- หน้าแรก
- พาเสี่ยวซื่อจื่อเที่ยวเล่นยุคปัจจุบัน สั่นสะเทือนหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 32 พี่จ๋า หนูไม่อยากพูดคำว่ายาลาก่องกะพี่น้า~
บทที่ 32 พี่จ๋า หนูไม่อยากพูดคำว่ายาลาก่องกะพี่น้า~
บทที่ 32 พี่จ๋า หนูไม่อยากพูดคำว่ายาลาก่องกะพี่น้า~
บทที่ 32 พี่จ๋า หนูไม่อยากพูดคำว่ายาลาก่องกะพี่น้า~
ต้าถัง
หลี่ซื่อหมินในที่สุดก็เข้าใจแล้ว
ที่แท้รถยนต์เหล่านี้หยุดลงได้อาศัยการกะพริบของสัญญาณไฟจราจรเพื่อควบคุม ไม่ใช่ว่าซูเฉินมีวิชาเซียนจริง ๆ
"เจิ้นก็ว่าแล้วเชียว"
หลี่ซื่อหมินถอนหายใจอย่างโล่งอก
หากซูเฉินมีวิชาเซียนจริง ๆ ต่อให้เขาได้ชื่อว่าเป็น "จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล" ก็คงไม่อาจแข่งขันกับอีกฝ่ายได้เลย
แต่หากอีกฝ่ายไม่มีวิชาเซียน เพียงพึ่งพาสิ่งของวิเศษจากยุคอนาคต หลี่ซื่อหมินรู้สึกว่ายังพอจะเทียบชั้นกับอีกฝ่ายได้บ้าง
ในฐานะบิดาชราของซื่อจื่อ การแข่งขันอย่างลับ ๆ นี้นับว่าสำคัญยิ่งนัก
จ่างซุนฮองเฮาก็พยักหน้าพลางตรัสว่า "อ้อ มิน่าเล่ารถยนต์เหล่านี้ถึงแล่นได้เร็วปานนั้น"
"หากไม่มีไฟจราจรนี้ ก็คงจะอันตรายอย่างยิ่ง วันหนึ่ง ๆ ไม่รู้จะมีคนถูกรถชนตั้งเท่าใด ส่วนใหญ่คงถึงขั้นเสียชีวิตทันที ดูเหมือนคนยุคอนาคตจะคิดอ่านได้รอบคอบดีทีเดียว"
หลี่ลี่จื้อกลับพูดอย่างฉุนเฉียวว่า "ซูเฉินนี่นิสัยไม่ดีจริง ๆ บังอาจมาหลอกซื่อจื่อ บอกว่าใช้วิชาอาคมอะไรนั่นถึงทำให้รถยนต์เหล่านี้หยุดได้ นี่มันหลอกเด็กชัด ๆ ไม่ใช่หรือเพคะ?"
หลี่ซื่อหมินถามอย่างแปลกใจ "อ้าว ลี่จื้อ ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้บอกเจิ้นหรอกหรือ ว่านี่คือวิธีการสอนแบบพิเศษของซูเฉินน่ะ?"
หลี่ลี่จื้อตอบอย่างน้อยใจ "แต่ซูเฉินหลอกได้แม้กระทั่งหม่อมฉันนี่เพคะ! เมื่อกี้หม่อมฉันยังแอบจำท่าทางกับบทท่องจำของซูเฉินไว้ในใจอยู่เลย ฮึ่ม คิดไม่ถึงว่าจะถูกเขาหลอกเอาได้"
ยุคสามก๊ก ค่ายจ๊กก๊ก
เล่าปี่กล่าวชมเชย "ท่านอัครมหาเสนาบดีช่างคำนวณการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดา เพียงเอ่ยปากก็ทายสาเหตุที่รถยนต์เหล่านี้หยุดลงได้ทะลุปรุโปร่ง ว่าเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่าสัญญาณไฟจราจร"
เตียวหุยก็เบิกตากว้างเอ่ยชม "ท่านอัครมหาเสนาบดีช่างเป็นยอดคนจริง ๆ!"
จูกัดเหลียงโบกพัดขนนก ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "เฮ้อ หากข้าคำนวณการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริง ๆ หากข้าเป็นยอดคนจริง ๆ ก็คงดีสิ เช่นนั้นเพียงมองแวบเดียวก็คงรู้ชัดว่า หลอดไฟ ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือ เหล่านี้สร้างขึ้นมาได้อย่างไร"
"ทว่าด้วยสติปัญญาของข้า ต่อให้คิดจนสมองแทบแตก คิดจนหัวแทบระเบิด ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี ว่าหลอดไฟและตู้เย็นในบ้านของซูเฉินเมื่อครู่นี้สร้างขึ้นมาได้อย่างไร"
เล่าปี่เองก็แอบหลงใหลอยู่บ้าง
หากมีหลอดไฟและโทรศัพท์มือถือเหล่านี้ อย่าเพิ่งพูดถึงการนำมาใช้ในสงครามเพื่อให้ความฝันในการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นของเขาสัมฤทธิ์ผลอย่างง่ายดายเลย แค่สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นของล้ำค่าที่สามารถสร้างความผาสุกให้แก่ราษฎรทั่วหล้าได้แล้ว
หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
"ว้าว! ดูเร็ว นั่นลูกหลานบ้านไหนน่ะ? ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้?"
"โอ้พระเจ้า! จริงด้วย! เด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักเกินไปแล้ว!"
"ให้ตายสิ ชุดที่เธอใส่คือฮั่นฝูใช่ไหม? ทำไมถึงใส่ออกมาได้เข้ากันขนาดนี้? น่ารักปุ๊กปิ๊กสุด ๆ ไปเลย!"
"น้ำตาเธอร่วงหนึ่งหยด ฉันพร้อมจะกวาดล้างทั้งเมืองเพื่อเธอเลยล่ะ!"
ซูเฉินจูงมือซื่อจื่อ ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริง ๆ พอเขาพาซื่อจื่อมาถึงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ถูกสายตาของผู้คนจับจ้องทันที ถึงขั้นรวมตัวกันเป็นวงล้อมโดยไม่รู้ตัว
ราวกับดาราที่ถูกห้อมล้อม
แน่นอน ซื่อจื่อน่ารักกว่าดาราเด็กส่วนใหญ่เป็นไหน ๆ พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนัก
"พี่จ๋า เน่มานเกิดอายายขึ้นหยองับ~?"
เดิมทีซื่อจื่อเป็นเด็กร่าเริงและกล้าหาญมาตลอด ทว่าตอนนี้กลับเผยสีหน้าหวาดหวั่นออกมาเล็กน้อย
ซูเฉินสังเกตเห็นว่า เดิมทีเธอจูงมือเขาแล้วกระโดดโลดเต้นเดินนำหน้าเขาอยู่ครึ่งก้าว แต่ตอนนี้พอถูกสายตาและเสียงอุทานของผู้คนห้อมล้อม ก็ทำให้เธอรู้สึกกลัวนิด ๆ จนวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเขาครึ่งก้าวแทน
ซูเฉินรีบปลอบโยน "ไม่ต้องกลัวนะ ซื่อจื่อ พี่ชายพี่สาว ลุง ๆ ป้า ๆ พวกนี้ เขากำลังชมว่าหนูน่ารักอยู่นะ ดูสิ หนูเป็นที่ชื่นชอบของคนที่นี่มากแค่ไหน"
พอได้ยินซูเฉินพูดเช่นนี้ ด้วยความที่ซื่อจื่อมีนิสัยร่าเริงสดใสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความหวาดกลัวบนใบหน้าจึงมลายหายไป
"หนูม่ายกัวแย้วค่า~ พี่จ๋า~"
สุดท้ายเธอก็แอบมองฝูงชนที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
ซูเฉินคิดว่าตอนที่ซื่อจื่ออยู่ในต้าถังในฐานะองค์หญิงน้อยผู้สูงศักดิ์ รอบกายต้องมีขันทีและนางกำนัลคอยห้อมล้อมอยู่เป็นพรวนอย่างแน่นอน
ทว่าขันทีและนางกำนัลเหล่านั้นคงไม่มาจับจ้องซื่อจื่อด้วยความประหลาดใจและส่งเสียงอุทานไม่ขาดปากเหมือนผู้คนในตอนนี้หรอก
"หนูน้อย ชุดของหนูสวยมากเลยนะจ๊ะ!"
"ใช่แล้ว หนูหน้าตาน่ารักมากเลยลูก"
ขณะที่ซูเฉินและซื่อจื่อถูกฝูงชนห้อมล้อม ซูเฉินก็จูงมือซื่อจื่อค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า จู่ ๆ ก็มีพี่สาวสองคนที่สวมชุดฮั่นฝูเดินเข้ามาหา แล้วนั่งยอง ๆ ตรงหน้าซื่อจื่ออย่างเป็นกันเอง
หนึ่งในพี่สาวที่สวมชุดฮั่นฝูหันไปถามซูเฉินว่า "นี่ลูกสาวคุณเหรอคะ? เธอน่ารักเกินไปแล้วนะคะ!"
พี่สาวอีกคนหันไปมองซื่อจื่อ "หนูน้อย หนูชื่ออะไรจ๊ะ?"
ซูเฉินยังไม่ทันอ้าปาก ก็แอบบ่นในใจ: ถามว่าฉันเป็นพ่อของซื่อจื่อหรือเปล่างั้นเหรอ? เฮลโล ฉันหน้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือไง?
หลังจากที่ซูเฉินปลอบโยนไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ซื่อจื่อก็กล้าขึ้นมาก รีบตอบคำถามของพี่สาวทั้งสองทันที
"หนูคืย... หนูคืยซี่จื่องับ~ อันเน้คืยพี่จ๋าของหนูค่า~"
"เอ๊ะ? หนูน้อย เมื่อกี้หนูพูดว่าอะไรนะจ๊ะ?" พี่สาวคนหนึ่งฟังไม่ถนัด
พี่สาวอีกคนหัวเราะ "อ้อ ชื่อสีจื่อ (เสื่อ) ใช่ไหมจ๊ะ? โธ่เอ๊ย ถ้าที่บ้านฉันไม่มีน้องสาวอายุพอ ๆ กัน ฉันคงฟังที่เด็กน้อยพูดไม่ออกจริง ๆ นะเนี่ย"
ซื่อจื่อส่ายหน้า "หนูม่ายช่ายสีจื่อค่า~ หนูคืยซี่จื่องับ~"
พี่สาวทั้งสองยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ซูเฉินก็จับมือซื่อจื่อไว้แล้วพูดกับทั้งสองว่า:
"ขอโทษด้วยนะครับทั้งสองคน พอดีพวกเรารีบ เลยขอตัวเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไปซื้อของก่อนนะครับ"
แม้ว่าซูเฉินจะไม่ได้มีธุระด่วนอะไร และไม่ได้รีบเร่งอะไรนัก แต่ซูเฉินก็ไม่อยากให้ซื่อจื่อคลุกคลีกับคนอื่นมากเกินไป
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาหึงหวง หรืออยากเก็บซื่อจื่อไว้เป็นของตัวเองคนเดียว แต่เป็นเพราะตอนนี้ซื่อจื่ออยู่ในฐานะองค์หญิงน้อย ไม่เหมาะที่จะพูดคุยกับคนอื่นมากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยความลับ
"ก็ได้ค่ะ" พี่สาวทั้งสองพยักหน้า "ลาก่อนนะจ๊ะ น้องซื่อจื่อ"
พวกเธอโบกมืออำลาซื่อจื่อ
ซื่อจื่อก็โบกมือน้อย ๆ เลียนแบบท่าทางของพวกเธอ "ยาลาก่องค่า~"
จากนั้นก็หันไปถามซูเฉินว่า "พี่จ๋า ยาลาก่องแปว่าอายายหยองับ~?"
ซูเฉินตอบ "ลาก่อนก็คือคำที่เราจะพูดกันเวลาที่ต้องแยกจากกันไงล่ะ สมมติว่าวันหนึ่งซื่อจื่อกลับต้าถังไป ถึงตอนนั้นหนูกับพี่ก็ต้องพูดว่าลาก่อน"
ซื่อจื่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นก็พูดด้วยความอาลัยอาวรณ์ว่า:
"พี่จ๋า หนูม่ายอยากพูดยาลาก่องกะพี่น้า~"
หัวใจของซูเฉินอบอุ่นขึ้นมาทันที เขาหัวเราะพลางตอบว่า "เฮ้อ แต่ยังไงหนูก็ต้องกลับบ้าน กลับต้าถังอยู่ดีนี่นา"
ซื่อจื่อกล่าวว่า "งั้นพี่จ๋าก้อกะบต้าถังไปพ้อมกะหนูจิคะ~ อาเย่ของหนูต้องยินดีต้อนยับพี่มัก ๆ แน่เยยค่า~"
ซูเฉินพูดว่า "ก็อาจจะนะ"
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า ถ้ามีวันนั้นจริง ๆ ล่ะ?
ถ้าเขาพกเสี่ยวซื่อจื่อโผล่ไปที่ต้าถังแบบงง ๆ โอรสสวรรค์ต้าถังอย่างหลี่ซื่อหมินจะโกรธจัดจนสั่งประหารเขาเลยหรือเปล่า?
เพราะต่อให้ซื่อจื่อจะพร่ำบอกว่าเขาคือเสี่ยวหลางจวิน และดีต่อเธอมากแค่ไหน หลี่ซื่อหมินก็คงไม่เชื่อหรอกนะ