- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาโดนฆ่า ผมเลยต้องโหลดเซฟมาปราบผี!
- บทที่ 4 - พบผีพรายครั้งแรก
บทที่ 4 - พบผีพรายครั้งแรก
บทที่ 4 - พบผีพรายครั้งแรก
บทที่ 4 - พบผีพรายครั้งแรก
ฝนข้างนอกตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงดังฉ่าๆ เหมือนเสียงย่างเนื้อไม่มีผิด
"เรื่องภูตผีปีศาจพวกเนี้ย เชื่อไว้ก็ไม่เสียหาย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่า"
เฒ่าหลี่กดแตร จู่ๆ ก็ทำท่าทางลึกลับ "คุณเฉิน อยากฟังนิทานไหม?"
"เอาอีกแล้ว"
จางรั่วปิงกรอกตา อุดหู "ไม่ฟังๆ ท่องบทสวดบ้าบออะไรอีกแล้ว"
ใครถามเธอล่ะ?
เฉินเฟิงพยักหน้า "เอาสิครับ เล่ามาเลย ผมรอฟังอยู่"
"ต่อไปนี้ฉันจะเล่าเรื่องจริงให้ฟัง นายจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่" เสียงของเฒ่าหลี่ค่อยๆ ต่ำลง "เมื่อหลายปีก่อน มีเถ้าแก่ใหญ่เงินหนาคนหนึ่ง แต่งงานกับหญิงสาวร่างสูงโปร่งที่สวยหยาดเยิ้มราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด"
"ใช้ชีวิตเศรษฐีได้ไม่กี่ปี เรื่องแปลกๆ ก็เกิดขึ้น ร่างกายของเถ้าแก่ใหญ่คนนั้นแย่ลงทุกวัน ดูเหมือนกำลังจะตายอยู่รอมร่อ เพื่อนบ้านพากันซุบซิบว่าเมียแกเป็นดาวมฤตยูที่กินผัว!"
"แต่เถ้าแก่ใหญ่คนนี้กลับถูกผีบังตา เป็นตายยังไงก็ไม่เชื่อ... จนกระทั่งวันหนึ่ง!" เสียงของเฒ่าหลี่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน "เถ้าแก่ใหญ่กลับบ้านก่อนเวลา นายทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น? โป๊ะเช๊ะ! จับได้คาหนังคาเขาว่าเมียสุดสวยของแกกำลังแอบเล่นชู้!"
เชี่ย โดนสวมเขา
ใจของเฉินเฟิงกระตุกวูบ แอบคิดว่านี่มันนิทานเรื่องอู่ต้าหลางกับพานจินเหลียนชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?
เฒ่าหลี่เหมือนจะมองความในใจของเฉินเฟิงออก จึงหัวเราะพลางพูดว่า "นายกำลังคิดอยู่ใช่ไหมว่า ที่ร่างกายของเถ้าแก่ใหญ่ทรุดโทรมลงทุกวัน เป็นเพราะนังผู้หญิงใจดำคนนั้นวางยาทุกวัน แล้วพอเรื่องแดงขึ้นมา นังนั่นก็เลยร่วมมือกับชู้รัก ฆ่าเถ้าแก่ใหญ่ปิดปากซะ?"
เฉินเฟิงพยักหน้าโดยสัญชาตญาณ
เฒ่าหลี่พูด "ผิด!"
เฉินเฟิงอึ้ง "อ้าว? หรือว่าเถ้าแก่ใหญ่โกรธจัด ก็เลยฆ่าเมียกับชู้ตายคู่?"
เฒ่าหลี่เผยให้เห็นฟันที่ทั้งเหลืองทั้งดำเพราะสูบบุหรี่ "หึ ก็ไม่ถูกอีก!"
บ้าเอ๊ย หรือว่าจะมีทางเป็นไปได้ที่สามด้วย?
เฉินเฟิงก็งงไปเหมือนกัน หรือว่าเถ้าแก่ใหญ่อารมณ์พลุ่งพล่าน เลยเข้าไปร่วมวงกับพวกนั้นด้วยล่ะ?
เฒ่าหลี่เฉลยคำตอบ "เถ้าแก่ใหญ่คนนั้นผลักประตูเข้าไป เห็นคนสองคนกำลังกอดกันกลม ก็นึกว่าเป็นหญิงร้ายชายชู้ แต่พอดูให้ดี กลับพบว่าเมียสุดที่รักของแก กำลังกอดศพที่ถูกดูดเลือดดูดเนื้อจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก!"
เฉินเฟิงร้อง "อ๊าก" ออกมา
เมื่อเห็นเฉินเฟิงมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงขนาดนั้น เฒ่าหลี่ก็ยิ้มพลางถาม "หนังมนุษย์ นายเคยเห็นไหมล่ะ?"
ไม่ได้แค่เคยเห็นหรอก แต่เคยเป็นมาแล้วด้วย
เฉินเฟิงรีบถาม "แล้วไงต่อครับ?"
"หลังจากนั้น เถ้าแก่ใหญ่ก็ตกใจกลัวภาพขุมนรกนั่นจนช็อกหมดสติไปตรงนั้นเลยน่ะสิ!"
พูดจบ เฒ่าหลี่ก็ชี้ไปข้างหน้า "พอแกลืมตาขึ้นมาอีกที ก็ถูกเมียโยนลงมาจากสะพานฉือหางแล้ว น้ำในแม่น้ำที่เย็นยะเยือกไหลทะลักเข้าปากเข้าจมูก แกก็เลยจมน้ำตายไปทั้งอย่างนั้นแหละ!"
"พอเถ้าแก่ใหญ่ตาย เรื่องมันก็ยุ่งน่ะสิ"
เฒ่าหลี่บอกกับเฉินเฟิง "พวกที่ตายโหงหรือฆ่าตัวตายในน้ำเนี่ย แรงอาฆาตมันรุนแรงมาก ไปเกิดใหม่ไม่ได้ ผุดไม่ได้เกิด ต้องวนเวียนอยู่ใต้ก้นแม่น้ำที่เย็นยะเยือก ไม่ได้ไปผุดไปเกิดชั่วนิรันดร์"
"ยิ่งไปกว่านั้น เถ้าแก่ใหญ่ตายอย่างอนาถ ความแค้นสุมอก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็เลยกลายเป็นผีร้าย!"
"ว่ากันว่ามีคนเคยเดินผ่านสะพานตอนกลางคืน แล้วได้ยินผีพรายบอกว่า สักวันหนึ่ง เขาจะปีนขึ้นมาจากก้นแม่น้ำแห่งนี้ แล้วไปเอาชีวิตเมียผีร้ายของเขา!"
เฉินเฟิงเข้าใจแล้ว "หมายความว่าใต้สะพานนี้มีผีพรายอยู่ตัวหนึ่งงั้นเหรอครับ?"
เฒ่าหลี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ถูกต้อง ถ้าไม่ใช่ผีพราย หลายปีมานี้ พวกที่คิดสั้นกระโดดสะพาน กับพวกที่พลัดตกน้ำ จะเยอะขนาดนี้ได้ยังไง!"
"นี่มันต้องเป็นเพราะผีพรายกำลังหาตัวตายตัวแทน เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น แล้วจะได้ไปแก้แค้นนังผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ!"
สิ้นเสียงของเฒ่าหลี่ เสียงเครื่องจักรก็ดังขึ้นข้างหูของเฉินเฟิง
ที่แท้ก็เป็นระบบคนดีที่มอบหมายภารกิจใหม่ให้:
【ใต้สะพานฉือหางมีผีพรายอาละวาด ปีศาจตนนี้มีร่างกายโปร่งใส มองหน้าตาไม่ออก ทุกครั้งที่เจอคนตกน้ำ มันจะปล่อยไอเย็นยะเยือกเข้าเล่นงาน แล้วลากคนลงไปจมน้ำตายในจุดที่ลึกที่สุด】
【เป้าหมายภารกิจ: กำจัดผีพราย】
【รางวัลภารกิจ: มอบคะแนนระบบ 1-3 คะแนนตามผลลัพธ์ของภารกิจ】
เฉินเฟิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบในทันที
หญิงสาวร่างสูงโปร่ง ชู้รักหนังมนุษย์ สามีผีพราย
เมื่อนำเบาะแสทั้งหมดนี้มาปะติดปะต่อกัน เฉินเฟิงก็ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าไอ้ผีร้ายที่ล่องหนและบุกเข้าไปในร้านเน็ตนั้นคือตัวอะไร!
เมื่อเห็นเฉินเฟิงใจลอยไปหน่อย เฒ่าหลี่ก็พูดปลอบว่า "นายไม่ต้องกลัวหรอก ต่อให้ผีพรายจะดุร้ายแค่ไหน ท้ายที่สุดก็หนีน้ำไปไหนไม่ได้ ขึ้นฝั่งก็ไม่ได้ ขอแค่นายไม่ทำตัวงี่เง่า ไม่ลงไปว่ายน้ำหรือไปตกปลาที่ริมแม่น้ำ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว"
มีเรื่องแน่ๆ ล่ะสิ!
เฉินเฟิงพูดอึกอัก "ลุงครับ ลุงรู้ไหมว่าความจริงแล้วผีพรายก็ขึ้นฝั่งได้เหมือนกันนะ"
เฒ่าหลี่ตอบ "หืม? บางพื้นที่ก็มีคนพูดแบบนั้นเหมือนกัน ว่ากันว่าตอนที่ฝนตกหรือเกิดน้ำท่วม ผีพรายสามารถขึ้นฝั่งได้ คุณเฉิน ไม่น่าเชื่อว่านายจะรู้เยอะขนาดนี้นะเนี่ย"
จะไม่รู้ได้ไงล่ะ? ฉันเคยเห็นมากับตาเลยนะ
ตอนนี้เฉินเฟิงแค่อยากจะรีบลงจากรถแล้ววิ่งหนีไปให้พ้นๆ "ลุงหลี่ จู่ๆ ผมก็ไม่หิวแล้ว ลุงช่วยจอดรถให้ผมลงตรงนี้ได้ไหมครับ?"
"อย่าเพิ่งรีบสิ ถึงแล้วนี่ไง"
เฒ่าหลี่เหยียบเบรกเบาๆ เพื่อให้รถค่อยๆ ชะลอความเร็วลง
ตอนนี้ข้างนอกฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว อาศัยจังหวะสั้นๆ ที่ที่ปัดน้ำฝนปัดผ่านกระจกหน้ารถ เฉินเฟิงมองเห็นเงาคนลางๆ นั่งห้อยขาอยู่บนราวสะพานที่ลื่นปรื๊ด
"คนนั้นแหละ"
"นายรอพวกเราอยู่ในรถนะ"
ประตูรถเปิดออก ตำรวจสองนายฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำออกไป
เฒ่าหลี่ตะโกนลั่น "อย่าเพิ่งวู่วาม! มีอะไรก็ลงมาคุยกันก่อน!"
ไม่พูดก็แล้วไป พอพูดประโยคนี้ปุ๊บ คนคนนั้นก็กระโดดดิ่งลงไปทันที
จางรั่วปิงร้องเสียงหลง "อย่า! อย่ากระโดดนะ!"
"ช่วยด้วย!"
ไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่น้อย เฒ่าหลี่รีบถอดอุปกรณ์และรองเท้าออก แล้วเริ่มปีนข้ามราวสะพาน
จางรั่วปิงหน้าซีดเผือด "อาจารย์! ฉันก็ว่ายน้ำเป็น ให้ฉันลงไปด้วยเถอะ!"
"ลงบ้าอะไรล่ะ!"
เฒ่าหลี่รู้ดีว่าการว่ายน้ำเป็น ไม่ได้แปลว่าจะช่วยชีวิตคนเป็น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนตกน้ำย่อมจะคว้าจับร่างกายของคนที่มาช่วยอย่างไม่คิดชีวิต หากคนช่วยเหลือไม่มีประสบการณ์ในการช่วยชีวิต ต่อให้ว่ายน้ำเก่งแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
เขาจึงตะคอกไปว่า "เธอไปเอาเชือกช่วยชีวิตท้ายรถมา เร็วเข้า!"
พูดจบ เฒ่าหลี่ก็กระโจนลงไปในแม่น้ำ
อีกด้านหนึ่ง เฉินเฟิงแอบย่องไปที่เบาะคนขับและเตรียมตัวหนีได้ทุกเมื่อ แต่พอเห็นจางรั่วปิงกลับมาด้วยดวงตาแดงก่ำ เฉินเฟิงก็รีบถาม "เกิดอะไรขึ้น อาจารย์เธอไปไหนแล้วล่ะ?"
จางรั่วปิงพยายามอย่างหนักที่จะรักษาสติให้มั่น แต่น้ำเสียงก็ยังคงสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ "อาจารย์ของฉันกระโดดลงไปช่วยคนแล้ว"
หา?
เฉินเฟิงใจหายวาบ
กระโดดลงไปแล้วเหรอ? แกไม่รู้หรือไงว่าข้างล่างมีผีพรายอยู่? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?
จางรั่วปิงเปิดกระโปรงหลังรถ เอาเชือกช่วยชีวิตออกมา
เฉินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กัดฟัน "เดี๋ยวก่อน ฉันจะไปช่วยด้วย"
จางรั่วปิงมองเฉินเฟิงแวบหนึ่ง "ขอบคุณนะ"
พอออกมาข้างนอก เฉินเฟิงถึงได้รู้ว่าฝนตกหนักขนาดไหน ถ้าไม่ปาดน้ำฝนบนหน้าออกก็มองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ
ทั้งสองคนเดินมาที่หัวสะพาน เฉินเฟิงก้มหน้ามองหาอยู่ตั้งนานกว่าจะเจอคนตกน้ำทั้งสอง: เฒ่าหลี่พยายามแกว่งแขนอย่างสุดกำลัง และกำลังลากเด็กสาวคนหนึ่งว่ายเข้าฝั่ง แต่เด็กสาวกลับดิ้นรนอย่างหนัก ถึงขนาดกดหัวเฒ่าหลี่ลงไปในน้ำด้วยซ้ำ
แย่แล้ว
ฝนตกหนักเกินไป น้ำก็เชี่ยว แถมยังต้องช่วยคนอีก
เฉินเฟิงใจหล่นวูบ เขามองออกว่าภายใต้ปัจจัยที่เสียเปรียบหลายๆ อย่าง ท่าทางการว่ายน้ำของเฒ่าหลี่ก็เริ่มผิดเพี้ยนไปบ้างแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป หมดแรงเมื่อไหร่ก็ต้องตายอย่างแน่นอน
ส่วนอีกด้าน จางรั่วปิงก็รีบผูกปลายเชือกช่วยชีวิตข้างหนึ่งไว้กับเหล็กเส้นของตอม่อสะพาน ยึดจุดยึดเอาไว้อย่างแน่นหนา
"โยนเลย!"
เมื่อเล็งทิศทางเรียบร้อย จางรั่วปิงก็โยนเชือกช่วยชีวิตลงไป
เมื่อเห็นเชือกถูกโยนลงมา ในใจที่ตอนแรกสิ้นหวังไปแล้วของเฒ่าหลี่ก็จุดประกายความหวังขึ้นมาทันที เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายว่ายไปหาเชือก ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างๆ เด็กสาวมีสีหน้าเจ็บปวด และจู่ๆ ก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนจะสำลักน้ำเข้าแล้ว
เร็ว! เร็วเข้า!
เฒ่าหลี่ไม่ยอมออมแรงอีกต่อไป เขาคว้าเชือกช่วยชีวิตมากอดไว้ที่หน้าอกอย่างชำนาญ แล้วว่ายไปดึงเด็กสาว
ส่วนเฉินเฟิงก็ปาดน้ำฝนบนใบหน้าออก เตรียมจะใช้เชือกช่วยชีวิตดึงทั้งสองคนเข้าฝั่ง
แต่แล้วในตอนนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!
จู่ๆ เด็กสาวก็ยื่นมือออกไป คว้าเชือกช่วยชีวิตไปจากมือของเฒ่าหลี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างผลักหน้าอกเฒ่าหลี่อย่างแรง
การผลักครั้งนี้มันรุนแรงถึงตายได้เลย
เฒ่าหลี่ไม่ทันตั้งตัว จึงสำลักน้ำเข้าปอดไปอึกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงผลักเด็กสาวกลับไป เพื่อส่งเด็กสาวเข้าฝั่ง
เขาผลักเธอไปสู่รอดตาย แต่เธอกลับผลักเขาไปสู่ความตาย!
เมื่อมองดูเฒ่าหลี่หายลับไปจากสายตา และไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย สมองของจางรั่วปิงก็ขาวโพลน พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ "ไม่!!! อาจารย์!!!"
"เดรัจฉานเอ๊ย"
เฉินเฟิงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร
ตั้งแต่เมื่อกี้ เด็กสาวที่ตกน้ำก็เอาแต่ดิ้นพล่านและกดหัวเฒ่าหลี่อยู่ตลอดเวลา เป็นการผลาญแรงของเฒ่าหลี่อย่างบ้าคลั่ง ราวกับคนว่ายน้ำไม่เป็น แต่พอเฒ่าหลี่ถูกน้ำพัดไป เด็กสาวก็เงียบลงทันที เก็บแรงเอาไว้ แล้วเงยหน้าลอยคออยู่เหนือน้ำ
ไม่ต้องสงสัยเลย นังสารเลวนี่ว่ายน้ำเป็น!
เมื่อมองดูเด็กสาวที่กอดเชือกช่วยชีวิตเอาไว้แน่นในน้ำ เฉินเฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เขาพุ่งไปที่ราวสะพาน เตรียมจะแก้เชือกออก เพื่อปล่อยให้ไอ้เดรัจฉานนั่นตายไปซะ
แต่ตอนนั้นเอง จางรั่วปิงก็ขวางเฉินเฟิงเอาไว้ "ฉันรู้ว่านายโกรธ ฉันก็โกรธเหมือนกัน แต่การช่วยคนเป็นหน้าที่ของเรา นายทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ"
เฉินเฟิงถึงกับหัวเราะออกมา "ไอ้นั่น... นับว่าเป็นคนด้วยเหรอ?"
และในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันอยู่นั้น จู่ๆ เด็กสาวที่อยู่ข้างล่างก็กรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่บิดเบี้ยว "ตัวอะไรน่ะ? มีตัวอะไรในน้ำกำลังจับขาฉันอยู่ ดึงฉันที เร็วเข้า รีบดึงฉันขึ้นไปสิ!"
หาเรื่องอะไรอีกเนี่ย?
เฉินเฟิงตะโกนลงไป "เลิกเล่นละครได้แล้ว!"
แต่เด็กสาวกลับไม่ยอมหยุดกรีดร้อง มิหนำซ้ำยังดิ้นรนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตีน้ำจนแตกกระจายเป็นวงกว้าง "ฉันไม่ได้โกหก! มีตัวอะไรอยู่ข้างล่างจริงๆ ช่วยด้วย! ฉันรู้ตัวแล้ว ฉันรู้ตัวว่าผิดแล้วจริงๆ! รีบดึงฉันขึ้นไปที! ขอร้องล่ะ... ฮือๆ"
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กสาวหยุดลงกะทันหัน
มีบางสิ่งลากเธอลงไปในน้ำ
จางรั่วปิงสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่ผิดปกติอย่างมากบนเชือก นี่ไม่ใช่แค่การลากของเด็กสาวแน่นอน
เฉินเฟิงปาดน้ำฝนบนหน้าออก มองลงไปตามเชือกช่วยชีวิตที่ตึงเปรี๊ยะ แต่กลับพบว่าปลายเชือกว่างเปล่า ทว่าเชือกทั้งเส้นกลับกำลังกระตุกเป็นจังหวะ!
มีไอ้ตัวบ้าอะไรก็ไม่รู้ กำลังปีนขึ้นมาตามเชือกช่วยชีวิต!
(จบแล้ว)