- หน้าแรก
- จากเศษขยะ สู่มหาเทพผู้กลืนกินฟ้าดิน
- บทที่ 5 - ข้าไม่ขาย
บทที่ 5 - ข้าไม่ขาย
บทที่ 5 - ข้าไม่ขาย
บทที่ 5 - ข้าไม่ขาย
"พี่เทียนจงเจริญ! พี่เทียนจงเจริญ!" กลุ่มลูกหลานที่สนิทกับสายของหลินจิ่วหมิงพากันตะโกนลั่น
ลั่วเสี่ยวซีก็วิ่งเข้ามา จ้องมองหลินเทียนด้วยสายตาราวกับเห็นสัตว์ประหลาด เดินวนรอบตัวเขาไปสองรอบ "พี่เทียน ท่านไปเก่งกาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ข้าติดตามท่านอยู่ทุกวัน ไม่เห็นว่าท่านจะไปเจอของวิเศษอะไรเลยนี่นา?"
หลินเทียนลูบคางเบาๆ "ก็แค่ฟลุกเท่านั้นแหละ ชนะมาได้แบบฉิวเฉียดน่ะ!"
พ่อบ้านหลินเฮ่าก็มองหลินเทียนด้วยความสงสัย อัจฉริยะของตระกูลหลินกลับมาแล้วหรือ?
"พ่อบ้าน ตอนนี้ข้าเบิกหินปราณล่วงหน้าได้หรือยัง?" หลินเทียนถูกมองจนรู้สึกเขิน จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องพูด
"แน่นอน นี่คือหินปราณระดับต่ำหนึ่งพันก้อน ค่าใช้จ่ายสำหรับทรัพยากรของเจ้าในปีหน้า เจ้าหนูสาม เจ้าต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดหน่อยนะ เว้นแต่เจ้าจะสร้างผลงานพิเศษ มิฉะนั้นชีวิตในปีหน้าของเจ้าคงจะลำบากน่าดู" พ่อบ้านส่งถุงเฉียนคุนที่บรรจุหินปราณระดับต่ำหนึ่งพันก้อนให้หลินเทียน และไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"ขอบคุณพ่อบ้าน! ข้ารู้ตัวดี!" หลินเทียนรู้สึกซาบซึ้งใจ
"ถือโอกาสที่วันนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ข้ามีเรื่องหนึ่งจะประกาศ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลั่วเสี่ยวซีคือน้องสาวแท้ๆ ของข้า พวกเจ้าจะรังแกข้าก็ได้ แต่ถ้าใครกล้ามาตอแยกับนางก็เท่ากับมีปัญหากับหลินเทียนคนนี้ อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมไร้ปรานี ไม่เห็นแก่สายเลือดความเป็นญาติก็แล้วกัน!" หลินเทียนกวาดสายตามองทุกคน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง!
เสี่ยวซีได้ยินแล้วก็น้ำตารื้น นางมีพี่ชายจริงๆ แล้ว
"พี่ ขอบคุณเจ้าค่ะ!......"
หลังจากที่หลินเทียนพาสะี่ยวซีจากไป ผู้นำตระกูลหลินจิ่วหมิงก็ได้รับรายงานเรื่องนี้
เทียนเอ๋อร์กำลังจะเปลี่ยนไปจริงๆ ไม่รู้ว่าสำหรับตระกูลหลินแล้วจะเป็นผลดีหรือผลเสีย บางทีนี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตระกูลหลินหลุดพ้นจากสถานการณ์อันยากลำบากก็เป็นได้ ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน
หลินเทียนไม่รู้ถึงความคิดของหลินจิ่วหมิง เขากำลังพาซัวเสี่ยวซีเดินเล่นอยู่ในเมือง
ตอนนี้หลินเทียนต้องการซื้อสมุนไพรหรืออุปกรณ์วิเศษบางอย่างเพื่อช่วยในการซ่อมแซมตันเถียน ไม่นานหลินเทียนและลั่วเสี่ยวซีก็มาถึงหอหลิงเป่า
หอหลิงเป่ามีทั้งหมดเจ็ดชั้น ชั้นแรกคือสมุนไพรวิเศษ ชั้นสองคือวัตถุดิบต่างๆ ชั้นสามคือยาเม็ดวิเศษ ชั้นสี่คือเคล็ดวิชาต่างๆ ชั้นห้าคืออุปกรณ์วิเศษ ชั้นหกคือของล้ำค่าที่ยังไม่ถูกประเมิน และชั้นเจ็ดคือที่พักอาศัยของระดับสูงของหอหลิงเป่า เรียกได้ว่าภายในหอหลิงเป่าแห่งนี้มีสินค้าทุกประเภทครบครัน และได้ยินมาว่าผู้ที่สามารถขึ้นไปยังชั้นเจ็ดได้ ล้วนเป็นบุคคลผู้มีหน้ามีตาในเมืองฉินทั้งสิ้น
หอหลิงเป่าเป็นขั้วอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือขั้วอำนาจอื่นใดในเมืองฉิน ที่นี่มียอดฝีมือระดับจินตันคอยคุ้มกัน ในเมืองฉินยอดฝีมือระดับจินตันมีจำนวนน้อยจนสามารถนับนิ้วได้
ยิ่งไปกว่านั้น หอหลิงเป่าในเมืองฉินเป็นเพียงแค่สาขาย่อยเท่านั้น พลังอำนาจของมันย่อมไม่ธรรมดา การที่สามารถเปิดร้านค้าขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก มีหรือที่จะไม่มีเบื้องหลังอันแข็งแกร่ง!
หลินเทียนมองดูฝูงชนที่ขวักไขว่ เขาลองสัมผัสอย่างละเอียด ภายในหอหลิงเป่าแห่งนี้มียอดฝีมือระดับจินตันคอยคุ้มกันอยู่ถึงสองคน ช่างทุ่มทุนสร้างจริงๆ
พลังปราณภายในหอหลิงเป่านี้หนาแน่นกว่าข้างนอกมาก ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นเมื่อได้หายใจ
ไม่นาน หลินเทียนก็ใช้หินปราณระดับต่ำไปสองร้อยก้อนเพื่อซื้อสมุนไพรระดับต่ำมาได้สองสามชนิด ขาดเพียงสมุนไพรที่เรียกว่าหญ้ากู้หยวนอีกเพียงชนิดเดียวเท่านั้น
พนักงานต้อนรับหญิงรูปร่างหน้าตาดีผู้หนึ่งอยู่ตรงหน้า ระดับพลังยุทธ์ของนางคือขั้นกลั่นลมปราณระดับเก้า นางกำลังอธิบายเรื่องต่างๆ ให้กับลูกค้าฟัง
"ขั้นกลั่นลมปราณระดับเก้ายังเป็นได้แค่พนักงานต้อนรับที่นี่ หอหลิงเป่าช่างร่ำรวยและมีอำนาจจริงๆ!" ลั่วเสี่ยวซีบ่นกับหลินเทียน
"เสี่ยวซี เจ้าไม่ต้องอิจฉาไปหรอก อีกไม่นานเจ้าก็จะเก่งกาจกว่านางเสียอีก" หลินเทียนยิ้มและพูดปลอบใจ
หลินเทียนเดินเข้าไปถามพนักงานต้อนรับหญิงคนสวยว่ายังมีหญ้ากู้หยวนเหลืออยู่อีกหรือไม่
พนักงานหญิงยิ้มหวาน "คุณชายโชคดีมากเจ้าค่ะ เชิญทางนี้เลย พวกเรามีหญ้ากู้หยวนเหลืออยู่หนึ่งต้นพอดี เพิ่งมาส่งวันนี้เลย ราคาเพียงหินปราณระดับต่ำห้าร้อยก้อนเท่านั้น"
หลินเทียนสะบัดมือเบาๆ หินปราณระดับต่ำห้าร้อยก้อนก็ร่วงหล่นลงบนเคาน์เตอร์ "ข้าเอาสมุนไพรต้นนี้"
พนักงานหญิงเก็บหินปราณไป และส่งหญ้ากู้หยวนให้กับหลินเทียน "คุณชายโปรดรับไว้เจ้าค่ะ ซื้อขายเสร็จสิ้น หากคุณชายต้องการอะไรเพิ่มเติมโปรดสั่งมาได้เลย"
หลินเทียนมองดูสมุนไพรวิเศษที่แผ่คลื่นพลังปราณออกมาเป็นระลอกด้วยอารมณ์ดียิ่งนัก แม้ราคาจะสูงลิ่ว แต่ในที่สุดเขาก็รวบรวมสมุนไพรที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมตันเถียนได้ครบแล้ว เขายื่นมือออกไปกวักเรียก สมุนไพรวิเศษก็ลอยเข้าไปในมิติโกลาหล
"ช้าก่อน ข้าเอาหญ้ากู้หยวนต้นนี้ ข้าให้หินปราณระดับต่ำหนึ่งพันก้อน!"
ผู้คนต่างมองไปตามเสียง ผู้มาเยือนคือสวีจื่อฝาง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลสวี อายุเพียงยี่สิบปี แต่อายุยังน้อยก็ทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นได้แล้ว
"ขออภัยด้วยเจ้าค่ะคุณชายสวี สมุนไพรวิเศษขายให้คุณชายท่านนี้ไปแล้ว หากคุณชายสวีต้องการ พวกเราสามารถจัดหาให้ท่านผ่านช่องทางพิเศษได้ ของจะมาถึงในอีกสามวัน แต่ขอความกรุณาอย่าก่อเรื่องในหอหลิงเป่า" พนักงานหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใส คำพูดของนางแฝงความเด็ดขาด การทำงานในหอหลิงเป่าย่อมมีความเย่อหยิ่งในตัวเอง
"ข้าย่อมรู้กฎของหอหลิงเป่าดี ข้าเพียงแค่ต้องการหญ้ากู้หยวนอย่างเร่งด่วนจนเสียกิริยาไป ข้าเพียงแค่อยากขอซื้อหญ้ากู้หยวนต่อจากคุณชายหลินเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะก่อเรื่องแม้แต่น้อย" สวีจื่อฝางรีบอธิบาย หากทำให้หอหลิงเป่าโกรธ เขาคงหมดอนาคตในเมืองฉินแน่
"คุณชายหลิน ท่านจะยอมตัดใจขายหญ้ากู้หยวนให้ข้าได้หรือไม่? ถือว่าข้าสวีจื่อฝางติดค้างน้ำใจท่านครั้งหนึ่ง" สวีจื่อฝางทำตัวนอบน้อมมาก ในความคิดของสวีจื่อฝาง หลินเทียนไม่มีทางปฏิเสธเขาหรอก
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คิดเช่นเดียวกัน การได้สวีจื่อฝางติดค้างน้ำใจ แถมยังได้กำไรหินปราณระดับต่ำถึงห้าร้อยก้อน มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ทำเล่า
ทว่าหลินเทียนเองก็กำลังต้องการหญ้ากู้หยวนอย่างเร่งด่วนเช่นกัน อีกทั้งเขายังไม่ได้สนใจน้ำใจของสวีจื่อฝางเลย "ข้าไม่ขาย! ข้าเองก็มีความจำเป็นต้องใช้เร่งด่วนเหมือนกัน"
ทุกคนต่างตะลึงงัน นี่มันตั้งใจจะหักหน้าสวีจื่อฝางชัดๆ!
"หลินเทียน เก่งกล้านักนะ วันนี้ข้าจะจำเอาไว้ วันหน้าอย่ามาตกอยู่ในกำมือข้าก็แล้วกัน สวีฝู พวกเราไป!" สวีจื่อฝางเรียกผู้ติดตามตัวน้อยแล้วเดินออกจากหอหลิงเป่าไป
"ไอ้เศษขยะ กล้าดีนักที่ไม่ไว้หน้าคุณชายของพวกเรา คอยดูเถอะ!" สวีฝูเดินจากไปแล้วยังไม่ลืมหันกลับมาเยาะเย้ย
"พี่เทียน สวีจื่อฝางกับพวกพ้องคงไม่ตามมาแก้แค้นใช่ไหม?" เสี่ยวซีรู้สึกกังวลเล็กน้อย
"วางใจเถอะ ขยะอย่างสวีจื่อฝางข้าไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก ทางที่ดีมันอย่ามาตอแยกับข้าก็แล้วกัน"
......
หลินเทียนพาเสี่ยวซีเดินขึ้นไปยังชั้นบนของหอหลิงเป่าต่อ ชั้นสองคือแหล่งรวมวัตถุดิบต่างๆ มีทั้งวัตถุดิบสำหรับหลอมอาวุธ ค่ายกล และยันต์เวท
เดิมทีหลินเทียนอยากจะเดินดู แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีหินปราณเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ ความสนใจก็หดหายไปทันที เขาเพียงแค่ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์กวาดมองผ่านๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นสาม
บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสาม หลินเทียนและลั่วเสี่ยวซีถูกพนักงานต้อนรับหญิงขวางทางเอาไว้ "สวัสดีเจ้าค่ะคุณชาย ลูกค้าที่จะขึ้นไปยังชั้นสามขึ้นไปได้ จะต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สิน ต้องมีหินปราณระดับต่ำอย่างน้อยหนึ่งพันก้อนถึงจะขึ้นไปได้เจ้าค่ะ"
เดิมทีหลินเทียนเพียงแค่อยากพาลั่วเสี่ยวซีมาเปิดหูเปิดตาเท่านั้น ในเมื่อขึ้นไปไม่ได้ก็ทำได้เพียงลงบันไดกลับไป
ประจวบเหมาะกับที่ผู้อาวุโสของหอหลิงเป่าที่กำลังเดินตรวจตราเดินเข้ามาสอบถามสถานการณ์พอดี
"พี่เทียน ผู้อาวุโสของหอหลิงเป่าล้วนเป็นยอดฝีมือที่ลึกล้ำไม่อาจหยั่งรู้ได้แบบนี้ทุกคนเลยหรือ?" ลั่วเสี่ยวซีเอ่ยถามด้วยความอิจฉา
"เสี่ยวซี เจ้าต้องรู้นะ ว่าพวกเขาก็แค่อายุมากหน่อยเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าอิจฉาหรอก หลายคนในพวกนี้หมดอนาคตในการฝึกฝนแล้วถึงได้มาอยู่ที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้ ต่อไปเจ้าแค่พยายามสักหน่อยก็เก่งกาจกว่าพวกเขาแล้ว" หลินเทียนและลั่วเสี่ยวซีคุยกันเบาๆ ขณะเดินลงไปชั้นล่าง
(จบแล้ว)