เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เยือนจางรัง

บทที่ 23 เยือนจางรัง

บทที่ 23 เยือนจางรัง


บทที่ 23 เยือนจางรัง

เมิ่งเอ๋าเดินทางมาถึงเมืองลั่วหยางเป็นผลสำเร็จ และมุ่งหน้าไปยังจวนของจางรังเพื่อขอเข้าพบตามระเบียบ

เนื่องจากพระนางเหอประทับอยู่ลึกเข้าไปในพระราชวังชั้นใน จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่เมิ่งเอ๋าจะได้เข้าเฝ้า

ทว่าไม่ถึงสองวัน จางรังก็เปิดจวนต้อนรับเมิ่งเอ๋าด้วยตนเอง

ทันทีที่ได้พบหน้า เมิ่งเอ๋าก็นำหีบสองใบที่เต็มไปด้วยทองเงินและทรัพย์สมบัติล้ำค่าออกมามอบให้ทันที

"คารวะท่านเจ้ากรมจาง"

จางรังนั่งอยู่บนตำแหน่งประธานที่อยู่สูงขึ้นไป และเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงแหลมสูงอย่างเย็นชา

"อืม ให้เขานั่งลงได้"

เมิ่งเอ๋ากับผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังเดินไปด้านข้างอย่างนอบน้อม จากนั้นเมิ่งเอ๋าก็จึงนั่งลง

"ผู้เฒ่าเมิ่ง ข้าได้ยินจากคนรับใช้ในบ้านว่าเจ้ามาที่จวนจางของข้าหลายครั้งหลายหนแล้วรึ"

แม้ว่าจางรังจะเป็นผู้จัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ฉินอวี่ในสองครั้งก่อนหน้านี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเคยพบหน้าฉินอวี่หรือเมิ่งเอ๋ามาก่อน

ในครั้งแรก เมิ่งเอ๋านำเงินจำนวนมหาศาลเข้ามายังเมืองลั่วหยางเพื่อวิ่งเต้นตำแหน่งนายกองทหารม้ารักษาพระองค์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้อยู่ใกล้ชิดและอารักขาโอรสแห่งสวรรค์ ใครจะไปรู้ว่าหลังจากฉินอวี่มาถึงได้ไม่นานกลับถูกกีดกันออกไปให้พ้นทาง

ส่วนในครั้งที่สองนั้นอาศัยราชโองการของพระนางเหอเป็นหลัก เมิ่งเอ๋าเพียงแต่แอบมอบเงินให้แก่คนของตระกูลจางเพื่อเป็นการแสดงตัว ให้ง่ายต่อการติดต่อการงานในครั้งต่อไปเพียงเท่านั้น

เพราะอย่างไรเสีย หากพวกตนต้องการจะปักหลักและก้าวขึ้นสู่อำนาจ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการผูกมิตรกับคนโฉดผู้นี้

ดังนั้น จางรังจึงเพียงแค่เคยได้ยินเรื่องของเมิ่งเอ๋าจากคนรับใช้ในบ้าน แต่ไม่เคยพบหน้ากันตรงๆ และเรื่องนี้ก็เป็นเช่นเดียวกันกับฉินอวี่

"เรียนท่านเจ้ากรมจาง เป็นเช่นนั้นขอรับ การติดต่อส่วนใหญ่ระหว่างท่านแม่ทัพกับท่านเจ้ากรมนั้น ล้วนเป็นชายชราผู้นี้ที่เป็นผู้จัดการ"

เมื่อได้ยินดังนั้น จางรังก็แสร้งทำเป็นโกรธ "โอ้? ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า ตัวข้าผู้นี้ไม่คู่ควรที่แม่ทัพฉินจะมาเข้าพบด้วยตนเองอย่างนั้นรึ"

เมิ่งเอ๋าตกใจตื่นตระหนก ทว่าไม่ใช่เพราะท่าทีที่ผิดปกติของจางรัง

"โชคดีที่นายน้อยคาดการณ์ท่าทางของจางรังเอาไว้ก่อนแล้ว และได้เตรียมคำพูดรวมถึงวิธีรับมือไว้ให้ชายชราผู้นี้ ไม่อย่างนั้นชายชราผู้นี้คงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจริงๆ... นายน้อย ท่านเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ และท่านได้รับสืบทอดชะตาฟ้าแห่งมังกรปฐมกาลมาแล้วจริงๆ"

ขณะที่คิดคำนึงอยู่ในใจ เมิ่งเอ๋าก็ก้าวไปข้างหน้า ประสานมือแล้วเอ่ยประจบสอพลอว่า

"จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรกันขอรับ นายน้อยของข้ามักจะกล่าวอยู่เสมอว่า ท่านเจ้ากรมจางเปรียบเสมือนบิดาขององค์จักรพรรดิ และพวกเราทุกคนต้องปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงสุด เช่นเดียวกับที่พวกเราปฏิบัติต่อองค์จักรพรรดิ

อีกทั้งนายน้อยเพิ่งจะยึดครองดินแดนเหอตงได้ และพวกโจรผู้ร้ายที่เร่ร่อนก็ยังไม่ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น มีเพียงนายน้อยประจำการอยู่ที่นั่นเท่านั้น จึงจะทำให้จิตใจของเหล่าทหารและราษฎรในเหอตงสงบมั่นคงได้ ด้วยเหตุนี้ชายชราผู้นี้จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินทางมาเข้าพบท่านเจ้ากรมจางด้วยตัวเองขอรับ

นายน้อยกล่าวว่า ทันทีที่รางวัลและการแต่งตั้งจากราชสำนักไปถึง และดินแดนเหอตงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้ง เขาจะเดินทางมาพบท่านเจ้ากรมจางด้วยตนเองอย่างแน่นอนเพื่อแสดงความขอบคุณ

และท่านโปรดดูเถิด ทรัพย์สมบัติเงินทองในหีบสองใบนี้คือสิ่งของที่นำมามอบเพื่อแสดงความเคารพต่อท่านเจ้ากรมจาง และรวมถึงพระมเหสีด้วยขอรับ"

ใครจะไปรู้ว่าจางรังกำลังคิดอะไรอยู่ ที่ปล่อยให้ชายชราผู้หนึ่งเรียกตนเองซึ่งเป็นชายวัยกลางคนว่า ท่าน โดยไม่มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย

คิ้วของจางรังกระตุกขึ้นมา ทันทีที่เมิ่งเอ๋าเปิดหีบออกและแสงสีทองส่องประกายวาบออกมา เขาก็ยอมรับว่าตนเองเกิดความโลภขึ้นมาแล้ว

หลังจากที่มนุษย์สูญเสียความปรารถนาทางเพศไป พวกเขาก็จะเกิดความปรารถนาในรูปแบบพิเศษต่ออำนาจ ความมั่งคั่ง หรือสิ่งเฉพาะเจาะจงบางอย่างแทน

"พูดจาอะไรเช่นนั้น พวกเราล้วนทำงานรับใช้ราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ รับใช้องค์จักรพรรดิ และรับใช้พระมเหสี สิ่งของเหล่านี้มันเป็นทางการเกินไปแล้ว"

เมิ่งเอ๋าหัวเราะในใจอย่างเต็มที่ หากพูดถึงเรื่องความกลับกลอกปริ้นปร้อนแล้ว เหล่าขันทีเหล่านี้ถือเป็นปรมาจารย์เลยทีเดียว

"ขอรับ ขอรับ พวกเราล้วนเป็นสหายกัน มีสิ่งของเหล่านี้ย่อมทำให้จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น ท่านเจ้ากรมจางเห็นพ้องด้วยหรือไม่ขอรับ"

จางรังพยักหน้าอย่างพึงพอใจและโบกมือ

ในเวลาต่อมา คนหลายคนก็เดินเข้ามาและยกหีบสมบัติใบใหญ่ทั้งสองใบออกไป

"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรับมันไว้ บอกข้ามาเถิดว่าครั้งนี้ฉินน้อยต้องการตำแหน่งอะไร และถือโอกาสนี้รายงานสถานการณ์การรบให้ข้าฟังด้วย"

เมิ่งเอ๋าพยักหน้าและกล่าวต่อไป

"ครั้งนี้นายน้อยของข้าได้กวาดล้างพวกโจรคลื่นขาวไปได้ทั้งหมดสามหมื่นคน อีกทั้งยังได้ประหารชีวิตกัวไท่ หัวหน้ากลุ่มโจรคลื่นขาวต่อหน้าสาธารณชน ศีรษะของมันอยู่ในหีบใบนี้ โดยใช้ปูนขาวโรยเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เน่าเปื่อยขอรับ

ส่วนเรื่องตำแหน่งหน้าที่นั้น นายน้อยของข้าไม่ได้ปรารถนาตำแหน่งใหญ่โตหรือเบี้ยหวัดเงินเดือนมากมาย เขาเพียงแค่ขอตำแหน่งที่สามารถปกครองดินแดนเหอตงได้ เพื่อที่เขาจะได้รับใช้ท่านใต้เท้าจางและพระมเหสีต่อไปขอรับ"

จางรังพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาต้องรีบดึงตัวคนของตนเองมาเป็นพวกให้เร็วที่สุด ก่อนที่เหอจิ้นจะขยายอิทธิพลเข้าไปในเหอตง

ฉินอวี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

เขาไม่สนใจที่จะสืบหาความจริงว่าเหตุใดพระนางเหอจึงโปรดปรานฉินอวี่ และไม่สนใจที่จะตรวจสอบสถานการณ์การรบที่แท้จริงในเหอตง ตราบใดที่เขาสามารถมั่นใจได้ว่าฉินอวี่จะไม่และไม่กล้าทรยศต่อเขา เท่าแนั้นก็เพียงพอแล้ว

"ถ้าเป็นเช่นนั้น เรื่องย่อมง่ายดายขึ้นมาก เจ้ากลับไปก่อนเถิด ไม่นานรางวัลจะถูกส่งไปให้ที่เหอตง

อย่างไรก็ตาม หากนายน้อยของเจ้าต้องการสร้างความดีความชอบให้มากกว่านี้ ครั้งหน้าจำไว้ว่าต้องมาพบข้าด้วยตนเอง"

เมิ่งเอ๋าย่อมเข้าใจแผนการของจางรังได้ในทันที เขายากให้ฉินอวี่นำกำลังทหารเข้ามายังเมืองลั่วหยางเพื่อคานอำนาจกับเหอจิ้น

ทว่าไพ่ตายที่จางรังถืออยู่นั้น คงยากที่จะนำมาใช้ควบคุมฉินอวี่ได้

เมิ่งเอ๋าทำตามคำสั่งของฉินอวี่และเอ่ยตอบด้วยท่าทางร่าเริงว่า

"แน่นอนขอรับ นายน้อยของข้ากล่าวว่า

เมื่อใดที่พวกกบฏในสิงหยางชูธงก่อการกบฏ เขาจะขอพระราชทานอนุญาตนำกำลังทหารไปปราบปรามพวกโจรเพื่อสร้างความดีความชอบอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นคงต้องขอให้ท่านเจ้ากรมจางช่วยดูแลพวกเราด้วยนะขอรับ"

จางรังพยักหน้าในตอนแรก จากนั้นดวงตาของเขาก็หรี่เล็กลง

เจ้าหนุ่มคนนี้รู้ได้อย่างไรว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นที่สิงหยาง

ในความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์กลุ่มราษฎรก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสิงหยางเมื่อปีศักราชหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดนั้น ถูกปราบปรามโดยเหอเหมี่ยว น้องชายของเหอจิ้น

บันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้มีอยู่น้อยมาก แต่หากฉินอวี่ต้องการสร้างความดีความชอบ เหตุการณ์ใหญ่เพียงอย่างเดียวที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ก็คือการก่อความไม่สงบที่สิงหยาง

ส่วนเรื่องการก่อกบฏระลอกใหม่ในซีเหลียงนั้น เกิดขึ้นในปีศักราชหนึ่งร้อยแปดสิบแปด

"หึๆ แม่ทัพฉินมีวิธีการที่ดี เอาเถิด เจ้ากลับไปรอฟังข่าวได้ ข้าจะส่งคนไปแจ้งให้ทราบ"

จางรังดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยเสริมว่า

"จำคำพูดของเจ้าในวันนี้เอาไว้ให้ดี หากเจ้าคิดจะเหยียบเรือสองแคม ข้าผู้นี้จะทำให้เจ้าต้องนึกเสียใจ"

เมิ่งเอ๋าเอ่ยตอบซ้ำๆ ว่า "พวกเรามิบังอาจ พวกเรามิบังอาจขอรับ ต่อให้มีความกล้าที่สุดในใต้หล้า พวกเราก็มิบังอาจต่อต้านท่านเจ้ากรมจางอย่างแน่นอน"

จางรังหลับตาลงและสะบัดแขนเสื้อ เมิ่งเอ๋ารู้ดีว่านี่คือการไล่ จึงเดินจากไปอย่างนอบน้อม

ทว่าเมิ่งเอ๋านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงดึงตัวขันทีหนุ่มที่เดินมาส่งตนเอาไว้แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ท่านขันที ท่านรู้จักเว่ยฝูหรือไม่"

ชายที่อยู่ตรงหน้าตกใจตื่นตระหนก "ข้าคือเว่ยฝู ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่ามีสิ่งใดให้รับใช้หรือ"

เมิ่งเอ๋าหัวเราะอยู่ในใจ รู้สึกยินดีที่คนที่นายน้อยสั่งให้ตามหานั้นอยู่ตรงหน้าของตนพอดี

เขา รีบหยิบจดหมายออกจากอกเสื้อ และในขณะเดียวกันก็แอบยัดเหรียญทองเข้าไป

"ขันทีเว่ย ท่านคงยังจำท่านแม่ทัพของพวกเราได้ใช่หรือไม่

นับตั้งแต่การพบกันครั้งก่อน ท่านแม่ทัพยังคงจดจำความเมตตาของขันทีเว่ยในการอัญเชิญราชโองการได้เสมอ โดยกล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถขอบคุณท่านได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากต้องนำกองทัพออกไปทำศึกสงคราม"

เมื่อได้ยินดังนั้น จิตใจของเว่ยฝูก็เกิดความอบอุ่นขึ้นมาในทันที

"ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าท่านแม่ทัพจะยังจดจำข้าผู้นี้ได้จริงๆ โถ..."

ไม่ทันขาดคำ เมิ่งเอ๋าอาศัยจังหวะที่เว่ยฝูกำลังฟุ้งซ่าน ยัดเหรียญทองและจดหมายใส่มือของเว่ยฝูทันที

"ขันทีเว่ย นายน้อยของข้าปรารถนาจะส่งจดหมายฉบับนี้ถึงพระมเหสี แต่พวกเราไม่ไว้วางใจให้ผู้อื่นนำไปส่ง ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงต้องมาตามหาสหายเก่าเช่นท่าน มีเพียงท่านเท่านั้นที่ท่านแม่ทัพของพวกเราไว้วางใจ"

เว่ยฝูมองท่าทางอันจริงใจของเมิ่งเอ๋าและทองคำที่ได้มาอย่างง่ายดาย จึงรับมันไว้โดยไม่ลังเล

ครั้งก่อน จางรังโยนเงินให้เขาเพียงสองพวง และเหรียญทองก็หายวับไปทันทีที่เขาได้สัมผัส

ทว่าในครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมสูญเสียมันไปอีก

"ในเมื่อแม่ทัพฉินไว้วางใจข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เขาเป็นอย่างดีแน่นอน ท่านผู้เฒ่าเมิ่งโปรดวางใจได้"

เมิ่งเอ๋าหัวเราะอย่างเต็มที่และเดินออกจากจวนต้อนรับของตระกูลจาง

ฉินอวี่ที่อยู่ในมณฑลปิ้งโจวกำลังรอให้เขากลับไปช่วยบริหารงานในท้องถิ่น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเสียเวลาอยู่ที่นี่ได้นานเกินไป

หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดพระนางเหอก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากชายคนรักที่ส่งมาจากส่วนลึกของพระราชวัง

ครั้งนี้ฉินอวี่จะได้รับรางวัลอะไรตอบแทนกันแน่

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบบทที่ บทที่ 23 เยือนจางรัง

คัดลอกลิงก์แล้ว