- หน้าแรก
- พาเสี่ยวซื่อจื่อเที่ยวเล่นยุคปัจจุบัน สั่นสะเทือนหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 56 พูดถึงแบคทีเรียอีกครั้ง นี่เกี่ยวข้องกับความลับของการเป็นอมตะไม่แก่ชรางั้นเหรอ?
บทที่ 56 พูดถึงแบคทีเรียอีกครั้ง นี่เกี่ยวข้องกับความลับของการเป็นอมตะไม่แก่ชรางั้นเหรอ?
บทที่ 56 พูดถึงแบคทีเรียอีกครั้ง นี่เกี่ยวข้องกับความลับของการเป็นอมตะไม่แก่ชรางั้นเหรอ?
บทที่ 56 พูดถึงแบคทีเรียอีกครั้ง นี่เกี่ยวข้องกับความลับของการเป็นอมตะไม่แก่ชรางั้นเหรอ?
ล้างจานเสร็จแล้ว
ซูเฉินรู้สึกผ่อนคลายมากหลังจากล้างเสร็จ น่าจะเป็นเพราะมีซื่อจื่อคอยช่วยอยู่ข้างๆ
แน่นอนว่าการช่วยเหลือของซื่อจื่อก็แค่ช่วยวางจานเท่านั้น ความจริงไม่ได้ช่วยอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก ออกจะเป็นการอยู่เป็นเพื่อนเสียมากกว่า ซึ่งส่งผลดีต่อจิตใจซะเยอะ
ซูเฉินพูดกับซื่อจื่อว่า "ซื่อจื่อ ลำบากหนูแล้ว เหนื่อยไหม"
ซื่อจื่อส่ายหน้าตอบซูเฉิน "เสี่ยวหลางจวิน~ เค้าไม่เหนื่อยเลยน้า~ แค่นี้สบายมากค่า~"
ความจริงแล้ว แค่หยิบชามไปเก็บไว้ในตู้ สำหรับซื่อจื่อไม่ได้ถือว่าเหนื่อยเลย
แต่สำหรับเธอ มันคือประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นครั้งแรก ในเมื่อเธอเป็นถึงองค์หญิง ปกติแล้วย่อมไม่มีทางมาทำเรื่องหยิบจับชามในห้องครัวแบบนี้แน่
"พวกเราไปพักกันเถอะ"
ซูเฉินเดินออกจากห้องครัว ซื่อจื่อก็เดินตามอยู่ด้านหลัง
เขาหยิบห่อปิดอาหารจากบนตู้เย็นมาปิดอาหารที่กินไม่หมดบนโต๊ะอย่างลวกๆ เตรียมจะนำไปแช่ตู้เย็นทีละจาน
ซื่อจื่อเห็นห่อปิดอาหารนี้ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความสงสัย เอ่ยถามซูเฉินว่า "เสี่ยวหลางจวิน~ อันนี้คืออะไรหยอ~? เอาไว้ทำอะไรน้า~?"
การใช้แผ่นใสๆ แบบนี้มาปิดอาหารไว้ แล้วค่อยเอาไปใส่ในตู้เย็น การกระทำนี้ซื่อจื่อไม่เข้าใจเลย
มันมีประโยชน์อะไรกัน?
ความจริงอย่าว่าแต่ซื่อจื่อที่ไม่เข้าใจเลย เมื่อก่อนซูเฉินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการเอาห่อปิดอาหารมาหุ้มจานแล้วเอาเข้าตู้เย็นมันมีประโยชน์อย่างไร
แต่ต่อมาเขาก็ค่อยๆ ทำจนติดเป็นนิสัย
หลักๆ คือเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเพาะพันธุ์แบคทีเรีย และชะลอความเร็วในการเน่าเสีย
เพราะต่อให้เก็บในตู้เย็น ก็ไม่ได้การันตีว่าถ้าทิ้งไว้นานๆ อาหารจะไม่เสียเลย
และการหุ้มห่อปิดอาหารก็ยังช่วยยืดเวลาเก็บรักษาได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นอาหารแต่ละจานปะปนกัน
ไม่ว่าจะมองมุมไหน การหุ้มห่อปิดอาหารก็เป็นนิสัยที่ดี อีกอย่างมันก็ไม่ได้แพงอะไร
ซูเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับซื่อจื่อว่า "ซื่อจื่อยังจำ 'แบคทีเรีย' ที่พี่เคยบอกก่อนหน้านี้ได้ไหม? ก็คือแมลงตัวเล็กๆ ที่อยู่บนมือเราไง"
ซื่อจื่อไม่ลังเล พยักหน้าหงึกๆ แล้วพูดว่า "อื้อ เสี่ยวหลางจวิน~ หนูจำได้ค่า~ ก็คือแมลงตัวเล็กๆ บนมือพวกเรา~ ก่อนหม่ำๆ ข้าว พวกเราต้องล้างมือด้วยน้า~"
ซูเฉินพยักหน้า "ใช่แล้ว ในเมื่อบนมือเรามีแบคทีเรีย ดังนั้นในอาหารพวกนี้ก็มีเหมือนกัน"
"แถมถ้าในอาหารมีแบคทีเรีย ก็จะทำให้อาหารพวกนี้เสีย กินไม่ได้แล้ว เพราะงั้นถึงต้องใช้พลาสติกนี้หุ้มมันเอาไว้ไง"
ซื่อจื่อสงสัยเล็กน้อย เบิกตากลมโตมองซูเฉินพลางถาม "เสี่ยวหลางจวิน~ เสียหยอ? ทำไมอาหารถึงเสียล่ะน้า~?"
อ้อ นั่นสินะ
อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอายุของซื่อจื่อเลย แค่ฐานะของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตก็คงไม่เคยกินของเหลือด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของเสีย คาดว่าคงไม่เคยเห็นเลยต่างหาก
ซูเฉินจึงอธิบายให้ซื่อจื่อเห็นภาพ "ซื่อจื่อ อาหารเสีย ก็คืออาหารพวกนี้กินไม่ได้แล้ว ลองนึกภาพดูนะ สมมติว่าเนื้อที่หนูชอบกินถูกวางทิ้งไว้จนเสีย มันก็จะเหม็น พอกินเข้าไป รสชาติก็เหม็นเหมือนกัน นี่แหละที่เรียกว่าเสีย กินไม่ได้แล้ว"
"แบบนี้หนูเข้าใจไหม?"
ซื่อจื่อพยักหน้า แล้วพูดอย่างกลัวๆ เล็กน้อยว่า "อื้อ เสี่ยวหลางจวิน~ หนูรู้แล้วค่า~ เสียก็คือเนื้อหม่ำไม่ได้แล้ว..."
"แต่ว่า... หนูไม่อยากให้เนื้อเสียเลยน้า~"
เนื้อถือเป็นหนึ่งในของโปรดที่สุดของซื่อจื่อ
พอได้ยินว่าเนื้อสุดที่รักอาจจะเสีย บนใบหน้าเล็กๆ ก็เผยให้เห็นถึงความเจ็บปวดและอาลัยอาวรณ์อันซับซ้อนในทันที
ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าสีหน้าท่าทางเหล่านี้จะมารวมอยู่บนใบหน้าเล็กๆ ของซื่อจื่อได้พร้อมกัน
ซูเฉินหัวเราะ "เพราะงั้นไง ซื่อจื่อ เพื่อไม่ให้อาหารหรือเนื้อที่กินไม่หมดพวกนี้เสีย พวกเราก็จะเอามันไปใส่ตู้เย็น"
"อุณหภูมิในตู้เย็นมันต่ำ ก็จะช่วยยืดเวลาไม่ให้อาหารเสียได้อย่างมาก ส่วนประโยชน์ของพลาสติกนี่ก็เหตุผลเดียวกัน"
คำพูดของซูเฉินราวกับได้เปิดประตูสู่ความรู้รอบตัวในชีวิตประจำวันให้กับซื่อจื่อ
จู่ๆ ซื่อจื่อก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกครั้ง "งั้นเสี่ยวหลางจวิน~ ทำไมข้างในตู้เย็นเย็นเจี๊ยบ ถึงทำให้อาหารใช้เวลาเสียนานขึ้นล่ะน้า~?"
เรื่องนี้สิ... ซูเฉินครุ่นคิด
แน่นอนว่าตู้เย็นใช้ความเย็นเพื่อถนอมอาหาร
ขอแค่อุณหภูมิต่ำ เวลาที่อาหารจะเสียก็จะนานขึ้น นี่ถือเป็นความรู้พื้นฐาน
แต่ถ้าถามว่าทำไมยิ่งอยู่ในที่ที่อุณหภูมิต่ำ อาหารยิ่งไม่เสียง่าย... ดูเหมือนว่าจะเป็นผลงานของแบคทีเรียด้วยใช่ไหมนะ?
ซูเฉินไม่สนแล้วว่าใช่หรือไม่ เขาอธิบายคร่าวๆ ไปว่า "ใช่แล้ว เรื่องนี้ก็ต้องโยงไปถึงแบคทีเรียเหมือนกัน"
"ในเมื่อคนเราชอบกินอาหารกับเนื้อพวกนี้ แบคทีเรียก็กินด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าพวกมันกินปุ๊บ อาหารกับเนื้อก็จะเหม็น นั่นก็คือมันเสีย แล้วคนเราก็จะกินไม่ได้อีก"
"แต่ในสภาพที่ถูกแช่แข็งและเย็นมากๆ ในตู้เย็น แบคทีเรียจะเติบโตได้ยาก พวกมันก็เลยไม่กินเนื้อไง"
คร่าวๆ ก็คงประมาณนี้แหละมั้ง
ซื่อจื่อดูเหมือนจะฟังเข้าใจ เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า "อื้อ เสี่ยวหลางจวิน~ หนูรู้แล้วค่า~ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง~ แบคทีเรียพวกนี้นิสัยไม่ดีเลยน้า~"
ต้าถัง
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วตรัส "หา? แบคทีเรียอีกแล้วรึ? ที่อาหารเหล่านี้เน่าเสีย ก็เป็นฝีมือของแบคทีเรียเช่นนั้นหรือ?"
"เจ้าแบคทีเรียพวกนี้มันคือสิ่งใดกันแน่? เหตุใดบนตัวคนถึงมี บนอาหารก็มีด้วย? อีกทั้งข้าวปลาอาหารที่เรากิน หากเน่าเสียจนกินไม่ได้ ล้วนเป็นเพราะแบคทีเรียเหล่านี้ก่อขึ้นงั้นรึ?"
หลี่ซื่อหมินยิ่งรู้สึกว่า 'แบคทีเรีย' ที่ซูเฉินกล่าวถึงน่าจะเป็นเรื่องจริง ถึงแม้พระองค์จะไม่อยากยอมรับก็ตาม
ซูเฉินอาจจะกุเรื่องแบคทีเรียมาหลอกซื่อจื่อส่งเดชสักครั้งหนึ่ง ทว่าคงไม่ถึงขั้นนำแบคทีเรียมาอธิบายเรื่องอาหารเน่าเสียหรอกกระมัง?
ดูจากสีหน้าของเขา ราวกับกำลังสอนความรู้รอบตัวให้ซื่อจื่อ ไม่มีทางเป็นการหลอกลวงแน่ ความสามารถในการมองคนเพียงแค่นี้ พระองค์ย่อมมีอยู่แล้ว
จ่างซุนฮองเฮามีสีหน้ากระจ่างแจ้ง "อ้อ ที่แท้อาหารปกติของเราหากทิ้งไว้นานๆ รสชาติจะแปลกไป ก็เป็นเพราะเจ้าแบคทีเรียพวกนี้กำลังก่อกวนอยู่นี่เอง"
"จริงด้วยเพคะ ในช่วงฤดูหนาว อาหารโดยทั่วไปมักจะเสียช้ากว่า ทว่าในฤดูร้อนกลับเสียเร็วมาก"
"ดูเหมือนว่าอุณหภูมิจะมีผลจริงๆ เพคะ ยิ่งร้อน แบคทีเรียเหล่านี้ก็จะยิ่งเติบโตเร็วขึ้น แต่เมื่อเย็น กลับเติบโตช้าลง"
พระนางมีประสบการณ์ชีวิตโชกโชน คำพูดเรื่องแบคทีเรียของซูเฉินจึงไม่อาจหาช่องโหว่ได้เลยแม้แต่น้อย
หลี่ลี่จื้อตรัสด้วยความประหลาดใจ "หากเป็นเช่นนี้ หากสามารถสังหารแบคทีเรียเหล่านี้ได้ทั้งหมด อาหารก็สามารถวางทิ้งไว้ได้ตลอดกาลและไม่มีวันเน่าเสียเลยมิใช่หรือเพคะ?"
ต้าฉิน
อิ๋งเจิ้งขมวดคิ้วตรัส "แบคทีเรียอีกแล้วรึ? สิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่? เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง? เป็นแมลงตัวเล็กๆ งั้นหรือ?"
พระองค์ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย จึงหันไปตรัสถามหลี่ซือ "หลี่ซือ เจ้าคิดว่าคำกล่าวเรื่องแบคทีเรียของซูเฉินเป็นเรื่องจริงหรือไม่?"
หลี่ซือครุ่นคิดแล้วกราบทูล "ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าสิ่งที่ซูเฉินกล่าวเรื่องแบคทีเรียล้วนมีเหตุผลพ่ะย่ะค่ะ นี่อาจเป็นแบคทีเรียที่ถูกค้นพบในยุคชนรุ่นหลังกระมัง"
"ในเมื่อชนรุ่นหลังสามารถสร้างสิ่งของอย่างตู้เย็นและหลอดไฟได้ การค้นพบแบคทีเรียที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเหล่านี้ ย่อมมีความเป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ"
อิ๋งเจิ้งพึมพำ ทว่าบนใบหน้ากลับเผยสีหน้าตื่นเต้น พระองค์ครุ่นคิดพลางตรัสว่า
"หากแบคทีเรียหรือแมลงตัวเล็กๆ ที่ตามนุษย์มองไม่เห็นเหล่านี้ สามารถกินอาหารและกินเนื้อได้..."
"เช่นนั้น พวกมันก็กำลังกัดกินมนุษย์อย่างพวกเราอยู่ด้วยมิใช่หรือ?"
"เนื้อจะเน่าเสียเพราะถูกแบคทีเรียกิน และหากคนถูกแบคทีเรียเหล่านี้กัดกินเล่า ก็จะค่อยๆ แก่ชราลงจนกว่าจะตายไปมิใช่หรือ?"
ราวกับว่าพระองค์ได้ค้นพบข้อมูลสำคัญอันยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า
"หากสามารถกำจัดแบคทีเรียเหล่านี้ให้สิ้นซากได้... เช่นนั้นก็หมายความว่า ร่างกายของเจิ้นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และไม่มีวันแก่ชราอีกต่อไปมิใช่หรือ?!"
นี่หมายความว่า...
เป็นอมตะไม่แก่ชรา?