- หน้าแรก
- จุติเป็นเทพบ้านนา ขอพึ่งศรัทธาปราบมาร
- ตอนที่ 3 ท่านเทพที่เคารพ!
ตอนที่ 3 ท่านเทพที่เคารพ!
ตอนที่ 3 ท่านเทพที่เคารพ!
ตอนที่ 3 ท่านเทพที่เคารพ!
หมู่บ้านตระกูลซ่งมีแม่น้ำสายเล็กๆ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำสายใหญ่ในอำเภอว่านอัน ในแม่น้ำก็มีปลาอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ที่นี่ เนื้อปลาไม่ได้มีค่าเท่าเนื้อไก่ เป็ด และหมู ทั้งยังกินไม่อิ่มท้องและมีรสชาติไม่อร่อยเท่าเนื้อหมูและอื่นๆ
ถ้านำไปขายก็ได้ราคาถูก
ดังนั้นทุกครั้งที่ถึงวันจุดธูปในวันขึ้นหนึ่งค่ำและขึ้นสิบห้าค่ำ จึงมีชาวบ้านบางคนนำเนื้อปลามาเซ่นไหว้เขา
เนื้อปลาที่นำมาเซ่นไหว้เหล่านี้มีทั้งแบบดิบและแบบที่ปรุงสุกแล้ว
เนื่องจากชาวบ้านบางคนรู้สึกว่าเสวียนชิงกงชอบกินเนื้อปลาสุกมากกว่า และชาวบ้านบางคนก็คิดว่าตัวเองทำอาหารไม่เก่ง จึงถวายให้เสวียนชิงกงไปทำอาหารเองเลย
เมื่อเห็นแมวดำบนโต๊ะบูชาที่กำลังกินปลาสุกอย่างมีความสุข ซ่งเสวียนชิงก็หัวเราะออกมาอย่างขบขันหลังจากที่หายตกตะลึง
แมวอสูรที่แสนกล้าหาญตัวนี้มาจากที่ใด ถึงกล้ามากินของเซ่นไหว้ของเขา!
ซ่งเสวียนชิงตอนนี้ไม่ใช่คน ไม่มีร่างกาย จึงไม่สามารถลิ้มรสชาติของอาหารได้
แม้ว่าเขาจะกินของเซ่นไหว้เหล่านี้ได้ แต่ก็ทำได้เพียงสูดกลิ่นเท่านั้น ไม่ได้รับรู้ถึงรสชาติใดๆ ราวกับสูดควันที่ไร้รสชาติเข้าไปเต็มปอด
ดังนั้นซ่งเสวียนชิงจึงไม่ค่อยสนใจของเซ่นไหว้เหล่านี้สักเท่าไหร่
ทว่าการที่เขาไม่สนใจนั้นก็เป็นเรื่องของเขา แต่ก็ยังไม่ถึงคราวที่แมวอสูรเร่ร่อนตัวหนึ่งจะมากินของเซ่นไหว้ของเขา
ซ่งเสวียนชิงไม่เคยลงมือ จึงไม่มีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่เมื่อดูจากปราณอสูรที่แผ่ออกมาจากร่างของแมวดำตัวนี้
สัญชาตญาณของเขาบอกว่าตนสามารถจัดการแมวอสูรตัวเล็กๆ นี้ได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าจะเป็นเพียงเทพเถื่อนที่เพิ่งเกิดใหม่ แต่จุดเริ่มต้นแต่กำเนิดของเขาก็สูงพอแล้ว
ขณะที่กำลังเตรียมปรากฏตัวเพื่อไล่แมวดำไป ทันใดนั้นซ่งเสวียนชิงก็เกิดความคิดแปลกใหม่ขึ้นมา เขานึกถึงบิดาและพี่ชายของซ่งซิ่วซิ่วที่ติดอยู่ในภูเขาหลางโถวขึ้นมา
จริงอยู่ที่ชั่วคราวเขาไม่สามารถเข้าไปในภูเขาหลางโถวได้ แต่…แมวอสูรตัวเล็กๆ นี้ทำได้นี่!
ถึงอย่างไรมันก็เป็นอสูร ต่อให้อ่อนแอแค่ไหนก็คงไม่กลัวหมอกและไอพิษหรอกกระมัง
เมื่อมีแผนการในใจ ในชั่วพริบตาต่อมา ซ่งเสวียนชิงก็ปรากฏตัวขึ้น
ในช่วงเวลาที่เขาปรากฏตัว กลิ่นอายก็ไม่ถูกเก็บซ่อนไว้อีกต่อไป และแผ่ซ่านออกไปอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด
ในเวลาปกติ หากซ่งเสวียนชิงไม่จงใจปรากฏตัวล่ะก็ อย่าว่าแต่มนุษย์ปุถุชนเลย แม้แต่ผู้มีตบะไม่สูงนักก็มองไม่เห็นเขา
แต่เขาก็สามารถเผยรูปลักษณ์ออกมาได้
เดิมทีแมวดำกำลังก้มหน้ากินปลาบนโต๊ะบูชาอย่างเอร็ดอร่อย
แต่กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของซ่งเสวียนชิงที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน อีกทั้งดูเหมือนว่าจะอยู่ใกล้มากด้วย
ใกล้จนแมวดำรู้สึกว่ากลิ่นอายนั้นอยู่บนหัวของมันเลย
แมวดำที่ยังมีเนื้อปลาคาบอยู่ในปากถึงกับตัวแข็งทื่อในทันที
ในฐานะอสูร หลังจากเข้าสู่มรรคแห่งการบำเพ็ญแล้ว แมวดำสามารถสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจากกลิ่นอายได้อย่างคร่าวๆ
ทว่าในความรู้สึกของแมวดำ กลิ่นอายของซ่งเสวียนชิงนั้นแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย
แมวดำตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะมีท่าทีราวกับถูกกระตุ้น ขนตั้งชันไปทั้งตัว!
ในที่สุดมันก็ไม่สนใจอาหารเลิศรสตรงหน้าอีกต่อไป มันแยกเขี้ยวและเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่มาของกลิ่นอายของซ่งเสวียนชิง
นัยน์ตาแมวสีเขียวเข้มเต็มไปด้วยความระแวดระวังและความดุร้าย ในปากยังคงส่งเสียงขู่ฟ่อๆ ร่างกายของแมวตึงเครียด ราวกับพร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ภายในใจของแมวดำกลับตื่นตระหนกอย่างหนัก
ภายนอกดูเหมือนดุร้ายแต่แท้จริงแล้วอ่อนแอ ความจริงกรงเล็บของมันถอยร่นไปด้านหลัง เตรียมพร้อมที่จะวิ่งหนีไปได้ทุกเมื่อ
กลิ่นอายของซ่งเสวียนชิงแข็งแกร่งกว่ามัน มันไม่สามารถปะทะตรงๆ ได้อย่างแน่นอน
ซ่งเสวียนชิงสังเกตเห็นกรงเล็บของแมวดำที่ถอยร่นไปด้านหลัง สีหน้าของเขาคาดเดาไม่ได้ “แมวอสูรตัวเล็กเช่นเจ้า มากินของเซ่นไหว้ของเทพผู้นี้ ยังคิดจะหนีไปแบบนี้อีกงั้นหรือ”
เมื่อสิ้นเสียงของซ่งเสวียนชิง ในที่สุดแมวดำก็เห็นรูปร่างหน้าตาของซ่งเสวียนชิง
ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วกระบี่ตาดารา เส้นผมยาวถูกมัดไว้ด้วยปิ่นปักผมหยกขาวหนึ่งเล่ม สวมชุดคลุมยาวสีครามที่มีเนื้อผ้าไม่ธรรมดา
ดูราวกับเป็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง
ทว่ารูปร่างของซ่งเสวียนชิงที่โปร่งแสงเล็กน้อย กลิ่นอายธูปบูชาและกลิ่นอายเทพที่แผ่ออกมาจางๆ ล้วนบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่มนุษย์
แมวดำเพียงรู้สึกว่า ยิ่งมองเขาก็ยิ่งคุ้นตามากขึ้นเท่านั้น
สายตาของมันอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเทวรูปหินแกะสลักในศาลเจ้า
ใบหน้าของเทวรูปนั้นดูพร่ามัวเล็กน้อย แต่ก็ยังพอจะมองออกว่ามีความคล้ายคลึงกับซ่งเสวียนชิงเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ความเกี่ยวพันจางๆ ระหว่างซ่งเสวียนชิงกับเทวรูป ย่อมสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน
ซ่งเสวียนชิงก็คือเทพแห่งเทวรูปที่อยู่ในศาลเจ้านี้
แมวดำตกตะลึงในพริบตา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันแอบมากินของเซ่นไหว้ที่นี่ มันรู้ดีว่าเทวรูปที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าเสวียนชิงนี้ ไม่มีเทพเจ้าอยู่เลย
แล้วสถานการณ์ในตอนนี้มันคืออะไรกัน
เทวรูปได้ถือกำเนิดเทพเจ้าแล้วหรือ!
แอบกินของเซ่นไหว้หน้าเทวรูป แถมยังถูกเจ้าของจับได้คาหนังคาเขาอีก
ยิ่งแมวดำมองเห็นสีหน้าของซ่งเสวียนชิงมากเท่าไร มันก็ยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
วินาทีต่อมา มันไม่ลังเลเลยที่จะเลือก…หันหลังวิ่งหนีไป!
ซ่งเสวียนชิงมองดูมันหันหลังกลับอย่างกะทันหันและกระโดดลงมาจากโต๊ะบูชา เขาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือออกไปคว้ามันไว้
ตอนนี้ซ่งเสวียนชิงดูเหมือนมนุษย์ แต่เขาไม่ใช่มนุษย์หรอกนะ
ความเร็วของเขาย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้
แมวดำยังไม่ทันถึงพื้น ก็รู้สึกว่าหลังคอที่กุมชะตาชีวิตของตน ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าเอาไว้ได้
แมวดำ: ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว!
ซ่งเสวียนชิงหิ้วแมวดำมาไว้ตรงหน้า มีรอยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“กินของเซ่นไหว้ของเทพผู้นี้ไปแล้ว ยังคิดจะหนีไปทั้งที่ไม่ยอมจ่ายสิ่งใดตอบแทนอย่างนั้นหรือ”
ซ่งเสวียนชิงมองโต๊ะบูชาที่ระเกะระกะ
แมวดำพยายามดิ้นรน แต่พบว่าไม่สามารถสลัดให้หลุดได้เลย สีหน้าของมันจึงกลายเป็นซีดเผือด
“เหมียว~”
มันเป็นเพียงลูกแมวตัวเล็กๆ เท่านั้น มันจะมีสิ่งใดตอบแทนให้ซ่งเสวียนชิงได้เล่า
ซ่งเสวียนชิงในฐานะเทพเจ้า ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่ามันมาก แมวเร่ร่อนที่เพิ่งจะกลายเป็นอสูรอย่างมัน จะมีประโยชน์อันใดกับซ่งเสวียนชิงเล่า
หรือว่าแค่กินปลาตัวเดียว ก็ต้องเอาชีวิตแมวมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว
ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว!
แมวดำยังไม่ได้ขัดเกลากระดูกขวาง จึงยังไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้
ทว่าซ่งเสวียนชิงกลับเข้าใจความหมายของแมวดำ
“เรื่องที่เจ้าแอบกินของเซ่นไหว้ของเทพผู้นี้ เทพผู้นี้จะปล่อยเจ้าไปก็ได้ แต่เจ้าต้องทำเรื่องๆ หนึ่งให้เทพผู้นี้”
ศีรษะที่อ่อนปวกเปียกของแมวดำพลันตั้งตรงขึ้นมาในทันที
อะไรนะ เทพองค์นี้จะไม่ฆ่ามันหรือ
แบบนี้ก็ดีเลยสิ!
ส่วนเรื่องที่จะให้ทำอะไรให้ซ่งเสวียนชิงนั้น ไม่สำคัญ!
อย่างไรเสีย วันนี้หากมันสามารถออกจากศาลเจ้าแห่งนี้ได้ มันก็จะไม่มีวันกลับมาอีก!
“เหมียว เหมียว เหมียว!”
ท่านเทพที่เคารพโปรดสั่งการมาเถิด! อสูรน้อยยินดีทำทุกอย่าง ไม่ว่าต้องตายสักหมื่นครั้งก็ไม่หวั่น!
มุมปากของซ่งเสวียนชิงกระตุก แมวตัวนี้ทำไมถึงมีท่าทางประจบประแจงเช่นนี้
ซ่งเสวียนชิงส่ายศีรษะ แล้วเอ่ยว่า “เทพผู้นี้ต้องการให้เจ้าไปที่ภูเขาหลางโถว ตามหาพรานพ่อลูกคู่หนึ่ง สองพ่อลูกคู่นั้นเป็นคนจากหมู่บ้านตระกูลซ่ง เจ้าจงหาพวกเขาให้พบ แล้วพาพวกเขากลับมาที่หมู่บ้านตระกูลซ่ง”
พูดจบ ซ่งเสวียนชิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “ต่อให้พรานพ่อลูกคู่นั้นตายในภูเขาหลางโถวแล้ว เจ้าก็ต้องกลับมาบอกผลกับเทพผู้นี้”
เมื่อแมวดำได้ยินดังนั้น มันก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เทพผู้ทรงพลังเช่นนี้กลับห่วงใยความเป็นความตายของมนุษย์ปุถุชนสองคนหรือนี่
แต่แมวดำก็ไม่ได้พูดอะไร มันตอบรับคำอย่างรวดเร็ว
“เหมียว เหมียว เหมียว!”
ท่านเทพที่เคารพวางใจได้! ข้าจะพาคนกลับมาให้ท่านอย่างแน่นอน!
ซ่งเสวียนชิงไม่เชื่อหรอกว่าแมวอสูรจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้จะยอมไปตามหาพรานพ่อลูกคู่นั้นอย่างว่าง่าย
ออกจากศาลเจ้าเสวียนชิงได้ก็คงหนีหายไปมากกว่าล่ะสิไม่ว่า
ดังนั้นเขาจึงเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
อ้อ…ถือโอกาสทดสอบสมมติฐานของเขาด้วยเลย
“ก่อนถึงยามจื่อในคืนนี้ หากเจ้าสามารถพาพรานพ่อลูกคู่นั้นกลับมาได้ เทพผู้นี้จะให้ของรางวัลบางอย่างแก่เจ้า”
แมวดำสงสัย ของสิ่งใดหรือ
ในวินาทีต่อมา แมวดำก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ อบอวลอยู่ที่ปลายจมูก
ดูเหมือนกลิ่นหอมของธูปที่จุดบูชา แต่บริสุทธิ์และเบาบางกว่า แถมยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายเทพ
มันสูดจมูกฟุดฟิดอย่างควบคุมไม่ได้ และสูดดมกลิ่นหอมที่ปลายจมูกเข้าสู่ร่างกาย
ในพริบตา แมวดำก็รู้สึกถึงความเย็นที่ไหลเข้าสู่สมอง มันรู้สึกสดชื่นอย่างยิ่ง
จุดที่เคยไม่เข้าใจตอนที่บำเพ็ญเพียรในอดีต ก็เข้าใจกระจ่างแจ่มแจ้งในพริบตา
กระทั่งเกิดความรู้สึกเหมือนจะบรรลุฉับพลันขึ้นมาเลือนราง
ในเวลาเดียวกัน ก็มีกระแสความอบอุ่นไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย
แมวดำรู้สึกว่าตบะของตนเองเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
ซ่งเสวียนชิงมองดูแต้มธูปบูชาบนแผงระบบที่ลดลงไป -1 สายตาของเขาจับจ้องไปที่แมวดำ
“รู้สึกอย่างไรบ้าง”
แต้มธูปบูชานี้ เป็นครั้งแรกที่ซ่งเสวียนชิงนำไปใช้กับผู้อื่น…กับแมวตัวอื่น
ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรบ้าง
ถึงอย่างไร หากซ่งเสวียนชิงดูดซับมันเข้าไปโดยตรง ก็จะทำให้สมองปลอดโปร่งและแจ่มใสมากขึ้น ส่วนตบะก็จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อาจเป็นเพราะเขาดูดซับแต้มธูปบูชาเข้าไปน้อยเกินไปก็ได้
ตอนนี้เขาก็ไม่มีแต้มธูปบูชาให้ดูดซับมากมายขนาดนั้นเสียด้วย
แต้มธูปบูชาดูเหมือนจะมีความสำคัญในระบบแห่งนี้มาก แต่ซ่งเสวียนชิงก็ยังไม่รู้ว่าในระบบนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง
คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะที่จะให้เขาดูดซับเพียงอย่างเดียว
ซ่งเสวียนชิงรู้สึกว่าการดูดซับแต้มธูปบูชาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนนัก
แมวดำลืมตาแมวสีเขียวเข้มขึ้น สายตาของมันแตกต่างไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง มันดูอ่อนโยนและเชื่อฟังขึ้นมาก
จู่ๆ แมวดำก็รู้สึกว่าซ่งเสวียนชิงไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อมัน และเมื่อพบว่ามันแอบกินของเซ่นไหว้ก็ไม่ได้ทำให้มันลำบากใจนัก
เพียงแต่ให้มันเข้าไปในภูเขาหลางโถว และพามนุษย์ปุถุชนสองคนออกมาเท่านั้น
ทั้งยังมอบของดีเช่นนี้ให้อีก
แมวดำไม่รู้ว่าเมื่อครู่ซ่งเสวียนชิงทำอะไรลงไป แต่มันก็ได้รับประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด
แมวดำก็กลับกลายเป็นเชื่อฟังขึ้นมาทันที
“เหมียว เหมียว เหมียว”
ท่านเทพที่เคารพ! ข้ารู้สึกว่าข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว! อีกทั้งปัญหาการบำเพ็ญที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ ข้าก็กระจ่างแจ้งหมดแล้ว!
เมื่อซ่งเสวียนชิงเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของแมวดำ เขาก็รู้ว่าธูปบูชาเพียงเล็กน้อยนั้นส่งผลต่อแมวดำไม่น้อยเลย
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแมวดำมีตบะต่ำก็เป็นได้
แต่สรุปก็คือ ตอนนี้แมวดำน่าจะยอมไปที่ภูเขาหลางโถวเพื่อพาบิดาและพี่ชายของซ่งซิ่วซิ่วกลับมาให้เขาอย่างว่าง่ายแล้ว
ซ่งเสวียนชิงพยักหน้า “จงไปพาพรานพ่อลูกคู่นั้นกลับมาจากภูเขาหลางโถวเถิด เมื่อพากลับมาแล้ว เทพผู้นี้จะมอบสิ่งที่ให้เจ้าเมื่อครู่ให้เจ้าอีกครั้ง”
แมวดำ “เหมียว เหมียว เหมียว!”
ซ่งเสวียนชิงมองดูเงาแมวที่ปราดเปรียวค่อยๆ ห่างออกไปในความมืดมิดของยามราตรี เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเตรียมตัวกลับเข้าไปในเทวรูป
ในขณะที่หันตัวกลับมา หางตาของเขากลับเหลือบไปเห็นจุดสีเขียวมรกตที่ดูคุ้นตาในจานปลาที่แมวดำเพิ่งกินเข้าไป
ซ่งเสวียนชิงหยิบใบไม้สีเขียวมรกตที่น่าจะเป็นเครื่องเคียงขึ้นมา ขณะที่มองดูมัน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นในทันที
นี่…นี่มันแคทนิปนี่?!