- หน้าแรก
- วิธีที่จะเป็นข้าราชการ ผมกลายเป็นนักล่าปีศาล
- บทที่ 24 เก็บเกี่ยว
บทที่ 24 เก็บเกี่ยว
บทที่ 24 เก็บเกี่ยว
ซูหลี่ไม่แม้แต่จะหันมองหลี่เฉิน เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ อย่างเย็นชา
"พูดเหมือนรู้จักฉันดีนักแหละ..."
ปลายนิ้วของเธอขยับลูบชายเสื้อชุดฝึกโดยไม่รู้ตัว
ในวงสังคมบ้านเกิดของเธอ ไม่ว่าใครพบเธอก็ต้องเรียกอย่างให้เกียรติว่า "คุณหนูซู"
แต่ทุกอย่างล้วนต้องมีสิ่งให้เปรียบเทียบ
ที่นี่...
ฐานะครอบครัวที่เธอเคยภาคภูมิใจ กลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่เรียกว่า "ยอมลดทิฐิ" แท้จริงแล้ว ก็แค่จำใจต้องก้มหัวเมื่ออยู่ใต้ชายคาของคนอื่นเท่านั้น
ความจริงแล้ว...
เธอไม่ได้ถนัดเรื่องประจบเอาใจใครเลย
ที่ผ่านมา เธอพยายามเอาอกเอาใจเลอาอย่างสุดความสามารถ ก็เพียงหวังจะยืนหยัดอยู่ในสภาพแวดล้อมแห่งใหม่นี้
แต่สุดท้าย...
ทุกอย่างก็สูญเปล่า
แต่...
เมื่อมองหลี่เฉิน ผู้มีพื้นฐานครอบครัวด้อยกว่าเธอหลายเท่า
ความรู้สึกเหนือกว่าที่น่าขันในใจของซูหลี่กลับได้รับการเติมเต็มอย่างประหลาด
ทว่า...
ในสายตาของคนอื่น
ตัวเธอกับหลี่เฉิน ก็คงไม่ต่างกันนักใช่ไหม?
ซูหลี่จ้องมองเสี้ยวหน้าของหลี่เฉิน ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในใจ
ในเมื่อคนอื่นมองว่าพวกเราเหมือนกัน...
งั้นทำไมไม่...
"นี่... ถ้าพวกเรา..."
เธอกำชายเสื้อชุดฝึกแน่น กำลังจะเอ่ยปาก
"หลี่เฉิน!"
กู่เหยียนวิ่งพรวดเข้ามา คว้าไหล่หลี่เฉินทันที
หลี่เฉินที่กำลังครุ่นคิดอยู่สะดุ้งสุดตัว เกือบล้มลงกับพื้น
"ห้องจำลองการต่อสู้ด้วยโฮโลแกรมสุดยอดมากเลย!"
ดวงตาของกู่เหยียนเป็นประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ถ้าฉันไม่ได้เห็นข้อมูลโฮโลเเกรมของพวกทาสเลือดหายไปกับตา คงคิดว่าเป็นการต่อสู้จริงแน่ ๆ!"
"ใช่ ๆ สุดยอดมาก..."
หลี่เฉินรีบทรงตัว พลางหน้าแดงเพราะโดนกู่เหยียนรัดคอ
"แต่... ปล่อยฉันก่อนได้ไหม?"
"อ๊ะ! ขอโทษ ๆ!"
กู่เหยียนเพิ่งรู้ตัว รีบปล่อยแขนออก ก่อนเกาหัวอย่างเขิน ๆ
"ผมกลับมาแล้ว!"
หวังฉีเดินกลับมาด้วยท่าทางสดชื่นแจ่มใส
"ต่อไปผมจะไม่กินไอศกรีมมัทฉะดึก ๆ อีกแล้ว..."
"หุนหันพลันแล่นจริง ๆ"
เสิ่นซิ่วที่เดินตามมาทีหลังถอนหายใจ พร้อมนวดขมับ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
"ไม่มีสักคนที่ทำให้คนอื่นสบายใจได้..."
จากนั้นเขาเหลือบไปเห็นซูหลี่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็ขมวดคิ้วทันที
"ยัยนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
ซูหลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันไปมองหลี่เฉิน ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"นาย... นายโกหกฉันเหรอ?!"
หลี่เฉินกางมืออย่างบริสุทธิ์ใจ
"อย่าใส่ร้ายกันสิ... ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอคิดไปเองทั้งนั้น..."
"หลี่เฉิน!! ไอ้คนโกหก!!"
ใบหน้าของซูหลี่แดงก่ำ
ริมฝีปากสั่นระริก เม้มแน่น
ปลายจมูกเริ่มแดง
ก่อนที่น้ำตาจะไหลทะลักออกมาในทันที
"ฮือออออ~"
น่าอายเกินไปแล้ว!
ที่แท้...
คนที่ไม่มีใครต้องการจริง ๆ มีแค่ตัวเธอเอง...
กู่เหยียนและอีกสองคนที่ไม่รู้เรื่องราว ต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง
ส่วนหลี่เฉินก็ยืนนิ่งอึ้ง
โดนเหตุการณ์นี้เล่นเอาสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
หวังฉี เจ้าพ่อสายเผือก เป็นคนแรกที่ได้สติ
เขายกนิ้วโป้งให้หลี่เฉินทันที
"สมแล้วที่เป็นพี่เฉิน! เรื่องแบบนี้ต้องยกให้พี่จริง ๆ!"
พูดจบก็ส่งสายตาแบบ "ผมเข้าใจทุกอย่าง"
ถึงหลี่เฉินจะไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่ "เข้าใจ" อะไร
แต่ใช้ปลายเท้าคิดก็รู้ว่า...
ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่
เมื่อเห็นสายตาของทุกคนเริ่มหันมามองตัวเอง
เขาก็ไม่สนใจหวังฉีที่ยังพูดไม่หยุดอีกต่อไป
"ร้องไห้ทำไมเนี่ย?"
หลี่เฉินยืนอย่างจนปัญญาอยู่ตรงหน้าซูหลี่ที่สะอึกสะอื้น
อยากปลอบก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!"
"ฮือออออ~"
ยิ่งรู้สึกอับอาย ซูหลี่ก็ยิ่งร้องหนักกว่าเดิม
น้ำตาไหลราวกับสายฝน
ขณะที่สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย...
เสียงตะโกนอันเฉียบคมก็ดังขึ้น พลันทำให้ทั้งสนามเงียบกริบ
"ทุกคน! เข้าแถว!"
เสียงของเย่เฟิง!
เสียงสะอื้นของซูหลี่หยุดลงทันที
เธอรีบเช็ดหน้า ดวงตาแดงก่ำ ก่อนหันหลังวิ่งไปยังจุดรวมพล
หลี่เฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก
แล้วรีบดึงกู่เหยียนและคนอื่น ๆ ตามไป
ระหว่างนั้น
หลี่เฉินยังเหลือบไปเห็นเหลียกำลังเดินมารวมตัวเช่นกัน
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดคุยเล่น เขาจึงไม่ได้คิดจะเข้าไปทัก
ตามคำสั่งของเย่เฟิง
สมาชิกสำรองทั้ง 32 คน ถูกจัดแถวเป็น 4 แถว แถวละ 8 คน
โดยปกติแล้ว
ผู้เข้าร่วมการประเมินรุ่นเดียวกัน จะมีคนผ่านและได้อยู่ต่อไม่เกิน 25 คน
แต่รุ่นของหลี่เฉินเกิดเหตุไม่คาดฝันหลายครั้งระหว่างการประเมิน
ผู้ที่มีผลงานใช้ได้จึงได้รับการอนุมัติให้ผ่านทั้งหมด
เลยมีคนมากถึงขนาดนี้
หลังเข้าแถวเรียบร้อย
หลี่เฉินก็สังเกตเห็นพลาสเตอร์และผ้าพันแผลใหม่บนใบหน้าของเย่เฟิง
บาดแผลเหล่านี้...
คงได้มาจากภารกิจล่าสุด
แต่ร่องรอยเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เย่เฟิงดูตลกแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม
เพราะเพิ่งกลับจากสนามรบ
กลิ่นอายสังหารที่ยังติดตัวอยู่ ทำให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม
หลายคนที่ยืนแถวหน้าถึงกับแข็งทื่อเพราะแรงกดดันจากเขา
เย่เฟิงเองก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็น
เขาหลับตา สูดหายใจลึก
เมื่อเปิดตาอีกครั้ง
เขาก็กลับมาเป็นเย่เฟิงคนเดิม
คนที่ชอบเล่นมุกและหยอกล้อผู้คน
"แค่ก ๆ..."
เย่เฟิงกระแอมเบา ๆ
ยกกำปั้นขวาขึ้นปิดปาก แล้วลากเสียงยาว
"ผมว่า... คงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วมั้ง?"
รอยยิ้มกวน ๆ ประจำตัวปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศที่ตึงเครียดพลันผ่อนคลายลงทันที
แต่ในวินาทีต่อมา
เขากลับเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง
"แต่!"
"เผื่อบางคนความจำไม่ดี!"
"ผมคิดว่าแนะนำอีกครั้งก็ดี!"
"ผมชื่อ เย่เฟิง!"
เขายืนตรง เสียงรองเท้าคอมแบตกระแทกพื้นดังสนั่น
"เย่เหมือนใบเมเปิล! เฟิงก็เหมือนใบเมเปิล!"
จากนั้นเขาโน้มตัวเข้าไปหาแถวหน้า
"ผมเป็นหัวหน้าของพวกคุณมาได้สามวันแล้ว!"
เมื่อเห็นเด็กฝึกหลายคนหดคอด้วยความตกใจ
เย่เฟิงก็กลับมายืนสบาย ๆ อีกครั้ง
"พวกคุณควรดีใจนะ เพราะผมเป็นคนที่คุยง่ายที่สุดแล้ว~"
ได้ยินเช่นนั้น
ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่...
"แต่!"
เย่เฟิงตะโกนขึ้นอีกครั้ง
จนหวังฉีที่ยืนแถวหน้าเกือบเหยียบเท้าคนข้าง ๆ
"เรื่องอื่นต่อรองกันได้หมด!"
"แต่เรื่องการฝึก..."
"อยู่ในมือผม ไม่มีคำว่าประนีประนอม!"
พูดจบ
เขาก็กลับมายิ้มสดใสอีกครั้ง ราวกับเพิ่งสลับบุคลิก
"อัตราการสอบผ่านคุณสมบัตินักล่าโลหิตระดับต้นในแต่ละปีอยู่ที่แค่ 60%"
"แต่สิ่งที่ผมต้องการจากพวกคุณคือ..."
"ผ่านทั้งหมด 100%!"
"เข้าใจไหม?!"
"เข้าใจครับ!!"
เสียงตอบรับของทั้ง 32 คน ดังก้องไปทั่วสนามฝึกปิด
เย่เฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ
จากนั้น...
ตลอดหลายชั่วโมงต่อมา
เย่เฟิงก็พาทุกคนเข้าสู่การฝึกสุดโหด
รายการฝึกประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียง
• วิ่งระยะไกลแบบแบกน้ำหนัก
• วิ่ง 100 เมตรแบบแบกน้ำหนัก
• วิ่งฝ่าเครื่องกีดขวางแบบแบกน้ำหนัก
• แพลงก์แบบแบกน้ำหนัก
...
หลี่เฉินตกใจเมื่อพบว่า
เย่เฟิงเริ่มต้นด้วยการฝึกสมรรถภาพร่างกาย!
ไม่ใช่แค่จำนวนรายการที่มากจนน่ากลัว
แต่ความหนักของแต่ละรายการก็เกินมนุษย์ แถมยังเป็นเวอร์ชันแบกน้ำหนักทั้งหมด!
เมื่อเทียบกันแล้ว
โปรแกรมฝึกที่เสิ่นซิ่วจัดให้เขา...
กลับดูเหมือนการวอร์มอัปไปเลย!
ที่แท้...
เจ้าหมอนั่นที่ใส่แว่นกรอบทองไม่ได้โกหกเลย!
สิ่งที่หลี่เฉินฝึกก่อนหน้านี้...
เป็นแค่ครึ่งเดียวของปริมาณฝึกประจำวันของเสิ่นซิ่วจริง ๆ!
หลี่เฉินรู้สึกเหมือนชีวิตหมดสิ้นความหวัง
และแน่นอน...
ทุกคนต่างทำเป้าหมายการฝึกสำเร็จ
มีเพียงหลี่เฉินคนเดียว
ที่เหนื่อยแทบขาดใจ
แต่ยังทำได้ไม่ถึง หนึ่งในสาม ของเป้าหมาย
ขายหน้าสุด ๆ
ทั้งที่ยังเป็นอันดับหนึ่งของรุ่นอีกต่างหาก!
สุดท้าย...
เขาก็หนีไม่พ้นชะตากรรมที่จะขายหน้าต่อหน้าทุกคน
พวกคุณชายคุณหนูทั้งหลาย...
ไม่ต้องเสียแรงมาหาเรื่องผมหรอก
หลี่เฉินคนนี้...
ทำตัวเองขายหน้าจนหมดสภาพอยู่แล้ว
เมื่อมองเห็นสายตาเยาะเย้ยของผู้คนรอบด้าน
หลี่เฉินรู้สึกราวกับตัวเองเป็นลิงในสวนสัตว์
ถูกจ้องมองอย่างเปลือยเปล่า...
ไร้แม้แต่ที่กำบัง