เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 วันหลังหนูจะตัดผมให้เหมือนพี่จ๋าเยยค่า~

บทที่ 33 วันหลังหนูจะตัดผมให้เหมือนพี่จ๋าเยยค่า~

บทที่ 33 วันหลังหนูจะตัดผมให้เหมือนพี่จ๋าเยยค่า~


บทที่ 33 วันหลังหนูจะตัดผมให้เหมือนพี่จ๋าเยยค่า~

ต้าหมิง

จูหยวนจางถามด้วยความสงสัย "เอ๊ะ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมคนพวกนี้ถึงได้แห่กันมาล้อมซื่อจื่อไว้หมดล่ะ? แถมยังส่งเสียงอุทานไม่ขาดปากอีก"

"ถึงแม้ว่าซื่อจื่อจะแต่งตัวไม่เหมือนพวกเขาไปบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นมองแวบเดียวก็รู้ว่านางไม่ใช่คนยุคอนาคตหรอกกระมัง?"

"หรือว่าคนยุคอนาคตพวกนี้จะเก่งกาจถึงขั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าซื่อจื่อคือองค์หญิงน้อยจากต้าถัง?"

หม่าฮองเฮาแย้มสรวล "ฉงปา นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะซื่อจื่อหน้าตาน่ารักน่าชังเกินไป พวกเขาถึงได้มองและตกตะลึงกันปานนั้นต่างหากเพคะ"

"อ้อๆ จริงด้วย ข้าคิดลึกไปหน่อย ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย แค่เพราะซื่อจื่อหน้าตาน่ารัก พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" จูหยวนจางยังคงไม่ค่อยเข้าใจนัก

จูเปียวเอ่ยว่า "เสด็จพ่อ! เด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักย่อมดูน่าเอ็นดูเป็นธรรมดา แม้แต่ลูกเองก็ยังชอบซื่อจื่อมากเลยพ่ะย่ะค่ะ"

จูหยวนจางรีบตอบกลับทันที "อ้อ ที่แท้เปียวเอ๋อร์ก็ชอบเด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักหรอกหรือ นั่นง่ายนิดเดียว เดี๋ยวข้าจะผลิตน้องสาวให้เจ้าอีกสักคน"

หม่าฮองเฮาหน้าแดงระเรื่อ "ฉงปา ท่านตรัสอะไรออกมาน่ะ?"

จูหยวนจางหัวเราะร่วน "ฮ่า ข้าล้อเล่นน่า เรื่องนี้คงต้องให้เปียวเอ๋อร์ไปมีลูกเองแล้วล่ะ เจ้ามีลูกให้มากหน่อย ก็จะได้ลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักเองนั่นแหละ"

จูเปียวถอนหายใจ "เฮ้อ น่าเสียดายที่ลูกห่างชั้นกับถังไท่จงหลี่ซื่อหมินอยู่มากโข เกรงว่าคงไม่อาจมีลูกสาวที่น่ารักอย่างซื่อจื่อได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ"

จูหยวนจางเอ่ยอย่างไม่ยอมรับ "ใครบอกกัน? เปียวเอ๋อร์ของข้าไม่มีทางด้อยไปกว่าถังไท่จงหลี่ซื่อหมินเด็ดขาด ในภายภาคหน้า เจ้าจะต้องเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลได้แน่นอน"

ต้าถัง

จ่างซุนฮองเฮาแย้มสรวล "เอ้อร์หลาง ท่านพี่ดูสิเพคะ คนพวกนี้ล้วนตกตะลึงในความน่ารักของซื่อจื่อกันทั้งนั้น"

หลี่ซื่อหมินตรัสอย่างไม่พอใจ "ซื่อจื่อของเจิ้นจะปล่อยให้คนพวกนี้มารุมล้อมดูได้อย่างไร? ดูไม่ได้เอาเสียเลย! จ้องมองราวกับกำลังดูของล้ำค่า เจิ้นไม่ชอบสายตาของพวกมันเลย"

"ซูเฉินนี่ก็จริง ๆ เลย ทำไมไม่ไล่คนพวกนี้ไปให้หมด? หากเจิ้นอยู่ที่นั่น จะต้องไล่พวกที่มามุงดูเรื่องสนุกพวกนี้ไปให้พ้น ซื่อจื่อของเจิ้น ไม่อนุญาตให้พวกมันมามองเช่นนี้เด็ดขาด"

หลี่ลี่จื้อเอ่ยว่า "อาเย่ ท่านทำแบบนี้ไม่วางอำนาจเกินไปหน่อยหรือเพคะ? พวกเขาก็แค่กำลังชมซื่อจื่ออยู่เท่านั้นเอง"

หลี่ซื่อหมินตรัสว่า "วางอำนาจหรือ? หากไม่วางอำนาจจะเรียกว่าจักรพรรดิได้อย่างไร? อย่างน้อยเรื่องนี้เจิ้นก็ทำได้ดีกว่าซูเฉินตั้งเยอะ"

ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต

พอเข้าไปด้านใน ดวงตากลมโตของซื่อจื่อก็กลอกไปมาไม่หยุด กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

ซูเฉินเดาในใจว่า ซื่อจื่อคงไม่ได้กำลังมองหาเนื้ออยู่หรอกนะ?

เขาจึงรีบอธิบายว่า "ซื่อจื่อ ชั้นหนึ่งเป็นโซนขายของอย่างอื่นนะลูก ส่วนของกิน ของใช้ เสื้อผ้าที่เราจะซื้อกันอยู่บนชั้นสอง รวมทั้งเนื้อก็อยู่ชั้นสองด้วยนะ"

พอได้ยินคำว่าเนื้อ ดวงตาน้อย ๆ ของซื่อจื่อก็เปล่งประกาย รีบพูดทันที "งั้นพี่จ๋า พวกเรายิบปายชั้นสองกานเถอะค่า~"

"โอเค" ซูเฉินพยักหน้า จูงมือซื่อจื่อเดินตรงไปยังลิฟต์

เดิมทีเขาคิดว่าตอนที่ซื่อจื่อเดินผ่านชั้นหนึ่ง น่าจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจ

เพราะชั้นนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านขายเครื่องประดับ พวกกำไลเงิน กำไลทองอะไรทำนองนั้น ดูสว่างไสวระยิบระยับไปหมด

บวกกับเด็กเล็ก ๆ ทั่วไปก็มักจะชอบของที่เปล่งประกาย ซื่อจื่อก็น่าจะชอบมากเช่นกัน

เขายังแอบคิดด้วยซ้ำว่า ซื่อจื่อจะอยากให้เขาซื้อเครื่องประดับเงินทองพวกนี้ให้หรือเปล่า?

แต่ทว่าตอนที่เดินผ่าน ซื่อจื่อกลับดูไม่ค่อยมีปฏิกิริยาอะไรนัก ราวกับไม่ได้สนใจตู้โชว์เครื่องประดับที่อยู่ด้านข้างเลยแม้แต่น้อย

เขาจึงรีบถามว่า "ซื่อจื่อ ดูสิ เครื่องประดับพวกนี้สวยไหม?"

ซื่อจื่อปรายตามองเครื่องประดับที่ส่องประกายระยิบระยับเหล่านั้นแวบหนึ่ง ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่ราวกับจะรักษาน้ำใจของซูเฉิน เธอจึงพยักหน้าพลางยิ้มตอบ "พี่จ๋า ฉวยมักงับ~"

แปลกจัง ทำไมซื่อจื่อถึงไม่เห็นตกใจเลยล่ะ?

ขณะที่ซูเฉินกำลังนึกสงสัย จู่ ๆ เขาก็ตระหนักขึ้นมาได้

เอ๊ะ ไม่ถูกสิ ซื่อจื่อเป็นถึงองค์หญิงแห่งต้าถังเชียวนะ!

ต่อให้เครื่องประดับเงินทองที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่จะงดงามเพียงใด แต่สำหรับองค์หญิงน้อยแห่งต้าถังแล้ว ปกติมีของล้ำค่าแปลกตาหรือเครื่องประดับเงินทองทั่วทั้งแผ่นดินชิ้นไหนบ้างที่เธอไม่เคยเห็น?

แค่นี้คงไม่ถึงขั้นทำให้เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจได้หรอก

สิ่งเดียวที่น่าจะทำให้ซื่อจื่อรู้สึกทึ่งได้ เกรงว่าคงจะเป็นกระจกตู้โชว์พวกนี้เสียมากกว่า

แต่ที่บ้านของซูเฉิน ซื่อจื่อก็เคยเห็นกระจกหน้าต่างมาแล้ว จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นแปลกใจอีก

ตอนนั้นเอง ซื่อจื่อก็หันไปมองอีกด้านหนึ่ง แล้วถามซูเฉินด้วยความสงสัย "พี่จ๋า อันนั้งคืยอายายหยองับ~?"

ซูเฉินหันไปมอง มันคือร้านตัดผม ช่างตัดผมหนุ่มกำลังใช้ปัตตาเลี่ยนไถผมให้ลูกค้าอยู่

ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือที่เรียกกันว่าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ พื้นที่ชั้นหนึ่งมักจะปล่อยเช่าให้ร้านค้าอื่น ๆ เห็นได้ชัดว่าร้านตัดผมร้านนี้มาเปิดอยู่ชั้นหนึ่ง ก็เพราะมีผู้คนพลุกพล่านกว่า

ปกติคนที่มาเดินซูเปอร์มาร์เก็ต พอรู้สึกว่าถึงเวลาต้องตัดผม ก็แวะตัดผมไปเลย ถือว่าสะดวกสบายทีเดียว

แถมโดยทั่วไปแล้วค่าบริการก็ไม่แพง เพราะไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนร้านตัดผมมืออาชีพ ส่วนใหญ่จะเป็นการตัดผมอย่างเดียว และเน้นการตัดผมด่วน แม้แต่บริการสระไดร์ก็ยังไม่มี

ซูเฉินอธิบายว่า "ซื่อจื่อ เขากำลังตัดผมอยู่น่ะ"

"ก็คือเวลาที่ผมของเรายาวขึ้น มันจะไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกไม่สะดวก เราก็เลยต้องตัดผมทิ้งยังไงล่ะ"

"หนูดูสิ ผมของพี่สั้นแค่นี้ ก็เพราะพี่มาตัดผมในร้านแบบนี้แหละ"

ในเมื่อซื่อจื่อมาจากยุคต้าถัง ย่อมต้องยึดถือคติที่ว่า 'ร่างกาย เส้นผม และผิวหนัง ล้วนได้รับมอบมาจากบิดามารดา' เธอจึงไม่มีทางตัดผมอย่างเด็ดขาด

คิดไม่ถึงว่าเรื่องตัดผมนี้กลับทำให้ซื่อจื่อตกตะลึงไปเสียได้

ซื่อจื่อสงสัยเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ จึงพยักหน้ารับ "อ้อ อันเน้คืยการตัดผมหยองับ~"

จากนั้น ซื่อจื่อก็ลูบศีรษะของตัวเอง แล้วหันไปถามซูเฉิน "พี่จ๋า เค้าต้องตัดผมม้ายงับ~?"

ดูเหมือนว่าซื่อจื่อจะรู้สึกว่าผมของตัวเองยาวกว่าของซูเฉินมาก ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าเธอจำเป็นต้องตัดผมบ้างหรือเปล่า

ซูเฉินรีบส่ายหน้ายิ้ม ๆ "ไม่ต้องหรอก ซื่อจื่อ หนูเป็นเด็กผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องตัดผม มีแต่เด็กผู้ชายเท่านั้นแหละที่พอผมยาวแล้วต้องตัดออก"

"แต่ว่านะ ถ้าหนูอยากจะตัดผมสั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้หรอก แต่เรื่องนี้ไว้หนูค่อยไปขออนุญาตอาเย่กับอาเหนียงของหนูก่อนก็แล้วกันนะ"

ซูเฉินคิดในใจว่า หากเขาถือวิสาสะพาซื่อจื่อไปตัดผมสั้น พอเธอกลับไปที่ต้าถัง หลี่ซื่อหมินมีหวังได้ปรี๊ดแตกแหง ๆ

ซื่อจื่อเข้าใจแล้ว จึงพยักหน้ารับ "อื้อ วันหลังหนูจาตัดผมเหมียนพี่จ๋าเยยค่า~"

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเฉินพลันหุบลงทันที

ตัดผมเหมือนเขางั้นเหรอ ช่างมันเถอะ ต่อให้ผู้หญิงจะไว้ผมสั้น ก็ไม่ควรจะสั้นเกรียนเป็นทรงสกินเฮดขนาดนี้หรอกมั้ง

ต้าถัง

"ของอย่างเส้นผมก็ตัดได้ด้วยหรือ? ถึงกับมีร้านเฉพาะทางสำหรับเปิดให้คนมาตัดผมโดยเฉพาะเชียว?"

หลี่ซื่อหมินไม่เข้าใจเลยจริง ๆ "ร่างกาย เส้นผม และผิวหนัง ล้วนได้รับมอบมาจากบิดามารดา จะตัดทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน?"

จ่างซุนฮองเฮาก็ตรัสรำพึง "อืม ดูเหมือนแนวคิดของคนยุคอนาคตจะแตกต่างจากต้าถังของเรามากทีเดียวเพคะ ในสายตาของพวกเขา การตัดแต่งทรงผมคงเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ไม่เช่นนั้นคงไม่มีร้านเฉพาะทางเปิดให้บริการหรอก มิน่าเล่า ผมของซูเฉินถึงได้สั้นปานนั้น"

หลี่ลี่จื้อกล่าวขึ้น "อ้อ แต่จริง ๆ แล้วผมสั้นของซูเฉินก็ดูดีทีเดียวนะเพคะ? แถมยังสะดวกสบายมากด้วย ไม่เหมือนพวกเราที่ไว้ผมยาว จะสระผมทีก็แสนจะยุ่งยาก"

"ผู้หญิงต่างก็ไว้ผมยาวกันทั้งนั้นแหละลี่จื้อ ต่อให้เจ้าไปอยู่ในโลกอนาคต ก็คงไม่มีทางได้ตัดผมสั้นหรอกนะ" จ่างซุนฮองเฮาแย้มสรวล

หลี่ลี่จื้อแย้งอย่างไม่ยอมแพ้ "ฮึ่ม ทำไมผู้ชายถึงตัดผมสั้นได้ แต่พวกเราผู้หญิงถึงทำไม่ได้ล่ะเพคะ? อีกอย่าง ซูเฉินก็บอกเองนี่นา ว่าขอแค่พวกท่านอนุญาต ซื่อจื่อก็สามารถตัดผมสั้นได้ ถ้างั้นหม่อมฉันก็ทำได้เหมือนกัน!"

ปลายราชวงศ์ชิง

ชายคนหนึ่งในชุดทหารกำลังถือหางเปียที่เพิ่งถูกตัดขาดมาแกว่งเล่นราวกับลูกข่างโยโย่

เขาเอ่ยขึ้น "โอ้ ผู้ชายล้วนไว้ผมสั้น ไม่มีผมเปียกันเลย ดูท่าการปฏิวัติของพวกเราคงสำเร็จแล้วสินะ เฮะ ๆ แบบนี้ก็ดีสิ"

"เอ๊ะ ไอ้อุปกรณ์ที่เขาถืออยู่ในมือตอนตัดผมนั่น ดูไม่เห็นเหมือนกรรไกรของพวกเราเลยแฮะ ราวกับไม่ต้องออกแรงขยับมือก็ตัดผมให้ขาดได้แล้ว"

คนที่อยู่ข้าง ๆ เขาตอบว่า "เฮอะ ข้าว่าของพรรค์นั้นมันไม่เห็นจะสะดวกสู้กรรไกรของพวกเราได้เลย กรรไกรของพวกเราแค่ดึงหางเปียให้ตึงแล้วฉับเดียว ฮึบ! หางเปียก็ขาดกระเด็นแล้วไม่ใช่หรือไง? จะไปจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พรรค์นั้นทำไมกัน?"

จบบทที่ บทที่ 33 วันหลังหนูจะตัดผมให้เหมือนพี่จ๋าเยยค่า~

คัดลอกลิงก์แล้ว