่ผีดิบกลับไม่สะทกสะท้าน มันยกมือที่ซีดขาวราวกับกิ่งไม้แห้งกรอบขึ้น นิ้วทั้งสิบที่มีเล็บสีดำแหลมคมโค้งงอพุ่งตรงเข้าเสียบอกของจางหย่ง
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาทุกคนขวัญผวา ถงเอ๋อร์ถึงกับยกมือขึ้นปิดตาด้วยความหวาดกลัว และในวินาทีที่ทุกคนกำลังกรีดร้อง และจางหย่งกำลังจะจบชีวิตลง ร่างผอมบางของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็พุ่งพรวดออกไป เหวี่ยงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้าที่ใบหน้าอันแสนอัปลักษณ์และดำคล้ำของผีดิบอย่างเต็มแรง
ผลัวะ