- หน้าแรก
- ยอดเซียนสองวิถี สยบมารด้วยมือเปล่า
- บทที่ 59 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
บทที่ 59 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
บทที่ 59 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
บทที่ 59 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
เพิ่งจะแย่งชิงบัวหทัยเหมันต์มาจากปากอสูรงูเกล็ดน้ำแข็ง, นกอินทรีอสูร, หมาป่าอสูร และพวกสัตว์อสูรอื่นๆ มาได้หมาดๆ เป็นช่วงเวลาที่พวกอู๋จื้อกังทั้งสี่คนกำลังชะล่าใจและลดการระวังตัวลงต่ำที่สุด การตอบสนองของพวกเขาจึงช้าไปหนึ่งจังหวะ
เมื่อเห็นยันต์สองแผ่นพุ่งเป้ามาที่พวกตน อู๋จื้อกังทั้งสี่คนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กว่าจะหน้าถอดสีและตั้งสติได้ ก็สายไปเสียแล้ว
"วูบ!"
ยันต์เหมันต์ระดับต่ำขั้นสองระเบิดออก ไอเย็นเยือกแข็งที่ทำเอาอู๋จื้อกังทั้งสี่คนถึงกับหนังหัวพองสยองเกล้าก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เพียงชั่วพริบตา
อู๋จื้อกังที่อยู่หน้าสุดยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปในพริบตา
ชายร่างกำยำล่ำสันที่อยู่ด้านหลังหน้าถอดสี "ยันต์เหมันต์ระดับต่ำขั้นสอง!"
วินาทีต่อมา ไอเย็นยะเยือกก็พัดผ่าน ร่างของชายกำยำก็ถูกแช่แข็งเช่นกัน ไอเย็นที่น่าสะพรึงกลัวแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายและจิตวิญญาณ ทำให้ร่างกายของเขาเย็นเฉียบจนขยับเขยื้อนไม่ได้ จิตวิญญาณราวกับถูกแช่แข็งไปด้วย
ส่วนสองสามีภรรยาที่อยู่รั้งท้าย ด้วยความที่มีระยะห่างอยู่บ้าง ทำให้พอตั้งสติได้ทันและร่ายวิชาอาคมออกมาสกัดกั้น
ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองก็สาดกำยันต์ระดับสูงขั้นหนึ่งที่เหลืออยู่ออกมาจนหมดแม็ก
ยันต์โจมตีสองแผ่นพุ่งเข้าปะทะกับไอเย็นยะเยือกที่กำลังถาโถมเข้ามา ยันต์ท่องเทวะช่วยเพิ่มความเร็วให้ทั้งสองถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ส่วนยันต์ป้องกันก็สร้างม่านพลังคุ้มกันร่างกายไว้
ต่อให้ไอเย็นยะเยือกจะพัดผ่านเข้ามา พลังของมันก็ถูกทั้งสองทำลายไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือทำได้เพียงทำให้ร่างกายของพวกเขาเย็นเฉียบ การเคลื่อนไหวติดขัดเล็กน้อย แต่ก็ยังพอขยับตัวได้
ดีกว่าอู๋จื้อกังและชายกำยำล่ำสันมากนัก แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะถอยไปได้ไกล
"ตู้ม!"
ยันต์มังกรเพลิงระดับต่ำขั้นสองก็แผดเผา มังกรเพลิงตัวมหึมาคำรามก้องพุ่งทะยานออกมา พลังแห่งเปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดและทรงพลัง ก็เข้าปะทะกับร่างของพวกอู๋จื้อกังทั้งสี่คนในพริบตา
"ปัง!!!"
ต้นไม้ในป่าทึบหักโค่นล้มระเนระนาดราวกับพายุเข้า ก้อนหินยักษ์แตกกระจาย แผ่นดินแตกร้าวเป็นรอยแยกราวกับใยแมงมุมแผ่ขยายไปทั่วทิศทาง
ร่างของอู๋จื้อกังถูกมังกรเพลิงกลืนกินและหลอมละลายจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
ส่วนชายกำยำล่ำสันนั้นโชคดีกว่าหน่อย น่าจะเพราะฝึกฝนวิชากายามาบ้าง ร่างกายจึงไม่ได้แหลกเหลวเป็นชิ้นๆ มีเพียงผิวหนังที่แตกร้าว กระดูกและอวัยวะภายในแหลกสลาย ศพกลายเป็นก้อนถ่านสีดำเมี่ยม ถูกมังกรเพลิงซัดกระเด็นไปไกลกว่าหนึ่งลี้ กระแทกพื้นอย่างแรง
"อ๊ากกก!"
"พรวด!"
สองสามีภรรยาถูกพลังอันเกรี้ยวกราดของยันต์มังกรเพลิงระดับต่ำขั้นสองซัดกระเด็น ลอยละลิ่วไปกลางอากาศอย่างน่าเวทนา
เลือดสาดกระจายเต็มตัว กระอักเลือดออกมาคำโต ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ภายในใจของทั้งสองเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ตื่นตระหนก ไม่ยินยอม และเคียดแค้น
ใคร!?
ใครหน้าไหนมันกล้ามาดักซุ่มโจมตีพวกข้า!?
"รีบหนีเร็ว!"
ผู้เป็นสามีตวาดลั่น อาศัยแรงกระแทกที่ซัดร่างกระเด็น กัดฟันข่มความเจ็บปวด หวังจะใช้โอกาสนี้หลบหนีไป
ทว่าวินาทีต่อมา เงาดำทะมึนก็พุ่งเข้าปกคลุมร่างของทั้งสองคน
ดวงตาของสองสามีภรรยาเบิกกว้าง จ้องมองวานรยักษ์สูงเกือบสองจ้าง ขนสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงลุกโชนไปทั่วร่าง
สองสามีภรรยาร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก "วานรเพลิงปฐพี สัตว์อสูรระดับสอง!?"
"โฮก!"
วานรเพลิงปฐพีฟาดกระบองหนามของวิเศษระดับกลางในมือด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เพียงครั้งเดียวก็ทุบหัวสามีผู้มีระดับบำเพ็ญเพียรขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เก้าจนแหลกเละเป็นโจ๊ก
หัวที่เหมือนแตงโมแตกกระจาย ตามด้วยร่างกายที่แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
"ตู้ม!!!"
กระบองหนามกระแทกพื้น ดินโคลนปะปนกับเศษเนื้อและเศษกระดูกสาดกระเซ็น แผ่นดินสั่นสะเทือน เกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
ผู้เป็นภรรยาหน้าซีดเผือด สมองขาวโพลน ทรุดฮวบลงกับพื้น จ้องมองวานรเพลิงปฐพีด้วยความหวาดผวา
วินาทีต่อมา
วานรเพลิงปฐพีก็กวาดกระบองหนามในแนวนอน ฟาดเข้าใส่ร่างของหญิงสาว ชุดกระโปรงของวิเศษแตกกระจายในพริบตา พร้อมกับเศษเนื้อที่สาดกระเซ็น ร่างของหญิงสาวขาดครึ่งท่อนตั้งแต่เอว แหลกสลายไม่มีชิ้นดี
หญิงสาว: "..."
ด้านหลัง
หมาป่าอสูรและอสูรงูเกล็ดน้ำแข็งที่เพิ่งจะตามออกมาถึงกับเบรกตัวโก่ง ดวงตาเบิกกว้าง
เมื่อเห็นวานรเพลิงปฐพี สัตว์อสูรระดับสองขั้นต้นโผล่มาดื้อๆ สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายชั้นยอดทั้งสองตัวก็สั่นเป็นเจ้าเข้า ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจ
"อ๊าววว!"
หมาป่าอสูรหางจุกตูด ครางหงิงๆ ด้วยความหวาดกลัว หันหลังวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
อสูรงูเกล็ดน้ำแข็งไวกว่านั้นอีก ทิ้งสระน้ำเย็นเยียบรังเก่าของตัวเอง เผ่นแน่บไปอีกทาง
วานรเพลิงปฐพีจ้องมองสัตว์อสูรตัวจ้อยทั้งสองตัวพลางแสยะยิ้ม แขนข้างหนึ่งทุบอก แหงนหน้าคำรามลั่น "โฮก!!!"
วินาทีต่อมา มันก็ขว้างกระบองหนามในมือออกไป
หมาป่าอสูรที่เพิ่งจะหันหลังเตรียมวิ่งหนี ก็โดนกระบองหนามทุบร่างแหลกไปครึ่งซีกในพริบตา 'ปัง!'
ตายสนิทแบบไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยซ้ำ
ส่วนอสูรงูเกล็ดน้ำแข็งที่หนีไปอีกทาง วานรเพลิงปฐพีเพียงแค่ปรายตามอง ไม่ได้ขยับเขยื้อน
ฟิ้ว!
กลุ่มก้อนเมฆดำทะมึนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับประกายแสงเย็นเยียบที่สว่างวาบ
"ฉึก!"
หัวอันใหญ่โตของอสูรงูเกล็ดน้ำแข็งหลุดกระเด็นออกจากบ่าในพริบตา เหยี่ยวเกล็ดดำใช้กรงเล็บข้างหนึ่งคว้าหัวงู อีกข้างคว้าร่างของอสูรงูเกล็ดน้ำแข็ง กระพือปีกบินมาเกาะอยู่ข้างๆ ร่างจำแลงหุ่นเชิด
และห่างจากร่างจำแลงหุ่นเชิดออกไปไม่ไกล ซากศพไร้หัวของนกอินทรีอสูรตัวนั้น ก็นอนกองอยู่ตรงนั้น ถูกเหยี่ยวเกล็ดดำปลิดชีพไปก่อนหน้านี้แล้ว
เป็นอันว่า
ไม่เพียงแต่พวกของอู๋จื้อกังทั้งสี่คนจะสิ้นชื่อ แต่สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายทั้งสามตัวที่จ้องจะงาบบัวหทัยเหมันต์ ก็ไม่รอดเช่นกัน
ร่างจำแลงหุ่นเชิดในร่างเสือดาวทมิฬของซูอวี๋พุ่งทะยานออกไป มองดูสนามรบที่จบลงแล้ว เขาใช้พลังปราณล้างของเหลวสับสนวิญญาณที่กรงเล็บทั้งสี่ออกไปจนหมด เพราะไม่ได้ใช้แล้ว
จากนั้นเขาก็รีบเก็บกวาดสนามรบ ถุงเฉียนคุนของอู๋จื้อกังมีรอยขาดเล็กน้อย แต่พื้นที่เก็บของข้างในยังใช้ได้อยู่
กล่องหยกที่ใส่บัวหทัยเหมันต์ก็ยังอยู่ดี
ซูอวี๋มองซ้ายมองขวา หาเถ้ากระดูกของอู๋จื้อกังไม่เจอเลยสักนิด ก็อดส่ายหน้าพึมพำไม่ได้ "ผู้เชี่ยวชาญวิชาวาดยันต์ระดับสูงขั้นหนึ่งงั้นรึ?"
"ข้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาวาดยันต์ระดับต่ำขั้นสองยังไม่ได้พูดอะไรเลย"
ซูอวี๋เก็บกวาดถุงเฉียนคุนและของวิเศษของชายร่างยักษ์ และสองสามีภรรยาไปจนหมด
ส่วนซากสัตว์อสูรทั้งสามตัว ก็ถูกซูอวี๋เก็บเข้าถุงเฉียนคุนทั้งสามใบที่เพิ่งได้มา
หลังจากทำลายหลักฐานจนสิ้นซาก ซูอวี๋ก็เก็บวานรเพลิงปฐพีและเหยี่ยวเกล็ดดำกลับเข้าถุงสัตว์อสูร แล้วเชิดหนีไปพร้อมกับร่างจำแลงหุ่นเชิดเสือดาวทมิฬ
วิ่งหนีออกจากเทือกเขารกร้างหยวนหยางรวดเดียว จากนั้นก็แปลงร่างกลับเป็นชายชรา เดินวนเวียนอยู่ข้างนอกอีกหลายรอบ แล้วไปหาถ้ำซ่อนตัวอยู่อีกครึ่งเดือน ถึงค่อยลอบกลับเข้าเมืองเซียนป้ายเยวี่ย
เมืองเซียนป้ายเยวี่ย
ตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ภายในห้องของลานบ้าน
ซูอวี๋เก็บร่างจำแลงหุ่นเชิดกลับมา รับถุงเฉียนคุนของอู๋จื้อกังและพรรคพวกมาจากร่างจำแลง แล้วเอาของข้างในออกมาดูทีละชิ้น
ซากสัตว์อสูรทั้งสามตัวนั้น ถูกวานรเพลิงปฐพีและเหยี่ยวเกล็ดดำจัดการกินเรียบไปแล้ว เหลือแค่ชิ้นส่วนระดับหนึ่งที่กินไม่ได้
ในถุงเฉียนคุนของอู๋จื้อกัง นอกจากกล่องหยกที่ใส่บัวหทัยเหมันต์แล้ว ยังมีคัมภีร์วิชาที่อู๋จื้อกังฝึกฝน และตำราสืบทอดผู้เชี่ยวชาญวิชาวาดยันต์ระดับสูงขั้นหนึ่ง
นอกจากนี้ อู๋จื้อกังยังมีของวิเศษระดับกลางสองชิ้น ของวิเศษระดับล่างสามชิ้น ยันต์ระดับหนึ่งกว่าสามสิบแผ่น และหินวิญญาณระดับล่างอีกเจ็ดร้อยกว่าก้อน
ของพวกนี้ น่าจะมีมูลค่าอย่างน้อยสองพันหินวิญญาณระดับล่าง
ส่วนในถุงเฉียนคุนของชายร่างยักษ์ สิ่งที่ทำให้ซูอวี๋ประหลาดใจก็คือ เขามีวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถสร้างรากฐานอยู่ไม่น้อยเลย
มีวัตถุดิบหลักอยู่หนึ่งชนิด แม้จะเป็นหนึ่งในสามชนิดที่ตระกูลซูมีอยู่แล้ว แต่ก็นับว่าเป็นของแถมที่คาดไม่ถึง
ชายร่างยักษ์มีของวิเศษระดับกลางชั้นเยี่ยมเป็นขวานยักษ์หนึ่งเล่ม และมีโล่ของวิเศษระดับกลางอีกหนึ่งอัน ที่ยังไม่ทันได้ใช้ ก็มาด่วนตายเพราะยันต์ระดับต่ำขั้นสองสองแผ่นไปซะก่อน
หินวิญญาณระดับล่างมีไม่เยอะนัก แค่สามร้อยกว่าก้อน
ส่วนในถุงเฉียนคุนของสองสามีภรรยา ซูอวี๋ก็พบวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถสร้างรากฐานอีกเพียบ และมีวัตถุดิบหลักอีกสองชนิดด้วย
นั่นก็หมายความว่า ถ้ารวมกับวัตถุดิบหลักสำหรับหลอมโอสถสร้างรากฐานสามชนิดที่ตระกูลซูมีอยู่ ตอนนี้ซูอวี๋ก็มีวัตถุดิบหลักอยู่ในมือถึงสี่ชนิดแล้ว
วัตถุดิบธรรมดาก็มีมากพอจะหลอมได้หลายรอบ
"ยังขาดแค่แก่นอสูรบริสุทธิ์กับผลคงหลิง" ซูอวี๋พึมพำด้วยความดีใจ
ยังไม่รวมของวิเศษและของอื่นๆ อีกมากมายที่ยึดมาได้ เฉพาะหินวิญญาณระดับล่าง ครั้งนี้เขาก็กอบโกยมาได้ถึงหนึ่งพันเก้าร้อยกว่าก้อนแล้ว
รวมกับสมบัติส่วนตัวของเขา ก็เป็นเจ็ดพันสี่ร้อยกว่าก้อน
"หวังว่างานประมูลที่ตำหนักวิญญาณในเร็วๆ นี้จะมีของดีๆ มาให้ลุ้นนะ" ซูอวี๋ตั้งตารอคอย ทั้งวัตถุดิบหลักสำหรับสร้างหุ่นเชิดจระเข้มังกร แก่นอสูรสำหรับหลอมโอสถสร้างรากฐาน และผลคงหลิง
ของพวกนี้เขาต้องการทั้งหมดเลย
(จบแล้ว)