- หน้าแรก
- เกมออฟโธรนส์ จากลูกนอกสมรสสู่ชาวนา
- บทที่ 105 แผนเบี่ยงเบนความสนใจอันป่าเถื่อน
บทที่ 105 แผนเบี่ยงเบนความสนใจอันป่าเถื่อน
บทที่ 105 แผนเบี่ยงเบนความสนใจอันป่าเถื่อน
บทที่ 105 แผนเบี่ยงเบนความสนใจอันป่าเถื่อน
คืนนั้น ภายในหอสังเกตการณ์สูงสี่ชั้น
"จงนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ท่านป้าอาลิเรียของข้า" ภายในห้องพัก อาร์เธอร์ยื่นจดหมายที่เขียนเสร็จแล้วให้แก่จิมมี่พร้อมสั่งความ "ส่งจดหมายนี้ให้ถึงมืออาจารย์ออสเวลล์ แล้วให้เขาส่งต่อไปยังไลต์เฮาส์คีพ"
จิมมี่รับมาเก็บไว้อย่างระมัดระวัง "รับทราบขอรับ"
หลังจากที่จิมมี่จากไปได้ไม่นาน คนรับใช้ก็เคาะประตูแล้วยกอาหารค่ำเข้ามา
อาหารค่ำในคืนนี้ประกอบด้วยขนมปังเนื้อเบาที่พวกขุนนางแห่งดอร์นนิยมรับประทาน มะกอกม่วง แพะหันทั้งตัว และปลากะพงเคี่ยวซุปข้นสีขาวน้ำนมหนึ่งหม้อ
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถรับประทานทั้งหมดนี้ได้เพียงลำพัง
ในทุกๆ คืน อาร์เธอร์จะเชิญลอร์ดบาร์ดซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลการคุ้มกัน หัวหน้าเผ่าแกะหินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลแรงงาน และเควนตินหัวหน้าวิศวกร มาร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน เพื่อรับฟังรายงานของพวกเขาทั้งในเรื่องของเชลยชาวป่าเถื่อนรวมถึงการก่อสร้างสะพาน
นอกจากพวกเขาแล้ว ภายในห้องก็ยังมีพญาแร้งอยู่อีกตัวหนึ่งด้วย
อาร์เธอร์ถือขาแพะย่างที่คนรับใช้แบ่งส่วนไว้ให้ แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากรงของพญาแร้ง
เมื่อเห็นว่าเป็นเขา พญาแร้งก็หดปีกซุกตัวเข้าหาทางมุมกรง มีเพียงดวงตาดั่งเหยี่ยวของมันที่จับจ้องไปยังขาแพะในมือของเขาตาไม่กระพริบ
ที่โต๊ะอาหาร ลอร์ดบาร์ดใช้มือฉีกซี่โครงแพะออกมารับประทานสองสามชิ้น "อาร์เธอร์ เจ้าคิดว่าพญาแร้งตัวนี้จะยอมจำนนเมื่อไหร่กัน"
หัวหน้าเผ่าแกะหินนั่งอยู่ที่โต๊ะ จิบไวน์ซัมเมอร์เรดทีละนิด "อาร์เธอร์ ถึงข้าจะไม่เคยฝึกเหยี่ยว แต่ข้าเชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงแกะ เวลาเลี้ยงแกะเนี่ยนะ ถ้าเจอตัวที่ไม่เชื่อฟัง เจ้าต้องทุบตีมันอย่างหนัก โดยเฉพาะพวกที่บังอาจต่อต้าน ถ้ามันเหลือขอจริงๆ ก็แค่ฆ่ามันเอาเนื้อมากิน การฝึกเหยี่ยวก็คงคล้ายๆ กันนั่นแหละ เจ้าจะใจอ่อนเหมือนที่เป็นอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก"
อาร์เธอร์ส่ายหน้า "ข้าเป็นคนจิตใจดี มักจะทำใจโหดเหี้ยมไม่ลงอยู่เรื่อย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของหัวหน้าเผ่าแกะหินก็กระตุกโดยไม่รู้ตัว เกือบจะเสียกิริยาพ่นไวน์ซัมเมอร์เรดในปากออกมาเสียแล้ว
เขาเคยเห็นความโหดเหี้ยมของอาร์เธอร์ในสมรภูมิมากับตา ตนเองขี่ม้าถือดาบ บุกตะลุยเข้าออกในกลุ่มชาวป่าเถื่อนถึงเจ็ดรอบ
ตอนที่จัดการกับพวกเชลยชาวป่าเถื่อน เขาก็จงใจใช้ชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวของอาร์เธอร์มาสยบพวกชาวป่าเถื่อนคนอื่นๆ ที่กระด้างกระเดื่อง
พวกชาวป่าเถื่อนนั้นกำราบได้ยาก แต่พวกเขาก็เทิดทูนความแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
และก็ต้องขอบคุณการมีอยู่ของอาร์เธอร์ที่นี่ ที่ทำให้พวกชาวป่าเถื่อนยอมเชื่อฟังถึงเพียงนี้
อาร์เธอร์กัดขาแพะย่างคำหนึ่งแล้วโยนเข้าไปในกรง จากนั้นจึงเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร
พญาแร้งในกรงหดปีกเข้าหากันและไม่ได้กินในทันที มันรอจนกระทั่งอาร์เธอร์เดินห่างออกไปจากกรงและไม่ได้หันมามอง มันจึงเริ่มแทะและจิกกินขาแพะชิ้นนั้น
ที่โต๊ะอาหาร เควนตินเริ่มรายงานเรื่องการสร้างสะพานเป็นคนแรก
"อาร์เธอร์ หลังจากตอกเสาเข็มทำทำนบกั้นน้ำเสร็จ พื้นที่ก่อสร้างก็มีอยู่แค่นั้น บอกตามตรงเลยว่าข้าไม่ได้ต้องการคนงานมากมายขนาดนั้นหรอก"
"สถานการณ์ตอนนี้คือคนส่วนใหญ่ตกค้างอยู่บนฝั่ง ข้าเลยสั่งให้พวกเขาแปรรูปหินและไม้ที่จะใช้ปูพื้นสะพานในขั้นตอนต่อไป ให้กลายเป็นอิฐหินและหมอนรองไม้ตามขนาดที่กำหนดไว้แทน"
อาร์เธอร์ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้กล่าววาจาใด ทำเพียงรับประทานขนมปังเนื้อเบาจุ่มซุปปลากะพงต่อไป
เขาสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่มีคนงานมากเกินไปตามที่เควนตินกล่าวได้อย่างชัดเจนจากบนหอสังเกตการณ์
ก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะให้เชลยชาวป่าเถื่อนเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้างที่หุบเขาไวโอเล็ตแคนยอน
ทว่าหุบเขาไวโอเล็ตแคนยอนนั้นอยู่ใกล้กับภูเขาเรดเมาน์เทนมากเกินไป อีกทั้งหุบเขาไวโอเล็ตแคนยอนยังเป็นพื้นที่รกร้างที่ไม่มีค่ายพักสำหรับอยู่อาศัยและควบคุมดูแล
อาร์เธอร์กังวลว่าเชลยชาวป่าเถื่อนจะก่อจลาจลและหลบหนี จึงให้พวกชาวป่าเถื่อนฝึกซ้อมอยู่แต่ทางฝั่งตะวันออกมาโดยตลอด ไม่อนุญาตให้พวกเขาข้ามแม่น้ำไป
"ท่านหัวหน้าเผ่า การฝึกเชลยชาวป่าเถื่อนเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง" อาร์เธอร์กลืนขนมปังลงคอแล้วหันไปมองหัวหน้าเผ่าแกะหิน "เรื่องการจำแนกประเภทเชลยชาวป่าเถื่อนตามผลงาน ทัศนคติต่อการไถ่โทษ และความผิดที่ข้าสั่งให้ท่านทำล่ะ ไปถึงไหนแล้ว"
หัวหน้าเผ่าแกะหินตอบว่า "พวกเราทำเสร็จแล้ว ตามข้อกำหนดของเจ้าเลยอาร์เธอร์ ข้าได้คัดเลือกคนออกมาได้ร้อยกว่าคน"
"พวกเขาไม่เคยคิดจะหลบหนี เชื่อฟังการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี และความผิดที่ทำไว้ก็ค่อนข้างเบาบาง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาร์เธอร์ก็หันไปมองลอร์ดบาร์ดที่อยู่ข้างๆ
ลอร์ดบาร์ดวางซี่โครงแพะในมือลงแล้วเช็ดมือที่เปื้อนคราบมัน "เป็นไปตามที่สโตนดรัมพูดจริงๆ เขาแยกพวกชาวป่าเถื่อนที่ประพฤติตัวดีออกจากคนอื่นๆ และให้อาหารที่ดีกว่าชาวป่าเถื่อนพวกนั้น"
"ท่านหัวหน้าเผ่า ทำได้ดีมาก" อาร์เธอร์ลุกขึ้นยืนแล้วรินไวน์ซัมเมอร์เรดลงในจอกของสโตนดรัมผู้เป็นหัวหน้าเผ่าแกะหินด้วยตัวเอง
"การก่อสร้างในดินแดนของข้ากำลังขาดแคลนคนอย่างยิ่ง หากผลการฝึกฝนพวกพี่น้องชาวป่าเถื่อนของท่านทำให้ข้าพึงพอใจ ข้าจะไม่ปฏิบัติอย่างอยุติธรรมต่อท่านและเผ่าของท่านอย่างแน่นอน"
"นอกจากค่าจ้างรายวันที่จะจ่ายให้ท่านและคนในเผ่าแล้ว ข้ายังจะให้รางวัลแก่ท่านและคนในเผ่าเป็นเงินกวางเงินพิเศษ โดยคำนวณจากจำนวนพี่น้องชาวป่าเถื่อนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี"
สโตนดรัมประคองจอกไวน์ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง "เงินกวาง... กวางเงินพิเศษรึ"
อาร์เธอร์กล่าวว่า "ใช่ สำหรับพี่น้องชาวป่าเถื่อนร้อยกว่าคนนี้ หากพวกเขาเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆ คือเชื่อฟังและไม่หลบหนี ข้าจะจ่ายให้ท่านสิบมังกรทอง"
"หากชาวป่าเถื่อนที่เหลืออีกหนึ่งพันสี่ร้อยคนสามารถทำได้ตามที่ท่านพูด ข้าจะจ่ายสิบมังกรทองต่อทุกๆ ร้อยคน รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งร้อยห้าสิบมังกรทอง"
สโตนดรัมถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง "มังกรทองที่เจ้าพูดถึง คือมังกรทองที่หนึ่งมังกรทองสามารถแลกเป็นกวางเงินได้ห้าสิบเหรียญใช่ไหม"
หลังจากได้รับคำตอบรับที่แน่นอน สโตนดรัมก็รู้สึกราวกับมีแกะหนึ่งร้อยห้าสิบตัวกำลังวิ่งผ่านไปมาอยู่ตรงหน้า
เนื่องจากคนในเผ่าของเขาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ พวกเขาจึงเข้าใจราคาของแกะเป็นอย่างดี
ราคาของแกะที่โตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งมังกรทอง และถ้าพวกเขาที่เป็นชาวป่าเถื่อนไปค้าขายกับชาวดอร์น ก็จะต้องขายในราคาลดกระหน่ำ โดยทั่วไปจะขายได้ประมาณสามสิบห้ากวางเงิน และบางครั้งหากถูกกดราคาอย่างหนักก็จะเหลือเพียงยี่สิบห้ากวางเงินเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนี้ หัวหน้าเผ่าแกะหินก็ตบหน้าขาของตัวเองฉาดใหญ่ จะไปมัวเลี้ยงแกะอยู่ทำไมอีกเล่า การติดตามอาร์เธอร์และทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตที่ดี ย่อมดีกว่าสิ่งใดทั้งหมด
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวหน้าเผ่าแกะหินจึงรีบเอ่ยถามทันที "อาร์เธอร์ คนในเผ่าของข้ายังคงมีพรรคพวกอยู่ที่ภูเขาเรดเมาน์เทน ข้าสามารถเรียกพวกเขามาช่วยงานด้วยได้ไหม"
อาร์เธอร์กะพริบตาให้เขา "ทำไมจะไม่ได้เล่า หุบเขาไวโอเล็ตแคนยอนขาดแคลนคนอย่างมาก และข้าจะจ่ายค่าจ้างให้พวกเขาทุกคน"
"เมื่อสะพานนี้สร้างใกล้เสร็จ และฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกเชื่อมต่อกันแล้ว นอกเหนือจากคนในเผ่าของท่านเอง หากท่านสามารถเรียกเผ่าอื่นๆ จากบนภูเขาให้ลงมาทำงานให้ข้าได้ ข้าก็จะให้รางวัลแก่ท่านตามจำนวนคนที่ท่านเรียกลงมาเช่นกัน"
"ชาวป่าเถื่อนที่สมัครใจลงมาเหล่านี้ แตกต่างจากชาวป่าเถื่อนในปัจจุบันที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงตัวด้วยแรงงานจากความผิดร้ายแรงของพวกเขา"
"ข้าจะจ่ายค่าจ้างตามเนื้องาน โดยตัดสินกันเป็นรายวัน เนื้อหาของงานจะถูกกำหนดโดยความต้องการของตลาด สามารถเลือกได้อย่างอิสระ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญใดๆ ทั้งสิ้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าเผ่าแกะหินก็ไม่สนใจเรื่องกินอีกต่อไป "อาร์เธอร์ ข้าจะไปจัดการเรื่องคนในเผ่าของข้าเดี๋ยวนี้ เพื่อให้เดินทางไปยังเผ่าต่างๆ ในภูเขาเรดเมาน์เทนและเรียกพวกลงมา"
พูดจบ สโตนดรัมก็เดินออกไปด้วยความตื่นเต้น
ลอร์ดบาร์ดซึ่งกำลังแทะซี่โครงแพะอยู่ได้ลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า "พวกเราควรส่งคนตามคนของเขาเข้าไปในภูเขาเรดเมาน์เทนด้วยไหม"
อาร์เธอร์ส่ายหน้า "คนของเผ่าแกะหินเหล่านี้ ต่อให้เจ้าบอกให้พวกเขาวิ่งหนีไปในตอนนี้ พวกเขาก็ไม่วิ่งหนีหรอก ฝั่งหนึ่งได้เงินดี งานน้อย แถมมีหน้ามีตา ส่วนอีกฝั่งเป็นพื้นที่ห่างไกลแสนยากจนคอยต้อนแพะ เป็นเจ้าเจ้าจะเลือกฝั่งไหนล่ะ"
"ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าแกะหินของพวกเขายังได้ล่วงเกินเผ่าชาวป่าเถื่อนอื่นๆ ในภูเขาเรดเมาน์เทนไปแล้ว หากชาวป่าเถื่อนที่นี่ก่อจลาจลและหลบหนี ตัวเขาและเผ่าแกะหินนั่นแหละที่จะเป็นกังวลใจมากที่สุด"
ลอร์ดบาร์ดมองอาร์เธอร์ด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมแล้วทอดถอนใจ "อาร์เธอร์ เจ้ามีวิธีจัดการได้ยอดเยี่ยมจริงๆ"
อาร์เธอร์กล่าวว่า "ท่านลอร์ด พรุ่งนี้ท่านช่วยจัดผู้คุ้มกันห้าคนและทหารเกณฑ์ห้าคน นำชาวป่าเถื่อนร้อยกว่าคนนี้ไปยังหุบเขาไวโอเล็ตแคนยอน แล้วให้ทำตามการจัดการของพีท"
ลอร์ดบาร์ดเอาขนมปังยัดใส่ปากและใช้กระดูกแพะเคาะโต๊ะ เป็นสัญญาณว่าเขาเข้าใจแล้ว
เควนตินซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดหลังจากรายงานเสร็จได้เอ่ยถามขึ้นว่า "แล้วพวกชาวป่าเถื่อนที่เหลืออยู่ว่างๆ ล่ะ"
อาร์เธอร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ให้สโตนดรัมพาพวกเขาไปซ่อมแซมถนนจากสตาร์ฟอลไปยังไฮการ์เดน แล้วค่อยๆ คัดเลือกพวกเขาอย่างช้าๆ ยอมขาดดีกว่ายอมเกิน"
"หหอสังเกตการณ์แห่งนี้ก็สามารถขยายเพิ่มเติมได้เช่นกัน ในภายหลังด่านเก็บค่าผ่านทางสะพานก็สามารถใช้เป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อการป้องกันได้ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดี"