- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 30 เผยความแข็งแกร่ง
บทที่ 30 เผยความแข็งแกร่ง
บทที่ 30 เผยความแข็งแกร่ง
บทที่ 30 เผยความแข็งแกร่ง
นอกค่ายใหญ่เขาหลั่งต้าง
ใต้เท้าของฉินฉางเซิงมีโจรภูเขาล้มลงไปแล้วสิบกว่าคน กระบี่เหล็กกล้าในมือชุ่มไปด้วยเลือดของโจรภูเขา
ในที่ลับด้านหลัง ผู้อาวุโสที่หกแห่งตระกูลฉิน ฉินเหวินจิง ซึ่งรับหน้าที่ปกป้องฉินฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเชยวิธีการสังหารของฉินฉางเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า "ลงมือเด็ดขาด อนาคตมีความหวังที่จะได้เข้าไปยังตระกูลหลักแห่งชิงโจว ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย"
ฉินฉางเซิงรู้ว่าฉินเหวินจิงกำลังปกป้องเขาอยู่ ลู่เสี่ยวเจียที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเป็นคนบอกเขา เขาก็อยากใช้การสังหารโจรภูเขาในครั้งนี้เผยให้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริง เพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลฉิน
ประตูไม้ของค่ายโจรถูกเปิดออกจาดด้านใน โจรภูเขาสิบกว่าคนกรูกันออกมา ผู้ที่เป็นหัวหน้าก็คือผู้นำค่ายใหญ่ ตู๋เหยี่ยนหลง
"ไอ้หนู เจ้าช่างกล้าหาญนัก ถึงกับกล้าบุกรุกค่ายโจรเขาหลั่งต้างของข้า ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ สังหารมันซะ!" ตู๋เหยี่ยนหลงออกคำสั่ง
ชั่วพริบตา โจรภูเขาสิบกว่าคนก็ถืออาวุธพุ่งเข้าสังหารฉินฉางเซิง
แววตาของฉินฉางเซิงเย็นเยียบ จังหวะก้าวเท้าพลิ้วไหว เคลื่อนกายทะลวงผ่านไปมาระหว่างกลุ่มโจรภูเขาราวกับภูตผี กระบี่เหล็กกล้ากวัดแกว่ง ทุกครั้งที่ฟันออกไปล้วนสาดกระเซ็นไปด้วยหยาดโลหิต แม้โจรภูเขาเหล่านั้นจะมีจำนวนคนมากมาย แต่ภายใต้เพลงกระบี่อันล้ำเลิศของฉินฉางเซิง พวกมันกลับไม่อาจเข้าใกล้เขาได้เลย
ตู๋เหยี่ยนหลงเห็นดังนั้น ในดวงตาก็ปรากฏแววเหี้ยมโหด ชักดาบใหญ่ออกมาจากเอว ตะโกนเสียงดังลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฉินฉางเซิงอย่างดุดัน ฉินฉางเซิงเบี่ยงตัวหลบการโจมตีอันถึงตายของตู๋เหยี่ยนหลงไปได้อย่างฉิวเฉียด ในขณะเดียวกันก็ตวัดกระบี่กลับหลัง สร้างรอยแผลเป็นทางยาวบนแขนของตู๋เหยี่ยนหลง
"ไอ้หนู ข้าจะให้เจ้าตาย!!!!"
ตู๋เหยี่ยนหลงเจ็บปวด สบถด่าด้วยความโกรธแค้น การโจมตีดุดันยิ่งกว่าเดิม ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ฉินฉางเซิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายขุมหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
ที่แท้โจรภูเขาคนหนึ่งก็ฉวยโอกาสตอนที่เขาพัวพันอยู่กับตู๋เหยี่ยนหลง แอบอ้อมมาทางด้านข้าง กำลังเงื้อดาบยาวฟันลงมาที่เขา ในช่วงเวลาวิกฤต ฉินฉางเซิงเอนตัวไปด้านหลังเก้าสิบองศา แทงกระบี่เข้าใส่โจรภูเขา ขณะเดียวกันก็ใช้สองเท้าเตะตู๋เหยี่ยนหลงที่กำลังโจมตีเข้ามาจนปลิวไป ร่างกายลอยคว้างหมุนตัวกลางอากาศเพื่อรักษาระยะห่าง
"ไอ้หนู เจ้ามีพลังเพียงระดับโฮ่วเทียนขั้นสิบสอง กลับสามารถบีบคั้นผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนอย่างข้าให้ตกอยู่ในสภาพนี้ได้ เจ้าสมควรภูมิใจได้แล้ว!" ตู๋เหยี่ยนหลงกล่าวชมเชย
"งัดความสามารถที่แท้จริงของเจ้าออกมาเสียเถอะ มิเช่นนั้นวันนี้เจ้าตายแน่!" ฉินฉางเซิงถือกระบี่เหล็กกล้าในมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไอ้หนู วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างระดับเซียนเทียนกับระดับโฮ่วเทียน!"
"ฟันวายุคลั่ง!" เห็นเพียงตู๋เหยี่ยนหลงใช้สองมือกุมดาบยาวในมือแน่นแล้วตวัดออกไปอย่างแรง
ปราณดาบอันดุดันพัดพาพายุหมุน พุ่งทะยานเข้าใส่ฉินฉางเซิงราวกับคลื่นลูกใหญ่
สีหน้าของฉินฉางเซิงเคร่งเครียด ลมปราณแท้จริงในร่างโคจรอย่างรวดเร็ว กระบี่เหล็กกล้าในมือเปล่งประกายเจิดจ้า เงากระบี่วูบไหว แปรเปลี่ยนเป็นม่านแสงสายหนึ่ง พุ่งเข้าปะทะกับปราณดาบนั้น
"ตู้ม!" ปราณดาบปะทะกับม่านกระบี่ ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังอันรุนแรงกระจายออกไปโดยรอบ ตู๋เหยี่ยนหลงถูกกระแทกจนถอยร่นไปหลายก้าว มุมปากมีเลือดไหลซึม ดาบยาวในมือถึงกับถูกกระแทกจนกระเด็นหลุดมือ อีกทั้งยังตกตะลึงกับการโจมตีในครั้งนี้ของฉินฉางเซิง ภายในดวงตาปรากฏแววตระหนก
"ปราณกระบี่!!!"
"เจ้าก็เป็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนเหมือนกันงั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร!" ใบหน้าของตู๋เหยี่ยนหลงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ฉินฉางเซิงฉวยโอกาสก้าวเท้าพุ่งเข้าหาตู๋เหยี่ยนหลง กระบี่ในมือพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของอีกฝ่าย หมายจะปลิดชีพเขา
"อย่าฆ่าข้า ข้าจะใช้ความลับเรื่องหนึ่งแลกกับชีวิตของข้า!"
"ความลับอันใด?"
"เจ้ารับปากว่าจะไม่ฆ่าข้า ข้าถึงจะบอกเจ้า!"
"ตกลง!"
"เบื้องหลังเขาหลั่งต้างของพวกเราคือตระกูลเกา พวกเขาเป็นคนสนับสนุนให้พวกเราตั้งตนเป็นโจรภูเขาคอยดักปล้นพ่อค้าวาณิชที่สัญจรไปมาบนเขาหลั่งต้าง หลังจากนั้นก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้เก้าส่วน ทุกครั้งที่กองทหารหลวงยกทัพมาปราบปราม ก็เป็นตระกูลเกาที่คอยแจ้งข่าวให้พวกเราหลบหนีไปก่อนล่วงหน้า"
"ตระกูลเกาซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองของเขตปกครองน่ะหรือ?"
"ไม่ผิด!"
"ตระกูลเกาช่างร้ายกาจนัก!" ฉินฉางเซิงกล่าวด้วยรังสีอำมหิต
"เจ้า……………เจ้าพูดแล้วว่าจะไม่ฆ่าข้า!"
"วางใจเถอะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าหรอก!" ฉินฉางเซิงยิ้ม
"ฟิ้ว!" ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งมาจากด้านหลังของฉินฉางเซิง แทงทะลุกลางหว่างคิ้วของตู๋เหยี่ยนหลงอย่างจัง
"เจ้า……………" ตู๋เหยี่ยนหลงล้มลงสิ้นใจด้วยความไม่ยินยอม
"เขาบอกว่าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ชายชราผู้นี้ไม่ได้ตกลงด้วยนี่!" ฉินเหวินจิงเดินเข้ามาเอ่ยเสียงเรียบ
"คารวะผู้อาวุโสที่หก!"
"ฉางเซิงเอ๋ย เจ้าทำได้ไม่เลวเลย มิน่าเล่าผู้อาวุโสใหญ่กับผู้นำตระกูลถึงได้ให้ความสำคัญกับเจ้านัก พยายามเข้าล่ะ ในอนาคตผู้นำตระกูลจะต้องเสนอชื่อเจ้าให้เข้าไปยังตระกูลหลักแห่งชิงโจว ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยแน่นอน" ฉินเหวินจิงตบไหล่ฉินฉางเซิงพลางกล่าวอย่างลึกซึ้ง
มือปราบชุดฟ้าของสำนักลิ่วซ่านเหมินที่รับหน้าที่บันทึกภารกิจอยู่ไกลออกไป จดบันทึกลงในสมุดว่า: ฉินฉางเซิง ระดับเซียนเทียนขั้นหนึ่ง พรสวรรค์จัดว่าดีเลิศ ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี
จากนั้นเขาก็จากไปทันที
"ในเมื่อเจ้าบรรลุระดับเซียนเทียนแล้ว ภายในเขตปกครองชางหลานแห่งนี้ก็ถือว่ามีพลังป้องกันตัวเองได้แล้ว ชายชราผู้นี้ไม่ต้องปกป้องเจ้าอีกต่อไป เจ้าไปแตะต้องผลประโยชน์ของตระกูลเกาเข้าแล้ว จำไว้ว่าจงระมัดระวังตัวให้ดี"
"ตกลง!"
"เอาล่ะ ชายชราผู้นี้ไปก่อนล่ะ เจ้าจัดการเก็บกวาดสนามรบเองเถอะ แล้วก็รีบไปจากที่นี่ซะ"
"อืม!"
หลังจากฉินเหวินจิงจากไป ลู่เสี่ยวเจียที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็เดินออกมา
"คนที่รับผิดชอบบันทึกภารกิจของสำนักลิ่วซ่านเหมินก็ไปแล้วเช่นกัน"
"ไป พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถอะว่ามีของดีอันใดบ้าง"
"อืม!"
[ได้รับกล่องสมบัติสีขาว!]
[ได้รับกล่องสมบัติสีเขียว!]
[ได้รับกล่องสมบัติสีฟ้า!]
การสังหารโจรภูเขาทั้งสามสิบสามคนในครั้งนี้ ได้รับกล่องสมบัติสีขาว 20 ใบ กล่องสมบัติสีเขียว 12 ใบ กล่องสมบัติสีฟ้า 1 ใบ
"ผสานกล่องสมบัติ!"
ได้กล่องสมบัติสีเขียวรวม 14 ใบ, กล่องสมบัติสีฟ้า 1 ใบ และเมื่อรวมกับกล่องสมบัติสีฟ้าที่เหลือจากคราวก่อนอีก 14 ใบ ทำให้ตอนนี้เขามีกล่องสมบัติสีฟ้ารวมทั้งสิ้น 15 ใบ
บนถนนหลวงสายที่เชื่อมจากซุ่นเทียนฝู่ไปยังเขตปกครองชางหลาน
กองทหารม้าเบาหนึ่งร้อยนายสวมชุดเกราะสีชิง ถืออาวุธในมือ กำลังควบม้ามุ่งหน้ามายังเขตปกครองชางหลาน
ผู้ที่เป็นผู้นำคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง สวมชุดเกราะสีดำ เอวห้อยดาบยาว ใบหน้าเคร่งขรึมน่าเกรงขาม แผ่กลิ่นอายอันเที่ยงธรรม
ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มสองคนควบม้ามาตีคู่กัน คนทางซ้ายสะพายกระบี่ยาว สวมชุดยาวสีชิง ใบหน้าเย็นชาและหยิ่งทะนง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ส่วนอีกคนหนึ่งเอวห้อยดาบยาว สวมชุดคลุมยาวสีขาว ใบหน้าอ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
"ผู้บัญชาการฉิน ด้านหน้าก็คือเขตปกครองชางหลานแล้วใช่หรือไม่" ชายหนุ่มชุดคลุมยาวสีขาวเอ่ยปาก
"อืม เร่งความเร็วในการเดินทัพ หินแร่เทียนหลานมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อตระกูลฉินของเรา จะให้เกิดความผิดพลาดขึ้นแม้แต่นิดเดียวไม่ได้เด็ดขาด!" ขุนพลชุดเกราะดำเอ่ย
"ขอรับ!"
"ท่านขุนพลมีคำสั่ง เร่งความเร็วในการเดินทัพ!"
เมืองของเขตปกครองชางหลาน
จวนเจ้าเมือง สำนักลิ่วซ่านเหมิน และหน่วยเจิ้นอู่ล้วนได้รับข่าวที่ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยส่งกองกำลังคุ้มกันไปยังอำเภอชิงเฟิงเพื่อคุ้มกันเหมืองหินเทียนหลาน ศูนย์บัญชาการชิงโจวได้ออกคำสั่งห้ามแทรกแซงการเคลื่อนไหวของตระกูลฉินโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถูกลงโทษตามกฎอัยการศึก
ในเวลาเดียวกัน จวนเจ้าเมือง สำนักลิ่วซ่านเหมิน และหน่วยเจิ้นอู่ ต่างก็ออกคำสั่งลงมาว่าในช่วงเวลานี้ ทั้งสามหน่วยงานหลักห้ามเป็นศัตรูกับตระกูลฉินในเมืองของเขตปกครองเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะต้องรับผลที่ตามมาเอง
ตระกูลเกา
"ตระกูลอู๋ส่งข่าวมาว่ากองทหารองครักษ์ขนนกชิงของตระกูลฉินจำนวนหนึ่งร้อยนายกำลังมุ่งหน้ามายังเขตปกครองชางหลาน ให้ยุติการเคลื่อนไหวทุกอย่างที่มีต่อตระกูลฉิน และแจ้งให้ค่ายต้าเฟิงทราบด้วยว่าห้ามลงมือกับแร่ล็อตนั้นเด็ดขาด" ผู้นำตระกูลเกาเอ่ยขึ้น
"เกรงว่าจะไม่ทันแล้วล่ะสิ ป่านนี้คนของค่ายต้าเฟิงน่าจะไปดักซุ่มโจมตีอยู่ที่นั่นแล้ว แจ้งข่าวไม่ทันแล้วแน่ๆ" ผู้อาวุโสใหญ่เกาซือหย่วนตอบกลับ