- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์ดาวร่วงกับระบบไลฟ์สดก้องโลก
- บทที่ 2 ยาดัดแปลงพันธุกรรมอันทรงพลัง
บทที่ 2 ยาดัดแปลงพันธุกรรมอันทรงพลัง
บทที่ 2 ยาดัดแปลงพันธุกรรมอันทรงพลัง
เฉินหยวนยังมองเห็นรถหรูและนาฬิกาในนั้นด้วย ตั้งแต่เรือสำราญไปจนถึงเรือดำน้ำ หรือจะของชิ้นเล็กอย่างไฟแช็กก็มีให้เลือกสรรครบครัน ราคาไม่มีเพดานสูงสุด แต่ราคาต่ำสุดก็ต้องใช้หนึ่งแต้มตำนานหากลองคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินหยวนดูแล้ว นั่นหมายความว่าไฟแช็กหนึ่งอันหรือน้ำแร่หนึ่งขวดในระบบนี้ขายกันในราคาหนึ่งพันหยวนเลยทีเดียว...
เฉินหยวนกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วถามว่า "แล้วเงินหยวนแลกเป็นแต้มตำนานได้ไหมครับ?"
[ไม่ได้!]
เฉินหยวนเข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าเจ้าแต้มตำนานนี้มีค่ามากกว่าเงินหยวนตั้งเยอะ!
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ถามด้วยความสงสัยว่า "แล้วผมจะหาแต้มตำนานได้ยังไง?"
[รางวัลจากการทำภารกิจสำเร็จ หรือใช้สิ่งของหายากมาแลกเปลี่ยน]
เฉินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกลับไปมองที่ภารกิจ แต่เขากลับไม่เห็นว่ารางวัลภารกิจอยู่ที่ไหน จึงรีบถามระบบทันที
[หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น จะมีการสรุปรางวัลภารกิจในขั้นตอนสุดท้ายผ่านการประเมินคะแนนและสิ่งของที่อัปโหลด]
เฉินหยวนถึงบางอ้อ ดูเหมือนว่ารางวัลสุดท้ายที่จะได้รับจะขึ้นอยู่กับกระบวนการและผลลัพธ์ มิน่าล่ะถึงไม่มีการระบุรางวัลไว้ชัดเจน
แต่พอเขาได้สติกลับมาและมองดูขาซ้ายที่พันเฝือกเอาไว้ เขาก็ได้แต่ยิ้มขมขื่นอย่างช่วยไม่ได้ "ระบบ ตอนนี้ขาผมหักแบบนี้ ผมจะไปทำภารกิจได้ยังไงล่ะครับ"
ระบบเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะมีข้อความปรากฏขึ้นมา
[ตรวจพบว่าโฮสต์อยู่ในสถานะบาดเจ็บ (กระดูกหน้าแข้งขาขวาหัก) ยาดัดแปลงพันธุกรรม(ระดับเริ่มต้น)ในระบบร้านค้าลดราคาชั่วคราวเหลือ 1000แต้มตำนานเพื่อให้โฮสต์เลือกซื้อ]
เฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดีใจสุดขีด
นั่นมันของราคาเดิมตั้งหนึ่งหมื่นแต้มเลยนะ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมราคายาดัดแปลงพันธุกรรมระดับเริ่มต้นกับระดับกลางและระดับสูงถึงต่างกันขนาดนี้ แต่เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของดีที่ตอนนี้เขาไม่มีปัญญาซื้อในราคาปกติแน่นอน!
โดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว เฉินหยวนจ้องมองไปที่ไอเทมลำดับแรกในระบบร้านค้าที่มีป้ายราคากำกับไว้ 1000แต้มตำนานและมีข้อความแสดงว่าซื้อได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วเขาก็กดเลือกทันที
[ยืนยันการซื้อยาดัดแปลงพันธุกรรม(ระดับเริ่มต้น)หรือไม่?]
"ยืนยัน!"
เมื่อเขายืนยัน หน้าจอแสดงผลในระบบร้านค้าก็หายวับไป
เฉินหยวนมองซ้ายมองขวา ก่อนจะถามด้วยความงงงวยว่า "แล้วของที่ผมซื้อล่ะ? มันควรจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าผมแบบฟิ้วเลยไม่ใช่เหรอ?"
ระบบ: "......"
[คำแนะนำ: ของที่ซื้อจากระบบจะไปปรากฏอยู่ในคลังเก็บของระบบ โฮสต์สามารถนำออกมาได้ด้วยตนเอง]
[คำเตือนพิเศษ: สิ่งของที่นำออกมาแล้วจะไม่สามารถนำกลับไปไว้ในพื้นที่ระบบได้อีก (ยกเว้นโดรนสำหรับไลฟ์สดโดยเฉพาะ)]
เฉินหยวนอึ้งไปเล็กน้อย แต่เขาก็หาเจอยาดัดแปลงพันธุกรรมสีเหลืองเข้มในหน้าที่อยู่ถัดจากโดรนและชุดดำน้ำ
เจอของแล้วก็จริง แต่พอได้เห็นคำเตือนของระบบ เฉินหยวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะตอนแรกนึกว่าจะมีกระเป๋าเป้ฟรีให้ใช้เสียอีก ที่ไหนได้ดันไม่ให้เอาของกลับเข้าไปเก็บซะงั้น
เมื่อได้รับรู้ถึงความคิดของเฉินหยวน ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง:
"ติ๊ง! ระบบมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสิ่งของ แต่ไม่ได้ให้บริการฟรี สามารถหาซื้อได้ในร้านค้า"
เฉินหยวนกลับมาตื่นเต้นอีกครั้งทันที นี่มันไม่ต่างอะไรกับแหวนมิติเลยนี่นา! เพราะใครจะอยากแบกของพะรุงพะรังเวลาออกไปผจญภัยกันล่ะ?
เขาจึงรีบค้นหาในระบบร้านค้าทันที พอหาเจอปุ๊บ เฉินหยวนก็ได้แต่มุมปากกระตุกแล้วถามว่า "ระบบ นี่คุณเอาจริงเหรอ?"
[สิ่งของในระบบร้านค้ามีความสมเหตุสมผลและเหมาะสม! โปรดอย่าตั้งข้อสงสัยในความสามารถด้านการประเมินของระบบ!]
เฉินหยวนจ้องมองสินค้าที่ระบุว่าเป็นพื้นที่จัดเก็บในระบบด้วยความพูดไม่ออก
[พื้นที่จัดเก็บภายในระบบ (หนึ่งลูกบาศก์เมตร): ราคา 10000แต้มตำนาน]
หากเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน พื้นที่ระบบเพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรมีราคาสูงถึงสิบล้านหยวน!
นี่มันแพงกว่าราคาที่ดินในเซี่ยงไฮ้เสียอีก ราคาบ้านที่แพงที่สุดในเซี่ยงไฮ้แค่ตารางเมตรละสามแสนสามหมื่นหยวนเท่านั้น! แต่นี่ต่างกันถึงสามสิบเท่า!
ทว่าเฉินหยวนลองคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลอยู่บ้าง เพราะนั่นมันคือพื้นที่มิตินะ! ต่อให้จะมีแค่หนึ่งลูกบาศก์เมตร แต่มันจะช่วยให้เขาสะดวกสบายขึ้นมากในตอนที่ไปผจญภัย!
อย่าดูถูกว่าหนึ่งลูกบาศก์เมตรมันเล็กนะ! มันสามารถใส่ของได้ตั้งมากมายเชียวล่ะ!
แต่ยังไงซะตอนนี้เขาก็ยังไม่มีปัญญาซื้ออยู่ดี จึงหันมาให้ความสนใจกับยาดัดแปลงพันธุกรรมที่เพิ่งซื้อมาแทน
เขาจ้องมองมันแล้วท่องในใจให้นำออกมา วินาทีต่อมามันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เฉินหยวนหยิบขึ้นมาพิจารณาดู บนเปลือกนอกที่เป็นโลหะมีส่วนที่เป็นกระจกอยู่ เมื่อเขย่าเบาๆ ก็จะเห็นของเหลวสีเหลืองเข้มที่อยู่ข้างในกระเพื่อมตามแรงเขย่า
"ดื่มเลยใช่ไหมครับ?"
[ใช่!]
เฉินหยวนกลืนน้ำลายก่อนจะหาช่องเปิด มันคือปุ่มกดอันหนึ่ง เมื่อกดลงไปส่วนบนก็เปิดออกเป็นช่อง ภายในคือของเหลวของยาดัดแปลงพันธุกรรม
เขาลองเอามาจ่อที่จมูกแล้วดมดู ก่อนจะชะงักไป
"เอ่อ... กลิ่นส้มงั้นเหรอ!?"
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาแล้วดื่มเข้าไปในอึกเดียว
รสชาติหวานหอมของส้มพุ่งพล่านไปทั่วทั้งปาก เมื่อพบว่าไม่มีรสชาติประหลาด เฉินหยวนก็ลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"อืม รสชาติไม่เลวเลยนี่นา!"
เขาอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะถามว่า "จริงด้วยระบบเจ้ายานี่ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์ล่ะ?"
[3]
"เอ่อ... สามวันเหรอครับ?"
[2]
[1]
เฉินหยวน: "......"
เมื่อระบบนับถอยหลังจบ เฉินหยวนก็ค้นพบความเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที เขารู้สึกถึงขุมพลังที่หลั่งไหลไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย และร่างกายก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย
ตรงตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บมีความรู้สึกร้อนรุ่มรุนแรงยิ่งกว่า พร้อมกับความรู้สึกคันยิบๆ
เขาบีบกำปั้นแน่น รู้สึกราวกับว่าตนเองสามารถต่อยล้มวัวได้ทั้งตัว!
แน่นอนว่าเขาทำไม่ได้หรอก มันเป็นแค่ความรู้สึกหลอกๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าพละกำลังของตัวเองเพิ่มขึ้นมากจริงๆ
เขาลองแตะหน้าผากดู แล้วพบว่าอาการร้อนวูบวาบไปทั้งตัวไม่ใช่เรื่องมโนไปเอง แม้แต่ในห้องที่เปิดแอร์อยู่ เขายังมองเห็นควันจางๆ ลอยออกมาจากแขนที่พ้นเสื้อผ้าออกมา
แขนของเขาค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น เส้นกล้ามเนื้อเริ่มนูนเด่นขึ้นมาเป็นลอนสวย
พอกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แขนของเขาดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เขาเลิกเสื้อขึ้นดู บนหน้าท้องปรากฏกล้ามเนื้อซิกซ์แพ็กออกมาถึงหกก้อน เพียงแต่ที่หน้าอกยังไม่มีกล้ามเนื้อหน้าอกปรากฏออกมาเท่านั้น
ขาของเขาไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไปแล้ว เพียงแต่พอยังใส่เฝือกอยู่ จึงมีความรู้สึกอึดอัดรำคาญใจส่งมาเป็นระยะ
แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะแกะเฝือกออกในทันที เพราะยังอยู่ในโรงพยาบาล เมื่อวานเพิ่งจะเข้าเฝือกไป วันนี้ถ้าแกะออกเลย แล้วเกิดพยาบาลมาเห็นเข้า จะไม่ถูกมองว่าเป็นปาฏิหาริย์จนกลายเป็นข่าวดังไปเหรอ
ถ้าเกิดถูกมองว่าเป็นพวกมีร่างกายพิเศษ แล้วถูกจับไปขังเป็นหนูทดลองล่ะก็คงจบเห่กันพอดี
เขากดกริ่งเรียกพยาบาล เมื่อพยาบาลมาถึงเขาก็แจ้งความประสงค์ขอออกจากโรงพยาบาล
เพราะอาการแค่กระดูกหักและได้รับการปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โรงพยาบาลจึงไม่ถึงกับต้องกักตัวไว้ดูอาการ และเขาก็ไม่ได้มีโรคร้ายแรงอื่นใด
หลังจากเซ็นชื่อในหนังสือรับรองความรับผิดชอบแล้ว เฉินหยวนก็ใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินกะเผลกออกจากโรงพยาบาล แล้วเรียกแท็กซี่หน้าโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน
เขาเป็นเด็กกำพร้า แม้จะมีเพื่อนอยู่บ้าง แต่คนอื่นก็กำลังทำงานกันอยู่ เขาจึงไม่อยากไปรบกวนคนอื่น อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก สามารถกลับบ้านเองได้
เมื่อถึงบ้านและปิดประตูลง เขาก็รีบพุ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อเริ่มแกะเฝือกที่ขาออกทันที