เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 อามาเทราสึ!

บทที่ 6 อามาเทราสึ!

บทที่ 6 อามาเทราสึ!


"จริงเหรอ? ฮ่าฮ่า! แฟนคลับของคุณกระตือรือร้นกันจังเลย! ฉันทักทายพวกเขาหน่อยได้ไหมคะ? ความจริงฉันเคยมีเพื่อนชาวจีนอยู่หลายคน พวกเขาเคยสอนภาษาจีนฉันอยู่สองสามประโยคด้วยนะ"

เฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันไปพูดกับห้องไลฟ์สดว่า "เธออยากจะทักทายพวกคุณน่ะ เธอบอกว่าพอพูดภาษาจีนได้นิดหน่อย เพื่อนของเธอเป็นคนสอนให้ น่าจะเป็นพวกนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาเรียนอยู่ที่นี่แหละ พวกคุณก็อย่าพิมพ์อะไรมั่วซั่วล่ะ เดี๋ยวเกิดเธออ่านออกขึ้นมาประโยคไหนจะซวยเอา"

เมื่อชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก ทว่าพวกเขากลับไม่ฟังคำเตือนของเฉินหยวนเลยแม้แต่น้อย และยังคงพิมพ์แซวกันอย่างไม่หยุดหย่อน

เฉินหยวนรู้สึกอ่อนใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ทำได้เพียงหวังว่าเธอจะอ่านข้อความพวกนั้นไม่ออก จากนั้นก็หันกล้องโทรศัพท์มือถือไปที่ใบหน้าของเธอ

"Hello!"

เมื่อมองเห็นใบหน้าของตัวเองในโทรศัพท์มือถือ เธอก็โบกมือทักทายให้โทรศัพท์อย่างตื่นเต้น

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดเห็นแบบนั้นก็พากันพิมพ์ภาษาอังกฤษตอบกลับไป

เซียวเหยียน: "Hello!"

ไป๋เยี่ย: "Hi!"

แต่ก็พิมพ์กันได้แค่นี้แหละ ก็แหงล่ะ ระดับการศึกษาของชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดก็ไม่ได้สูงอะไร บางคนก็แค่มองคำศัพท์ที่คนก่อนหน้าพิมพ์แล้วก็พิมพ์ตามกระแสไปงั้นแหละ

คอมเมนต์ปลิวว่อนเต็มหน้าจอ บางคนพิมพ์รอบเดียวไม่พอยังรัวพิมพ์ซ้ำๆไม่หยุด ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอมีความสุขมาก โดยคิดไปว่าในห้องไลฟ์สดคงมีคนอยู่เยอะมากๆ

แถมยังต้อนรับเธออย่างอบอุ่นขนาดนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

หลังจากพยายามนึกอยู่พักหนึ่ง จู่ๆเธอก็กางมือออกแล้วยกขึ้นมาปิดใบหน้าไปซีกหนึ่ง ก่อนจะพูดกับกล้องโทรศัพท์ว่า "อามาเทราสึ!"

เฉินหยวน: "......"

ภายในห้องไลฟ์สดพลันตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยคอมเมนต์ ฮ่าฮ่าฮ่า ชุดใหญ่

[หมายเหตุ “อามาเทราสึ” ชื่อวิชาก็และเลียนแบบท่าเท่ ๆ แบบตัวละครจาก Naruto ไม่ใช่คำทักทาย คนจีนในเรื่องเลยขำ เพราะเพื่อนเธอแกล้งหลอกให้พูดครับ]

ตู้ตู้ยา: "เดี๋ยวนะ! ใครเป็นคนสอนเธอวะเนี่ย! โคตรปั่นเลย ฮ่าฮ่าฮ่า!"

ฉิวเต๋อโหย่ว: "ขำตายแล้วโว้ย! ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าโดนหลอกชัวร์! เบื้องหลังต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะแน่ๆ!"

ไป๋เยี่ย: "ความจริงฉันอยากรู้มากกว่าว่าคนที่สอนท่าทางกับคำพูดนี้ให้เธอ เขาอธิบายความหมายของมันให้เธอฟังว่ายังไง"

ฉุนลู่เหริน: "สมกับเป็นเรื่องเปิ่นๆที่ต้องให้ฝรั่งทำจริงๆ!"

เฉินหยวนเองก็อยากจะขำเหมือนกันแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้ ก่อนจะชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือของเธอ

เธอได้สติและส่งโทรศัพท์มือถือให้เฉินหยวน เฉินหยวนจึงจัดการพิมพ์แปลภาษาลงไป

"ผมอยากรู้จังว่าตอนที่คนสอนเขาสอนคุณ เขาบอกความหมายของท่าทางกับคำพูดนี้ว่ายังไง คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับ?"

หลังจากเธออ่านจบ ก็จัดการพิมพ์ตอบกลับไป

"เพื่อนของฉันคนนั้นบอกว่านี่เป็นวิธีการทักทายที่กำลังฮิตมากๆในประเทศจีน มันสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าได้อย่างรวดเร็วน่ะค่ะ"

เมื่อเฉินหยวนมองดูรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาดบนใบหน้าของเธอ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่แล้ว

นี่มันเพื่อนแท้ชัดๆ! ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทคงไม่กล้าล้อเล่นหลอกลวงเธอแบบนี้หรอก

เกรงว่าพอเพื่อนของเธอนึกภาพตอนที่เธอเอาวิธีนี้ไปทักทายคนจีนจริงๆ คงได้หัวเราะจนน้ำตาไหลพรากแน่ๆ

เมื่อเห็นสีหน้ากลั้นขำแทบไม่อยู่ของเฉินหยวน เธอก็ถามด้วยความสงสัยว่า "เป็นอะไรไปคะ? หรือว่ามันไม่ถูกเหรอ? ฉันรู้มาว่าการออกเสียงภาษาจีนของพวกคุณมันมีความแตกต่างกันมาก หรือว่าฉันพูดผิดตรงไหนหรือเปล่าคะ?"

เฉินหยวนส่ายหน้าก่อนจะใช้แอปแปลภาษาถามต่อว่า "แล้วเพื่อนคุณเคยสอนอะไรอย่างอื่นให้คุณอีกไหมครับ?"

เธอลองนึกดู ก่อนจะพูดอย่างตื่นเต้นว่า "เธอยังตั้งชื่อภาษาจีนให้ฉันด้วยนะ! ฉันคิดว่ามันเพราะมากๆเลยล่ะ!"

"ใช่คนเดียวกันกับที่สอนวิธีทักทายนี้ให้คุณหรือเปล่าครับ?"

เมื่อเห็นเธอพยักหน้ารับ เฉินหยวนก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก ว่าเพื่อนคนที่ชอบสอนอะไรแผลงๆให้เธอคนนี้ จะตั้งชื่อที่มันสุดโต่งขนาดไหนให้เธอกันนะ

"แล้วชื่อภาษาจีนของคุณคืออะไรล่ะครับ?"

เธอนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ซาปี้!"

ขณะที่เฉินหยวนกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง ก็เห็นเธอพูดด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแปร่งๆและสำเนียงที่หนักแน่นว่า "หว่อซื่อซาปี้!"

เฉินหยวนถึงกับชาไปทั้งตัว เขาเคยคิดเอาไว้แล้วนะว่าเพื่อนของเธอจะต้องสุดโต่งมากแน่ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะประเมินระดับความสุดโต่งของเพื่อนเธอต่ำเกินไปมากขนาดนี้

ดูท่าแล้วคงเป็นเพื่อนเวร และต้องเป็นเพื่อนเวรระดับเพื่อนตายอย่างแน่นอน

ยังดีนะที่ต่อให้ใช้แอปแปลภาษา มันก็แปลความหมายของไอ้สองคำนี้ออกมาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเธอลองไปค้นหาในไป่ตู้ดูสักหน่อย เธอคงได้รู้ซึ้งแน่ว่าตัวเองโดนหลอกได้น่าอนาถขนาดไหน

แต่เฉินหยวนก็ยังคงถามด้วยความสงสัยว่า "แล้วเพื่อนของคุณได้บอกความหมายของชื่อนี้ให้คุณฟังไหมครับ?"

เธอพยักหน้า ก่อนจะพิมพ์ข้อความเพื่อแปลให้เฉินหยวนดู

"แน่นอนสิคะ! เธอบอกว่าชื่อของฉันมันก็เหมือนกับเชกสเปียร์นั่นแหละ! ในประเทศจีนมันคือสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดและสติปัญญาไงล่ะ!"

เฉินหยวนมุมปากกระตุก พลางคิดในใจว่า "เอาที่คุณสบายใจเลยครับ"

เขาไม่อยากจะอธิบายให้เธอฟังด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่ามันจะไปทำลายความมั่นใจของเธอจนทำให้เธอตั้งคำถามกับการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

เขาถึงขั้นยกนิ้วโป้งให้เธอแล้วพูดว่า "Very good!"

เมื่อมองดูรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจบนใบหน้าของเธอ เฉินหยวนก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างลึกซึ้ง

ทว่าในเวลานี้ ภายในห้องไลฟ์สดกลับเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามลอยว่อนไปทั่วทั้งหน้าจอ

ตู้ตู้เหนี่ยว: "สตรีมเมอร์ นายแอบไปสอนความรู้อะไรแปลกๆให้เธอหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมจู่ๆเธอถึงบอกว่าตัวเองเป็นซาปี้ล่ะ?"

ไป๋เยี่ย: "ขำจนท้องแข็งแล้วโว้ย สตรีมเมอร์ถึงขั้นหลอกสาวต่างชาติได้แล้วเว้ย! ถือว่าพัฒนาขึ้นแล้วนี่นา!"

เหยียอ้าวไน่หว่อเหอ: "สตรีมเมอร์ นายไม่กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายรู้ความจริงแล้วจะมาตามคิดบัญชีนายทีหลังเหรอ? ต่างประเทศเขามีปิ้วๆๆกันนะเว้ย ถึงตอนนั้นระวังโดนรัวยิงจนหมดแม็กนะเฟ้ย!"

เมื่อเฉินหยวนเห็นข้อความในห้องไลฟ์สด บนหน้าผากก็พลันมีเส้นขีดดำปรากฏขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะตอบว่า "พวกคุณเดามั่วอะไรกันเนี่ย! นี่เพื่อนเธอเป็นคนสอนมา เธอบอกว่าเพื่อนตั้งชื่อภาษาจีนให้ ความหมายประมาณเชกสเปียร์ เป็นตัวแทนของความเฉลียวฉลาดและสติปัญญา ผมไม่ได้หลอกเธอสักหน่อย เธอแค่โดนเพื่อนตัวเองหลอกมาตั้งนานแล้วต่างหาก"

ฉิวเต๋อโหย่ว: "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! มีแต่คนในประเทศเราเท่านั้นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้ได้! หลอกฝรั่งเนี่ย!"

ฉุนลู่เหริน: "เพื่อนเวรชัวร์ป้าบ! เพื่อนฉันก็เคยหลอกฉันเหมือนกัน! มันเป็นคนกวางตุ้ง ก่อนหน้านี้เคยบอกฉันว่าคำว่า เหลาโต้ว แปลว่าลูกชาย สรุปคือช่วงสองเทอมแรกในมหาลัยฉันเรียกมันว่าเหลาโต้วมาตลอด! ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเรียกมันว่าลูกชายแล้วมันถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น! มารู้ทีหลังว่าเหลาโต้วมันแปลว่าพ่อ! บ้าเอ๊ย!"

ไป๋เยี่ย: "พวกนายนี่มีเรื่องฮาๆเยอะจังวะ กะจะทำให้ฉันขำตายเลยใช่ไหม? ฮ่าฮ่าฮ่า!"

......

เฉินหยวนเองก็รู้สึกจนใจ แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เพราะเรื่องล้อเล่นแบบนี้มีแค่เพื่อนตายกับเพื่อนสนิทเท่านั้นแหละที่ทำกันได้

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน ในที่สุดรถก็ออกตัวและมุ่งหน้าออกไปด้านนอก

ตลอดทางทั้งคู่สื่อสารกันผ่านแอปพลิเคชันแปลภาษา เฉินหยวนก็ได้รู้ชื่อของเธอว่า อีซาเบลล่าเชา ซึ่งถือเป็นชื่อที่เพราะมากชื่อหนึ่งเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเธอก็ถามถึงเหตุผลที่เฉินหยวนมาสกอตแลนด์ด้วยเช่นกัน ซึ่งเฉินหยวนก็อธิบายไปว่ามาเที่ยว

เบลล่าได้ยินดังนั้นก็เสนอตัวทันทีว่าถ้าไปถึงในเมืองเมื่อไหร่ เธอจะพาเขาไปเดินเที่ยวเอง

พอเฉินหยวนได้ยินแบบนั้นก็คิดในใจว่าจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ! เขามาที่นี่พร้อมกับภารกิจของระบบนะเว้ย!

แม้เวลาจะยังมีเหลือเฟือ แต่ในเมื่อโพสต์แจ้งเตือนไลฟ์สดออกไปแล้ว เขาก็ไม่อยากจะยืดเยื้ออีกต่อไป

พวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ยังไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นที่จะไปเดินเล่นด้วยกันได้ ตอนนี้เขาแค่อยากทำภารกิจให้เสร็จแล้วก็กลับประเทศ เพราะการอยู่ต่างถิ่นมันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

จบบทที่ บทที่ 6 อามาเทราสึ!

คัดลอกลิงก์แล้ว