- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์ดาวร่วงกับระบบไลฟ์สดก้องโลก
- บทที่ 3 เอาจริงหรือเนี่ย?
บทที่ 3 เอาจริงหรือเนี่ย?
บทที่ 3 เอาจริงหรือเนี่ย?
แตกต่างจากเฝือกที่ใส่มาเป็นเวลานาน ซึ่งตอนถอดออกจะมีกลิ่นเหม็นมาก โดยเฉพาะกับคนที่มีเหงื่อออกเท้าเยอะ เฝือกบนเท้าของเฉินหยวนเพิ่งจะใส่ได้แค่วันเดียว แน่นอนว่าย่อมไม่มีกลิ่นอะไรเลย
เขาถือมีดทำครัวและใช้สันมีดค่อยๆเคาะลงบนผิวเฝือกอย่างช้าๆ ไม่นานเฝือกที่เท้าก็ถูกเขาแกะออกจนสำเร็จ แน่นอนว่าเป็นเพราะที่บ้านไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ต้องถึงขั้นเอามีดทำครัวมาใช้
หลังจากจัดการทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จ เขาก็อาบน้ำอย่างสบายตัว จากนั้นก็ไปยืนอยู่หน้ากระจกมองดูรูปร่างอันสมบูรณ์แบบของตัวเอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความทึ่ง
"ไม่รู้ว่าต่อไปผู้หญิงคนไหนจะได้กำไรไปนะ! เสน่ห์อันร้ายกาจของฉันเนี่ย!"
......
หลังจากหลงตัวเองเสร็จ เขาก็กลับมาที่เตียง ตอนนี้เป็นเดือนมิถุนายน อากาศค่อนข้างร้อน และในบ้านก็ไม่มีคนนอก เขาจึงนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียง มองดูห้องไลฟ์สดในโทรศัพท์มือถือพลางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะโพสต์ข้อความแจ้งเตือนไลฟ์สดล่วงหน้าออกไป
"อีกสามวัน! สำรวจทะเลสาบล็อกเนสส์! ไขปริศนาว่าสัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ในตำนานมีอยู่จริงหรือไม่! เฉินหยวนจะรอพบทุกคนที่นั่น!"
หลังจากเขียนแจ้งเตือนไลฟ์สดเสร็จ เขาก็รออยู่นาน ระหว่างที่ไถดูคลิปวิดีโอสั้นก็คอยสลับหน้าจอไปดูเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลยแม้แต่น้อย ราวกับก้อนกรวดที่จมหายไปในทะเล สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่พอคิดได้ว่ายังไงซะมันก็เป็นภารกิจที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้ ต่อให้ไม่มีคนดูเขาก็ต้องไปอยู่ดี แถมทำสำเร็จก็ยังมีรางวัลที่เอาไปแลกเป็นเงินได้ จะมีกระแสหรือไม่มีก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลยจริงๆ เขาจึงไม่ค่อยใส่ใจมันเท่าไหร่นัก
เขาเริ่มวางแผนการเดินทาง ดูว่าจะมีวิธีเดินทางไปสกอตแลนด์ได้อย่างไรบ้าง ก็แหงล่ะ ทะเลสาบล็อกเนสส์มันอยู่ในอาณาเขตของสกอตแลนด์นี่นา! แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในประเทศจีนอยู่เลย!
แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นเครื่องบิน!
แต่เกิดมาจนป่านนี้อย่าว่าแต่ไปต่างประเทศเลย! ขนาดต่างมณฑลเขายังแทบไม่เคยไป! ถ้าบอกว่าไม่ตื่นตระหนกก็คงโกหกแล้ว!
ตอนนี้เขาอยู่ที่เซินเจิ้น วิธีที่เร็วและสะดวกที่สุดก็คือการต่อเครื่อง เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น
แต่จากการค้นหาข้อมูลในไป่ตู้ดูเหมือนว่าการไปที่นั่นจะต้องใช้วีซ่า ซึ่งของพรรค์นี้เขาก็ไม่เคยทำมาก่อนเสียด้วย!
วิธีการยื่นขอมีหลากหลายรูปแบบ เขาจึงตัดสินใจทำวีซ่าท่องเที่ยวที่ง่ายที่สุด ซึ่งใช้เอกสารประกอบน้อยกว่ามาก ประเด็นสำคัญคือถ้าเขาจะขอวีซ่าทำงาน เขาไปสำรวจ อาชีพก็คือสตรีมเมอร์ ซึ่งมันยากที่จะยื่นเรื่องขอ! แถมยังต้องใช้เอกสารอีกเป็นตั้ง!
ยังดีที่เขากำหนดเวลาไว้ว่าจะไปถึงในอีกสามวันข้างหน้า จึงทำให้เขามีเวลาเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางอย่างเพียงพอ
ตลอดสามวันนี้เขาเอาแต่หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างบ้าคลั่ง ทั้งแอปพลิเคชันแปลภาษาตัวไหนใช้ดี ไปที่นั่นแล้วต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง แถมยังต้องแลกเงินอีก สารพัดเรื่องราวเล่นเอาเขาเหนื่อยแทบขาดใจ
แต่ก็ยังดีที่ในท้ายที่สุดทุกอย่างก็จัดการเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น เพียงแต่ของจำเป็นบางอย่างต้องไปหาซื้อเอาดาบหน้า เพราะของหลายอย่างไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้
สามวันต่อมา เครื่องบินลำหนึ่งทะยานขึ้นจากกว่างโจว ลงจอดที่เมืองหลวงแล้วจึงต่อเครื่องไปยังสกอตแลนด์ ราคาตั๋วไม่ใช่ถูกๆเลย สองพันหกร้อยหยวนเต็มๆ! ทำเอาเฉินหยวนปวดใจไปวูบหนึ่ง (ตรงนี้เห็นหลายคนบอกว่าราคาตั๋วเครื่องบินไม่ถูกต้อง ขออธิบายอีกครั้งว่าผู้เขียนเช็กราคาจากในอินเทอร์เน็ต ราคาตั๋วเครื่องบินอยู่ที่ 2600 หยวน)
ยิ่งไปกว่านั้นเขาประเมินดูแล้วว่า ตลอดการเดินทางครั้งนี้ รวมกับค่าใช้จ่ายในการอยู่ที่นั่นอีกหลายวัน! รับรองว่าต้องหมดเงินไปราวๆหนึ่งหมื่นหยวนแน่นอน!
เงินเก็บของเขามีอยู่แค่สามหมื่นหยวน! จ่ายทีเดียวปลิวไปถึงหนึ่งในสาม เล่นเอาเขาปวดใจแทบแย่!
แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เพราะเขารู้ดีว่า ในเมื่อมีระบบแล้ว ถ้ายังต้องมานั่งกลุ้มเรื่องเงินอีก! งั้นการมีโปรโกงมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
ตอนไม่มีระบบเขาก็ยอมรับสภาพความจนแต่โดยดี! แต่แม่งเอ๊ยมีระบบแล้วยังจะจนอีกเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเขาจะมีระบบบ้าบอนี่ไปทำไมวะ?
เครื่องบินขึ้นๆลงๆ ใช้เวลาเดินทางถึงสิบสองชั่วโมงเต็ม ทำให้คนที่เพิ่งเคยเดินทางไกลเป็นครั้งแรกอย่างเขามีท่าทีประหม่าและอึดอัดอยู่บ้าง
บนเครื่องบินช่วงที่ต่อเครื่องไปยังเมืองหลวงยังมีคนในประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังสกอตแลนด์นั้น กลับแทบไม่มีคนชาติเดียวกันเหลืออยู่เลย ส่วนมากก็มีแต่ชาวต่างชาติผิวขาวทั้งนั้น
คนที่นั่งอยู่ข้างๆเฉินหยวนคือสาวงามผมบลอนด์ตาสีฟ้า เธอมีใบหน้าที่แตกต่างจากชาวจีนอย่างสิ้นเชิง ทำเอาเฉินหยวนเผลอมองจนเคลิ้มไปเลยทีเดียว
ทว่าด้วยกำแพงภาษา แถมโทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ เขาจึงไม่มีวิธีสื่อสารกับเธอ ตั้งแต่เครื่องขึ้นจนกระทั่งลงจอดก็พูดไปแค่คำว่า ฮัลโหล กับ กู๊ดบาย เท่านั้น
บินตอนบ่ายสามถึงตอนหนึ่งทุ่ม ระหว่างทางก็แค่นอนหลับไปงีบเดียว!
แต่ในความเป็นจริงเวลาที่ใช้เดินทางมันมากกว่าสี่ชั่วโมง เพราะมีการคำนวณส่วนต่างของเวลาแล้ว ก็ถือว่าได้ปรับตัวกับความต่างของเวลาบนเครื่องบินไปในตัว
เครื่องบินลงจอดที่เมืองเอดินบะระ หลังจากกล่าวคำว่ากู๊ดบายเป็นครั้งสุดท้ายกับสาวงามข้างกาย เฉินหยวนก็สะพายกระเป๋าเป้ใบโปรดแล้วเดินลงจากเครื่องบิน
สนามบินเอดินบะระเป็นสนามบินพลเรือนเพียงแห่งเดียวในสกอตแลนด์ แผนการเดินทางที่เฉินหยวนเตรียมการไว้ล่วงหน้าก็คือ การนั่งรถบัสของสนามบินเข้าไปในตัวเมืองก่อน จากนั้นค่อยหารถบัสที่วิ่งตรงไปยังเขตทะเลสาบล็อกเนสส์
โชคดีที่เขาแลกเงินมาล่วงหน้าตั้งแต่ตอนอยู่ในประเทศแล้ว และด้วยความช่วยเหลือจากแอปพลิเคชันแปลภาษา เขาก็เดินตามคำแนะนำของพนักงานสนามบินที่มองบนใส่จนมาถึงจุดจอดรถบัสได้ในที่สุด
หลังจากขึ้นรถ เฉินหยวนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขามองดูเวลา เมื่อครู่นี้พนักงานบอกว่าต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการเข้าเมือง แต่ตอนนี้รถยังไม่ออกเลย
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้โทรศัพท์มือถือเปิดไลฟ์สด โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ไลฟ์สดที่ระบบให้มาในทันที ก็แหงล่ะ ขืนเอาของที่ล้ำยุคขนาดนั้นออกมาก็อาจจะดึงดูดความสนใจได้
ถ้าอยู่ในประเทศก็อาจจะยังพอว่า แต่ตอนนี้เขาอยู่ต่างประเทศนะ! ไม่ระวังไม่ได้เด็ดขาด!
หากถูกจับตามองขึ้นมาจริงๆคงได้หมดหนทางหนีรอดแน่ ดังนั้นตลอดการเดินทางครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจทำตัวให้ไม่เป็นที่สะดุดตา แม้แต่เวลาออกสำรวจก็ยังตั้งใจกำหนดไว้ในช่วงกลางดึก ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครมาสังเกตเห็น
ก่อนจะเริ่มไลฟ์สด เขามองดูข้อความ "กรุณาตั้งชื่อห้องไลฟ์สดของคุณให้น่าสนใจ!" บนหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเริ่มใช้ความคิด
ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากแก้ไขอยู่พักใหญ่ เขาก็กดยืนยันชื่อเรื่องว่า <ตัวอยู่สกอตแลนด์! ไลฟ์สดไขปริศนาสัตว์ประหลาดล็อกเนสส์! คืนนี้ จะพาทุกคนไปดูความจริงของทะเลสาบล็อกเนสส์ให้ชัดๆ!>
แม้ชื่อเรื่องจะยาวไปสักหน่อย แต่เฉินหยวนก็ไม่ใส่ใจ ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกพอใจกับชื่อที่ตัวเองตั้งมามากๆ
หลังจากเปิดไลฟ์สด ก็มีคนทยอยเข้ามาในห้องเรื่อยๆ แม้ว่าเขาจะเป็นแค่สตรีมเมอร์หน้าใหม่ แต่ก็ยังมีผู้ติดตามที่เป็นคนจริงๆอยู่หลายร้อยคน
เป็นเพราะการตกบ่อน้ำจนขาหักครั้งก่อนทำให้ความนิยมของเขาพุ่งขึ้นมาพักหนึ่ง และนับตั้งแต่ขาหักเขาก็ไม่ได้เปิดไลฟ์สดอีกเลย
นี่ก็ผ่านไปห้าวันแล้ว อันที่จริงก็ยังมีคนบางส่วนที่เคยดูไลฟ์สดของเขามาตลอดรู้สึกสงสัยว่าตกลงแล้วอาการของเขาเป็นยังไงบ้าง
เมื่อมีคนหลั่งไหลเข้ามา กระแสตอบรับก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ
นี่เหล่า: "สตรีมเมอร์ยังไม่ขิตอีกเหรอ?"
โต้วโต้ว: "เมื่อสามวันก่อนเห็นแจ้งเตือนล่วงหน้า แล้วตอนนี้พอไลฟ์สดก็ยังใช้ชื่อนี้อีก? จริงหรือหลอกเนี่ย? สตรีมเมอร์เริ่มหาทำเรื่องตายๆอีกแล้วเหรอ?"
ชีชีปู้ชือฟั่น: "ครั้งนี้กะจะเล่นใหญ่เลยดิ?"
ถู่โต้ว: "สงสัยจะคุยโวโอ้อวดมากกว่ามั้ง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
หลงหลินเฟย: "โย่ว ไอ้หนุ่มดวงซวยมารนหาที่อับอายอีกแล้วเหรอ?"
ฝานเสวี่ย: "ครั้งนี้เล่นใหญ่ขนาดนี้เลย? ถึงขั้นหลอกลวงข้ามชาติเลยเหรอ?"
ไป๋เยี่ย: "คงไม่ได้มาเรียกร้องความสนใจหรอกนะ? ไลฟ์สดที่ผ่านๆมาแม้จะดูตลกขบขัน แต่เขาก็ไม่เคยสร้างเรื่องหลอกลวงนะเว้ย"
ฉิวเต๋อโหย่ว: "ถ้าแกจัดฉากหลอกลวงจริงๆฉันจะเลิกติดตามแล้วนะเว้ย ที่ตามดูอยู่ก็เพราะอยากดูแกหาเรื่องใส่ตัวนี่แหละ ถ้าทำปลอมๆมันก็หมดสนุกสิ"
เฉินหยวนเมินเฉยต่อคำเยาะเย้ย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจส่งให้กล้อง "พี่น้องทั้งหลาย เมื่อก่อนพวกคุณเคยหัวเราะเยาะผม ผมยอมรับ แต่สำหรับวันนี้! มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว! ยังคิดว่าผมมาหลอกๆอีกเหรอ? พวกคุณลองดูรอบๆตัวผมสิ!"