- หน้าแรก
- พาเสี่ยวซื่อจื่อเที่ยวเล่นยุคปัจจุบัน สั่นสะเทือนหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 36 มันฝรั่งให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่? ช่างเป็นของดีเสียจริง!
บทที่ 36 มันฝรั่งให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่? ช่างเป็นของดีเสียจริง!
บทที่ 36 มันฝรั่งให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่? ช่างเป็นของดีเสียจริง!
บทที่ 36 มันฝรั่งให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่? ช่างเป็นของดีเสียจริง!
ต้าถัง
หลี่ซื่อหมินถอนพระปัสสาสะพลางตรัส "เฮ้อ เห็นซื่อจื่อยิ้มอย่างมีความสุขถึงเพียงนี้ ในใจเจิ้นก็ดีใจนัก เพียงแต่... เหตุใดพอนั่งรถคันเล็ก ๆ ที่ทำจากเหล็กนี่ ซื่อจื่อถึงได้มีความสุขปานนั้นล่ะ?"
"ซื่อจื่อใช่ว่าจะไม่เคยประทับรถม้าเสียเมื่อไหร่ รถม้าของราชวงศ์น่ะนั่งสบายกว่ารถเข็นที่ดูหยาบกระด้างตรงหน้านี้ตั้งมากมายเชียวนะ"
หลี่ลี่จื้อกล่าวว่า "เสด็จพ่อ รถม้ากับรถเข็นตรงหน้านี้ย่อมไม่เหมือนกันสิเพคะ คันหนึ่งใช้ม้าลาก ส่วนอีกคันคือซูเฉินเป็นคนเข็นด้วยตัวเอง"
"แม้ว่าทั้งสองวิธีจะเป็นการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าการที่มีคนคอยเข็นให้ แถมยังเป็นคนที่ตนเองชอบเป็นคนเข็น ย่อมทำให้เด็กวัยเดียวกับซื่อจื่อรู้สึกเบิกบานใจได้มากกว่านะเพคะ"
จ่างซุนฮองเฮาแย้มพระสรวล "ใช่แล้วล่ะ การที่ซื่อจื่อถูกซูเฉินเข็นไปแบบนี้ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา เพียงแต่รถเข็นคันนี้ก็มีข้อจำกัดที่ค่อนข้างสูงเช่นกันนะเพคะ"
"อย่างน้อยที่สุดพื้นถนนก็ต้องราบเรียบพอสมควร ถึงจะนั่งได้สบายเช่นนี้ หากเข็นรถไปบนถนนที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ มีหวังก้นน้อย ๆ ของซื่อจื่อคงได้กระเทือนจนเจ็บเป็นแน่"
เมื่อหลี่ซื่อหมินได้สดับฟังดังนั้น ก็รีบตรัสขึ้นทันที "เอ้อ หากมีวันใดที่ซื่อจื่อกลับมา เจิ้นจะต้องสร้างรถเข็นคันเล็ก ๆ แล้วเป็นคนเข็นให้ซื่อจื่อนั่งเล่นด้วยตัวเอง!"
"ไม่สิ ต้องสร้างเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย! เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งซื่อจื่อเกิดกลับมาอย่างกะทันหันล่ะ?"
ตรัสจบ พระองค์ก็รับสั่งลงไป ให้ช่างฝีมือจำลองรถเข็นคันเล็กนี้ขึ้นมา
รถเข็นคันนี้แม้ดูแล้วจะสร้างไม่ง่ายนัก เพราะมีแต่โครงเหล็กล้วน ๆ แต่ก็ดูเหมือนจะสร้างง่ายกว่าพวกหลอดไฟหรือตู้เย็นอะไรเทือกนั้นตั้งเยอะ
ยุคสามก๊ก
เตียวหุยเบิกตากว้างพลางกล่าวว่า "เอ๊ะ? นี่มันรถเข็นอะไรกัน? นี่มันรถสี่ล้อของท่านอัครมหาเสนาบดีไม่ใช่หรือไง?"
เล่าปี่หัวเราะร่วน "ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่ารถสี่ล้อของท่านอัครมหาเสนาบดีจะมีอิทธิพลต่อชนรุ่นหลังอย่างลึกซึ้งทีเดียวนะ"
จูกัดเหลียงโบกพัดขนนก พลางหัวเราะเช่นกัน "รถสี่ล้อของเหลียง หน้าที่หลักคือเอาไว้ให้พวกทหารมองเห็น จะได้รู้ว่าเหลียงยังอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่กองทัพ"
"นึกไม่ถึงเลยว่ารถเข็นของยุคอนาคต กลับถูกนำมาใช้บรรทุกสิ่งของเป็นหลัก แล้วก็ใช้เข็นพวกเด็ก ๆ ไปด้วย"
ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อมองดูผักสดละลานตาตรงหน้า ซูเฉินก็มานั่งคิดอีกครั้งว่าจะซื้อผักอะไรดี?
"งั้นซื้อพวกมันฝรั่งไปก่อนแล้วกัน"
ซูเฉินคิดในใจว่า ในเมื่อมีเนื้อวัวแล้ว ก็ต้องไม่พลาดเมนูเนื้อวัวตุ๋นมันฝรั่ง
นี่ถือเป็นวิธีการทำอาหารจากเนื้อวัวสุดคลาสสิกเลยทีเดียว
แน่นอน สำหรับซูเฉินแล้ว เขาก็ทำเมนูเนื้อวัวเป็นอยู่อย่างเดียวนี่แหละ
ดังนั้นซูเฉินจึงเข็นรถพาซื่อจื่อมาถึงหน้าโซนขายมันฝรั่ง
เขาดึงถุงพลาสติกออกมาใบหนึ่ง แล้วเริ่มหยิบมันฝรั่งใส่ลงไป
หนูน้อยซื่อจื่อรีบยกมือขึ้นเสนอตัวทันที "พี่จ๋า เค้าก็มาช่วยพี่ใส่ด้วยน้า~"
"ได้สิ"
ซูเฉินพยักหน้า ขยับรถเข็นเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย เพื่อให้ซื่อจื่อเอื้อมถึงมันฝรั่ง
ซื่อจื่อใช้มือเล็ก ๆ สองข้างประคองมันฝรั่งหัวใหญ่หย่อนลงไปในถุง พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง:
"อันเน้หย่าย~ อันเน้กมกว่า~"
เมื่อเห็นว่ามันฝรั่งที่ซื่อจื่อเลือกรูปร่างหน้าตาดูใช้ได้เลย ซูเฉินจึงสบโอกาสทำตัวเป็นเจ้านายผู้ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ซื่อจื่อเป็นคนใส่มันฝรั่ง ส่วนเขาก็แอบอู้อยู่อีกทาง
ไม่นาน ภายใต้ความขยันขันแข็งของซื่อจื่อ มันฝรั่งก็ถูกใส่จนเกือบจะเต็มถุง
เธอเงยหน้ามองซูเฉินพลางถามว่า "พี่จ๋า แค่เน้พอแย้วยังงับ~?"
ซูเฉินกะปริมาณคร่าว ๆ แล้วพูดว่า "อืม น่าจะพอแล้วล่ะ เท่านี้ก็พอกินได้หลายมื้อเลย"
ขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นมือเล็ก ๆ ของซื่อจื่อเปื้อนเศษดินจากมันฝรั่ง จึงเอ่ยเตือนว่า:
"ซื่อจื่อ ปัดมือหน่อยลูก มีดินติดอยู่นะ"
มันฝรั่งพวกนี้เพิ่งขุดขึ้นมาจากดิน จึงค่อนข้างสดใหม่ แถมยังไม่ได้ล้าง บนผิวก็เลยมีเศษดินติดอยู่ไม่น้อย ทำให้มือเล็ก ๆ ของซื่อจื่อเปื้อนดินตามไปด้วย
ซื่อจื่อทำตามอย่างว่าง่าย เธอตบมือเล็ก ๆ ของตัวเองเบา ๆ "ได้ค่า~"
จากนั้นเธอถึงเพิ่งมองไปที่มันฝรั่งสีเหลืองอ๋อยแข็งปั๋งในถุง พลางถามด้วยความสงสัย:
"พี่จ๋า พวกเน้ก้อของกินหยองับ~?"
อ้อจริงสิ ซูเฉินถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันฝรั่งน่าจะถูกนำเข้ามาในจีนหลังจากยุคต้าถัง ส่วนจะเป็นราชวงศ์ไหนเขาก็จำไม่ได้ชัดเจนนัก
แต่เอาเป็นว่า ซื่อจื่อย่อมไม่เคยเห็นมันฝรั่งมาก่อนอย่างแน่นอน ดูท่าวันนี้เขาจะซื้อมันฝรั่งมาถูกจังหวะซะแล้ว
"ใช่แล้วล่ะ พวกนี้ก็เอาไว้กินเหมือนกัน"
ซูเฉินพยักหน้า อธิบายให้ซื่อจื่อฟังว่า:
"มันเรียกว่า 'ถู่โต้ว' (มันฝรั่ง) ถ้าเรียกให้ดูอินเตอร์หน่อยก็คือ 'หม่าหลิงสู่' (มันฝรั่ง) บางพื้นที่ก็เรียกว่า 'หยางอวี้' (มันฝรั่ง) ถ้าเอามากินคู่กับเนื้อวัวของเราล่ะก็ รสชาติจะอร่อยมาก ๆ เลยนะ"
"เดี๋ยวกลับไปแล้วพี่จ๋าจะทำให้หนูกินนะ"
"ได้ค่า~"
พอได้ยินว่ามันฝรั่งสีเหลืองที่เปื้อนดินดูมอมแมมในตะกร้านี้กลับกลายเป็นของอร่อย ดวงตากลมโตของซื่อจื่อก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
ซูเฉินเข็นรถเข็นต่อไป พลางมุ่งหน้าไปยังจุดชั่งน้ำหนักเพื่อชั่งมันฝรั่ง และพูดกับซื่อจื่อไปด้วยความเคยชินว่า:
"ซื่อจื่อเอ๊ย หากมีวันไหนที่หนูกลับต้าถังล่ะก็ อย่าลืมพกมันฝรั่งกลับไปเยอะ ๆ หน่อยนะ เจ้านี่น่ะเป็นของดีเลยล่ะ"
ซื่อจื่อพยักหน้าตอบ "ได้ค่า เค้าจาเอากลับปายให้เสด็จพ้อ เสด็จแม่ แย้วก้อท่านพี่กินน้า~"
ซูเฉินส่ายหน้า "ไม่ ๆ ๆ ไม่ใช่แค่เอาไปให้เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของหนูกินหรอกนะ"
"มันฝรั่งเนี่ย ถือเป็นของดีช่วยชีวิตคนได้เลยนะ ให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่ ปลูกลงดินปุ๊บก็รอดง่าย โตไวแถมยังให้ผลผลิตเยอะ กินแค่หัวเดียวก็อิ่มท้องแล้ว"
"ซื่อจื่อลองคิดดูสิ ในต้าถังของหนู จะต้องมีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ รุ่นราวคราวเดียวกับหนูที่ไม่มีข้าวกินจนอิ่มท้องแน่ ๆ ใช่ไหมล่ะ? แต่ถ้าพวกเขามีมันฝรั่ง ก็จะกินอิ่มได้แล้วไง"
ซูเฉินนึกถึงบรรดาคนที่ทะลุมิติไปยังต้าถังตั้งมากมาย ไม่ว่าใครก็ต้องพึ่งพาไอ้มันฝรั่งนี่ในการโชว์เทพกันทั้งนั้น
ช่วยไม่ได้นี่นา เสบียงอาหารอย่างมันฝรั่งเนี่ย พอเอาไปไว้ในยุคต้าถัง ประโยชน์ของมันยิ่งใหญ่เกินบรรยายจริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษที่สามารถชุบชีวิตผู้คนได้นับไม่ถ้วนเลยล่ะ
ทว่าพอเขาพูดจบ ก็พลันตระหนักขึ้นมาได้ว่า: ขืนพูดเรื่องพวกนี้ให้ซื่อจื่อฟัง เธอคงจะไม่เข้าใจหรอกมั้ง?
แถมถ้าเผื่อเกิดไปกระตุ้นความรู้สึกอยากกลับบ้านของซื่อจื่อเข้า แบบนี้คงไม่ดีแน่
อย่างไรก็ตาม หลังจากซื่อจื่อฟังจบ บนใบหน้าเล็ก ๆ กลับเผยให้เห็นแววตาที่ทั้งหวาดกลัวและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน
จากนั้น เธอก็พยักหน้าให้ซูเฉินอย่างจริงจัง:
"อื้อ! พี่จ๋า เค้าจาเอามันฝรั่งกลับปายให้ด้ายเยย~"
ดูเหมือนว่าซื่อจื่อจะนึกถึงความทุกข์ทรมานจาก 'การกินไม่อิ่ม' ว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายเพียงใด จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
ขณะเดียวกันพอได้ยินว่ามันฝรั่งกลมปุ๊กลุกพวกนี้ กลับสามารถทำให้เด็กผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่มีข้าวกินจนอิ่มท้องสามารถกินจนอิ่มได้ เธอจึงย่อมต้องจดจำคำพูดของซูเฉินไว้อย่างใส่ใจแน่นอน
กลับไปเมื่อไหร่ต้องพกมันฝรั่งติดตัวไปด้วยให้ได้!
ต้าฮั่น ยุคจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้
หลิวเช่อทอดพระเนตรจอฟ้ายักษ์ด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความฉงน "มันฝรั่ง? นี่มันคือสิ่งใดกัน? เหตุใดเจิ้นถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?"
มหาแม่ทัพเว่ยชิงเกาหัวด้วยความสงสัย "กระหม่อมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนพ่ะย่ะค่ะ ถึงกระหม่อมจะออกไปทำศึกที่แนวชายแดนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยพบว่ามีสถานที่ใดที่มีของเรียกว่า 'มันฝรั่ง' หรือแม้แต่อาหารที่มีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยได้ยินเลยจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ"
ฮั่วชวี่ปิ้งก็พยักหน้ายืนยัน "ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ต่อให้เป็นในอาณาเขตของพวกซงหนู กระหม่อมก็ไม่เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่ามันฝรั่งเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"
หลิวเช่อยิ่งฉงนหนักกว่าเดิม "แล้วเหตุใดยุคอนาคตถึงมีอาหารที่เรียกว่ามันฝรั่งเล่า? หรือว่าจะเป็นอาหารทิพย์ที่ยุคอนาคตสร้างขึ้นมากระนั้นหรือ?"
ในตอนนั้นเอง จู่ฟู่เหยี่ยนก็ก้าวออกมาทูลว่า:
"ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า บางทีมันฝรั่งนี้อาจจะมาจากดินแดนที่ห่างไกลออกไปพ่ะย่ะค่ะ"
"โอ้? ดินแดนที่ห่างไกลออกไปหรือ? หมายความว่าเยี่ยงไร?"
หลิวเช่อค่อนข้างเชื่อใจจู่ฟู่เหยี่ยนพอสมควร เพราะอย่างไรเสีย นโยบาย 'ถุยเอินลิ่ง' ที่อีกฝ่ายเสนอมานั้นก็ช่วยเหลือเขาไว้ได้มาก ช่วยแก้ไขปัญหาใหญ่เรื่องบรรดาอ๋องผู้ครองนครไปได้
จู่ฟู่เหยี่ยนกล่าวต่อไปว่า:
"ฝ่าบาท พระองค์ลองทอดพระเนตรสิ่งที่เรียกว่ารถยนต์คันนั้นสิพ่ะย่ะค่ะ มันแล่นได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น ย่อมต้องสามารถเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างไกลแสนไกลได้ในเวลาอันสั้นเป็นแน่"
"กระหม่อมคาดเดาว่า มันฝรั่งนี้คงมีต้นกำเนิดมาจากสถานที่ที่ไกลแสนไกล แล้วใช้รถยนต์เหล่านี้บรรทุกกลับมาพ่ะย่ะค่ะ"
หลิวเช่อลูบพระหนุพลางตรัสว่า "ฟังดูมีเหตุผลทีเดียว"
"ฟังที่ซูเฉินพูด มันฝรั่งนี้ถึงขั้นให้ผลผลิตหลายพันจินต่อหนึ่งหมู่เชียวนะ! สามารถทำให้ผู้คนที่หิวโหยมากมายได้กินจนอิ่มท้อง! นี่มันของวิเศษชัด ๆ !"
"มันฝรั่งนี้ เจิ้นจะต้องคว้ามาให้จงได้!"
ดังนั้น หลิวเช่อจึงหันพระพักตร์ไปรับสั่งกับจางเชียนว่า:
"จางเชียน! การเดินทางไปทางตะวันตกของเจ้าในครานี้ จงหมั่นสืบข่าวให้มากหน่อย ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า 'มันฝรั่ง' อยู่หรือไม่!"
"หากเจ้าสามารถนำของสิ่งนี้กลับมาได้ เจิ้นจะตกรางวัลให้อย่างงาม!"