เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 เสียงเรียกของเผ่าพันธุ์

บทที่ 20 เสียงเรียกของเผ่าพันธุ์

บทที่ 20 เสียงเรียกของเผ่าพันธุ์


"โฮก"

มันถึงขั้นส่งเสียงร้องที่แผ่เบาและอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิมออกมา คล้ายกับกำลังตอบรับการขยับเข้าใกล้ของเฉินหยวน

เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ ก้อนหินยักษ์ที่กดทับอยู่ภายในใจของเฉินหยวนก็พลันร่วงหล่นลงไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

เขาทําใจดีสู้เสือ คอยก้าวเดินไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่เชื่องช้าเป็นที่สุด ทีละก้าว ทีละก้าว พลางยื่นมือทอดสายตามุ่งตรงไปที่บริเวณใบหน้าของมัน

ส่วนมันไม่ได้มีความคิดที่จะโจมตีเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันกลับจ้องมองดูทุกท่วงท่าการกระทำของเฉินหยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ในตอนที่มือของเฉินหยวนอยู่ห่างจากตัวมันเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร หัวใจของเฉินหยวนก็พลันบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดในเวลานี้ก็พลันสงบนิ่งลงไปเช่นกัน ทุกคนต่างพากันเฝ้ามองดูทุกท่วงท่าการขยับเขยื้อนของเฉินหยวนและสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวนี้ด้วยความลุ้นระทึก

ทันใดนั้นเพลซิโอซอร์ก็เริ่มขยับตัว ทำเอาเฉินหยวนสะดุ้งตกใจไปวูบหนึ่ง ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเองก็พากันใจหายวาบไปถึงตาตุ่ม

ทว่ามันไม่ได้ต้องการจะโจมตีเฉินหยวน มันทำเพียงแค่ยื่นหัวมาด้านหน้าเล็กน้อย ยื่นปลายจมูกเข้ามาแตะโดนฝ่ามือที่ยกขึ้นมาของเฉินหยวนอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้าเพื่อเป็นการทดสอบ

วินาทีนั้น ฝ่ามือของเฉินหยวนก็พลันสัมผัสได้ถึงผิวสัมผัสบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ทำเอาทั้งร่างของเขาแข็งทื่ออยู่กับที่ในพริบตา

ผิวสัมผัสอันเย็นยะเยือกและลื่นไหลทว่ากลับแฝงไปด้วยความขรุขระคล้ายกระดาษทรายสายนั้น รวมถึงกลิ่นอายแห่งชีวิตอันเก่าแก่และใหญ่โตมโหฬารที่ยากจะอธิบาย ร่างกายของเขาเสียวซ่านไปทั้งตัว ทว่าเขาฝืนสะกดข่มสัญชาตญาณในการก้าวเท้าถอยหลังกลับเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด

หลังจากเพลซิโอซอร์แตะโดนมันก็รีบหดหัวกลับไปทันที มันเอียงคอเล็กน้อยพลางเฝ้ามองสำรวจเฉินหยวนต่อ แววตาแห่งความอยากรู้อยากเห็นดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก

"นี่ฉันกำลังมองเห็นอะไรอยู่เนี่ย มันกำลัง ปฏิสัมพันธ์กับสตรีมเมอร์งั้นเหรอ"

"เชี่ยเอ๊ย ทำไมมันถึงได้เชื่องขนาดนี้ล่ะ เรื่องจริงหรือเรื่องโกหกเนี่ย หรือว่าสตรีมเมอร์แกแอบเปิดโปรแกรมช่วยเล่นอะไรบางอย่างไว้หรือเปล่า"

"ดูเหมือนมันจะ ไม่มีเจตนาร้ายจริงๆ ด้วยนะ"

"สตรีมเมอร์สุดยอดไปเลย ผู้ฝึกมังกรตัวจริงเสียงจริงคนแรกของโลก ภาพยนตร์เวอร์ชันคนแสดงถ้าไม่มีแกฉันไม่ดูแน่นอน"

คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดระเบิดความแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในรอบนี้มันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและตื่นเต้นอันยากจะเชื่อสายตา ศาสตราจารย์เฉินชิงเฉวียนเองก็ส่งเครื่องหมายอัศเจรีย์ต่อกันเป็นแถวยาวเข้ามาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าโลกทัศน์ของนักวิทยาศาสตร์กำลังโดนแรงกระแทกครั้งใหญ่จนพังทลายลงไปเรียบร้อยแล้ว

เสียงหัวใจของเฉินหยวนยังคงเต้นรัวเร็วอยู่เช่นเดิม ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวเริ่มมี ความตื่นเต้นอันยากจะอธิบายปะปนอยู่สายหนึ่ง

เสียงจากระบบภายในใจดังขึ้นมาในเวลานี้เช่นกัน

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ค้นพบและสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตเพลซิโอซอร์ดึกดำบรรพ์ ค้นพบเป้าหมายสูงสุดของภารกิจในครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการคำนวณผลรางวัล และจะทำการมอบให้หลังจากภารกิจในครั้งนี้จบสิ้นลง]

[ได้รับข้อมูลชุดเพลซิโอซอร์ดึกดำบรรพ์ เวอร์ชันสมบูรณ์ หนึ่งชุด]

เฉินหยวนชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดอ่านข้อมูลที่มีลักษณะคล้ายสมุดหนังสือฉบับหนึ่งภายในหัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ในวินาทีที่ได้สัมผัส ข้อมูลความรู้มหาศาลก็พุ่งทะยานเข้าสู่สมองของเขา กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในทันที

[เพลซิโอซอร์ สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ช่วงปลายยุคไทรแอสซิกจนถึงสิ้นสุดยุคครีเทเชียส ตระกูลอีลาสโมซอร์ เป็นสิ่งมีชีวิตในชั้นย่อยไดแอปซิด อันดับฟิโนซอเรีย]

[สิ่งมีชีวิตชนิดนี้เป็นระบบนิเวศพิเศษเฉพาะตัวบริเวณถ้ำหินละลายใต้ดินของทะเลสาบล็อกเนสส์ ดำรงชีวิตด้วยการกินปลาและสัตว์จำพวกหอยเป็นอาหาร ขนาดลำตัวสามารถเจริญเติบโตได้สูงสุดถึงสิบสี่เมตร น้ำหนักเจ็ดตัน]

[เป็นสิ่งมีชีวิตตระกูลเพลซิโอซอร์เพียงสายพันธุ์เดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้]

นอกเหนือจากการแนะนำข้อมูลคร่าวๆ เหล่นี้แล้ว ยังมีข้อมูลรายละเอียดปลีกย่อยที่สลับซับซ้อนอีกมหาศาลปะปนอยู่ด้วย

เขาหันสายตากลับไปมองดูสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตรงหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็ทดลองก้าวขยับร่างกายไปด้านหน้าอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ ด้วยความเร็วที่เชื่องช้าเหมือนเดิม

เพลซิโอซอร์ไม่ได้ก้าวเท้าถอยหลังกลับ มันทำเพียงส่งเสียงครางเครือทุ้มต่ำที่อ่อนโยนยิ่งกว่าเดิมออกมาคำหนึ่ง แย่ยิ่งกว่านั้นมันยังคอยก้มส่วนหัวขนาดใหญ่ยักษ์ลงต่ำอีกเล็กน้อย คล้ายกับต้องการจะช่วยให้เฉินหยวนสามารถ สัมผัส ได้สะดวกยิ่งขึ้นอย่างไรอย่างนั้น

ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้างของผู้ชมหลายล้านคน เฉินหยวนยื่นมือที่สั่นเทาออกไปอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลูบคลำไปที่บริเวณดั้งจมูกของมันอย่างแผ่วเบา

ผิวสัมผัสในตำแหน่งของรอบนี้มีความแข็งกระด้างอยู่บ้าง คล้ายกับผิวสัมผัสของพวกกระดองสัตว์ไม่มีผิด เหมือนกับพวกเปลือกกาวหนาๆ

เฉินหยวนทำใจดีสู้เสือคอยเพิ่มแรงในการลูบคลำให้มากขึ้น ส่วนสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ทำเพียงแค่ส่งเสียงครางเครือจากในลำคอที่ดูมีความสุข คล้ายกับเสียงครางเครือของพวกแมวเหมียวดังสะท้อนออกมาเบาๆ แย่ยิ่งกว่านั้นมันยังหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยซ้ำไป

เฉินหยวนเองก็ตื่นตะลึงไปวูบหนึ่ง ในเวลานี้หัวใจของเขายังคงเต้นรัวเร็วอย่างรุนแรงอยู่ดี

ในวันนี้จำนวนครั้งและระยะเวลาที่หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว ถ้านำมารวมกันมันยังมากกว่าอาการของผู้ป่วยโรคหัวใจกำเริบซะอีก

"เชี่ยเอ๊ย นี่มันมังกรที่ไหนกันเล่า ดูสีหน้าท่าทางนั่นดิ เหมือนกับเจ้าส้มที่บ้านของฉันไม่มีผิดเลย"

"สตรีมเมอร์คนนี้หลุดโลกไปแล้ว คนอื่นเขาเล่นแมวกันแต่หมอนี่เล่นมังกรว่ะ"

"ก่อนหน้านี้ฉันยังอิจฉาไอ้คนที่เล่นเสือในเน็ตอยู่เลย แต่พอมาเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้แล้ว เทียบกับสตรีมเมอร์ไม่ได้เลยสักนิดเดียว"

เฉินหยวนในเวลานี้เริ่มมีความใจกล้ามากขึ้นมาบ้างแล้ว เขาหยุดการกระทำในมือลง

เพลซิโอซอร์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มันยังคงจ้องมองดูเฉินหยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น แววตาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน

เฉินหยวนรีบยื่นนิ้วมือชี้มุ่งตรงไปที่บริเวณปากถ้ำที่โดนมันปิดทับเอาไว้พลางพูดขึ้นว่า "แกช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหม บดบังปากถ้ำไว้แบบนี้ผมเดินออกไปไม่ได้นะ"

เขาพยายามแสดงเจตนารมณ์ที่ต้องการจะเดินทางออกไปด้านนอกให้มันรับรู้ โดยการชี้นิ้วมุ่งตรงไปที่ด้านนอกถ้ำ จากนั้นก็ชี้กลับมาที่ตัวของเขาเอง

เพลซิโอซอร์จ้องมองดูท่าทางของเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายดูเหมือนมันจะจับใจความความหมายได้จริงๆ

มันค่อยๆ ขยับโครงสร้างร่างกาย เฉินหยวนทำเพียงแค่ยืนอยู่กับที่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านมาจากพื้นดินแล้ว

ส่วนหัวของมันค่อยๆ หดกลับออกไปจากปากถ้ำอย่างช้าๆ ช่วยเปิดเส้นทางเดินให้โล่งขึ้น ทว่าโครงสร้างร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของมันยังคงปักหลักปิดทับอยู่ด้านนอก มันก้มหัวลงมองมุ่งตรงมาที่ปากถ้ำ คล้ายกับกำลังเฝ้ารอเฉินหยวนอย่างไรอย่างนั้น

เฉินหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ค่อยๆ ก้าวเดินไปที่ตำแหน่งปากถ้ำทีละก้าว ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง พอเงยหน้าขึ้นไปมอง โครงสร้างร่างกายอันใหญ่โตมโหฬาร ส่วนหัวที่ชูตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นบรรยากาศประมาณสามเมตรกำลังจับจ้องมองตรงมาที่เขา

ลพังแค่ความสูงในระดับขนาดนี้ นี่ขนาดยังเป็นความสูงในตอนที่มันก้มหัวลงมาแล้วนะ เกิดมันยืดคอตรงขึ้นมาจริงๆ คาดว่าน่าจะมีความยาวประมาณเจ็ดถึงแปดเมตรเลยทีเดียว

เมื่อกลับมาเซ็ตตัวอยู่ภายในถ้ำหลักอีกครั้ง โดยมีสิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์ขนาดยักษ์ตัวนี้ปักหลักอยู่ข้างๆ เฉินหยวนรู้สึกว่าตัวเองมีขนาดเล็กกระจ้อยร่อยราวกับฝุ่นผงไม่มีผิด

เพลซิโอซอร์ก้มหัวลงต่ำ มันใช้ดวงตาคู่ยักษ์จับจ้องมองดูเขาด้วยความอ่อนโยน

ในวินาทีนี้เอง จู่ๆ เพลซิโอซอร์ก็ชูคอขึ้นสูง มุ่งหน้าส่งเสียงคำรามที่ยาวนานและก้องกังวานซึ่งมีความแตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงออกไปสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน เฉินหยวนที่อยู่ใกล้ๆ สัมผัสได้ถึงอาการปวดแก้วหูแปลบๆ ทันที เขาจึงรีบเอื้อมมือไปปิดหูของตัวเองไว้แน่น ทว่าน้ำเสียงของมันกลับยังคงดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ภายในถ้ำบนภูเขาอย่างไม่ขาดสาย

เสียงคำรามกึกก้องของมันดำเนินต่อเนื่องไปตั้งสิบกว่าวินาทีถึงได้สงบนิ่งลง จากนั้นมันก็หันหัวทอดสายตามองมุ่งตรงไปที่ผืนน้ำในทะเลสาบที่อยู่ห่างไกลออกไป

เฉินหยวนชะงักไปในใจเกิดข้อสันนิษฐานบางอย่างขึ้นมา ทว่าเขายังคงเอ่ยถามระบบอยู่ภายในใจว่า "ระบบ เสียงคำรามของมันประโยคนี้มีความหมายว่ายังไงงั้นเหรอ"

[ต้องการจะวิเคราะห์ข้อมูลเสียงคำรามชนิดนี้หรือไม่ จำเป็นต้องคลายนึกแต้มตำนาน 100 แต้ม]

เฉินหยวน "......"

ช่างเป็นระบบที่หน้าเลือดซะจริง ทว่าตัวเขาอยากจะพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเองให้แน่ชัดจริงๆ จึงพูดขึ้นว่า "วิเคราะห์"

[หักแต้มตำนาน 100 แต้มเรียบร้อยแล้ว]

[ติ๊ง วิเคราะห์สำเร็จ]

[ข้อมูลรายละเอียดเสียงคำรามชนิดนี้ระบุว่าเป็นเสียงเรียก เป็นคลื่นความถี่เสียงที่สิ่งมีชีวิตใช้ในการเรียกหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน]

ในใจของเฉินหยวนพลันบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาอีกครั้ง ในเมื่อระบบวิเคราะห์ออกมาแล้วว่านี่คือเสียงเรียกหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน สิ่งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าภายในทะเลสาบใต้ดินแห่งนี้ ไม่ได้มีเพลซิโอซอร์อยู่แค่ตัวเดียวแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีทางมองเขาเป็นพวกเดียวกันหรอกมั้ง

เขาจึงรีบเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งว่า "ถ้าอย่างนั้นระบบ สัญญาณคลื่นไฟฟ้าชีวภาพที่เป็นมิตรเมื่อครู่นี้ยังคงใช้งานได้อยู่ไหมครับ"

[การเปิดใช้งานสัญญาณคลื่นไฟฟ้าชีวภาพที่เป็นมิตรอีกครั้งจำเป็นต้องคลายนึกแต้มตำนาน 1000 แต้ม คลื่นความถี่เสียงนี้สามารถส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นรายบุคคลเท่านั้น หากเป็นสัญญาณคลื่นไฟฟ้าชีวภาพสำหรับกลุ่มสิ่งมีชีวิตในขอบเขตวงกว้างจำเป็นต้องคลายนึกแต้มที่สูงกว่านี้]

[หมายเหตุ สัญญาณคลื่นไฟฟ้าที่เป็นมิตรอาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นักล่าบางชนิด]

จบบทที่ บทที่ 20 เสียงเรียกของเผ่าพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว