- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 13 กล่องสมบัติสีฟ้า
บทที่ 13 กล่องสมบัติสีฟ้า
บทที่ 13 กล่องสมบัติสีฟ้า
บทที่ 13 กล่องสมบัติสีฟ้า
ตระกูลฉิน ห้องของฉินฉางเซิง
หลังจากกลับถึงบ้าน เสียงระบบในหัวของฉินฉางเซิงก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย
「ได้รับกล่องสมบัติสีขาว!」
「ได้รับกล่องสมบัติสีเขียว!」
“หลอมรวมกล่องสมบัติสีขาวเป็นกล่องสมบัติสีเขียว” ฉินฉางเซิงออกคำสั่ง
「ได้รับกล่องสมบัติสีเขียว 2 กล่อง!」
เมื่อนำกล่องสมบัติสีเขียว 16 กล่องที่มีอยู่เดิม มารวมกับกล่องที่ได้จากหลงอ้าวเทียน 1 กล่อง และกล่องที่เพิ่งหลอมสำเร็จอีก 2 กล่อง ตอนนี้เขามีกล่องสมบัติสีเขียวรวมทั้งสิ้น 19 กล่อง ขาดอีกเพียง 5 กล่องก็จะครบจำนวนสำหรับหลอมเป็นกล่องสมบัติสีฟ้า 2 กล่อง
“เช่นนั้นก็หลอมรวมเป็นกล่องสมบัติสีฟ้าหนึ่งกล่องก่อน!”
「ได้รับกล่องสมบัติสีฟ้า!」
“เปิดกล่องสมบัติสีฟ้า!”
「ได้รับ เฉินเจียลั่ว!」
พริบตานั้น ข้อมูลเกี่ยวกับเฉินเจียลั่วก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของฉินฉางเซิง
เฉินเจียลั่ว: ตัวเอกในนิยายกำลังภายในเรื่อง 「จอมใจจอมยุทธ์」 ของปรมาจารย์กิมย้ง (และยังมีบทบาทในเรื่อง จิ้งจอกอหังการ และ จิ้งจอกภูเขาหิมะ) เขาคือผู้นำใหญ่แห่งพรรคดอกไม้แดง เป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกับจักรพรรดิเฉียนหลง สืบทอดวิชาจากยอดคนประหลาดแห่งสระสวรรค์ วรยุทธ์สูงส่ง เชี่ยวชาญเพลงหมัดร้อยบุปผาพลิกแพลง เพลงฝ่ามือพ่อครัวแล่เนื้อ เป็นต้น (หมายเหตุ: ยอดคนประหลาดแห่งสระสวรรค์ผู้นี้คือ หยวนซื่อเซียว ไม่ใช่บุคคลอันดับหนึ่งในใต้หล้าจากเรื่องอื่น เป็นเพียงการพ้องชื่อแซ่เท่านั้น)
ระดับพลัง: เซียนเทียนขั้นที่หนึ่ง
คำอธิบาย: ก่อนที่เฉินเจียลั่วจะสำเร็จเพลงฝ่ามือพ่อครัวแล่เนื้อ ฝีมือของเขาสูสีหรืออาจด้อยกว่านักพรตอู๋เฉินเล็กน้อย ทว่าหลังจากบรรลุวิชานี้แล้ว ฝีมือของเขาก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดจนเหนือกว่านักพรตอู๋เฉินในที่สุด
ในขณะนั้นเอง นักพรตอู๋เฉินและจ้าวป้านซานก็เดินทางมาถึงห้องของฉินฉางเซิง
“คารวะคุณชาย!”
“ลำบากพวกท่านทั้งสองแล้ว!” ฉินฉางเซิงกล่าวทักทาย
“คุณชาย หลงอ้าวเทียนถูกท่านจัดการแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?” จ้าวป้านซานเอ่ยถาม
“ถูกต้อง!”
“เช่นนี้ตระกูลหลงก็สิ้นไร้ปลาเล็ดลอดร่างแหแล้ว”
“ตอนนี้ทรัพย์สินของตระกูลหลงถูกสามตระกูลใหญ่ ซึ่งรวมถึงตระกูลฉินของข้าแบ่งสรรปันส่วนกันไปจนหมดสิ้น ส่วนคนแก่ เด็ก และสตรีของตระกูลหลง ก็ถูกบรรดาผู้คนที่เคยถูกพวกเขากดขี่ข่มเหงมาตลอดหลายปีรุมสังหารจนหมดสิ้นเช่นกัน” ฉินฉางเซิงอธิบาย
ในโลกที่ยกย่องความแข็งแกร่งเป็นใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ เมื่อกำแพงล้มคนย่อมผลักซ้ำ การเหยียบย่ำผู้ที่เพลี่ยงพล้ำมีให้เห็นอยู่ถมไป
“เรียนคุณชาย ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ ตอนนี้พวกเราแตกหักกับฟางปู้ถงแล้ว เขาจะต้องหาทางลงมือกับพรรคดอกไม้แดงของพวกเราแน่” จ้าวป้านซานประเมินสถานการณ์ “เบื้องหน้าเขาคงไม่กล้าผลีผลามเพราะพวกเราล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของเขา แต่เบื้องหลัง เขาจะต้องลอบจู่โจมอย่างอำมหิตเพื่อถอนรากถอนโคนพวกเราเป็นแน่”
“ท่านหมายความว่าฟางปู้ถงอาจจะส่งยอดฝีมือระดับเซียนเทียนมางั้นหรือ?”
“ขอรับ!”
“วางใจเถอะ พวกเราก็มียอดฝีมือระดับเซียนเทียนเช่นกัน!”
สิ้นคำกล่าวของฉินฉางเซิง เงาร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในห้อง
“ใครกัน?!” ทั้งสองรีบพุ่งเข้าไปขวางหน้าคุ้มกันฉินฉางเซิงทันที
“พี่ชายทั้งสอง ข้าเอง!” ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวให้ทั้งสองเห็นชัดๆ
“ผู้นำ... ผู้นำใหญ่!!!” ทั้งสองอุทานด้วยความตกตะลึง
“คารวะคุณชาย ขอบคุณคุณชายที่มอบชีวิตใหม่ให้เจียลั่ว จากนี้ไปชีวิตของเจียลั่วผู้นี้เป็นของท่านแล้ว” เฉินเจียลั่วประสานมือกล่าวด้วยความจริงใจยิ่ง
“ดี! ดีมาก!”
จากนั้น ฉินฉางเซิงก็อธิบายสถานการณ์ในปัจจุบันของอำเภอชิงเฟิงให้เฉินเจียลั่วฟังคร่าวๆ ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะลอบออกจากจวนตระกูลฉินไปอย่างเงียบเชียบ
สำนักลิ่วซ่านเหมิน
“พรรคดอกไม้แดงสมควรตาย! บังอาจมาข่มขู่ข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายอย่างไร้ที่ฝังให้จงได้!” ฟางปู้ถงตบโต๊ะคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
“นายท่าน ตอนนี้ขุมกำลังของพรรคพญามังกรดำของพวกเราในอำเภอชิงเฟิงส่วนใหญ่ถูกพรรคดอกไม้แดงกวาดล้างไปหมดแล้ว ท่านคิดว่าพวกมันก็มุ่งเป้ามาที่แผนที่นั่นเหมือนกันหรือไม่ขอรับ?” ชายชุดดำที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างรายงาน
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่! อำเภอชิงเฟิงเล็กๆ แห่งนี้ จะมีสิ่งใดดึงดูดยอดฝีมือมากมายให้มาเยือนได้ หากไม่ใช่เพราะแผนที่นั่น” ฟางปู้ถงหรี่ตาลง “รอจนยอดฝีมือของตระกูลฟางมาถึงเมื่อใด นั่นจะเป็นวาระสุดท้ายของพรรคดอกไม้แดง!”
“แต่นายท่าน... หากยอดฝีมือระดับเซียนเทียนเหยียบย่างเข้ามาในอำเภอชิงเฟิง จะต้องถูกหน่วยเจิ้นอู่ของเมืองประจำเขตตรวจพบแน่ ถึงตอนนั้นจะกระทบต่อแผนการของผู้อาวุโสหลี่หรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น! สถานการณ์เช่นนี้ แค่เอาชีวิตรอดให้ได้ยังยาก พรรคดอกไม้แดงต้องตาย!!!”
ตระกูลหวัง (หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่)
เวลานี้ ผู้นำตระกูลหวังกำลังเข้าพบสตรีชุดดำผู้ปิดบังใบหน้า
“เรียนท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ พรรคดอกไม้แดงกลุ่มนี้ราวกับโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า พวกเราใช้เส้นสายทั้งหมดแล้วก็ยังสืบหาที่มาของพวกมันไม่ได้ ดูเหมือนพวกมันจะไม่ใช่ขุมกำลังภายในอำเภอชิงเฟิงเลยขอรับ” หวังป๋อ ผู้นำตระกูลหวังรายงาน
“ไม่เพียงแค่นั้น ข้าใช้กำลังของพรรคมารศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ยังสืบหาที่มาของพรรคดอกไม้แดงไม่พบ ข้าคาดเดาว่าพวกมันน่าจะไม่ใช่ขุมกำลังภายในเขตชิงโจว แต่น่าจะมาจากนอกเขตเสียมากกว่า” สตรีชุดดำวิเคราะห์ “จับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของพรรคดอกไม้แดงต่อไป!”
“ขอรับ!”
“บิดาของเจ้าน่าจะทะลวงถึงระดับโฮ่วเทียนขั้นที่สิบสองแล้วใช่หรือไม่?”
“ขอบคุณท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานโอสถ บิดาของข้าเพิ่งทะลวงถึงระดับโฮ่วเทียนขั้นที่สิบสองเมื่อสามวันก่อนขอรับ”
“อืม...” สตรีชุดดำพยักหน้า “อำเภอชิงเฟิงในตอนนี้นับว่าไม่สงบสุขเอาเสียเลย จงรีบเร่งยกระดับความแข็งแกร่งเสีย วันข้างหน้าถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต”
“ขอรับ!”
หลังจากท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์เร้นกายจากไป หวังอัน อดีตผู้นำตระกูลหวังก็เดินรี่ออกมาจากมุมมืด
“ท่านพ่อ ท่านมาได้อย่างไรขอรับ?” หวังป๋อเอ่ยถาม
“จิตใจไม่สงบ นอนไม่หลับน่ะสิ!” หวังอันถอนหายใจ “เจ้าไปแจ้งหวังเถิงว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งกลับมา รอให้อำเภอชิงเฟิงสงบลงก่อนค่อยว่ากัน”
“ท่านพ่อ... ท่านคิดว่าตระกูลหวังของพวกเรากำลังจะเกิดเรื่องหรือขอรับ?”
“กำลังของตระกูลหลงไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลหวังของพวกเราเท่าไรนัก พรรคดอกไม้แดงลั่นวาจาว่าจะลบล้างก็ลบล้างได้ในพริบตา เจ้าคิดว่าตระกูลหวังของพวกเราจะต้านทานพวกมันไว้ได้หรือ?”
“แต่เรายังมีท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์หนุนหลังอยู่นะขอรับ?”
“แล้วตระกูลหลงไม่มีพรรคพญามังกรดำคอยคุ้มครองหรืออย่างไร? สุดท้ายก็ยังถูกกวาดล้างไปจนสิ้นมิใช่หรือ!” หวังอันกล่าวเสียงเครียด “หวังพึ่งผู้อื่นสู้พึ่งตนเองไม่ได้ รีบจัดการให้รุ่นเยาว์ในตระกูลทยอยเดินทางออกจากอำเภอชิงเฟิงโดยด่วน พร้อมกับนำทรัพยากรทุกอย่างที่มีมายกระดับความแข็งแกร่งของกำลังคนในตระกูล ข้าสังหรณ์ใจว่า อำเภอชิงเฟิงแห่งนี้กำลังจะเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ในไม่ช้า”
“ขอรับท่านพ่อ!”
ที่ว่าการอำเภอ ห้องโถงด้านใน
“นายท่าน เรื่องการร่วมมือกับท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารบัวดำผู้นั้น ท่านเห็นสมควรว่าอย่างไรขอรับ?” ลุงเสียงเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
นายอำเภอเกาซิ่งหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ตอนแรกข้ากะจะใช้แผนที่ปลอมครึ่งผืนนั้นล่อไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ในที่ว่าการอำเภอออกมา ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ดึงดูดพวกปีศาจงูร้ายออกมามากมายถึงเพียงนี้”
“หัวหน้ามือปราบฟางปู้ถง ผู้มีอำนาจอันดับหนึ่งแห่งสำนักลิ่วซ่านเหมินของอำเภอชิงเฟิง กลับกลายเป็นคนของพรรคพญามังกรดำเสียนี่”
“แม้แต่ที่ปรึกษาของข้าก็เป็นคนของพรรคพญามังกรดำ”
“รวมถึงตระกูลหลงนั่นด้วย!”
นายอำเภอแค่นเสียง “พรรคพญามังกรดำวางหมากในอำเภอชิงเฟิงแห่งนี้ไว้ลึกล้ำนัก ดูท่าพวกมันคงหมายปองแผนที่ครึ่งผืนในมือข้ามานานแล้ว เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าไส้ศึกของนิกายมารบัวดำจะมีมากน้อยเพียงใด การจะเจรจาทำข้อตกลงกับพวกมัน ในใจข้ายังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก”
นิกายมารบัวดำ คือหนึ่งในสี่นิกายมารใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวน มีขุมกำลังเหนือกว่าพรรคพญามังกรดำอย่างเทียบไม่ติด ทั้งยังเป็นขุมกำลังฝ่ายอธรรมระดับหัวกะทิภายในดินแดนต้าเฉียน ที่คอยต่อกรกับราชสำนักมาโดยตลอด
ราชสำนักต้าเฉียนส่งกองกำลังไปปราบปรามมาแล้วหลายต่อหลายครั้งทว่ากลับคว้าน้ำเหลวทุกครา สาเหตุประการแรกคือไม่มีใครรู้ว่ารังเหย้าที่แท้จริงของนิกายมารบัวดำอยู่ที่ใด ประการที่สองคือมักจะมีไส้ศึกระดับสูงคอยลอบส่งข่าวให้ขุมกำลังพรรคมารเหล่านี้อยู่เสมอ
“สืบให้รู้ก่อนว่าไส้ศึกของนิกายมารบัวดำในอำเภอชิงเฟิงแห่งนี้คือใคร ถึงเวลานั้นค่อยพูดคุยเรื่องความร่วมมือก็ยังไม่สาย”
“ขอรับ!”
หออี๋หง ห้องโถงด้านหลัง
“เรียนท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ คนสนิทที่ผู้อาวุโสใหญ่ส่งมาสามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของหน่วยเจิ้นอู่ได้แล้ว และน่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ในอีกไม่กี่วันเจ้าค่ะ” ตงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทก้มหน้ารายงาน
“หน่วยเจิ้นอู่นี่ช่างเหมือนฝูงสุนัขบ้าที่กัดไม่ปล่อยจริงๆ ตามกัดนิกายมารบัวดำของข้าไม่ยอมเลิกรา” สตรีชุดดำแค่นเสียงเย็นชา “หากวันหน้ามีโอกาส ข้าจะต้องนำยอดฝีมือของนิกายมารไปกวาดล้างหน่วยเจิ้นอู่ให้สิ้นซาก!”
ทว่าสำหรับราชสำนักต้าเฉียนแล้ว นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด ราชสำนักต้าเฉียนคือขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่านิกายมารบัวดำจะต่อกรได้ อย่าว่าแต่นิกายของนางเลย ต่อให้สี่นิกายมารรวมพลังกันก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของราชสำนักได้