เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย

บทที่ 14 ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย

บทที่ 14 ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย


บทที่ 14 ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย

จวนตระกูลอู่

"เรียนท่านผู้บัญชาการทหารอำเภอ มีข่าวส่งมาจากเมืองประจำเขตว่ามียอดฝีมือระดับเซียนเทียนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังอำเภอชิงเฟิงอย่างเร่งด่วนขอรับ"

อู่อันลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวเสียงเรียบ "ดูเหมือนอำเภอชิงเฟิงแห่งนี้กำลังจะเกิดความวุ่นวายเสียแล้ว!"

"ใต้เท้าเชียนหู้ได้ส่งยอดฝีมือมาหรือไม่?"

"กำลังหลักของหน่วยเจิ้นอู่แห่งเมืองประจำเขตส่วนใหญ่กำลังไล่ล่าตามหาร่องรอยของพวกคนจากนิกายมารบัวดำและพรรคพญามังกรดำ ใต้เท้าเชียนหู้จึงดึงตัวยอดฝีมือมาได้เพียงสองคนเท่านั้นขอรับ"

"แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!"

"ครานี้ทั้งเกาซิ่งหลงและฟางปู้ถงจะต้องถูกจับขังคุกหลวง!"

อู่อันไม่ได้เป็นเพียงผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอชิงเฟิงเท่านั้น แต่ยังเป็นถึงรองป่ายหู้แห่งหน่วยเจิ้นอู่ เขารับหน้าที่ควบสองตำแหน่ง การที่เขามายังอำเภอชิงเฟิงก็เพื่อสืบสวนนายอำเภอเกาซิ่งหลงและหัวหน้ามือปราบฟางปู้ถงแห่งสำนักลิ่วซ่านเหมิน

เขาทนดูการกระทำของฟางปู้ถงและเกาซิ่งหลงมานานแล้ว จึงคิดจะใช้ทั้งสองคนมาเป็นผลงานของตนเอง เพื่อจะได้เลื่อนขั้นและกลับไปยังเมืองประจำเขต

ตระกูลฉิน ห้องโถงใหญ่

ในเวลานี้คนของตระกูลฉินทั้งหมด รวมถึงนายท่านผู้เฒ่าฉินไท่ซาน ล้วนยืนนอบน้อมอยู่เบื้องล่าง

ที่ตำแหน่งประธานมีชายวัยกลางคนหน้าตาดูน่าเกรงขามนั่งอยู่ ทั่วร่างของเขาแผ่กลิ่นอายของผู้ที่อยู่เหนือกว่าออกมาตลอดเวลา

"ท่านนี้คือผู้อาวุโสฉินเหวินจิงจากตระกูลฉินแห่งเมืองประจำเขตชางหลาน!" ฉินไท่ซานแนะนำให้คนในตระกูลฉินจำนวนมากได้รับรู้

"อันที่จริงตระกูลฉินแห่งอำเภอชิงเฟิงและตระกูลฉินแห่งเมืองประจำเขตชางหลานของข้าล้วนเป็นตระกูลเดียวกัน พวกเราต่างก็สังกัดตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยในเขตชิงโจว" ฉินเหวินจิงที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานกล่าวด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ

"ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย หนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวนหรือ?" ผู้คนในตระกูลฉินต่างตกตะลึง

"ถูกต้อง!"

"ตระกูลฉินของพวกเราไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวนเท่านั้น แต่ยังเป็นถึงผู้นำของสิบตระกูลใหญ่อีกด้วย" ฉินเหวินจิงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวแนะนำ

ฉินฉางเซิงที่อยู่เบื้องล่างก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน ไม่คิดเลยว่าตระกูลฉินจะมีที่มาเช่นนี้ มิน่าเล่าตลอดหลายปีที่ตระกูลฉินหยั่งรากลึกอยู่ในอำเภอชิงเฟิงถึงไม่มีผู้ใดกล้าตอแย ทั้งฝั่งธรรมะและอธรรมต่างก็ต้องไว้หน้าพวกเขาอยู่หลายส่วน

ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ยถือเป็นขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ พวกเขาตั้งรากฐานอยู่ในเขตชิงโจวมานานกว่าพันปี ซึ่งยาวนานยิ่งกว่าเวลาที่ก่อตั้งจักรวรรดิต้าเฉียนเสียอีก ภายใต้ตระกูลนี้ยังมีสายเลือดสาขาย่อยอีกนับไม่ถ้วนที่หยั่งรากลึกอยู่ตามเมืองประจำมณฑล เมืองประจำเขต และอำเภอต่างๆ ภายในเขตชิงโจว

ฉินเหวินจิงเข้าประเด็นโดยตรง "การที่ข้าผู้เป็นผู้อาวุโสเดินทางมายังอำเภอชิงเฟิงในครานี้ก็เพื่อเรื่องเหมืองหินเทียนหลาน"

"ท่านอาไท่ซาน ท่านเป็นคนเล่าเถิด"

"ขอรับ!"

"เทือกเขาเหิงต้วนด้านนอกอำเภอชิงเฟิงมีเหมืองหินเทียนหลานอยู่แห่งหนึ่ง"

"อะไรนะ ถึงกับเป็นเหมืองหินเทียนหลานเลยหรือ?" ผู้คนตระกูลฉินตกใจมาก

"หินเทียนหลานคือสิ่งใดหรือ?" บางคนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

"หินเทียนหลานเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการตีสร้างอาวุธขึ้นชื่อ เช่นเดียวกับเหล็กนิลและเหล็กเย็นใต้ทะเลลึก จัดว่าเป็นทรัพยากรระดับยุทธศาสตร์ มันสามารถทำให้ตระกูลฉินของพวกเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้"

อาวุธเลื่องชื่อนั้นสามารถตัดเหล็กได้ดุจตัดดินโคลน เรียกได้ว่าเป็นยอดศาสตราวุธที่อยู่เหนือกว่าอาวุธทั่วไป

อาวุธแบ่งออกเป็นสามระดับ

ระดับที่หนึ่งคือวัสดุธรรมดา อย่างเช่นอาวุธระดับปุถุชนที่ทำจากเหล็กกล้า ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์กว่าร้อยละเก้าสิบเก้าล้วนใช้อาวุธชนิดนี้

ระดับที่สองคือวัสดุพิเศษ อย่างเช่นอาวุธเลื่องชื่อที่ตีขึ้นจากหินเทียนหลาน เหล็กนิล หรือเหล็กเย็นใต้ทะเลลึก

ระดับที่สามเรียกว่าอาวุธเทพ ว่ากันว่าอาวุธระดับนี้มีอยู่ไม่มากนักในทั่วทั้งทวีป ล้วนเป็นตัวตนที่มีอยู่แต่ในตำนาน

"ในอำเภอชิงเฟิงมีแผนที่ผืนหนึ่งที่บันทึกตำแหน่งที่ตั้งอันแม่นยำของเหมืองแห่งนั้นเอาไว้ แต่ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้แผนที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน นายอำเภอเกาซิ่งหลงและคนของนิกายมารบัวดำต่างก็ได้ไปคนละครึ่งผืน ข้าเคยส่งคนไปแย่งชิงหลายครั้งทว่าก็ล้มเหลว ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอให้ทางตระกูลฉินแห่งเมืองประจำมณฑลส่งคนมา" ฉินไท่ซานอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด

ฉินฉางเซิงไม่คิดเลยว่านายท่านผู้เฒ่าของตนจะรู้ข้อมูลมากมายถึงเพียงนี้ ดูท่าว่าหากมีเวลาคงต้องเปิดอกพูดคุยกับนายท่านผู้เฒ่าเสียหน่อยแล้ว

"เหมืองหินเทียนหลานต้องตกเป็นของตระกูลฉินของพวกเราเท่านั้น หากผู้ใดบังอาจมาแย่งชิง ฆ่าให้หมดไม่ละเว้น!" ฉินเหวินจิงกล่าวด้วยท่าทางอันดุดัน

ตระกูลฉินเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจและปกป้องพวกพ้องเป็นอย่างมาก ภายในเขตชิงโจวไม่มีผู้ใดกล้าตอแย แม้แต่ทางการของต้าเฉียนก็ยังต้องยอมไว้หน้าให้ถึงสามส่วน

"เจ้าคงเป็นหลานชายสายตรงของท่านอาไท่ซานกระมัง?" ฉินเหวินจิงมองลงมายังฉินฉางเซิงที่อยู่เบื้องล่าง

ฉินฉางเซิงกล่าวด้วยท่าทีที่ไม่แข็งกร้าวและไม่อ่อนข้อจนเกินไป "ผู้น้อยฉินฉางเซิง คารวะท่านอาเหวินจิงขอรับ!"

"ไม่เลวเลย อายุยังน้อยแต่กลับทะลวงถึงระดับโฮ่วเทียนขั้นที่สี่ได้แล้ว ถือว่าล้ำหน้ากว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันไปมากโข หากเรื่องในครานี้เสร็จสิ้นเมื่อใด ข้าจะพาเจ้ากลับไปบ่มเพาะที่ตระกูลฉินในเมืองประจำเขต อนาคตอย่างน้อยต้องถึงระดับเซียนเทียน หรือแม้กระทั่งระดับปรมาจารย์ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้"

ฉินฉางเซิงประสานมือคารวะ "ขอบพระคุณท่านอาเหวินจิงขอรับ!"

นี่คือข้อตกลงที่ฉินไท่ซานและฉินเหวินจิงได้ทำร่วมกัน เพื่อให้ฉินฉางเซิงได้เข้าไปอยู่ในตระกูลฉินแห่งเมืองประจำมณฑล เพราะถึงอย่างไรอำเภอชิงเฟิงก็เป็นเพียงสถานที่ห่างไกลความเจริญ อยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีอนาคต

"กองกำลังที่จ้องมองหินเทียนหลานอยู่ในคราวนี้มีทั้งหมดห้ากลุ่มด้วยกัน"

"นิกายมารบัวดำ พรรคพญามังกรดำ ตระกูลเกาแห่งเมืองประจำเขต ตระกูลฟาง และหน่วยเจิ้นอู่" ฉินไท่ซานกล่าวแนะนำ

"สำนักงานใหญ่ของนิกายมารบัวดำและพรรคพญามังกรดำไม่ได้อยู่ในชิงโจว แถมยังมีหน่วยเจิ้นอู่คอยจับตาดูอยู่ พวกเขาจึงระดมยอดฝีมือเข้ามาได้ไม่มากนัก นับว่าไม่ต้องเป็นกังวล ส่วนตระกูลเกาและตระกูลฟางยิ่งเป็นเพียงมดปลวกสองตัว สิ่งเดียวที่พวกเราต้องระมัดระวังก็คือหน่วยเจิ้นอู่"

"ตราบใดที่ลงมือจัดการได้อย่างหมดจด ก็ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งข้อสงสัยกับตระกูลฉินของพวกเรา!" ฉินเหวินจิงกล่าวเสียงเรียบ

"จับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของพวกมันไว้ให้ดีก็พอ!"

"ขอรับ!"

ในช่วงเวลาไม่กี่วัน อำเภอชิงเฟิงที่เดิมทีเคยสงบสุขกลับมียอดยุทธ์จากต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับชุ่ยถี่ และยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับโฮ่วเทียนอีกจำนวนเล็กน้อย ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั้นยังมียอดฝีมือระดับเซียนเทียนอีกหลายคนที่ปลอมตัวเข้ามาในอำเภอชิงเฟิง

ภายนอกอำเภอชิงเฟิง ณ หุบเขาแห่งหนึ่งในเทือกเขาเหิงต้วน

นายอำเภอเกาซิ่งหลง ลุงเสียง และที่ปรึกษาสวีจือทั้งสามคนพร้อมด้วยยอดฝีมืออีกนับสิบคนกำลังมารวมตัวกันที่นี่ ดูเหมือนว่ากำลังรอคอยผู้ใดอยู่

ที่ปรึกษาสวีจือเอ่ยขึ้น "นายท่าน พวกเขามากันแล้วขอรับ!"

สวีเหวินที่สวมผ้าปิดหน้าเดินตรงเข้ามา ด้านหลังของนางยังมีผู้ติดตามอีกนับสิบคนนำโดยแม่เล้า ระดับพลังของแต่ละคนล้วนอยู่ในระดับโฮ่วเทียนทั้งสิ้น

"ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ ในที่สุดท่านก็มาเสียที ข้ารอท่านมานานมากแล้วนะ!" นายอำเภอเกาซิ่งหลงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

"ใต้เท้าเกา ไม่ต้องพูดให้มากความ แผนที่ของพวกเราสองคนนำมารวมกัน แล้วร่วมกันเปิดเหมืองหินเทียนหลานบนแผนที่นั้น ข้าได้แปดส่วน ส่วนท่านได้สองส่วน" ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์สวีเหวินกล่าวขึ้น

"ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ ท่านนี่มันโลภมากเสียจริง แม้ว่านิกายมารบัวดำของท่านจะสูงส่งเป็นถึงหนึ่งในสี่นิกายใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวน แต่ท่านต้องจำไว้ว่าที่นี่คือชิงโจว ไม่ใช่เขตปกครองของนิกายมารบัวดำของท่าน"

"แบ่งคนละครึ่ง นี่คือความจริงใจสูงสุดของข้าแล้ว!"

"รอนหาที่ตาย!!!!!" สวีเหวินโกรธจัด

"ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ………………" ผู้ติดตามเบื้องหลังของนางต่างชักอาวุธในมือออกมาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน

"คิดว่าข้ากลัวพวกเจ้าหรืออย่างไร!"

เมื่อสิ้นเสียงของนายอำเภอเกาซิ่งหลง ยอดฝีมือนับสิบคนที่อยู่เบื้องหลังของเขาก็ชักอาวุธคู่กายออกมาเผชิญหน้าเช่นกัน

"นายท่าน ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ พวกเราทั้งสองฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าวดีหรือไม่ แบ่งกันฝ่ายละหกต่อสี่ส่วนดีหรือไม่ขอรับ?" ที่ปรึกษาสวีจือก้าวออกมา

นายอำเภอเกาซิ่งหลงและท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์สวีเหวินต่างนิ่งเงียบ เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอของสวีจือ นี่คือสิ่งที่เกาซิ่งหลงและสวีจือได้ปรึกษาหารือกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

มังกรพลัดถิ่นมิอาจสู้เจ้าถิ่น สวีเหวินย่อมเข้าใจหลักการข้อนี้ดี สัดส่วนหกต่อสี่เองก็เป็นตัวเลขที่นางคาดหวังไว้ในใจเช่นกัน

"ตกลง ข้า………………"

สวีเหวินยังกล่าวไม่ทันจบ เสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองฝ่าย

"ขอนับรวมข้าเข้าไปด้วยอีกคนหนึ่งสิ!"

"ตึก ตึก ตึก……………" ผู้ฝึกยุทธ์ในชุดรัดกุมนับสิบคนเดินออกมาจากมุมมืด ผู้ที่เดินนำหน้ามาก็คือหัวหน้ามือปราบแห่งสำนักลิ่วซ่านเหมิน ฟางปู้ถง

"ฟางปู้ถง เจ้ามาได้อย่างไร?"

"สมบัติล้ำค่าในใต้หล้าย่อมตกเป็นของผู้ที่มีความสามารถ แล้วเหตุใดข้าถึงจะมาไม่ได้เล่า?" ฟางปู้ถงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 14 ตระกูลฉินแห่งซางสุ่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว