- หน้าแรก
- จุติเป็นเทพบ้านนา ขอพึ่งศรัทธาปราบมาร
- ตอนที่ 21 งูตัวใหญ่เหลือเกิน
ตอนที่ 21 งูตัวใหญ่เหลือเกิน
ตอนที่ 21 งูตัวใหญ่เหลือเกิน
ตอนที่ 21 งูตัวใหญ่เหลือเกิน
เขามาอยู่บนโลกใบนี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว
ซ่งเสวียนชิงเริ่มคุ้นชินกับการนั่งตระหง่านอยู่บนแท่นบูชา รับฟังคำขอพรของชาวบ้านในทุก ๆ วัน
ทว่าใช่ว่าชาวบ้านทุกคนที่มาจุดธูปให้เขา ล้วนแต่มีเรื่องมาขอร้องไปเสียหมด
บางคนก็แค่ต้องการความอุ่นใจ ว่างเมื่อใดก็มักจะมาจุดธูปให้เขาสักสองสามดอก
รอจนชาวบ้านจุดธูปเสร็จ ซ่งเสวียนชิงก็ออกจากศาลเจ้าเสวียนชิง
ภายนอกแสงแดดกำลังแผดเผา อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าซ่งเสวียนชิงกลับไม่รู้สึกถึงความหนาวร้อน เขาล้วนแต่รับรู้มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านเหล่านั้น
ระยะนี้ เมื่อมีเวลาว่างซ่งเสวียนชิงก็จะเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้านตระกูลซ่ง เพื่อดูว่ามีคนแปลกหน้าท่าทางน่าสงสัยแฝงตัวเข้ามาหรือไม่
ขอบเขตการรับรู้ของเขามีจำกัด หากต้องการกุมความเคลื่อนไหวทั้งหมดของหมู่บ้านตระกูลซ่งให้ได้ ก็ยังต้องออกมาลาดตระเวนด้วยตนเอง
คำพูดก่อนตายของมู่ทงเมื่อครั้งก่อน ซ่งเสวียนชิงยังคงจดจำไว้ในใจ
แม้จะกล่าวว่าตอนนั้นเขาไม่หวาดกลัวสิ่งใด และไม่ได้เกรงกลัวลัทธิเทียนซานที่จะตามมาหาเรื่องเขาในภายหลังสักเท่าใดนัก
แต่ซ่งเสวียนชิงก็ไม่ได้ไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้จริง ๆ หรอกนะ
มิเช่นนั้นคงไม่ออกมาลาดตระเวนทุกวัน เพื่อให้พบร่องรอยของลัทธิเทียนซานได้ทันท่วงทีเช่นนี้หรอก
อย่างไรเสียลัทธิเทียนซานก็เข้ามาในอาณาเขตของเขาแล้ว เขาจะทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยก็กระไรอยู่
หลังจากลาดตระเวนในขอบเขตการเคลื่อนไหวไปหนึ่งรอบ วันนี้ซ่งเสวียนชิงก็ยังคงไม่พบร่องรอยใด ๆ ของลัทธิเทียนซานเช่นเดิม
เขาถึงกับเริ่มสงสัยว่า จะเป็นเพราะมู่ทงกับมู่หนานเป็นเพียงลูกสมุนระดับล่างในลัทธิเทียนซาน ลัทธิเทียนซานจึงไม่ได้สนใจความเป็นตายของพวกมันเลยกันแน่
หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นก็คงจะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง
ลาดตระเวนทั่วหมู่บ้านตระกูลซ่งเสร็จแล้ว ซ่งเสวียนชิงไม่ได้รีบกลับเข้ารูปปั้นเทพเจ้า แต่เปลี่ยนเส้นทางมายังพื้นที่ทำการเกษตรแทน
พื้นที่นาของหมู่บ้านตระกูลซ่งล้วนรวมอยู่ในที่เดียวกัน พื้นที่ไม่ใช่น้อย ๆ มองคร่าว ๆ น่าจะมีถึงร้อยกว่าหมู่
สายลมพัดผ่าน คลื่นสีเขียวแกว่งไกวไปมา แซมด้วยสีเหลืองประปราย ส่งเสียงดังสวบสาบ
ผืนนาเหล่านี้แบกรับเสบียงอาหารและการดำรงชีวิตของประชากรนับร้อยชีวิตในหมู่บ้านตระกูลซ่งเอาไว้
ชายฉกรรจ์ต่างพับขากางเกงขึ้น กำลังง่วนอยู่กลางทุ่งนา หยาดเหงื่อสาดกระเซ็นภายใต้แสงแดดแผดเผา
แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็นับได้ว่าสงบร่มเย็นและพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี
เมื่อเห็นชาวบ้านที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของตนในเขตอิทธิพลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบร่มเย็น ในใจของซ่งเสวียนชิงก็เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตื้นตันใจในความสำเร็จ
ยุคสมัยนี้ช่างโหดร้าย เมื่อสองวันก่อนเขายังได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอว่านอันที่ชื่อว่าหมู่บ้านไป่หลัว คนทั้งหมู่บ้านสามสี่ร้อยคนถูกฆ่าล้างบางจนหมดสิ้น ได้ยินมาว่าล้วนถูกกรีดเลือดจนแห้งตายอย่างทุกข์ทรมาน
รูปแบบการกระทำเช่นนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นการปรากฏตัวของผู้บำเพ็ญมาร
แม้แต่นายอำเภอว่านอันก็ยังตื่นตระหนก ส่งปรมาจารย์ยุทธ์มนุษย์จำนวนไม่น้อยออกไปสืบสวนตามล่า
น่าเสียดายที่คนก็ตายไปหมดแล้ว อย่าเพิ่งพูดถึงว่าจะตามจับฆาตกรที่ไม่รู้ว่าหนีไปไหนแล้วได้หรือไม่เลย ต่อให้ตามตัวพบแล้วจะทำอะไรได้เล่า
ผู้คนที่ตายไปแล้วก็มิอาจฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก
เมื่อชาวหมู่บ้านตระกูลซ่งได้ยินเรื่องนี้เข้า ก็ตกใจกลัวกันไม่น้อย
ในวันนั้น ศาลเจ้าเสวียนชิงก็ได้ต้อนรับฝูงชนจำนวนมากอีกครั้ง
ชาวบ้านต่างพากันวิ่งมาจุดธูปให้ซ่งเสวียนชิง
ชาวบ้านรู้สึกยินดีที่พวกเขาเป็นดินแดนที่ได้รับความเมตตาจากทวยเทพ การมาจุดธูปขอพรให้ซ่งเสวียนชิงคุ้มครองความปลอดภัย ก็เพื่อความสบายใจของพวกเขานั่นเอง
หมู่บ้านไป่หลัวแห่งนั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านตระกูลซ่งค่อนข้างไกล ก่อนที่จะเกิดเรื่องฆ่าล้างหมู่บ้านขึ้น ชาวบ้านก็ไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้มาก่อนเลย
ส่วนที่อยู่ใกล้ ๆ นั้น ก็ยังมีหมู่บ้านเล็ก ๆ อีกแห่งที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านตระกูลซ่งออกไปสองลูกเขา ถูกมารอสูรอะไรก็ไม่รู้จับกินไปสามสี่คน ล้วนมีสภาพการตายด้วยการถูกควักหัวใจแหวกท้องทั้งสิ้น
ทำเอาผู้คนในหมู่บ้านนั้นตกใจจนหนีเตลิดเปิดเปิงไปตาม ๆ กัน คนที่หนีก็หนีไป คนที่เข้าเมืองไปขอความช่วยเหลือก็ไป
ในยุคสมัยเช่นนี้ ชีวิตคนไร้ค่าดั่งผักปลาไม่ใช่คำพูดล้อเล่นเลย
ความสามารถของซ่งเสวียนชิงมีจำกัด เขตอิทธิพลของเขาก็ถูกจำกัดให้อยู่แค่ในหมู่บ้านตระกูลซ่ง ที่อื่นเขาคงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่อย่างน้อยในหมู่บ้านตระกูลซ่ง เขาก็สามารถพยายามคุ้มครองอย่างสุดความสามารถได้
ท่ามกลางยุคเข็ญที่ผู้คนเข่นฆ่ากันเองเช่นนี้ เขาจะทำให้ผู้คนที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของตนสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่น
ชาวบ้านหารู้ไม่ว่าท่านเสวียนชิงกงที่พวกเขาเคารพศรัทธาอยู่เคียงข้างพวกเขานี่เอง
กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังทำงานในนาไปพลาง พูดคุยหัวเราะกันไปพลาง
วินาทีต่อมา กลับมีเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นกะทันหัน
“อ๊า! แม่ร่วง! งูยักษ์ตัวใหญ่มาก!”
ในทุ่งนาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำผู้หนึ่งตกใจจนกระโดดถอยหลังไปไกลหลายเมตร
ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็พลันหุบรอยยิ้ม แบกจอบวิ่งตรงไปยังชายฉกรรจ์ผิวคล้ำผู้นั้น
“งูอยู่ที่ไหน!”
ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำกำจอบไว้แน่นด้วยความตึงเครียด กลืนน้ำลายลงคอแล้วชี้ไปยังทุ่งนาเบื้องหน้า
“อยู่ตรงนั้น งูตัวใหญ่มาก!”
มองเห็นภายใต้ต้นข้าวสีเขียวขจี ปรากฏงูยักษ์เกล็ดเขียวลายปล้องขาวตัวหนึ่ง ลำตัวยาวเกือบหนึ่งจั้ง ขนาดใหญ่เท่ากับน่องของคน ขดตัวอยู่ตรงนั้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
ต้นข้าวในฤดูคิมหันต์ใกล้จะเติบโตเต็มที่แล้ว มีความสูงเท่ากับน่องของคน งูยักษ์เกล็ดเขียวปล้องขาวตัวนั้นหมอบอยู่ใต้ต้นข้าว หากไม่เดินเข้าไปใกล้ ก็แทบจะมองไม่เห็นเลย
ด้วยเหตุนี้ พอชายฉกรรจ์ผู้นั้นเหลือบไปเห็นงูยักษ์ตัวนั้นเข้า ก็ตกใจกลัวแทบแย่
ในเวลานี้ งูยักษ์ที่ถูกรบกวนก็แสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง มันชูครึ่งท่อนบนขึ้นมา แลบลิ้นงูจ้องเขม็งไปที่ชาวบ้านหลายคนเบื้องหน้า ทำท่าเตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีได้ทุกเมื่อ
ชายฉกรรจ์หลายคนที่แบกจอบวิ่งมา เมื่อเห็นขนาดของงูยักษ์ตัวนี้ ก็ตึงเครียดจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อ
“พระเจ้าช่วย ทำไมงูตัวนี้ถึงโตได้ขนาดนี้”
“เป็นงูปล้องขาวด้วยสิ ข้าจำได้ว่างูปล้องขาวโตเต็มที่ก็แค่สี่ห้าฉื่อไม่ใช่หรือ ทำไมงูตัวนี้ถึงใหญ่ขนาดนี้เล่า”
“ไม่ใช่สิ ประเด็นคือมันเป็นงูปล้องขาวมีพิษร้ายแรงต่างหาก! ตัวเล็กหน่อยก็ยังพอรับไหว แต่ตัวใหญ่ขนาดนี้แถมยังมีพิษอีก จะทำอย่างไรดี หากไม่ไล่มันไปหรือฆ่าทิ้งเสีย แล้วพวกเราจะทำนากันต่อไปได้อย่างไร”
ยังไม่ทันที่ชาวบ้านจะพูดจบ งูปล้องขาวตัวนั้นก็ชิงลงมือจู่โจมก่อนแล้ว
ลำตัวที่หนาและยาวดูงุ่มง่าม ทว่าแท้จริงแล้วกลับปราดเปรียวอย่างเหลือเชื่อ
ชั่วพริบตามันก็พุ่งเข้าใส่ชาวบ้านหลายคนตรงหน้า
ขากรรไกรของงูที่อ้ากว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่อาบไปด้วยพิษ
ชาวบ้านหลายคนเกือบจะรับมือไม่ทัน โชคดีที่ในท้ายที่สุดก็สามารถใช้จอบสกัดกั้นงูยักษ์เอาไว้ได้ทันท่วงที
แต่งูเป็นสัตว์ผูกใจเจ็บ มีหรือที่มันจะยอมปล่อยชาวบ้านพวกนี้ไปง่าย ๆ
มันส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ เตรียมจะพุ่งเข้ามากัดคนอีกครั้ง
ทว่าชาวบ้านก็ไม่ใช่จะยอมให้รังแกกันง่าย ๆ ชายฉกรรจ์ในชนบทมีเรี่ยวแรงมหาศาลอยู่แล้ว ซ้ำยังมีจอบยาวอยู่ในมืออีก
งูยักษ์อยากกัดคน ส่วนชาวบ้านก็อยากกำจัดงูยักษ์เช่นกัน
แต่งูยักษ์ก็ปราดเปรียวเป็นอย่างมาก
ในชั่วพริบตาทั้งสองฝ่ายก็ตกอยู่ในสภาวะคุมเชิงกัน
ชาวบ้านหลายคนรับมือไปพลาง ตะโกนเรียกสุดเสียงไปพลาง “ตรงนี้มีงูยักษ์โว้ย รีบมาช่วยกันหน่อย!”
ซ่งเสวียนชิงลอยอยู่กลางอากาศ มองดูเงียบ ๆ ไม่ได้มีความคิดที่จะลงมือแต่อย่างใด
เพราะงูยักษ์ตัวนี้ แม้จะมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่สายพันธุ์นี้ควรจะเป็น ทว่าในความเป็นจริง งูตัวนี้ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นมารอสูร
เป็นเพียงงูยักษ์ธรรมดาที่ตัวโตกว่าปกติก็เท่านั้น
หากเป็นมารอสูร ซ่งเสวียนชิงคงลงมือไปนานแล้ว
ทว่าเป็นแค่งูยักษ์ธรรมดา ชาวบ้านก็ไม่ได้ถึงกับหมดปัญญารับมือ
เขาเป็นเทพผู้คุ้มครองหมู่บ้านตระกูลซ่ง ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านทุกครั้งที่พบกับเรื่องยากลำบาก
แน่นอนว่าหากมีชาวบ้านคนใดจะต้องมาจบชีวิตลงในปากงูจริง ๆ ซ่งเสวียนชิงก็จะพิจารณาลงมือสักเล็กน้อย
อย่างไรเสียก็เป็นผู้ศรัทธาของตน เป็นผู้ที่มอบแต้มธูปบูชาเพื่อสักการะบูชาตน
ยิ่งไปกว่านั้น พูดตามตรงแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาซ่งเสวียนชิงได้พบเห็นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศร้อนขึ้นหรือด้วยเหตุผลประการใด ระยะนี้ถึงมีงูปรากฏตัวออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีงูทุกสายพันธุ์ งูปล้องขาวที่มีความยาวถึงหนึ่งจั้งตัวนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซ่งเสวียนชิงมาเดินเล่นที่ทุ่งนาแล้วเห็นชาวบ้านเผชิญหน้ากับงู
ถึงขั้นกล่าวได้ว่า สามารถพบเห็นงูในนาได้ไม่น้อยเลยในแต่ละวัน
งูบางตัวก็ขี้ขลาด เจอคนก็หนี งูบางตัวก็กล้าหาญชาญชัย อย่างเช่นงูปล้องขาวตัวนี้ ที่ริเริ่มโจมตีชาวบ้านก่อน
ไม่เพียงแต่ในทุ่งนาเท่านั้น บ้านของชาวบ้านบางคนในหมู่บ้านก็มีงูเลื้อยเข้าไปเช่นกัน
แม้แต่ตอนตักน้ำในบ่อน้ำ ก็ยังพบเจองูอยู่บ่อยครั้ง
มีทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ
ในช่วงแรกชาวบ้านบางคนถึงกับรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างไรเนื้อก็คือเนื้อ สามารถนำมากินได้
นอกเหนือจากงูพิษร้ายแรงบางชนิดที่ชาวบ้านไม่กล้ากินแล้ว หากเป็นงูไม่มีพิษที่จับได้และตีตาย ก็สามารถนำมาเพิ่มเป็นอาหารจานเนื้อในมื้อนั้นได้เลยทีเดียว
แต่เมื่อมีงูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนพอตื่นนอนลืมตาขึ้นมาก็เจองูพิษอยู่ตรงปลายเตียง เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ความดีใจที่จะได้กินเนื้องูของชาวบ้านก็ถูกเจือจางหายไปจนหมดสิ้น
สืบเนื่องจากช่วงนี้มีงูปรากฏตัวออกมามากผิดปกติ ชาวบ้านในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยจึงถูกงูกัดได้รับบาดเจ็บ
หากเจองูไม่มีพิษก็แล้วไปเถิด แต่ถ้าเจองูมีพิษละก็...
เช่นนั้นก็คงได้แต่ภาวนาขอให้ไม่ใช่งูที่มีพิษร้ายแรงก็แล้วกัน
มิเช่นนั้นก็รอให้ทั้งหมู่บ้านได้ตั้งโต๊ะกินเลี้ยงงานศพได้เลย
ซ่งเสวียนชิงรู้เรื่องราวเหล่านี้กระจ่างดี ทว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอันใดมากนัก
หมู่บ้านในชนบทป่าเขา ฤดูร้อนมีงูเยอะหน่อยก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ถึงแม้งูพวกนี้มันจะเยอะเกินไปสักหน่อยก็เถอะ
แต่ในเมื่อยังไม่ได้เกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้นมา ซ่งเสวียนชิงก็คร้านที่จะเข้าไปยุ่ง